ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 544 ปลุกลูกทีม
อันหลินไม่รู้ว่าชิ้นส่วนสีขาวที่ลอยกลางอากาศคืออะไร แต่มองจากลักษณะก็รู้แล้วว่าชิ้นส่วนนั่นไม่ธรรมดาแน่ๆ
เขากำลังจะลุกขึ้นแล้วดูแลรักษาของสิ่งนั้นให้ดี กลับต้องพบว่าร่างกายของตัวเองถูกกิ่งไม้สีดำที่พิเศษชนิดหนึ่งพันธนาการ กระดิกกระเดี้ยไม่ได้เลยสักนิด
“แย่แล้ว มันอะไรกันน่ะ ทำไมไม่มีแรงเลยสักนิด…”
อันหลินออกแรงขยับเขยื้อน กลับพบว่าไม่มีแรงเลยแม้แต่นิด แม้แต่พลังปราณก็ใช้งานไม่ได้
กิ่งไม้สีดำที่พันรอบกาย และมีหนวดเส้นหนายื่นออกมาข้างนอกเชื่อมต่อกับด้านบนของชิ้นส่วนสีขาว แทรกซึมลงไปในก้อนหินสีดำก้อนหนึ่ง
เสร็จกัน นี่ต้องทำพิธีกรรมชั่วร้ายอะไรบางอย่างแน่…
อันหลินจินตนาการภาพที่ตัวเองกลายเป็นเครื่องเซ่น เลือดถูกดูดจนแห้ง กลายเป็นศพกรังในหัวแล้ว
เขาเบนสายตามองข้างกาย เห็นโคโค่สตีฟ ไมรอนกับเสวี่ยจ่านเทียนก็ถูกกิ่งสีดำพันธนาการเช่นกัน ซ้ำยังไม่ตื่น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มหวานเยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเข้าไปอยู่ในดินแดนมายาอันสวยงามแล้วเช่นกัน
นอกจากพวกเขาแล้ว อันหลินยังเห็นคนอีกสามคน
ชายผมสั้นสีทองใบหน้าหล่อเหลาที่มีปีกขาวผ่องด้านหลัง สวมห่วงสีทองไว้ที่คอ ชายที่มีมือสีแดงฉานสวมชุดสีดำ รูปร่างกำยำ ผมเกรียนสีทอง และมีผู้หญิงที่กายท่อนล่างเป็นหางปลาสีน้ำเงินสวมชุดสีน้ำเงิน รูปโฉมงามล่มแคว้นแดนสรวง แม้จะหลับตาพริ้มแต่ก็ชวนให้ใจสั่นไหว
อันหลินขบคิด ชายผมสั้นสีทองน่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เผ่าปีกปัณฑูร หญิงที่เหมือนเงือกคนนั้นก็คงจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์เงือกทะเลตะวันตก
ส่วนผู้ชายผมเกรียนสีทองคนนั้น…หึๆ ๆ…ต่อไปต้องกลายเป็นคนของเรา!
ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในห้วงนิทราเช่นกัน มองจากตอนนี้แล้ว อันหลินเป็นคนเดียวที่ตื่นน่ะสิ!
“เป็นอย่างที่คาด เราแข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี…”
จู่ๆ อันหลินก็ถอนหายใจ ในความไร้พ่ายเจือความโดดเดี่ยว
แต่ทว่าแข็งแกร่งแล้วมีประโยชน์อะไร ก็ดิ้นไม่หลุดจากกิ่งไม้นี่อยู่ดี
อันหลินไม่คิดว่าตาแก่ชุดแดงที่ดูเหมือนตัวประกอบจะกลายเป็นบอสที่น่ากลัวที่สุด จับกุมตัวผู้ยิ่งใหญ่มากมายปานนี้เงียบๆ โดยไม่มีสาเหตุทั้งอย่างนี้…
พวกเขากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
อันหลินคิดว่ามันไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือรีบไปจากที่นี่
“นี่! เสี่ยวเทียน รีบตื่นเร็วเข้า!”
อันหลินไม่กล้าตะโกนเสียงดัง ทำได้แค่ขานเรียกเบาๆ ไม่หยุด
“เสี่ยวเข่อ! เสี่ยวไม่! รีบตื่นเร็ว!”
