ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 532 การพบเจอที่เขาหยกขาว
อันหลินขี่อิฐดำเหาะไปทางเขาหยกขาวต่อ ตอนนี้มีผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าช่วยเหลือ ระดับความปลอดภัยเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย
จากการทำความเข้าใจ โคโค่สตีฟเป็นผู้แข็งแกร่งระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้น จวนจะเข้าสู่ขั้นกลางแล้ว มีนางคอยช่วย หากพบเจอผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าคนอื่นแม้จะสู้ไม่ไหว แต่โอกาสหลบหนีก็สูงอยู่ดี
อันหลินหยิบยืมโลงหยกสีเลือดให้โคโค่สตีฟรักษาอาการบาดเจ็บต่อ
โคโค่สตีฟมากโลงใบนี้ด้วยอารมณ์ที่สับสนวุ่นวาย หากไม่ใช่เพราะนางมั่นใจเกินเหตุ รักษาตัวกลางทุ่งหญ้าละก็ ไหนเล่าจะถูกอันหลินมาเห็นเข้า ไหนเล่าจะกลายเป็นทาสของอันหลินไปโ โดยไม่ทราบสาเหตุ…
ไม่สิ! ไม่ใช่ไม่มีสาเหตุ เพื่อเลือดศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ต่างหาก! เพื่อเลือดที่ทำให้ชีวิตยกระดับ!
นางนอนกระตุ้นอาคมในโลง แสงสีแดงส่องลอดออกมา ดูดซึมพลังชีวิตในรัศมีหลายสิบลี้
อันหลินขี่อิฐเหาะเหินเหนือทุ่งหญ้าสีม่วง ทุกหนแห่งที่ผ่านกลายเป็นไร้พืชพรรณราวกับราชันปีศาจข้ามแดน
เหาะเหินอีกราวๆ หนึ่งชั่วยาม โลงหยกสีเลือดก็เปิดออกอีกครั้ง โคโค่สตีฟลุกขึ้นนั่งแล้วบิดขี้เกียจ ยืดร่างกายอันน่าภูมิใจของนาง แสงดาวส่องกระทบใบหน้าขาวซีดของนางให้งดงาม เย้ายวน
“ฟู่ ร่างกายของข้าดีขึ้นพอสมควรแล้ว!” โคโค่สตีฟพูด
“ดีขึ้นพอสมควรแล้วก็รีบออกมาจากโลง แล้วหยุดอาคมของเจ้าด้วย” อันหลินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“ใจร้อนขนาดนี้ไปไย” โคโค่สตีฟเบะปาก
“เป็นเป้าเคลื่อนที่มาหนึ่งชั่วยามแล้ว ข้าไม่ใช่คนใจกล้าหน้าด้านอย่างเจ้า” อันหลินรู้สึกว่าโลงแบบนี้ใช้น้อยเป็นดี ส่องแสงสีแดงสว่างขนาดนั้นมันดึงดูดศัตรูได้ง่ายเกินไปแล้ว
หลังโคโค่สตีฟก้าวออกจากโลง อันหลินก็เก็บโลงหยกสีเลือด
“ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเราในตอนนี้ก็คือรวบรวมผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทอง ทำทุกทางเพื่อให้ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองมา!” อันหลินพุดอย่างจริงจังมาก
“อ่อ...” โคโค่สตีฟพยักหน้าแล้วมองอันหลินด้วยความแปลกใจ “ข้าอยากถามตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน ทำให้ระดับแปลงจิตอย่างเจ้ามาเพ่นพ่านในเขตดารามายา”
“อย่าหาว่าข้าพูดตรงเลย ความสามารถของเจ้าเป็นขั้นสุดยอดในระดับแปลงจิตจริง แต่ที่นี่เจ้าจะสู้ใครได้ หรือเพราะเขตดารามายามีผลึกต้นกำเนิดสีทองเยอะจึงเดินทางมาที่นี่”
พออันหลินได้ฟังน้ำตาก็แทบร่วงลงมา “เจ้านึกว่าข้าอยากมาหรือ”
พอพูดจบเขาก็เล่าประสบการณ์ของตนเองให้โคโค่สตีฟฟัง
