ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 555 ขุมทรัพย์ถ้ำผา
อันหลินมองมังกรดำที่คำนับขอบคุณ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
เซียวเจ๋อคิดว่าเขาเป็นมังกรดำที่ยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นตนนั้นเหรอ
ก็ไม่แปลกที่เซียวเจ๋อจะคิดแบบนี้ อันหลินได้ผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่ากลุ่มหนึ่งมาทำงานให้ตนด้วยระดับแปลงจิต แถมยังชิงพลังป้องกันตัวของมันไปอีกด้วย…วิธีการโจมตีที่น่ากลัวเช่นนี้นักพรตแปลงจิตจะทำได้หรือ! คิดอย่างไรก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งปลอมตัวมา!
จนกระทั่งภาพมายามังกรดำปรากฏกายใต้ท้องฟ้ายามราตรี ความคิดของเซียวเจ๋อจึงได้รับการยืนยัน และยังน่ากลัวกว่าที่มันจินตนาการไว้หลายเท่าตัว ทำให้มันไม่กล้าคิดจะต่อต้านอีก...
พูดให้ถูกก็คือ เซียวเจ๋อตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว
“รีบลุกขึ้นเถอะ ข้าเพียงอยากเข้าไปเอาอะไรในถ้ำหน่อยก็เท่านั้น” อันหลินโบกมือ ท่าทางสบายๆ
“ไม่เป็นไรๆ ผู้อาวุโสต้องการสิ่งใดก็เอาไปได้เลย!” มังกรดำทำท่าเชื่อง หนวดมังกรข้างจมูกเคลื่อนไหวอย่างเบาหวิว ผูกมิตรเต็มที่
“อืม…” อันหลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “รู้ความนัก! เอาอย่างนี้ อีกสามนาทีข้าจะคืนพรสวรรค์ป้องกันตัวที่เจ้าภาคภูมิใจให้”
พอเซียวเจ๋อได้ฟังร่างมันกรก็สั่นสะท้าน ซาบซึ้งจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส! ผู้อาวุโสช่างใจกว้างเอื้ออาทร ข้าน้อยซาบซึ้งเหลือเกิน…”
อันหลินส่ายหน้าอย่างผ่อนคลาย “ไม่เป็นไร”
ผลลัพธ์การช่วงชิงของวิชาจิตละโมบอยู่ที่สิบนาที ตอนนี้พอคำนวณเวลาดูแล้ว จะสิ้นประสิทธิภาพในอีกสามนาทีพอดี…หึๆ เราช่างฉลาดจริงๆ!
บัดนี้เตาเย่ที่ลอบสังเกตการณ์อยู่อีกมุมเหงื่อกาฬผุดขึ้น สองขาเริ่มอ่อนเปลี้ย
ความน่ากลัวของอันหลินสร้างมุมมองใหม่ให้เขาอีกครั้ง หากราชาเยว่เย่ปะทะกับบุคคลระดับนี้ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย! ไม่ได้การ...เขาตัดสินใจแล้วว่ากลับไปต้องห้ามปรามไม่ให้เยว่เย่ทำอะไรโง่ๆ เด็ดขาด!
เสวี่ยจ่านเทียนมองอันหลินด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ร้อนรุ่มอย่างยิ่ง นี่สิเจ้านายของมัน บุคคลยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เจ้าแห่งดวงดารา! ต้องมีสักวันที่นายท่านจะพามันย่ำปฐพีให้แหลกลาญ!
เขตเทพโบราณ แดนโบราณบรรพกาล
พระอาทิตย์สองดวงบนท้องนภาหม่นแสงลงนิดหน่อย หันเหไปทางหนึ่งเล็กน้อย
“เอ๊ะ นี่มันต้นฤดูเหมันต์หรือ ไม่…ไม่ใช่…แค่จิตเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น…”
หลังสิ้นเสียงที่เลือนรางจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พระอาทิตย์บนท้องฟ้าก็กลับมาสว่างเช่นเดิม โคจรรอบแดนโบราณที่พังทลายผืนนี้ต่อไป
สามนาทีต่อมา ร่างมังกรที่โชกเลือดของเซียวเจ๋อก็ส่องแสงประหนึ่งโลหะขึ้นมาทันที
มันสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างคืนกลับมาแล้ว!