“โคโค่สตีฟ ไมรอน! เลิกนอนได้แล้ว รีบตื่นเร็ว!”
คนที่นอนหลับสามารถปลุกได้ แต่คนที่ตกอยู่ในห้วงมายาจะตื่นง่ายดายขนาดนั้นได้อย่างไร
หลังอันหลินลองอยู่สองหนก็เลิกใช้วิธีนี้ เปลี่ยนไปใช้อีกวิธีหนึ่งแทน
“โคโค่สตีฟ ไมรอน! ข้าตั้งใจว่าจะมอบเลือดศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเจ้าคนละครึ่งกิโลกรัม!” อันหลินตะโกนเสียงดัง
ครืน
เสียงเหมือนฟ้าคำรามบนพื้นราบทำให้ร่างกายของทั้งสองสั่นสะท้านทันใด
คนที่อยู่ในห้วงความฝัน จิตสำนึกรู้จะไปอยู่ในมิติบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้น แต่มันไม่ได้แปลว่าอวัยวะของพวกเขาจะรับข้อมูลจากภายนอกไม่ได้ หากว่าแรงกระตุ้นของข้อมูลสูงพอ อาจจะส่งผลต่อจิตสำนึกรู้ของพวกเขาได้จริงๆ
เป็นดังที่คาดไว้ ทั้งสองส่อเค้าว่าจะฟื้นแล้ว
“รีบลุกขึ้นเร็วเข้า ให้เวลาพวกเจ้าสามวินาที ถ้าหมดเวลาจะไม่ได้เลือดครึ่งกิโลกรัม!” อันหลินกระตุ้นต่อ
โคโค่สตีฟขมวดคิ้วมุ่น ขยับริมฝีปากเล็กน้อย “อย่า…นายท่าน...ข้าจะกินท่านเสีย!”
ไมรอนเลียริมฝีปาก “นายท่านอย่าหนี…ให้…ให้ข้าดูดเลือดก่อน...”
มุมปากของอันหลินกระตุกยิกๆ เขามีทาสแบบไหนกันแน่นะ
“ฮ่าๆ ๆ…อันหลิน…ในที่สุดข้าก็ฆ่าเจ้าได้สำเร็จแล้ว…” จู่ๆ เสวี่ยจ่านเทียนหัวเราะลั่น
อันหลินงุนงง เหมือนเขาจะได้ยินอะไรที่ไม่ธรรมดาเข้าแล้ว
ทำไมเสวี่ยจ่านเทียนก็อยากจัดการเขา แถมยังอยากฆ่าเขาด้วย…
นี่เป็นสัตว์เลี้ยงปลอมหรือเปล่า!
โคโค่สตีฟกับไมรอนสะลึมสะลือลืมตาขึ้น ใบหน้ามีความมึนงง
โคโค่สตีฟได้สติ ใบหน้าฉายความหวาดกลัว “กลับมาแล้วหรือ น่ากลัวเหลือเกิน! ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นห้วงมายา แต่ก็อดเสวยสุขไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะข้าได้ยินเสียงรางๆ ข้าอาจจะไม่ตื่นแล้วก็ได้…”
“ข้าก็ด้วย” ไมรอนก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน
โคโค่สตีฟมองอันหลินด้วยแววตาสุกใส “นายท่าน เหมือนเมื่อครู่ข้าจะได้ยินว่าท่านบอกพวกเราว่าจะมอบเลือดให้ครึ่งกิโลกรัม…”
“ข้าก็ด้วย” ไมรอนพยักหน้าเห็นด้วย มองอันหลินด้วยแววตากระหาย
อันหลินหัวเราะเหอะๆ “มันเป็นเสียงของห้วงมายา ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย!”