โคโค่สตีฟฟังจบก็ทำหน้าตะลึง “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะพบเจอขุนเขาแสงดาวในตำนาน! มันมีคุณสมบัติทะลุสองดินแดนจริง ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ช่างโชคร้ายเสียจริง…”
“ไม่ถึงขั้นโชคร้ายหรอก ในเรื่องร้ายๆ ยังมีเรื่องดีๆ อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย ได้รางวัลมาเยอะโขเลย แถมยังได้ทาสระดับหวนสู่ว่างเปล่ามาคนหนึ่งด้วย” อันหลินพูด อย่างตื้นตัน
โคโค่สตีฟ “…ตอนนี้ข้าควรจะยิ้มหรือ หรือควรชมเจ้าดีล่ะ”
อันหลิน “…ข้าขอโทษ พลั้งปากไปหน่อย…”
เผลอแทงใจดำโคโค่สตีฟโดยไม่รู้ตัว อันหลินก็รู้สึกผิดมากอยู่เหมือนกัน
“จริงสิ เจ้ารู้ไหมว่าทุ่งหญ้าสีม่วงห่างจากเขาหยกขาวไกลเท่าใด ข้าเดินทางมาไกลขนาดนี้แล้วก็ยังไม่เห็นปลายทาง” จู่ๆ อันหลินก็นึกเรื่องนี้ออก จึงอดพูดไม่ได้
โคโค่สตีฟเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ทุ่งหญ้าสีม่วงกว้างทีเดียว หากคำนวณความเร็วของเจ้ากับตำแหน่งเมื่อครู่แล้ว คงราวๆ อีกสามชั่วยามกระมัง…”
“ไกลขนาดนี้เลยหรือ” อันหลินอุทาน
“เจ้าอยากไปเขาหยกขาวหรือ ทำไมไม่บอกข้าล่ะ ข้าพาเจ้าเดินทางโดยการข้ามมิติได้ ครึ่งชั่วยามไม่ถึงก็ถึงที่หมายแล้ว” โคโค่สตีฟพูดอย่างฉงนใจ
อันหลิน “…”
คำถามของโคโค่สตีฟคมกริบ อันหลินกลับพูดไม่ออก
“เพราะว่าข้าโง่” สุดท้ายอันหลินก็เลือกจะตอบ
ด้วยเหตุนี้โคโค่สตีฟจึงเปิดประตูมิติ มือหนึ่งจูงอันหลิน อีกมือจูงเสวี่ยจ่านเทียนแล้วก้าวเข้าไปในประตูมิติ
…
เขาหยกขาวเป็นเทือกเขาสีขาวที่ทอดตัวยาวเหยียด ปกคลุมด้วยหยกสีขาวหนึ่งชั้น
พวกมันส่องแสงสว่างบางๆ ภายใต้แสงดาวเต็มนภาลัย ทำให้สภาพแวดล้อมที่สงบเงียบทอกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์
รอยแยกสีดำแหวกออกกลางอากาศ หญิงสาวที่มีขาเรียวระหงเดินออกมา มือหิ้วเสวี่ยจ่านเทียนที่น้ำลายฟูมปากกับอันหลินที่วิงเวียนศีรษะ
“นี่ พวกเจ้าไหวไหมเนี่ย แค่ครึ่งชั่วยามก็เวียนหัวขนาดนี้แล้วหรือ” โคโค่สตีฟพูดอย่างอ่อนใจ
อันหลินนวดหว่างคิ้วบ่นอุบว่า “ทั้งๆ ที่พลขับอย่างเจ้าข้ามมิติไม่คล่องแท้ๆ ยังจะมาโบ้ยความผิดให้ข้าอีก”
“นั่นสิ! ชายชาตรีควรจะก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ไหนเล่าจะเหมือนเจ้า เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา แถมยังหยุดกะทันหัน เดินหน้ากะทันหัน…ไม่นิ่งเลยสักวินาทีเดียว!” เ เสวี่ยจ่านเทียนนอนคว่ำบนศีรษะของอันหลิน สีหน้าอิดโรย
โคโค่สตีฟกลอกตา “บ้านนอก เจ้าคิดว่าสามารถข้ามมิติได้ด้วยการใช้พลังกายเหมือนการเคลื่อนย้ายของค่ายกลมิติหรือ ข้างในนี้มีสิ่งที่ต้องระวังเยอะแยะไปหมด”
นางคร้านจะอธิบาย แต่กวาดสายตามองทั่ว พลังจิตแผ่ขยายออกไปอย่างบ้าคลั่ง
สิ่งที่เร่งด่วนตอนนี้คือหาผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองให้ไวที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งเลือดที่โอชารสนั่น!
