ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 564 การตัดสินใจของแม่พระอัน
การลงมือของโคโค่สตีฟทำให้เหล่าสาวหิมะตกใจอีกครั้ง แม้แต่หลงซางเองก็ชะงักไปเล็กน้อย
แม้หลงซางจะมีนิสัยดุร้าย แต่ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสติปัญญา ครั้นเห็นผีดูดเลือดยืนอยู่ในแนวรบเดียวกับสาวหิมะ ก็หันหลังพุ่งไปหาเยี่ยนฮวาอย่างไม่ลังเล การโจมตีที่ดุเดือดปะทุขึ้นอีกครั้ง
สำหรับมันแล้ว โหรวกู่มอบแหวนมิติให้เยี่ยนฮวาแล้ว เป้าหมายหลักในตอนนี้ย่อมเป็นเยี่ยนฮวาอยู่แล้ว
แต่ทว่าโหรวกู่กับโคโค่สตีฟกลับขัดขวางฝีก้าวของหลงซางสุดกำลัง ไมรอนก็มาพร้อมกับจิตวิญญาณพร้อมสู้เต็มเปี่ยมเข้าร่วมกองทัพรบด้วย
ปราณกระบี่สีทองโลดแล่นทั่วเวหาในทันที หิมะและลำแสงสีเลือดมากล้นกระจายเต็มมิติ เสียงดังสะเทือนฟ้าไม่ขาดสาย การประมือของสองฝ่ายอยู่ในจุดดุเดือดตั้งแต่เริ่มรบ
หากเยี่ยนฮวาไม่ได้บาดเจ็บสาหัสก็จะร่วมรบเช่นกัน นางยังจำคำพูดที่โหรวกู่บอกนางได้ จึงตัดใจจะหนีไปไกล แต่ร่างชุดดำอีกร่างกลับขัดขวางทางไปของนางไว้ นั่นเป็นชายผมเกรียนที่มีรูปร่างกำยำ นัยน์ตาสีแดงกำลังทอประกายอันตรายคนหนึ่ง
“ท่านผู้สูงศักดิ์เพียงบอกให้ช่วยเหลือพวกเจ้า ไม่ให้พวกเจ้าตายที่นี่ แต่ไม่ได้บอกว่าให้พวกเจ้าไป” คนที่ขวางเยี่ยนฮวาก็คือทาเบอร์ ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าแห่งเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดนั่นเอง
เยี่ยนฮวาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองอันหลินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าที่สับสน
“พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่” สาวหิมะผมเงินพลิ้วไสว รูปร่างดงามอีกคนก็เดินมายืนข้างๆ เยี่ยนฮวาแล้วมองทาเบอร์อย่างระแวง
นางก็คือซูจิ้งเซียงที่บาดเจ็บสาหัสเพราะรบกับหลงซาง
ทาเบอร์ชายตามองเยี่ยนฮวากับซูจิ้งเซียงแวบหนึ่งด้วยความไม่สบอารมณ์
ความสามารถระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางอย่างเขาจะจัดการสาวหิมะที่บาดเจ็บสาหัสสองคนนี้ มันง่ายดายเหลือเกิน
“พวกข้าต้องการอะไรงั้นหรือ พวกเจ้าคงต้องถามท่านผู้สูงศักดิ์แล้วละ” ทาเบอร์ยิ้มน้อยๆ
ตอนนี้อันหลินเหาะมาหาสาวหิมะทั้งสองแล้ว
ครั้นเซียวเจ๋อได้ยินคำนี้ก็พูดอย่างตื่นเต้นทันทีว่า “พวกข้าต้องการอะไรน่ะหรือ แน่นอนว่าเก็บพวกเจ้าเข้าฮาเร็มของอาจารย์อันหลินน่ะสิ!”
สาวหิมะทั้งสองสะดุ้งโหยง มองอันหลินด้วยความหวาดผวา
อันหลินอยากจะตบหน้าเซียวเจ๋อทันทีที่ได้ฟัง
จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าเซียวเจ๋อดูน่าสงสาร พลันเกิดความเห็นใจ จึงลดมือที่เงื้อขึ้นลงช้าๆ “อย่าให้มีครั้งหน้าอีก ห้ามพูดจาส่งเดช”
“อาจารย์! บุคคลระดับท่านรับสตรีงดงามมาอยู่ในฮาเร็มหลายๆ คนมันปกติไม่ใช่หรือ ดูสาวหิมะสองคนนั้นสิ จิ๊ๆ…ช่างงามล่มแคว้นแดนสรวง ไม่รับก็เสียดาย…” เซียวเจ๋อคิดว่าที่อันหลินอยากช่วยสาวหิมะที่เป็นปรปักษ์มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ผู้ชายนี่นา…เขาเข้าใจดี!
