ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 529 เจ้าแห่งพิษชื่อเสียงป่นปี้
อันหลินเห็นอาการของผีดูดเลือดสาวแล้วดีอกดีใจ พูดยิ้มๆ ว่า “ฮ่าๆ ๆ ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง เห็นความร้ายกาจของเจ้าแห่งพิษผู้นี้แล้วล่ะสิ!”
ความแดงบนใบหน้าของผีดูดเลือดสาวยังไม่จางหาย ได้ฟังก็เงยหน้าขึ้นมองอันหลิน นัยน์ตาสีแดงรื้นน้ำตาขึ้นมา พูดเสียงนุ่มว่า “ร้าย…ร้ายกาจมากจริงๆ นั่นแหละ…”
ท่าทางแบบนี้หมายความว่าอย่างไร มุมปากของอันหลินกระตุกน้อยๆ เริ่มไม่ค่อยเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้า
นี่เป็นปฏิกิริยาหลังผีดูดเลือดโดนพิษเล่นงานเหรอ
ตามหลักแล้วควรจะตาเหลือก น้ำลายฟูมปากแล้วหมดสติตายไปเลยไม่ใช่เหรอ
ท่าทางที่เหมือนมีความรักนี่มันอะไรกัน!
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ผีดูดเลือดสาวก็คุกเข่าลง คิ้วงามขมวดน้อยๆ ใบหน้าเผยอาการเจ็บปวด มือกุมหน้าอกแน่น ร่างอรชรเริ่มสั่นเทิ้ม
ครั้นอันหลินเห็นก็โล่งอกไปไม่น้อย ต้องแบบนี้สิถึงจะถูก นี่สิอาการที่พึงมีหลังโดนพิษเล่นงานน่ะ
ผีดูดเลือดสาวเอ่ยอย่างยากลำบากว่า “เลือด…เลือดของเจ้า…”
อันหลินยิ้มบางๆ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย เสียงที่เย้ายวนน่าหลงใหลดังขึ้นอีกครั้ง
“ข้าชอบรสชาตินี้…ราวกับมันกลั่นกรองทุกอย่างของข้าให้บริสุทธิ์…”
ผีดูดเลือดสาวแหงนหน้าขึ้น ใบหน้าซีดขาวแลดูค่อนข้างแดงก่ำเย้ายวนเพราะเลือดฝาด ชุดคลุมสีดำหลวมโพรกเผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนกับลูกบอลอิ่มเอิบครึ่งลูก
อันหลินมองด้วยความตะลึงงัน รีบเบนสายตาออกทันที สงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว ประสานสายตาที่แวววาวของหญิงคนนั้นแล้วพูดด้วยความตกใจ “เจ้าไม่มีความรู้สึกเหมือนใกล้ตายหรือ”
ผีดูดเลือดสาวยิ้มหวานหยาดเยิ้ม “มีสิ…”
พออันหลินได้ฟังก็โล่งอกไปทีหนึ่ง ค่อยยังชั่วๆ
“มีความรู้สึกสุดยอดจนเหมือนจะตายเลย” ผีดูดเลือดสาวพูดเสริม
อันหลิน “…”
ผีดูดเลือดสาวลุกขึ้นช้าๆ ดุจว่าสงบจิตสงบใจได้แล้ว นอกจากลมหายใจที่ถี่กระชั้น ใบหน้าแดงเรื่อ ดวงตาเย้ายวนแล้ว เหมือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นเลย
อันหลินถอยหลังหลายก้าว กล้ามเนื้อตึงเครียดทั้งตัว มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างหวาดระแวง
ผ่านไปนานขนาดนี้แล้วผีดูดเลือดสาวตนนี้ยังไม่ล้มลง หรือ…เลือดของเขาจะไร้ประสิทธิภาพแล้วจริงๆ!