ทันใดนั้นนางก็ชะงักงัน เบนสายตามองทางอื่น มุมปากยกขึ้นน้อยๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มมีเสน่ห์
อันหลินเห็นดังนั้นก็รู้แล้วว่ามีเรื่องสนุก จึงถามอย่างร้อนรนว่า “เจออะไรหรือ”
โคโค่สตีฟยื่นนิ้วชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมีเลศนัย “ข้าพบกลิ่นอายเผ่าพันธุ์เดียวกันทางด้านนั้น อืม…กลิ่นอายของผีดูดเลือด”
พออันหลินได้ฟังก็เข้าใจ
เขาพยักหน้าพูดว่า “ไป พวกเราไปดูทางนั้นกันหน่อย!”
เขาสวมชุดลวงดาราแล้วอุ้มเสวี่ยจ่านเทียนตามหลังโคโค่สตีฟ
โคโค่สตีฟก็ใช้เคล็ดวิชาอำพรางกายและพลังปราณด้วยเช่นกัน เหาะเหินไปข้างหน้า
เมื่อเข้าไปใกล้เรื่อยๆ อันหลินก็เห็นภูมิประเทศที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ในเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหยกขาวมีเขาลูกหนึ่งที่ตีนเขาแคบ ยอดเขากว้าง ไม่ลาดชันมากนัก ทอดมองไกลๆ เหมือนเสาต้นใหญ่
เขาลูกนี้คล้ายว่าจะมีแสงทองอ่อนๆ สาดออกมา ทำให้เขาระแวดระวังขึ้นมา
ชัดเจนมากว่ามันเป็นแถบที่ผิดปกติ
หยกร่างมนุษย์สูงสิบจั้งห้าห้าร่างยืนตระหง่านยอดเขาเป็นกระบวนทัพวงกลม ไม่มีพลังชีวิต แต่กลับให้ความรู้สึกที่อันตรายอย่างยิ่ง
อันหลินกวาดสายตารอบๆ ภูเขาแล้วพบสามร่างกำลังยืนเป็นรูปสามเหลี่ยม
เขามองบุคคลทั้งสามแวบหนึ่ง คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มผมสั้นสีทอง รูปร่างค่อนข้างผอมบาง หน้าตาหล่อเหลา
ชายคนนี้มีนัยน์ตาสีเลือด เอกลักษณ์ชัดเจนมาก เป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดอย่างไม่ต้องสงสัย
อีกคนเป็นชายหนุ่มที่เขามังกรที่หัว หน้าตาธรรมดาโบกพัดสีขาว นั่นคงจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าจากวังมังกรทะเลบูรพา ถึงอย่างไรก็ยังเป็นพันธมิตรกับอันหลิน
และมีสัตว์ตัวสุดท้ายเป็นปลาฉลามขนาดสามจั้งที่มีฟองน้ำวงกลมห่อหุ้ม ด้านหลังของปลาฉลามตัวนี้ปีกสีดำ ครีบยกระดับเป็นกรงเล็บสีดำ ข้างหนึ่งกำประคำสีน้ำเงิน อีกข้างเป็นกระแสน้ ำสีดำ คิดว่ามันน่าจะมาจากกลุ่มอิทธิพลมารทะเลตะวันตก
อันหลินเห็นว่าทั้งสามมาจากคนละกลุ่มอิทธิพลกัน อีกอย่างดูเหมือนว่ากลุ่มอิทธิพลทั้งหมดจะเป็นปรปักษ์กับสองกลุ่มอิทธิพลที่เหลือ…พอเป็นแบบนี้ ความสัมพันธ์รักสามเศร้าของผู้ยิ่ งใหญ่ทั้งสามก็มั่นคงมากทีเดียว สู้กันไม่ได้
“หึๆ…”
จู่ๆ อันหลินก็หัวเราะอย่างลำพองใจ
ตอนนี้น่ะหรือ…ความสัมพันธ์ต้องเปลี่ยนแปลงหน่อยแล้ว เพราะฉันมาแล้ว…