ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 563 โทสะของหลงซาง
ชั่วขณะที่ม่านคุ้มกันของผลึกต้นกำเนิดดินแดนถูกโหรวกู่ทลาย ร่างของหลงซางก็พลันสะดุ้ง
วงแหวนสีทองขยายใหญ่ทันใด จากนั้นก็เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว
แสงทองอนันต์แผ่ท่วมมิติทั้งผืน อักขระมังกรมหาศาลทะลักออกจากวงแหวน จากนั้นแนบไปกับผิวของหลงซาง ทำให้ผิวหนังสีขาวของมันเริ่มเกิดลวดลายมังกร ค่อยๆ กลายเป็นสีทอง ขณะเดียวกันพลังก็เริ่มพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งด้วย!
“สาวหิมะจบเห่แน่ หลงซางรู้แล้วว่าผลึกต้นกำเนิดดินแดนถูกช่วงชิง จะใช้วิธีแผดเผาโลหิตสู้สุดชีวิตแล้ว!” เซียวเจ๋อพูดอยู่ข้างๆ มองสาวหิมะทั้งสามด้วยสีหน้าที่เวทนา
โหรวกู่เก็บผลึกต้นกำเนิดดินแดนใส่แหวนมิติ เตรียมจะหลบหนีทันที
“ฮ่าๆ ๆ…อย่าคิดจะหนี!” ไมรอนตะโกนกร้าว ความฮึกเหิมแล่นพล่านในธง ก่อนจะลอยออกไปยังแต่ละตำแหน่งของอากาศ แล้วก่อตัวเป็นค่ายกลโลหิตสังหารอันใหญ่มโหฬารกลางอากาศ
“ฮ่าๆ ๆ อาจหาญแย่งชิงผลึกหินของข้า ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ!” โคโค่สตีฟร่ายมนต์ กระบี่โลหิตเล่มหนึ่งก่อตัวกลางอากาศ พลังมหาศาลครอบงำคมกระบี่ จิตสังหารน่าพรั่นพรึง แหลมคมไร้เทียมทาน
ทาเบอร์ไม่พูดอะไร แต่สองหมัดพุ่งลงจากท้องฟ้าแล้ว หมัดยังไม่ถึง แรงที่น่ากลัวก็ทำให้พื้นในรัศมีพันเมตรทรุดตัวลงไปแล้ว
โหรวกู่กลายร่างเป็นกระบี่สีน้ำเงินอีกครั้ง เสียงที่ใสกังวานสะท้อนก้องฟ้าดิน “ฮ่าๆ ๆ พวกเจ้ายังไม่เข้าใจสถานการณ์หรือ ทางด้านความเร็วไม่มีใครเอาชนะข้าได้!”
“งั้นหรือ”
จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าก็ดังขึ้นใกล้ๆ นี้
มันเป็นร่างที่เป็นสีทองทั้งกาย วงแหวนข้างหลังสว่างไสวดุจพระอาทิตย์ กลิ่นอายพลังน่ากลัวยิ่งยวด
กระบี่สีน้ำเงินทะลวงอากาศอย่างไม่ลังเล แต่ร่างสีทองนั่นกลับปล่อยหมัดรวดเร็วยิ่งกว่า!
ตูม!
พลังงานแสงทองระเบิด แผ่กระจายรอบทิศเป็นรูปวงกลม ทำให้พสุธาในรัศมีสิบลี้กลายเป็นผุยผง!