บาดแผลกำลังสมานอย่างรวดเร็ว เกล็ดมังกรที่แวววาวดุจโลหะขยับ สิ่งสกปรกที่เปรอะเปื้อนผิวหนังล้วนถูกสะเทือนกระเด็น
เซียวเจ๋อมองอันหลินด้วยความตื้นตันอีกครั้ง เคารพปานเทพเจ้า
อันหลินพยักหน้าให้เซียวเจ๋อนิดหน่อยแล้วไม่มองมันอีก เหาะตรงเข้าไปในถ้ำหินสีขาว
พวกโคโค่สตีฟชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะได้สติ เริ่มตามหลังอันหลินไป
เดิมทีหลังกำราบมังกรดำสำเร็จมีอาก็ถือว่าปฏิบัติตามคำสัญญาแล้ว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด นางก็ยังเลือกตามหลังทุกคนอยู่ดี สะกดกลั้นความหวาดหวั่นและความสงสัยในใจไม่ได้จริงๆ
อันหลินไม่รังเกียจที่มีคนคนนี้คอยติดตาม นางให้คำสัตย์ต่อเจ้าแห่งมารแล้วว่าจะไม่ทำร้ายมนุษย์และสมาชิกทีมของอันหลิน หากว่ามีความคิดจะตระบัดสัตย์รากฐานแห่งมรรคาจะพังทลาย สิ่งที่ต้องสูญเสียนั้นมีอารับไม่ได้แน่นอน
ทาเบอร์มองอันหลินด้วยความคลั่งไคล้แล้วถามอย่างสงสัยว่า “ท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านเป็นมังกรหรือมีสายเลือดมังกรหรือ”
อันหลินยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบโดยตรง เพียงแค่พูดว่า “ข้าเป็นมนุษย์”
อ้อ ที่แท้ก็มีสายเลือดมังกรที่ยิ่งใหญ่นี่เอง ทาเบอร์กระจ่างแจ้ง คิดว่าตนเข้าใจแล้ว
“เมื่อครู่ขอบคุณเจ้าที่ช่วยข้า” เสียงที่อ่อนหวานจับขั้วหัวใจดังขึ้น
อันหลินหันหลังแล้วเห็นดวงตาที่สุกใสของโคโค่สตีฟกำลังมองตนอย่างน้ำตาคลอหน่วย มีความชื่นชมและซาบซึ้ง และมีความเขินอายอยู่รางๆ ด้วยงั้นเหรอ
หลังสายตาของนางกับอันหลินประสานกันก็หลบสายตาเล็กน้อย เม้มริมฝีปากสีแดงเย้ายวนเบาๆ
นี่เขินจริงๆ เหรอเนี่ย!
อันหลินประหลาดใจ ยอดไปเลย! ในที่สุดก็ไม่ต้องกังวลว่านางจะใช้กำลังกับตัวเองแล้ว
ทุกคนเดินตรงเข้าไปในถ้ำหินสีขาว ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ชายหนุ่มผมสั้นสีดำคนหนึ่งก็วิ่งมาจากข้างหลัง
“ผู้อาวุโส รอข้าด้วย!” ชายหนุ่มคนนั้นหน้าตาหล่อเหลา มีเขามังกรสีดำขลับ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แถมยังเปื้อนเลือด ทว่าใบหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้มที่เป็นมิตรเอาใจ
อันหลินเหลียวหลังมองชายหนุ่มคนนั้น พูดด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ “เจ้าคือ…เซียวเจ๋อหรือ”
ชายหนุ่มพยักหน้าตื่นเต้น “ใช่ ข้าเซียวเจ๋อเอง!”
“เจ้ามาที่นี่ทำไม หรือจะคืนคำ มาขัดขวางข้า” อันหลินเอ่ยยิ้มๆ
“เปล่านะ” เสี่ยวเจ๋อส่ายหน้าพูดจริงจังว่า “ข้ากลัวผู้อาวุโสจะไม่รู้ทาง จึงตั้งใจมานำทางเป็นพิเศษ!”