อันหลินวิตกกังวลและผิดหวัง
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาก็ไม่มีที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในการต่อกรกับผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดแล้วล่ะสิ
อย่าคิดว่าศัตรูบาดเจ็บสาหัสแล้วคิดว่าจะรังแกได้ง่าย
พลังชีวิตของผีดูดเลือดแข็งแกร่งอย่างยิ่ง จะคร่าผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดระดับหวนสู่ความว่างเปล่าไม่ง่ายดายแน่
จะยุติสงครามนี้ เขาอาจจะต้องระเบิดอีกครั้ง สู้สุดชีวิตเท่านั้น
เป็นสงครามที่เหนื่อยยากอีกแล้ว…
ผีดูดเลือดสาวเห็นอันหลินถอยหลังก็มองเขาด้วยสีหน้าที่สับสนแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าพูดว่า “เจ้าอย่าได้วิตกไปเลย ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก เพราะเจ้าช่วยทำให้ร่างกายของข้าบริสุทธิ ตอนนี้ข้า…ข้าปฏิเสธจะทำร้ายเจ้าทั้งกายและจิตวิญญาณ…”
อันหลินอ้าปากค้าง สงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า
“เจ้าเอาแต่พูดว่าเลือดตัวเองมีพิษ แต่เจ้าไม่รู้หรอกว่าเลือดของเจ้าเป็นเลือดที่เลิศรสที่สุดในหล้า สอดคล้องกับมรรคาสวรรค์ มีสรรพคุณขจัดความชั่วร้ายและมลทินทั้งปวง…” ผีดูด เลือดสาวมองอันหลินด้วยแววตาเร่าร้อนแล้วพูดต่อว่า “ผีดูดเลือดที่ต่ำต้อยอาจจะทนพลังที่ขจัดเช่นนี้ไม่ได้ ขณะที่ขจัดความสกปรกก็ทำให้พลังชีวิตพังทลายด้วย แต่ถ้าผ่านพ้นไปไม ม่ได้ มันจะกลายเป็นต้นตอของการยกระดับชีวิตได้…”
อันหลินตะลึงงัน เป็นแบบนี้เองเหรอ
เขาหวนนึกถึงท่าทางยามโดนพิษเล่นงานของผีดูดเลือด แม้พวกเขาจะน้ำลายฟูมปาก พลังชีวิตขาดสะบั้น แต่เหมือนว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่เลือดเป็นสีดำ สาเหตุการตายคล้ายกับพลังชีวิตพังทลา ายมากเหมือนกัน
เลือดของเขาได้ผลกับสิ่งมีชีวิตโสมมอย่างปีศาจร้ายเก้าขุมนรก มันก็ใกล้เคียงกับการทำให้บริสุทธิ์เหมือนกัน…
อันหลินเบิกตากว้างแล้วพูดอย่างตกใจว่า “สรุปก็คือ…ข้าไม่ใช่เจ้าแห่งพิษ แต่เป็นเจ้าแห่งโอสถงั้นหรือ”
“ใช่แล้ว เลือดของเจ้าเป็นโอสถที่โอชารสที่สุดในหล้า” ผีดูดเลือดสาวมองอันหลินด้วยแววตาเปี่ยมความรู้สึก เม้มปากสีแดงแล้วพูดราวกับวิงวอนว่า “เจ้าให้ข้าดูดอีกสักคำได้ไหม. …แค่คำเดียว ขอเพียงเจ้ายินยอม เจ้าต้องการอะไรข้าจะรับปากหมดเลย…”
ตอนนี้อันหลินอยากให้นางอยู่นิ่งกับที่ไม่ขยับเขยื้อน ส่วนตนไม่ซื้อส้มสักสองสามลูก
แต่พอเขาคิดอีกที ปฏิกิริยาของผีดูดเลือดสาวก็น่าสนใจมากจริงๆ
เพราะถ้าหญิงสาวคนนี้กระหายเลือดของเขามากจริงๆ สามารถแย่งชิงไปได้ด้วยกำลัง ขอเพียงเขายอมจำนนก็สามารถดูดเลือดได้อย่างหนำใจแล้วไม่ใช่เหรอ
แต่ผีดูดเลือดสาวกลับไม่ตัดสินใจแบบนั้น แต่แสดงท่าทางลดตัวต่ำไปขอร้องเขา
ถ้าเป็นแบบนี้…
หรือจะเป็นอย่างที่ผีดูดเลือดสาวบอก หลังดูดเลือดของเขาแล้วจะปฏิเสธการทำร้ายเขาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณจริงๆ
อันหลินใช้อาคมดูดเลือดหยดใหญ่ออกมาจากตำแหน่งบาดแผลตรงลำคอที่จวนจะสมานออกมาแล้วถามยิ้มๆ ว่า “อยากดื่มไหม”
ผีดูดเลือดสาวพยักหน้ารัว “อยาก…อยาก!”
“เช่นนั้นก็แลกด้วยแหวนมิติกับโลงหยกสีเลือดของเจ้า!” อันหลินหัวเราะหึๆ
ผีดูดเลือดสาวได้ฟังก็ชะงัก จากนั้นน้ำตารื้นมองอันหลิน “เจ้ารังแกข้า!”
