ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 528 เลือดของข้าเป็นพิษ
การแผดเผาของเพลิงเทวะทั้งสี่ทำให้อากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
อุณหภูมิสูงเหนือคำบรรยายปกคลุมโลงหยกสีเลือด แต่หญิงผีดูดเลือดในโลงศพกลับทำหน้านิ่งเฉย หน้าผากขาวผ่องไม่มีแม้แต่เหงื่อด้วยซ้ำ
ต้องรู้ว่าตัวอันหลินเองยังเหงื่อแตกพลั่กเลย!
สิบห้านาทีต่อมา อันหลินที่พลังในกายแทบจะหมดหยุดการแผดเผาของเพลิงเทวะอย่างหายใจหอบ
เขาจำต้องเก็บพลังงานไว้บางส่วนเพื่อป้องกันการโจมตีของผีดูดเลือดในโลงศพ
อันหลินกินยาบำรุงเลือดเม็ดหนึ่ง มองโลงหยกสีเลือดด้วยความปวดหัว
หญิงสาวในโลงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ใบหน้าซีดขาวเปื้อนรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
โลงหยกสีเลือดส่องแสงสีแดงโชติช่วงอีกครั้ง ความเร็วในการดูดพลังชีวิตของทุ่งหญ้าสีม่วงคล้ายว่าจะเร็วขึ้นกว่าเดิม
อันหลินยืนอยู่ข้างโลงหยกสีเลือดอย่างจนปัญญา ขืนปล่อยให้ผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเยือดในโลงฟื้นฟูพลังต่อไปแบบนี้ พอฝาโลงแง้มออก สถานะของเหยื่อกับผู้ล่าอาจจะเกิดการกลับตาลปัตร
หนีไปตอนนี้งั้นเหรอ
อันหลินตัดใจไม่ได้ เพราะนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการซ้ำมีด และเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดของการได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนมาครอง…มีวิธีไหนที่ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนมาครองด้วยการฆ่าชิงทรัพย์อีกไหม
อย่างน้อยก็ไม่มีในความคิดของอันหลิน
อีกฝ่ายเป็นผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่า ทุ่มเทชีวิตต่อสู้ในเขตดารามายาร่วมสิบวัน อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสมบัติพัสถานบ้างแล้วละมั้ง…
ขณะที่อันหลินกำลังลังเลอยู่นั้น จู่ๆ ท้องของเสวี่ยจ่านเทียนก็ร้องจ๊อกๆ ขึ้นมา
“นายท่าน ข้าขอไปทำธุระหน่อย” เสวี่ยจ่านเทียนกระพือปีกแล้วบินขึ้น
“ธุระอะไร” อันหลินกะพริบตาอย่างสงสัย
“เมื่อครู่กินผลวิเศษธาตุน้ำแข็ง กินเร็วเกินไป ธาตุน้ำแข็งหนักหน่วงไปหน่อย ไม่สบายท้อง ท้องเสียนิดหน่อย…” เสวี่ยจ่านเทียนพูดอย่างกระดากอาย
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อย เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกว่ากินผลวิเศษแล้วท้องเสีย
แต่จู่ๆ ดวงตาของเขาก็พราวระยับขึ้นมา ความคิดล้ำเลิศผุดวาบขึ้นในใจ
“เสี่ยวเทียน…” ใบหน้าอันหลินฉายรอยยิ้มมีเลศนัย
“ขอรับ!” เสวี่ยจ่านเทียนกลืนน้ำลาย ไม่รู้ว่านายท่านคิดเรื่องประหลาดอะไรได้อีก
“เจ้าจะทำธุระไม่ใช่หรือ จัดการที่นี่ได้เลย…” อันหลินชี้ฝาโลงหยกสีเลือดแล้วหัวเราะหึๆ
เสวี่ยจ่านเทียน “…”
“นายท่าน...ท่านคิดว่าข้าเป็นอสูรวิญญาณเหมันต์ที่หน้าด้านไร้ยางอายพรรค์นั้นหรือ!” ดวงตากลมโตปริ่มน้ำตาของเสวี่ยจ่านเทียนจ้องอันหลินเขม็ง
อันหลินส่ายหน้า “เจ้าไม่ใช่ เจ้าเป็นผู้แข็งแกร่งที่เพื่อชัยชนะแล้วไม่ครั่นคร้าม เห็นความตายเป็นสัจธรรม!”
