ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 533 เพื่อขจัดความชั่วร้ายของดินแดนนี้
ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าทั้งสามที่อยู่รอบๆ ภูเขา เมื่อเข้าใกล้ย่อมไม่รอดพ้นการสำรวจ
อันหลินกับโคโค่สตีฟก็ไม่คิดจะอำพรางกายอีก เหาะไปยังบริเวณที่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามอยู่ทันที
“เจ้าสำนักโคโค่สตีฟ เหอะๆ บังเอิญนัก ไม่คิดเลยว่าจะพบเจ้าที่นี่!” เมื่อชายผมทองเห็นโคโค่สตีฟแล้วชะงักไปครู่หนึ่งก่อน จากนั้นใบหน้าก็มีความดีอกดีใจ
ตานี้เขาชนะ!
“ใช่ ข้ามาแล้ว ไมรอน ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง” โคโค่สตีฟพูดยิ้มๆ
ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าอีกสองตนต่างก็หน้าถอดสี ตอนนี้มีผีดูดเลือดโผล่มาถึงสองตน สมดุลของความสามารถเกิดการเบี่ยงเบนทันใด มันสร้างความกดดันให้พวกเขาไม่น้อยเลย
มารของทะเลตะวันตกกับเผ่ามังกรทะเลบูรพาเป็นอิทธิพลที่เป็นปรปักษ์กันเสมอมา บางทีอาจมีคนถามว่าทำไมอิทธิพลที่อยู่กันคนละฟากของดินแดนกลายเป็นศัตรูกันได้อย่างไร มันต้องเท้าค ความไปถึงตอนที่ผ่านกู่เบิกฟ้าแยกแดนดิน...
สรุปก็คือชายเผ่ามังกรกับมารฉลามไม่มีทางร่วมมือกันแน่ พอเป็นเช่นนี้ ผีดูดเลือดสองคนในที่นี้จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ของพวกมัน
“เอ๊ะ มีมนุษย์กับอสูรวิญญาณเหมันต์ด้วยหรือ แถมยังเป็นระดับแปลงจิตด้วย น่าแปลกๆ…” ใบหน้าของเผ่ามังกรประหลาดใจ ทว่าก็ไม่บุ่มบ่าม
ในมุมมองของเขา มนุษย์ชายคนนั้นน่าจะเป็นเชลยศึกของผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดตนนั้น ความสัมพันธ์ของเขากับมนุษย์ไม่ได้ดีถึงขั้นจะเสี่ยงอันตรายเป็นฝ่ายยั่วยุผีดูดเลือดเพื่อมนุษย์ คนหนึ่ง
ส่วนมารฉลามตรงไปตรงมายิ่งกว่า ถึงขั้นว่าคร้านจะมองมนุษย์หนุ่มคนนั้นด้วยซ้ำ เพราะระดับแปลงจิตไม่เป็นภัยคุกคามในสายตามันเลยสักนิด สิ่งที่มันต้องทำเพียงแค่ระวังผีดูดเลือด สองตนที่อยู่ไม่ไกลตลอดเวลาเท่านั้น
“ภูเขาลูกนี้เป็นจุดเชื่อมต่อกับจุดสำคัญของเขาหยกขาว ตอนนี้เกิดปรากฏการณ์ขึ้น ไม่แน่ว่าอีกสักเดี๋ยวอาจจะมีผลึกต้นกำเนิดดินแดนหรือสมบัติถือกำเนิด ข้าถึงได้รออยู่ที่นี่” ไม มรอนเก็บงำความดีใจ อธิบายด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน
“หึๆ…ข้ามาได้จังหวะเสียจริง ไม่ถือสาหรอกใช่ไหมหากจะแบ่งปันข้าด้วย” โคโค่สตีฟแย้มยิ้ม
“ไม่ถือสาอยู่แล้ว” ไมรอนตอบอย่างฉับไว
จากนั้นก็เบนสายตามองอันหลิน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมีเลศนัย “ไม่คิดเลยว่าเจ้าสำนักโคโค่สตีฟจะมีรสนิยมอุปการะหนุ่มน้อยด้วย”
โคโค่สตีฟยิ้มบางๆ แล้วพูดอย่างขอไปทีว่า “ก็แค่คลังเลือดเคลื่อนที่ ดูดสักอึกเวลาว่างก็เท่านั้น”
หน้าของอันหลินกระตุกยิกๆ คลังเลือดเคลื่อนที่ช่างเป็นศัพท์ที่สวยจริงๆ นี่คงจะเป็นความคิดที่แท้จริงของโคโค่สตีฟด้วยล่ะมั้ง
ไมรอนพยักหน้า เขาไม่ได้ใส่ใจมนุษย์หนุ่มคนนั้น เหตุการณ์ที่ผีดูดเลือดพก ‘อาหาร’ ไว้กินตลอดเวลาเขาเห็นมานักต่อนักแล้ว จากนั้นจึงเบนสายตามองผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าอีก สองตน
“ตรงหน้าเรามีตัวปัญหาสองตน จะกำจัดพวกมันให้เหี้ยนหรือไม่” ไมรอนเสนอแนะด้วยรอยยิ้ม
“สู้ไหวหรือ” โคโค่สตีฟถามอย่างสงสัย
“พวกมันไม่สามัคคีกัน ไม่มีทางร่วมมือกันโดยที่ไม่ขัดข้องใจหรอก พวกเรามีโอกาสสูงมาก” ไมรอนไม่ปิดบังความคิด
ชายเผ่ามังกรกับมารฉลามได้ฟังสีหน้าต่างก็เปลี่ยนไป สบตากันอย่างเคร่งขรึม
“กู่หลัว เจ้าคิดว่าจะสู้หรือหนี” ชายเผ่ามังกรหันไปถามมารฉลาม
จุดนี้จำต้องยืนยันให้ชัดเจน มิเช่นนั้นหากว่าเปิดศึก มารฉลามหันหลังแล้ววิ่งหนี แบบนั้นเขาจะสู้กับผีอะไร!