พูดจบ นางก็ยื่นนิ้วเรียวขาวออกมาแล้วถอดแหวนมิติสีแดงวงหนึ่งออก จากนั้นโยนให้อันหลิน “โลงหยกสีเลือดอยู่ทางนั้น เจ้าไปเอาเอง”
อันหลินรับแหวนมิติมา นานแล้วก็ยังอยู่ในภวังค์
เขาใช้เลือดหยดหนึ่งแลกสมบัติพัสถานทั้งหมดของผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่ามาได้จริงๆ เหรอ
ที่แท้เลือดของเขาก็มีค่าขนาดนี้เลยเหรอ
อันหลินในตอนนี้ทั้งตกใจและปวดใจกับเลือดที่เคยหลั่งไปในอดีต! จิตใจสับสนวุ่นวายเหลือเกิน…
เขาดีดเลือดหยดนั้นที่ลอยอยู่กลางอากาศให้ผีดูดเลือดสาว
ผีดูดเลือดสาวอ้าปากแล้วกลืนลงไป หรี่ตาลง ท่าทางพออกพอใจ
อันหลิน “…”
เสวี่ยจ่านเทียนที่คอยดูอยู่อีกมุมยกโลงหยกสีเลือดเดินกะเผลกมาข้างอันหลิน
เมื่อโลงใบนี้ไม่มีการสนับสนุนของอาคม ในที่สุดก็เคลื่อนย้ายได้แล้ว ก่อนจะขนมา เสวี่ยจ่านเทียนยังใช้อาคมชำระล้างของเสียบนฝาโลงให้สะอาดสะอ้านด้วยความใส่ใจ
อันหลินเก็ยของเข้าแหวนมิติทั้งหมด ผีดูดเลือดสาวที่ดูเหมือนยังสุขสมกับรสชาติเอ่ยปากว่า “ถ้าหากไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าขอตัวลาก่อนละ”
ใช่แล้ว เป้าหมายของเขาก็คือสมบัติของผีดูดเลือดสาว
ในเมื่อเขาได้สมบัติมาครองแล้ว เช่นนั้นรบต่อไปก็ไม่มีความหมาย ไม่สู้ถอนตัวเสียเลย
อันหลินพาเสวี่ยจ่านเทียนขี่ก้อนอิฐเตรียมจะจากไป
ผีดูดเลือดสาวมองอันหลินที่จากไปแล้วกัดฟัน เหาะขึ้นฟ้าตามหลังอันหลินไปด้วย
อันหลิน “… เจ้าตามข้ามาทำไม”
“ข้า…เจ้าให้ข้าดื่มเลือดอีกสักหน่อยได้ไหม” ผีดูดเลือดสาวอ้ำๆ อึ้งๆ “เจ้าทำให้ข้าได้สัมผัสชีวิตที่แตกต่าง ขอแค่เจ้าให้ข้าดื่มเลือด ภายหลังข้าจะตอบแทนเจ้าแน่นอน...”
“หึๆ…” อันหลินแสยะยิ้ม “อยากจะดื่มเลือดของข้าอีกหรือ ถอดใจเสียเถอะ! งดเจรจา!”
“อ้อ…”
ผีดูดเลือดสาวพยักหน้าด้วยความผิดหวัง ไม่พูดไม่จาอีก
สิบห้านาทีต่อมา อันหลินจึงมองข้างหลังด้วยความปวดหัวแล้วพูดเสียงกร้าวว่า “เจ้าต้องการอะไรกันแน่!”
หญิงสาวหลบสายตาแล้วพึมพำว่า “ข้ากำลังเร่งเดินทาง”
“เร่งเดินทางบ้าอะไร! ข้าเลี้ยวมาตั้งหลายทางแล้ว เจ้ายังตามหลังข้าอยู่เลย แบบนี้เรียกว่าเร่งเดินทางงั้นเหรอ เจ้ากำลังสะกดรอยตาม หญิงตัณหากลับสะกดรอยตาม!” อันหลินเส้นเลือดปู ดโปน ตะโกนลั่น
“หญิงตัณหาสะกดรอยตามงั้นหรือ” ผีดูดเลือดสาวแย้มยิ้ม “คำนี้เรียกได้ดีเลย!”
อันหลินแน่นหน้าอก โมโหจนเวียนหัว
ปัญหาที่เขาถกเถียงคือคำนี้ใช้ได้ดีหรือเปล่าหรือไง
“ข้าไม่มีทางให้เจ้าดื่มเลือดข้าอีกเด็ดขาด เจ้าตามข้าก็ไม่มีประโยชน์” อันหลินพูดอย่างอ่อนแรง
“มีประโยชน์สิ” ผีดูดเลือดสาวพูดอย่างดื้อรั้น “เจ้าต่อสู้ย่อมต้องบาดเจ็บ บาดเจ็บแล้วเลือดจะไหล พอเลือดไหลข้าก็จะดูดเลือดที่ไหลออกมาของเจ้า”
อันหลินหน้ามืด แทบจะวูบตกลงจากก้อนอิฐ
ให้ตายสิ! นางพูดได้สมเหตุสมผล ทำอย่างไรดี