เสวี่ยจ่านเทียนพูดไม่ออก
“หลังเสร็จกิจมอบผลวิเศษให้ห้าลูก!” อันหลินเพิ่มรางวัล
“ไปก็ได้ อย่างไรเสียก็ไม่ได้ถ่ายต่อหน้าอสูรวิญญาณเหมันต์อื่นๆ แต่ถ่ายต่อหน้าผีดูดเลือด…” ใบหน้าของเสวี่ยจ่านเทียนมีอาการยอมพลีชีพเพื่อศักดิ์ศรี เริ่มบินไปหาโลงหยกสีเลือด
ใช่แล้ว สิ่งที่มันทำในตอนนี้เหมือนกับการขับถ่ายของมนุษย์ต่อหน้าสัตว์ป่าฝูงหนึ่งในป่า เผ่าพันธุ์แตกต่างกัน ความอับายจะลดลงอย่างมาก!
“เสี่ยวเทียนขยับไปอีกนิด ใช่แล้ว ตรงหัวนางนั่นแหละ อืม แบบนั้นแหละ…” ในที่สุดเสวี่ยจ่านเทียนก็จัดตำแหน่งเสร็จเรียบร้อยภายใต้การชี้นำของอันหลิน
เสวี่ยจ่านเทียนลอยคว้างเหนือโลงหยกสีเลือดสิบเซนติเมตร ขนสีขาวปุกปุยแผ่ออกเล็กน้อย เผยให้เห็นรูเล็กๆ หลังจากนั้น…
สีหน้าเรียบเฉยของผีดูดเลือดสาวไม่คงอยู่อีกต่อไป ดวงตางามเบิกกว้าง ใบหน้างดงามทว่าซีดเซียวเผยให้เห็นความหวาดผวาและความอึ้ง
ในตอนนั้นเอง ของเสียสีเทาก็เริ่มเทกระหน่ำลงมา
คุณจินตนาการภาพที่คนถ่ายเหนือศีรษะคุณออกหรือไม่
แม้จะมีฝาโลงโปร่งใสกั้นอยู่ ประสบการณ์แบบนั้นก็น่ากลัวอย่างยิ่งอยู่ดี
อับอาย อดสู สะอิดสะเอียน…อารมณ์ด้านลบนับไม่ถ้วนถาโถมเข้ามา
มันเป็นความกระทบกระเทือนทางใจที่น่ากลัวยิ่งนัก
ในที่สุดผีดูดเลือดสาวก็บันดาลโทสะ!
โครม ฝาโลงศพระเบิดทันใด กระแทกเสวี่ยจ่านเทียนจนลอยขึ้นฟ้า
“เจ้าต้องตาย!”
ผีดูดเลือดสาวตะโกนเสียงกร้าว สองมือซีดขาวทำเป็นรูปกรงเล็บแล้วพุ่งใส่อันหลิน ความเร็วสุดแสนน่ากลัว
นิ้วมือแหวกอากาศวาดวงโคจรพิฆาตสีเลือด ลำแสงนิ้วมือแหลมคมจวนจะฉีกร่างของอันหลินแล้ว
อันหลินเตรียมพร้อมนานแล้ว เสี้ยววินาทีที่ฝาโลงระเบิดเขาก็ใช้กระบี่แห่งสายลมแล้ว ดังนั้นในชั่วพริบตานั้น ความเร็วของเขาจึงเหนือกว่าผีดูดเลือดสาวอยู่หลายส่วน!
เขาเบี่ยงตัวหลบลำแสงสีเลือดของผีดูดเลือดสาว กระบี่พิชิตมารตวัดลงสีข้างของหญิงสาวทิ้งแสงสีขาวที่แหลมคมไร้เทียมทาน กระบี่พิชิตมารเฉือนชุดคลุมดำของหญิงสาวขาด ลากเส้นสีเลือดบนผิวหนังขาวเนียน
ไวนัก!
ผีดูดเลือดสาวตกตะลึง นางไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายเป็นนักพรตระดับแปลงจิตแท้ๆ แต่กลับใช้การโจมตีที่รวดเร็วได้ปานนี้ ทว่านางมีวิธีร้อยแปดในการฆ่านักพรตระดับแปลงจิตได้โดยง่ายดาย!
ทั้งสองพุ่งสวนทางกัน ประมือครั้งแรกผีดูดเลือดสาวเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่เมื่อนางหันหลังมองอันหลิน มือก็ยื่นออกไปจะตะปบอันหลินที่อยู่ข้างหลังแล้ว
มิติในรัศมีร้อยจั้งหยุดนิ่งในพริบตา
นี่เป็นการพันธนาการมิติที่มีแต่ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าที่ทำได้!
ร่างของอันหลินก็ถูกมิติจองจำในชั่ววินาทีนี้เช่นกัน
มุมปากของผีดูดเลือดสาวยกขึ้น “นักพรตแปลงจิตกระจอกงอกง่อยอย่างเจ้าคิดจะเอาชนะข้างั้นเหรอ ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว ต่อให้ข้าบาดเจ็บสาหัส กับเจ้าแค่ข้าดีดนิ้ว…”
แกรก
เสียงบางอย่างแตกละเอียดดังขึ้น ลำแสงสีแดงพุ่งแหวกอากาศมาฉีกมิติที่ถูกพันธนาการให้แหลกสลายย จากนั้นก็ทะลวงศีรษะของผีดูดเลือดสาว!