“อ้าวหมิงอวี้ สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนมาก เรามีทางเลือกแค่สองทาง หากว่าเจ้ามีจิตวิญญาณของการต่อสู่ เช่นนั้นข้าย่อมไม่หลบหนี ความแค้นของกลุ่มอิทธิพลวางลงก่อน โจมตีผีดูดเลือดก่ อนแล้วค่อยว่ากัน” กู่หลัวพูดอย่างฮึกเหิม
“ได้!” ชายเผ่ามังกรกระพือปีกสีขาว
ทันใดนั้นพยับเมฆบนท้องฟ้าในรัศมีสิบลี้ก็โหมซัด สายฟ้ากระจายอย่างหนาแน่น
กู่หลัวกระทืบเท้า จู่ๆ ก็มีคลื่นคลั่งซัดสาดบนพื้น ถาโถมใส่ผีดูดเลือดทั้งสอง!
“ขุนพลวิญญาณสิบหมื่นฟังคำสั่ง วางค่ายกลปีศาจโลหิตโบราณ!”
จู่ๆ ก็มีธงปรากฏในมือของไมรอน ธงแผ่วิญญาณนักรบออกมาอย่างถี่ยิบ ก่อตัวเป็นค่ายกลอันมหึมา รวมตัวเป็นภาพมายาของปีศาจโลหิตสูงร่วมพันจั้ง
ปีศาจโลหิตเป็นสีแดงทั้งตัว มือถือดาบสีแดงเล่มใหญ่ ฟันคลื่นลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาเป็นสองท่อน
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นแล้ว
อันหลินที่ขี่ก้อนอิฐเหาะเหินกลางอากาศกลายเป็นจีนมุง ชมการต่อสู้ที่สะเทือนฟ้าดิน
โคโค่สตีฟพุ่งไปหาชายเผ่ามังกรที่ชื่ออ้าวหมิงอวี้ ส่วนไมรอนประมือกับมารฉลาม
อันหลินก็พอจะเข้าใจความสามารถของทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าคร่าวๆ ผ่านการต่อสู้
อ้าวหมิงอวี้เป็นระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้นที่ได้มาตรฐาน โคโค่สตีฟอยู่เหนือกว่าอยู่รางๆ
แม้พลังลมฝนอัสนีที่เขาเรียกขานจะน่ากลัวอย่างยิ่ง แต่ล้วนถูกท่าร่างดุจวิญญาณของโคโค่สตีฟหลบหลีกไม่ก็ต้านทานได้ ทำอะไรโคโค่สตีฟไม่ได้เลย
ส่วนกระบี่บินรุ้งโลหิตของโคโค่สตีฟกลับน่ากลัวเป็นล้นพ้น พลังพิฆาตเหนือกว่าชายเผ่ามังกรหนึ่งขั้น แสงรุ้งโลหิตแหวกอัสนีเส้นแล้วเส้นเล่า อ้าวหมิงอวี้หลบหลีกไม่ทัน แขนถูก กระบี่โลหิตเฉือนเป็นแผลที่ค่อนข้างใหญ่
อันหลินเห็นโคโค่สตีฟในสภาพสมบูรณ์พร้อมแล้วถามตัวเองว่า หากจะหลบกระบี่รุ้งโลหิตของนาง ต่อให้ใช้พลังปราณอนธการ แล้วหยิบยืมพลังของอันฉีหลินก็อาจจะทำไม่ได้
อีกด้านหนึ่งของสมรภูมิรบ กู่หลัวกับไมรอนกลับรบกันอย่างสูสีคู่คี่
ความสามารถของทั้งสองสวนทางกับโคโค่สตีฟ ล้วนอยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้นเหมอนกัน ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินกันได้ยาก
แต่เพราะความสูสี่คู่คี่กันแบบนี้นี่แหละที่ทำให้อ้าวหมิงอวี้เริ่มใจเสาะ
ให้ตายสิ กู่หลัวเองยังไล่เลี่ยกันเลย เขาจะทำอย่างไร
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะถูกโคโค่สตีฟฟันจนตายแน่!
