ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 554 ก้มหัวแก่กลุ่มอิทธิพลบรรพกาลที่น่ากลัว
- Home
- ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม
- ตอนที่ 554 ก้มหัวแก่กลุ่มอิทธิพลบรรพกาลที่น่ากลัว
แสงทองกะพริบแปลบปลาบ อันหลินหายไปจากที่เดิมแล้วปรากฏกายไกลออกไปพันเมตร
ความสามารถพาคนหายตัวของทีน่ายังคงใช้ได้ดีเหมือนเดิม อันหลินใช้คันฉ่องวิหคชาดกับวิชาจิตละโมบเล่นงานมังกรดำโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
เขาตะโกนบอกพวกโคโค่สตีฟทันทีว่า “รีบโจมตีมังกรดำ พลังป้องกันอันแก่กล้าของมันถูกข้าชิงไปแล้ว ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดี!”
สีหน้าของโคโค่สตีฟกับไมรอนต่างก็เปลี่ยนไป ชิงพลังป้องกันของมังกรดำไปด้วยหรือ สมกับเป็นท่านผู้สูงศักดิ์!
มีอาคิดว่าคำพูดของอันหลินเหลวไหลเกินไปแล้ว แต่พอนางเห็นเกล็ดบนผิวมังกรดำหม่นหมองลงไปก็จำต้องเชื่อว่า มังกรดำตัวนี้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
หมัดใหญ่สีดำแหวกปุยเมฆพุ่งลงมาจากฟ้า
ทาเบอร์ที่ถูกหางมังกรสะบัดกระเด็นย้อนกลับมาพร้อมกับแรงหมัดที่ยิ่งใหญ่มุ่งลงไปหามังกรสีดำทันที
หมัดนี้ซัดศีรษะของมังกรดำทำให้ร่างของมันกระแทกพสุธา ขณะเดียวกันก็มีเลือดสีแดงพ่นออกจากปากของมัน อาบพื้นเป็นสีแดง
พวกมีอากับโคโค่สตีฟเห็นภาพฉากนี้ต่างก็ตกตะลึง ได้ผลจริงๆ ด้วย!
ในเวลานี้ทุกคนไม่ยั้งมืออีก ค่ายกลวารีสีน้ำเงินพวยพุ่งขึ้นฟ้า ปีศาจโลหิตก่อตัวอีกครั้ง ลำแสงสีเลือดที่คมกริบเฉือนฟ้าดินแยกปรากฏพร้อมกัน สถานการณ์รบพลิกผันในพริบตา!
ส่วนอันหลินยังคงนั่งชมศึกอยู่บนก้อนอิฐอยู่ไหลๆ อย่างนิ่งสงบ
เตาเย่ที่คอยลอบสังเกตการณ์อยู่อีกมุมเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจ
นี่สิอันหลินตัวจริง! ทำให้มังกรดำที่ยิ่งใหญ่ตัวหนึ่งตกที่นั่งลำบากอย่างง่ายดาย มันใช่สิ่งที่ระดับแปลงจิตจะทำได้หรือ หากระดับแปลงจิตทั่วไปประจันกับสิ่งมีชีวิตระดับนี้ เกรงว่าคงตกใจจนแข้งขาอ่อนแรงแล้ว ส่วนเขาน่ะหรือ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปร ใบหน้าผ่อนคลายไม่ยี่หระ!
จิตใจที่มั่นคง ความสามารถที่สุดแท้หยั่งถึง…
ถึงว่าราชันอ้านเย่ตายด้วยน้ำมือของเขา ราชันเยว่เย่ตกอยู่ในอันตรายแล้วเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูระดับนี้!
ตอนนี้เตาเย่ไม่มีความกล้าจะสู้กับอันหลินซึ่งๆ หน้าอีกต่อไปแล้ว เขาคิดว่าตนซ่อนตัวอยู่อย่างนี้ต่อไปดีกว่า แบบนี้ถึงจะรอดชีวิต จากนั้น…ถ้าออกไปต้องเตือนราชันเยว่เย่ให้ได้!
ประมือกับบุคคลระดับนี้ ความอันตรายต้องน่ากลัวอย่างใหญ่หลวงแน่นอน!