“ได้อย่างไร…” ผีดูดเลือดสาวมองอันหลินอึ้งๆ
อันหลินหันหลัง ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระทืบเท้าแล้วพุ่งไปอยู่ตรงหน้าหญิงสาวแล้วตวัดกระบี่พิชิตมารอย่างไม่ปรานี!
ร่างของหญิงสาวถอยหลังไปราวกับวิญญาณ สงบสติฉับไว นางก็สมกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดระดับหวนสู่ความว่างเปล่า พลังชีวิตแข็งแกร่งจนน่ากลัว แม้ศีรษะจะถูกตะปูมิติทะลวงยังคงเริงร่า ความสามารถไม่ได้ลดลงเพราะเหตุนี้ ยังสามารถใช้สองมือเป็นกระบี่สีเลือดต้านทานการโจมตีของอันหลินได้ในอึดใจ
“เหอะๆ เสียดายที่เจ้าอยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่า ควบคุมพลังมิติได้เงอะงะอ่อนด้อย แม้แต่พลังและความเร็วข้าก็เหนือกว่า เจ้าเป็นคนเฝ้าประตูของระดับหวนสู่ความว่างเปล่ากระมัง” อันหลินโจมตีพลางถากถางไปด้วย
ผีดูดเลือดสาวได้ฟังก็โมโหจนหน้าอกกระเพื่อม นัยน์ตาเบิกกว้าง จ้องอันหลินด้วยความโกรธเกรี้ยว
สิ้นเสียงตะโกน เลือดลมในกายก็พลุ่งพล่าน พลังพุ่งทะยานทันใด ถูกบีบคั้นจนใช้เคล็ดวิชาแล้ว
ฟิ้ว ร่างของนางกลายเป็นรุ้งโลหิต ฟาดกระบี่พิชิตมารอย่างแรง
อันหลินถูกพลังมหาศาลกระแทกจนตัวลอย และชั่วขณะที่ลอยออกไป ผีดูดเลือดสาวก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าเดิม แยกฟันที่แหลมคมนั่นแล้วกัดเข้าที่ลำคอของอันหลินทันที!
อันหลินสัมผัสได้ว่าเลือดในร่างกายถูกดูดอย่างแรง ไม่คิดเลยว่าหญิงสาวที่เขี้ยวหักจะร้ายกาจขนาดนี้ แม้แต่กายเนื้อของกายแห่งเทพสงครามจะกัดได้
เขาแสร้งทำเป็นตกใจหน้าถอดสีแล้วตวัดกระบี่ฟันลงตรงหน้าหญิงสาวทันที
ผีดูดเลือดสาวตอบสนองฉับไว ถอดใจกับการดูดเลือดแล้วหลบหลีกกระบี่ทันใด
“โฮะๆ ๆ…เลือดของน้องชายหอมหวานยิ่งนัก…” ผีดูดเลือดสาวแลบลิ้นอ่อนนุ่มที่เปื้อนเลือดออกมาเลียรอยริมฝีปากแดงสดอย่างคล่องแคล่ว เอ่ยอย่างเย้ายวน
“อร่อยก็ดื่มให้เยอะๆ” อันหลินก็ทำหน้ากระหยิ่มใจเช่นกัน
ผีดูดเลือดสาวเห็นดังนั้นก็ทำหน้างุนงง “เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
อันหลินเช็ดเลือดบนลำคอแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “เลือดของข้าเป็นพิษร้ายแรงสำหรับผีดูดเลือดอย่างพวกเจ้า เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า ฉะนั้น…คงจะทนได้สักหนึ่งนาที”
ผีดูดเลือดสาวได้ฟังก็ชะงักงัน จากนั้นก็กุมท้องหัวเราะร่วน “ฮ่าๆ ๆ…เจ้าพูดเช่นนี้เพื่อให้ขบขันหรือน้องชาย คำเท็จข่มขู่ที่กระจอกพรรค์นี้ เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ”
นางลูบผมสีทองข้างขมับแล้วเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พูดด้วยสีหน้าเย้ยหยันว่า “พลังชีวิตของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดหาใช่สิ่งที่มนุษย์ต่ำต้อยอย่างเจ้าจะเข้าใจ ไม่มีพิษของสัตว์ตัวไหนสามารถฆ่าข้าได้!”
เพิ่งสิ้นเสียง ร่างอรชรของนางก็สั่นสะท้าน ใบหน้าฉายความแดงก่ำผิดปกติ