รุ้งสีโลหิตเส้นหนึ่งตัดฟ้าดิน พุ่งไปจะฟันอ้าวหมิงอวี้ด้วยจิตสังหารอันทะมึนน่ากลัว
อ้าวหมิงอวี้เห็นกระบี่พิฆาตแล้วขนลุกชูชัน ตะโกนเสียงกร้าวแล้วกลายเป็นมังกรใหญ่สีขาวยาวหลายร้อยจั้งในพริบตา หางพาคลื่นยักษ์ท้นฟ้ากระแทกกระบี่พิฆาตนั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
ครืน
อ้าวหมิงอวี้ถูกพลังที่น่ากลัวกระแทกจนตัวปลิว จากนั้นก็หลบหนีไปไกลโดยไม่เหลียวหลัง
โคโค่สตีฟถอดใจไม่ไล่ล่า ต่อให้อยากไล่ล่าก็ไล่ตามได้ยากมาก เพราะการต่อสู้ระหว่างผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่า ขอเพียงพลังไม่แตกต่างกันมากเป็นพิเศษ สู้ไม่ไหวล้วนแต่มีโอกาสหลบ บหนีสูง
กู่หลัวเห็นอ้าวหมิงอวี้หนีไปแล้วก็สบถเสียงกร้าว และหลบหนีไปไกลอย่างเด็ดขาดฉับไวเช่นกัน…
สงครามที่น่ากลัวครั้งนี้ไม่นานก็ปิดฉากลง ผีดูดเลือดชนะด้วยประการฉะนี้
“ฮ่าๆ ๆ…เจ้าสำนักโคโค่สตีฟ เป็นเพราะมีการช่วยเหลือของท่าน ในที่สุดเราก็เอาชนะศัตรูได้แล้ว” ไมรอนเห็นแผ่นหลังที่หลบหนีไปของอ้าวหมิงอวี้กับกู่หลัวแล้วอารมณ์ดีอย่างยิ่ง ย ยกมือขึ้นประสานคารวะโคโค่สตีฟอย่างยิ้มแย้ม
“เกรงใจกันแล้ว” โคโค่สตีฟยิ้มพรายเดินไปหาไมรอน ระหว่างที่เอวคอดกิ่วโยกย้าย หน้าอกอิ่มเอิบก็กระเพื่อมตามไปด้วย มีเสน่ห์เย้ายวนขึ้นมาชั่วขณะ
ฉากนี้แม้แต่ไมรอนก็มองดูจนเหม่อลอยไปชั่วขณะหนึ่ง ตอนนี้โคโค่สตีฟเดินไปหยุดข้างกายเขาแล้ว
และในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่กระบี่สีเลือดทลายมิติ ทะลวงหัวใจของไมรอนในระยะประชิด
แรงที่น่ากลัวทำให้แผ่นดินแตกแยกหลายลี้ รอยแยกมิติดำขลับเผยให้เห็นความน่ากลัวของการโจมตี
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน กะทันหันเกินไปแล้ว
ไมรอนที่ไม่ทันตั้งตัวเบิกตากว้าง มองหน้าอกที่ถูกทะลวงด้วยความตะลึง
ตูม
จู่ๆ ร่างกายของเขาก็ระเบิดเป็นหมอกเลือดแล้วไปก่อตัวใหม่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
หน้าอกที่ถูกทะลวงของไมรอนสมานกัน แต่สีหน้ากลับซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บสาหัส
โคโค่สตีฟกระทืบเท้า มิติในรัศมีสามลี้ถูกพันธนาการตัดขาดหนทางรอดของไมรอน
“ทำไม…เราเป็นพวกเดียวกันนะ! อีกอย่างเราก็ไม่มีความแค้นต่อกันกระมัง” ไมรอนสูดหายใจเข้าลึกแล้วมองโคโค่สตีฟด้วยความฉงนสนเท่ห์
โคโค่สตีฟยืนตระหง่าน กระบี่โลหิตชี้ไมรอน เชิดหน้าเล็กน้อยพูดอย่างน่าเกรงขามว่า
“ทำไมน่ะหรือ แน่นอนว่าเพื่อขจัดความชั่วร้ายทั้งปวงของดินแดนนี้น่ะสิ!”
ไมรอน “…”