ร่างกระบี่ของโหรวกู่แตกทลาย กลายเป็นมนุษย์อีกครั้ง กระอักเลือดแล้วกลิ้งตกลงพื้น
ในตอนนั้นเอง การโจมตีของผีดูดเลือดทั้งสามก็ทยอยกันพุ่งลงมา
“เจ้าวังโหรวกู่!” เยี่ยนฮวาพุ่งไปตรงหน้าโหรวกู่ ข้อมือมีเลือดปลิวว่อน ก่อตัวเป็นหยดเลือดสีน้ำเงินที่แปลกพิลึกแล้วปกคลุมทั้งสองไว้
ตูมๆ ๆ…
ค่ายกลโลหิตสังหารเปลี่ยนปฐพีให้เป็นลานสังหาร พลังงานสีแดงมากเหลือคณาพุ่งไปจู่โจมสาวหิมะกับหลงซาง
กระบี่บินสีแดงทลายฟ้าดิน ตวัดฟันหยดเลือดสีน้ำเงินทันที
กำปั้นก็พุ่งลงมาในวินาทีนี้เช่นกัน แผ่คลุมหลงซางกับสาวหิมะพร้อมกัน
ฟ้าดินกลายเป็นสีเลือดทั้งผืน เขมือบทัศนียภาพทั้งปวง ท้องฟ้าที่เต็มไปดวงดาวพังทลาย ทุกสรรพสิ่งดับสูญ
คลื่นพลังที่น่ากลัวม้วนตัวออกไปยี่สิบกว่าลี้
เซียวเจ๋อสร้างกำแพงคุ้มกันให้ทีน่ากับเสวียจ่านเทียน ถึงได้พ้นจากคลื่นลูกหลง
“โหรวกู่ เยี่ยนฮวา!” ซูจิ้งเซียงยืนอยู่บนธรณีที่ทรุดตัว ตะโกนชื่อของทั้งสองด้วยความร้อนใจ
กระโปรงสีขาวของนางเปื้อนเลือด เสื้อกับผมยุ่งเหยิงอย่างยิ่ง ช่องท้องเกิดรอยแผลที่น่าสยดสยอง เห็นได้ชัดว่านางบาดเจ็บสาหัสเพราะหลงซางอยู่ก่อนแล้ว
พลังงานที่ทำลายล้างค่อยๆ จางหายไป ม่านโลหิตที่เกิดจากเลือดสีน้ำเงินแตกทลาย สาวหิมะผมสีน้ำเงินสองคนทรุดตัวคุกเข่ากับพื้นอย่างสะบักสะบอม แม้ต่อหลบการโจมตีครั้งนี้พ้น แต่เห็นได้ชัดว่าสภาพย่ำแย่เหลือทนแล้ว
หลงซางยังคงยืนอยู่กลางอากาศ วงแหวนสีทองหมุนต่อเนื่องไม่หยุด รอยแผลบนผิวหนังที่หลั่งเลือดสีทองเหล่านั้นก็สมานกันอย่างรวดเร็ว
“หึๆ…ท่าทางสาวหิมะสองคนนั้นจะหนีไม่รอดแล้ว” ใบหน้าของเซียวเจ๋อมีรอยยิ้มแสยะผุดขึ้น
“โคโค่สตีฟ ทาเบอร์ ไมรอน พวกเขาสามคนจะรับมือกับหลงซางได้หรือไม่” อันหลินเห็นหลงซางที่ยิ่งใหญ่ปานนี้ก็มีสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วง สภาพนี้ของหลงซางทนได้ไม่นานหรอก พลังชีวิตของผีดูดเลือดแข็งแกร่งขนาดนี้ เล่นศึกผลาญเวลา หลงซางสู้ไม่ได้ ข้าเพียงแค่กลัวว่า จะมีแผนชั่วอยู่เบื้องหลัง…” เซียวเจ๋อพูดแล้วก็กระชับกอดแขนของอันหลินแน่นขึ้น
อันหลิน “…”
เอาแต่พูดแผนชั่วกับลับลมคมในทั้งวัน ใช้ชีวิตเหนื่อยขนาดไหนกันนะ…
พออันหลินคิดได้ดังนี้ก็ลูบหัวของเซียวเจ๋อด้วยความสงสาร หน้าตามีเมตตา
หลงซางมองสาวหิมะสองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างเกรี้ยวกราด ฝ่ามือของแขนทั้งสี่แบออก กระบี่ยาวที่แผ่ไอเย็นเยือกปรากฏในมืออีกครั้ง
ใบหน้าของเยี่ยนฮวาฉายความเคียดแค้น
นัยน์ตาของโหรวกู่แดงก่ำ เม้มปากที่นุ่มหยุ่นแวววับแน่นราวกับกำลังอดกลั้นไม่ให้ตนร้องไห้อีก ถอดแหวนมิติของตนออกแล้วยื่นให้เยี่ยนฮวาแล้วพูดเบาๆ ว่า “ความอวดดีของข้าทำให้พวกเจ้าเดือดร้อน ต่อไปข้าจะสละชีพถ่วงเวลาพวกเขาไว้ เจ้ากับซูจิ้งเซียงรีบหนีไปเสีย!”