ซูจิ้งเซียงหน้าซีดเมื่อได้ยินประโยคนี้ ใช้มือกระชับชุดกระโปรงที่ขาดรุ่งริ่งจนเผยให้เห็นเนื้อหนังขาวผ่องเป็นยองใย
เยี่ยนฮวากลับระเบิดโทสะ “ถุย! ฝันไปเถอะ! ต่อให้ตายข้าก็จะไม่ยอมให้พวกเจ้าแตะแม้แต่ปลายนิ้ว!”
อันหลินมองเซียวเจ๋อกับสาวหิมะสองคนอย่างปวดกบาล ทิ้งความคิดจะอธิบายความคิดของตัวเอง ความคิดของเซียวเจ๋อเหลวไหลมาก แต่ความคิดของเขาก็อธิบายได้ยากจริงๆ นั่นแหละ
ทั้งๆ ที่เป็นศัตรูที่มีความแค้นอย่างใหญ่หลวง กลับคิดจะช่วยพวกนาง…
“ข้าไม่มีความคิดเป็นอื่น ก็แค่ช่วยพวกเจ้าก็เท่านั้น” อันหลินพูดอย่างจริงจัง แววตาที่มองสาวหิมะสุกใสเจือความสงสาร
เยี่ยนฮวากับซูจิ้งเซียงเห็นลักษณะท่าทางของอันหลินก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
“แค่อยากช่วยพวกข้าหรือ เพราะอะไร” ซูจิ้งเซียงถามเบาๆ
อันหลินครุ่นคิดเล็กน้อย จู่ๆ ใบหน้าที่หล่อเหลาก็ฉายรอยยิ้มอ่อนโยน “ไม่รู้เหมือนกัน ก็แค่ไม่อยากให้เจ้าตายอยู่ที่นี่ ข้าทนดูไม่ได้”
ทนดูไม่ได้หรือ
เยี่ยนฮวาอ้าปากกว้าง มองอันหลินอึ้งๆ
ความคิดของซูจิ้งเซียงสับสนวุ่นวาย ใบหน้าเย็นชาขึ้นสีแดงเรื่อ
เซียวเจ๋อกลับตาลุกวาว ลอบอุทานในใจว่าอาจารย์ก็คืออาจารย์ วิธีจีบสาวสมบูรณ์แบบจนเขาเทียบไม่ติดเลย…
หลงซางถูกผีดูดเลือดสองตนกับสาวหิมะอีกคนใช้เคล็ดวิชาเหนี่ยวรั้ง ยากจะทลายการป้องกันของพวกเขาได้
โดยเฉพาะผีดูดเลือด มันใช้กระบี่ฟันไมรอนเป็นสองซีก แต่กลับหลอมโลหิตเกิดใหม่ได้อีก พลังชีวิตที่วิปริตพรรค์นี้คนปกติก็ยังต้านทานได้ยาก
“จำไว้ให้ดี แค้นนี้ข้าจะให้พวกเจ้าชำระภายหลังแน่!” เสียงแหบพร่าเกรี้ยวกราดของหลงซางดังมาจากปาก มันมองสาวหิมะกับพวกอันหลินแวบหนึ่งก่อนจะถอยหลังอย่างรวดเร็ว แล้วหลบหนีไปไกล
ดูจากพลังต่อสู่ส่วนบุคคลแล้ว หลงซางแข็งแกร่งกว่าทุกคนในที่นี้ แต่เพราะสองหมัดยากจะต้านสี่มือ ตอนนี้มันทำได้แค่ฉวยจังหวะหนีไปจากที่นี่อย่างคับแค้นใจก่อนที่เคล็ดวิชาเผาโลหิตจะหายไป
เมื่อเห็นหลงซางหนีไปแล้ว โหรวกู่ก็ร่างกายโอนเอน ทรงตัวไม่ไหวอีกต่อไป ทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
“เจ้าวังโหรวกู่!”
เยี่ยนฮวากับซูจิ้งเซียงเห็นดังนั้นก็รีบเหาะไปหาโหรวกู่ ใช้อาคมรักษานาง
“พวกเจ้าจะกลับมาอีกทำไม รีบหนีไปสิ! ไม่อย่างนั้นพวกเราจะตกอยู่ในกำมือของอันหลินแล้ว!” โหรวกู่ขมวดคิ้วมุ่น ผลักสองคนตรงหน้าออก ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาอีก…
เห็นโหรวกู่ที่น้ำตาอาบหน้าอีกครั้ง ซูจิ้งเซียงก็ทำหน้ากลัดกลุ้ม ส่วนเยี่ยนฮวากลับมีสีหน้าหนักแน่น จับมือโหรวกู่แล้วเงยหน้ามองอันหลิน “ว่ามาเถอะ เจ้าต้องการอะไรกันแน่”
ต้องการอะไรงั้นเหรอ
อันหลินได้ฟังก็ย่นคิ้วอีกครั้ง
โคโค่สตีฟ ไมรอนกับทาเบอร์ยืนกันคนละมุม ปิดกั้นทางหนีของสาวหิมะ
ตอนนี้พลังของทั้งสองฝ่ายชัดเจนอย่างยิ่ง อำนาจตัดสินใจเรียกได้ว่าอยู่ในกำมือของอันหลินอย่างสิ้นเชิง เขาตัดสินชะตาชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่สาวหิมะระดับหวนสู่ความว่างเปล่าทั้งสามได้ด้วยคำเดียว
ปล่อยสาวหิมะไปทั้งอย่างนั้นเหรอ ไม่ได้แน่นอน เจตนาเดิมของเขาไม่อนุญาต…
แต่ถ้าฆ่าพวกนางที่นี่ อารมณ์ความรู้สึกประหลาดนั่นกลับไม่ยอม
สาวหิมะน่าสงสารขนาดนี้ ทำไมต้องฆ่าพวกนางด้วย
เห็นสีหน้าครุ่นคิดของอันหลิน สาวหิมะทั้งสามกลับโล่งอก เพราะอีกฝ่ายกำลังใคร่ครวญนั่นหมายความว่าเห็นใจพวกนางจริง ไม่มีทางตัดสินใจสังหารพวกนางทันที
“เอาอย่างนี้…พวกเจ้าทิ้งแหวนมิติไว้แล้วไปได้เลย!”
อันหลินครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจแล้วเอ่ยออกมา
เอาชีวิตของสาวหิมะไม่ได้ ทำให้พวกนางหมดเนื้อหมดตัวก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน
“แค่นี้เองหรือ” เยี่ยนฮวาถามด้วยความลังเล
“นั่นสิอาจารย์ แค่นี้เองหรือ จะไม่เก็บพวกนางไว้จริงหรือ” เซียวเจ๋อมองอันหลินอย่างตะลึง
โหรวกู่น้ำตาอาบหน้า “เอาเถอะ เห็นด้วยกับข้อเสนอของเจ้า หวังว่าอันหลินจะพูดคำไหนคำนั้น”
ไม่มีเงินแล้วยังหาใหม่ได้ แต่ไม่มีชีวิตก็ไม่เหลืออะไรเลย
สาวหิมะทั้งสามถอดแหวนมิติแล้วยื่นมือถึงมืออันหลินชนิดที่ไม่ค่อยลังเลมากนัก ตอนนั้น ผีดูดเลือดทั้งสองที่ได้รับคำสั่งจากอันหลินถึงได้พากันหลีกทาง
เยี่ยนฮวาขี่เกล็ดหิมะอันมหึมาลอยขึ้นฟ้า พาซูจิ้งเซียงกับโหร่วกู่หลบหนีไปไกล
ซูจิ้งเซียงเหลียวหลังจ้องอันหลิน พบว่าใบหน้าของเขาไม่ได้มีความเสียดายมากนัก ก็จ้องพวกนางจากไปไกลอย่างนิ่งสงบเช่นกัน
ซูจิ้งเซียงเบนสายตาออก ในใจเกิดความรู้สึกที่บอกไม่ถูกบางอย่างเพิ่มมาภายใต้อิทธิพลของอารมณ์ปะทุ
หลังหนีไปได้ไกลแล้ว สาวหิมะทั้งสามก็พบว่าพวกอันหลินไม่ได้ตามมาจริงๆ จึงโล่งอกอย่างสิ้นเชิง จากนั้นก็สบตากันอย่างงุนงง
“เขา…เขาปล่อยพวกเราจริงๆ หรือ…” จนถึงตอนนี้เยี่ยนฮวายังคงฉงนสนเท่ห์อยู่
“อืม นั่นสิ พวกเราถูกศัตรูปล่อยตัว” โหรวกู่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
คิดไปคิดมาแล้วน้ำตาก็ไหลอีก
พวกนางได้ยินวีรกรรมของอันหลินมามากมาย แต่เพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะนำความตกใจและตะลึงมาให้พวกนางมากปานนี้
“ชิ! เขาต้องถูกอารมณ์ปะทุครอบงำแน่นอน ถึงได้ทำกับพวกเราเช่นนี้!” เยี่ยนฮวาคล้ายว่าจะอยากพูดอะไรเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง “อีกอย่างเขาชิงสมบัติทั้งหมดของพวกเราไปแล้ว ก็เป็นโจรดีๆ นี่เอง!”
สาวหิมะสองคนที่เหลือไม่ตอบ คนหนึ่งเอาแต่ร้องไห้ อีกคนเงยหน้ามองดวงดารา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูจิ้งเซียงถึงพูดขึ้นมาว่า “ต่อไปพวกเราจะทำอย่างไรดี”
“รักษาตัวแล้วค้นหาชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนต่อไป”
โหรวกู่ไม่เคยมีความคิดจะถอดใจจากภารกิจนี้เลย พวกนางยอมรับความล้มเหลวครั้งที่สองไม่ได้อีกแล้ว
“นี่! ทางนั้นมีเขาผลึกหิน พวกเราไปพักรักษาตัวกันที่นั่น!”
“ได้เลย…”