อันหลิน “… ดีเลย เจ้านำทาง!”
บุกรังคนอื่นแท้ๆ แต่มีคนนำทางด้วย มันสุดยอดไปเลย!
แต่อันหลินก็ไม่ได้เชื่อใจเขาทั้งหมด ตำแหน่งที่ควรค้นก็ต้องค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม จะปล่อยให้รอดไปไม่ได้เลยสักมุมเดียว
ภายในถ้ำหินงดงามไปอีกแบบ ข้างในมีรูปปั้นอสูรที่ไม่รู้ความหมายมากมาย กลางแท่นหินสีขาวมีบ่อน้ำสีดำอยู่บ่อหนึ่ง มันมีฟองเดือดปุดๆ ซ้ำยังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย
“นี่คือน้ำปีศาจไขมังกร เป็นที่อาบน้ำของข้า!” เซียวเจ๋อชี้บ่อน้ำแล้วแนะนำ
อันหลินหวั่นไหวเมื่อเห็น อยากจะห่อกลับไปจังเลย
เมื่อเซียวเจ๋อเห็นแววตาเป็นประกายของอันหลิน ไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสท่านนี้จะสนใจแม้กระทั่งบ่ออาบน้ำของเขา ร่างเล็กสั่นเทา แต่กลับไม่กล้าพูดอะไร
“นี่เป็นถ้ำของเจ้าหรือ” อันหลินถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว แต่ก่อนข้าจะมาที่นี่ก็เป็นถ้ำที่ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเก่าแก่อย่างยิ่งคนหนึ่งทิ้งไว้แล้ว ของบางอย่างแม้แต่ข้าก็ใช้ไม่ได้ ราวกับว่าจำกัดอยู่ในดินแดนผืนนี้” เซียวเจ๋อตอบอย่างไม่ปิดบัง
หากไม่ได้กังวลว่าอันหลินจะระเบิดรังของมันเพื่อสิ่งของละก็ มันไม่มีทางนำทางเด็ดขาด
เขาเดินหน้าต่อไปจนมาถึงหน้าผนังถ้ำที่สลักค่ายกล
เมื่อเสียงครืนครันดังขึ้น ผนังหินก็เริ่มแตกร้าวจากตรงกลาง ก่อนที่ค่ายกลจะปรากฏบนพื้น ม่านแสงเจ็ดสีส่องแสงแปลบปลาบด้านหลังผนังหินที่ปริแตก สุดท้ายเกิดเป็นช่องว่างตรงหน้าทุกคน
เซียวเจ๋อเดินเข้าไปก่อน พวกอันหลินพบว่าละแวกนี้ไม่มีอะไร แต่ในค่ายกลกลับมีคลื่นพลังงานที่รุนแรงอย่างยิ่ง จึงรู้ว่ามังกรดำไม่ได้หลอกลวง ขุมทรัพย์อยู่ในม่านแสงจริงๆ
หลังเข้าไปในม่านแสงแล้ว สิ่งแรกที่เข้าสู่คลองจักษุเป็นหญิงสาวที่ส่องแสงสีทองอร่าม
อันหลิน โคโค่สตีฟและพวกไมรอนต่างก็ตกใจจนสูดหายใจดังเฮือกใหญ่ ตะลึงและอึ้งงัน ราวกับมองเห็นเรื่องราวที่เข้าใจยากเป็นพิเศษอย่างนั้นแหละ
หญิงคนนี้รูปโฉมงดงาม มือเท้าเอวคอดกิ่ว ยกมือขึ้นทำท่าจูบส่ง ร่างกายเปลือยเปล่า มีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบยิ่ง ผิวเนียนกระจ่างใสประหนึ่งผลงานศิลปะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก
แสงทองที่ส่องประกายจากเรือนร่างของนางแทบจะทำให้ทุกคนตาบอดแล้ว!
ใช่แล้ว นางก็คือหญิงงามที่ก่อตัวจากผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองนั่นเอง!