มังกรดำถูกรุมสกรัมอย่างต่อเนื่อง มีเลือดสีแดงซึมออกจากเกล็ดมังกร สภาพย่ำแย่เหลือทน
ขณะที่ทุกคนนึกว่ามันจะถูกผลัดกันโจมตีจนตายไปเช่นนี้ จู่ๆ เกล็ดมังกรทั้งตัวของมันก็แผ่ออก ดวงตาเปล่งแสงสีดำโชติช่วงประหนึ่งดวงตะวันสีแดงฉาน พลังปราณพุ่งทะยานทันใด
กรรซ์
ร่างของมันขยับเป็นวงกลมทันที พลังงานที่น่ากลัวทำให้มิติบิดเบี้ยวเป็นรูปก้นหอย ทุกคนที่อยู่ภายในรัศมีถูกการตอบโต้ที่รุนแรงนี้สะเทือนจนอวัยวะภายในได้รับความเสียหาย ถอยหลังกันระนาว
มังกรดำเองก็กระโจนใส่อันหลินทันทีเช่นกัน!
ใช่แล้ว เป้าหมายของมันในตอนนี้คืออันหลิน! การป้องกันของมันทลายล้วนเป็นเพราะอันหลิน จำต้องสังหารอันหลินเท่านั้นสถานการณ์นี้จึงจะคลี่คลาย!
ทีน่าเห็นดังนั้นก็เสกโล่คุ้มกันทันใด
แต่อันหลินห้ามนางไว้ “เจ้ารีบไปจากที่นี่ ตอนนี้ข้าไร้พ่าย!”
ทีน่าเชื่อฟังคำพูดของอันหลินตามสัญชาตญาณ รีบหายตัวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
อันหลินกลับพุ่งไปหามังกรดำที่กระโจนเข้ามาโดยตรง ร่างนั้นเมื่อเทียบกับมังกรดำตัวมหึมาแล้วช่างเล็กกระจ้อยเหลือเกิน แต่ร่างที่ไร้ความหวาดกลัวนั่นช่างสะดุดตาเหลือเกินในสายตาของทุกคน
“หมัดสะเทือนขุน…”
ผลัวะ
อันหลินยังพูดไม่ทันจบ ร่างกายก็ถูกกรงเล็บที่แหลมคมตะปบจนร่วงลงพสุธา
มังกรดำไม่มีทางปรานี อานุภาพของกรงเล็บนี้น่ากลัวยิ่งนัก ฉีกมิติให้เกิดรอยแยกสีดำ คลื่นลูกหลงทำให้ธรณีเกิดเป็นหลุมใหญ่ราวกับเป็นเหวลึก
แต่ทว่าอึดใจต่อมา อันหลินก็พุ่งขึ้นฟ้าอีกครั้งแล้วหัวเราะร่ากับมังกรดำ “เจ้าดำ การโจมตีของเจ้าไม่ระคายเคืองเลยสักนิด ออกแรงหน่อยได้ไหม”
พวกโคโค่สตีฟที่รีบรุดมาช่วยเหลือต่างก็ตกใจเมื่อเห็นท่าทางของอันหลิน มังกรดำงุนงงยิ่งกว่า “ทำไมเป็นแบบนี้…”
กรรซ์
จู่ๆ มันก็พ่นลมหายใจแห่งมังกรใส่อันหลิน เปลวเพลิงสีดำแผดเผามิติ วาดเส้นโคจรเปลวไฟสีดำที่ไม่เห็นปลายทางบนท้องนภา
อันหลินไม่หลบไม่หลีก ยืนเท้าเอวอยู่บนก้อนอิฐ
ร่างกายเขาถูกเปลวเพลิงที่น่ากลัวโจมตีจนถอยหลังไปร่วมพันเมตร แต่ยังคงยืนตระหง่านอย่างสุขกายสบายดี
“ถุย! เจ้าพ่นน้ำลายหรือเปลวไฟกันน่ะ ไม่ร้อนเลยสักนิด!” อันหลินทำหน้าดูแคลน
มังกรดำ “…”
บัดนี้เซียวเจ๋องงงวย ทำไมการป้องกันของมนุษย์คนนี้เหนือกว่ามันเสียอีก...
“ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม ฉวยโอกาสเอาชีวิตมันตอนนี้มันอ่อนแอสิ!”
อันหลินตะโกนใส่พวกโคโค่สตีฟที่อึ้งงัน
เขาชิงพรสวรรค์ที่ขวางกันพลังทุกสรรพสิ่งของมังกรดำไป เวลาของพรสวรรค์นั่นมีจำกัดเพียงสิบนาที… จะให้มังกรดำรู้เรื่องเวลาไม่ได้ ตอนนี้ทำได้เพียงภาวนาให้กองทัพของเขาเอาชนะมังกรดำได้ในสิบนาที
พวกโคโค่สตีฟถึงได้ตื่นจากภวังค์ของความตะลึงที่เกิดจากอันหลินแล้วปิดล้อมมังกรดำอีกครั้ง
เมื่อมังกรดำเห็นผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าหลายคนพุ่งเข้ามาก็สิ้นแล้วซึ่งความฮึกเหิม สังหารบุคคลที่เป็นศูนย์กลางไม่ได้ แถมการป้องกันที่ภูมิใจที่สุดก็ยังถูกขโมยไป ขืนยังรบต่อไปผู้แพ้ต้องเป็นมันแน่
พิลึกเหลือเกิน พิลึกเกินไปแล้วจริงๆ…
ไม่คิดเลยว่าจะถูกนักพรตมนุษย์ระดับแปลงจิตรังแก…
เซียวเจ๋อจ้องอันหลินแวบหนึ่งราวกับว่าจะจดจำเอกลักษณ์ทั้งหมดของเขาไว้ในสมอง
“แค้นนี้เซียวเจ๋อผู้นี้จะเอาคืนเป็นเท่าทวีในวันหน้าแน่นอน!”