โคโค่สตีฟเบะปาก “เสียงของห้วงมายาหรือ ห้วงมายาเป็นบ้าหรือ ถึงเป็นฝ่ายใช้เสียงแบบนี้มากระตุ้นให้ข้าตื่น”
“ห้วงมายาอาจจะเสียสติไปแล้วจริงๆ คนข้างในยังบอกให้ข้าจากไปเลย…” อันหลินเบะปาก
ประโยคนี้ของเขาน่ะเป็นเรื่องจริง สวีเสี่ยวหลานในห้วงมายาเหมือนกับทำผิดกฎอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เขาในห้วงมายาได้สติ ทำให้เขาไม่อาลัยอาวรณ์ พยายามกลับมายังโลกของตัวเอง
แม้เขาจะพูดเต็มปากเต็มคำว่านั่นเป็นห้วงมายา แต่ความรู้สึกสมจริงแบบนั้นกลับทำให้เขาเชื่อจากก้นบึ้งของหัวใจว่า บางทีอาจมีโลกสักใบที่มีความเป็นไปได้ที่สวยงามแบบนี้อยู่จริง…
อันหลินเลือกจะเบี้ยว โคโค่สตีฟกับไมรอนก็จนปัญญา เพราะสิ่งที่ได้ยินในห้วงมายายืนยันไม่ได้จริงๆ อีกอย่างพวกเขาก็ต้องขอบคุณเสียงนั่นที่ทำให้ทลายห้วงมายาได้
ในตอนนั้นเอง เสวี่ยจ่านเทียนก็ลืมดวงตาที่กลมโตขึ้นแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “โชคดีเหลือเกิน ช่างน่ายินดี ข้าทำได้แล้ว!”
“เจ้าทำอะไรได้” อันหลินถามด้วยสีหน้าระอาใจ
เสวี่ยจ่านเทียนไม่ได้ตื่นเพราะคำพูดของเขา
เห็นได้ชัดเจนว่าทลายห้วงมายาด้วยความสามารถของตัวเอง
เสวี่ยจ่านเทียนเห็นอันหลินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มกระดากอาย ดวงตาที่มองอันหลินก็กะพริบปริบๆ ทำท่าออดอ้อน “แหะๆ…นายท่าน ไม่มีอะไร ข้าหมายความว่า…ข้าทลายห้วงมายาได้แล้ว!”
“ทำไมข้าถึงได้ยินเจ้าพูดว่าจะฆ่าข้าล่ะ ดีใจขนาดนี้คงฆ่าข้าได้สำเร็จแล้วล่ะสิ” อันหลินพูดพลางยิ้มเสแสร้ง
เสวี่ยจ่านเทียนได้ฟังก็สะดุ้งโหยง ตะโกนเสียงดังลั่นว่า “เข้าใจผิดแล้ว! หิมะลอยล่องเดือนหก![1] ข้ารู้ว่านายท่านที่อยู่ข้างในเป็นตัวปลอมถึงได้ตัดสินใจฆ่าท่านน่ะสิ เจ้าคนชั้นต่ำที่อาจหาญสวมรอยเป็นนายท่านมีความผิดล้วนสมควรตาย…”
อันหลินกลอกตา คร้านจะสนใจการร้องเรียนความบริสุทธิ์ของลูกหิมะนี่
บัญชีแค้นนี้…ออกไปแล้วค่อยว่ากัน!
“ตอนนี้พวกเราถูกจองจำที่นี่ เรามาช่วยกันคิดหาวิธีกันเถอะ!” อันหลินเห็นลูกทีมทุกคนฟื้นกันหมดแล้วเลยโพล่งขึ้นมา
โคโค่สตีฟกับไมรอนกลับไม่ตอบสนอง แต่มองชิ้นส่วนสีขาวตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
“พวกเจ้าก็คิดเหมือนกันใช่ไหมว่าเจ้านี่ไม่ธรรมดา ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!” อันหลินคิดว่าพวกเขาสายตาเฉียบแหลมมาก
“ไม่ใช่แค่ไม่ธรรมดาหรอกนะ…” ไมรอนพึมพำ
“นี่แหละชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดน!” โคโค่สตีฟกลืนน้ำลายเอื๊อก ทำท่าเหมือนกับจะพุ่งออกไปแล้ว
อันหลินงงเป็นไก่ตาแตก
คุณพระ! ที่แท้นี่ก็คือชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนเองเหรอเนี่ย!
[1] หิมะลอยล่องเดือนหก หมายถึง ถูกใส่ร้ายป้ายสี