มังกรดำอ้าปากคำรามใส่อันหลินอย่างโกรธกริ้ว สุ้มเสียงแฝงด้วยเดชมังกรในสายเลือดของมัน เพียงอ้าปากคลื่นเสียงของมังกรดำก็ม้วนตัวไปหาอันหลินด้วยอานุภาพอันน่ากลัวยิ่ง
มันไม่หวังว่ากระบวนท่านี้จะเกิดความเสียหายกับอันหลิน แต่จะกำราบอันหลินด้วยความน่าเกรงขามให้ได้!
อันหลินก็ไม่คิดจะหลบ เขาได้ยินเสียงมานักต่อนักแล้ว ตอนนี้มีพลังป้องกันสรรพสิ่ง ไม่มีความจำเป็นต้องหลบเลย
แต่เหตุไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นในเวลานี้ แหวนมิติที่ส่องแสงสีเหลืองเบาบางบนนิ้วมือสั่นระริกขึ้นมาราวกับว่าถูกบางอย่างกระตุ้นเข้า
จากนั้นเจตจำนงอันยิ่งใหญ่มหาศาลในจิตของอันหลินก็ทะลักออกมาโดยพลัน ทำให้พยับเมฆบนท้องนภาสลายตัว ร่างมายาของมังกรดำตัวหนึ่งปรากฏตัวใต้ผืนฟ้า นั่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีร่างสูงใหญ่เหนือคำบรรยาย ปรากฏกายของมันทำให้ดวงดาราหม่นหมอง ดุจแสงทองในดวงตาเป็นสีสันเดียวในดินแดนนี้
อานุภาพอันโหดร้ายมหาศาลแผ่คลุมไปทั่วทั้งเกาะประหนึ่งว่าขอแค่มันดีดนิ้วเบาๆ ทั้งเกาะจะกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างสิ้นเชิง
“เจ้าน่ะหรือที่สำแดงเดชต่อข้า”
ภาพมายามังกรดำมีวาจาสิทธิ์ ทุกถ้อยคำล้วนเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีธรรมชาติ ชวนให้จิตใจสั่นสะท้าน
หลังเซียวเจ๋อเห็นภาพมายามังกรสีดำก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ตกใจจนทรุดตัวลงกับพื้น คำนับไม่หยุด “ผู้อาวุโส ข้ามีตาหามีแววไม่ ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินท่าน โปรดให้อภัยข้าด้วยเถอะ!”
เป็นมังกรดำเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเซียวเจ๋อเทียบกับสิ่งมีชีวิตที่มโหฬารปานนั้นก็เป็นความแตกต่างเหมือนมังกรยักษ์กับไส้เดือน คนละระดับอย่างสิ้นเชิง มันตกใจจนงุนงงไปหมด ทำได้เพียงคำนับขอให้อภัยไม่หยุด
ภาพมายามังกรดำไม่พูดไม่จา ร่างกายค่อยๆ เลือนหายไป
จิตของอันหลินปวดแปลบขึ้นมาทันที ดุจเป็นผลข้างเคียงของการเรียกเจตจำนงนั้นออกมา
ดวงดาราบนนภาลัยปรากฏอีกครั้ง ทุกคนกลับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ยังตกอยู่ในภวังค์ของเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
อันหลินก็ไม่คิดเช่นกันว่าแหวนมิติที่หยางหยวนให้เขาตอนนั้นจะปล่อยพลังของมันในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เซียวเจ๋อที่งงงัน แม้แต่คนที่เหลือเองก็ตกใจไม่น้อยเลย ตอนนั้นไม่มีผู้ใดกล้าพูดจาด้วยกลัวว่าจะตายด้วยน้ำมือของสิ่งนั้น
เซียวเจ๋อเห็นมังกรดำหายไปก็ปาดเหงื่อด้วยความหวาดหวั่น มองอันหลินอย่างซาบซึ้งใจแล้วคำนับ “ขอบคุณความเมตตาของผู้อาวุโส!”
อันหลิน “…”