“อย่าทำแบบนี้…จะไปต้องไปด้วยกัน!” เยี่ยนฮวาใช้กำลังกระชากโหรวกู่แล้วลุกพรวดขึ้น
โหรวกู่กลับยิ้มเศร้าๆ นัยน์ตาระเบิดลำแสงสีน้ำเงินอย่างท่วมท้นทันใด
“ไม่!” เยี่ยนฮวาแผดร้องสุดชีวิต
อันหลินเห็นฉากนี้ก็เช็ดหัวตาเงียบๆ “ช่างเป็นภาพที่ซาบซึ้ง ทำไมพวกนางถึงเป็นแบบนี้ไปได้ พวกนางควรจะมีชีวิตอยู่ใต้ผืนนภาอย่างมีความสุข…”
เซียวเจ๋อมองอันหลินอย่างตะลึง ทีน่าก็เบิกตาสีมรกตจนกว้างเช่นกัน
“อาจารย์ ท่านบอกว่าสาวหิมะเป็นศัตรูกับมนุษย์ไม่ใช่หรือ ท่านเห็นใจสาวหิมะหรือ” เซียวเจ๋อกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
อันหลินถอนหายใจเบาๆ “แต่พวกนางก็เป็นชีวิตที่สวยงามเหมือนกันนี่นา…ทุกคนล้วนอยู่บนโลกใบนี้ ทุกคนต่างก็มีสิทธิ์แสวงหาความสุขของตัวเอง หากพูดในมุมมองที่ละทิ้งอำนาจ ทุกคนต่างก็เป็นดอกไม้ท่ามกลางสรรพสิ่งที่ต้องการความงดงาม แต่ตอนนี้ ดอกไม้จะเหี่ยวเฉาแล้ว…”
ทีน่า “… ยักษ์อันหลินช่างมีเมตตาเหลือเกิน!”
เซียวเจ๋อหัวเราะหึๆ “อาจารย์…ท่านสงสารเวทนาสตรีหรือ สั่งให้ผีดูดเลือดลงมือได้นี่นา”
อันหลินได้สติทันใด จึงตะโกนกับผีดูดเลือดว่า “พวกเจ้า! รีบไปช่วยสาวหิมะ อย่าปล่อยให้พวกนางตาย!”
คำพูดของเขาดังก้องอากาศ ทำให้พวกโคโค่สตีฟกับไมรอนต่างก็ชะงักงัน
โหรวกู่ที่กำลังจะระเบิดเคล็ดวิชา เตรียมจะสู้ยิบตาก็นิ่งงันเช่นกัน ใบหน้าฉายความตกตะลึง
อันหลินตะโกนลั่นอีกว่า “ทุกเผ่าพันธุ์งดงามที่เสาะหาความงามล้วนมีสิทธิ์อยู่บนโลกนี้ด้วยความสุข ทุกคนเท่าเทียมกัน…พวกเจ้ายังไม่รีบไปปกป้องพวกนางอีก!”
โคโค่สตีฟ “…”
ไมรอน “…”
ทาเบอร์ “…”
ฟิ้วๆ ๆ ในตอนนั้นเอง กระบี่ยาวสี่เล่มของหลงซางก็วางลำแสงสีทองเป็นเส้นๆ แต่ละเส้นล้วนแฝงด้วยอานุภาพที่น่ากลัวยิ่ง พลังมังกรมหาศาล ความสามารถสะเทือนขวัญ ลากร่องลึกสีดำทะมึนบนดินแดนผลึกหินหลายทาง
โหรวกู่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง พลังที่ปะทุหลังใช้เคล็ดวิชาก็ยังไม่อาจสู้หลงซางได้ ระหว่างที่ถอยหลังหลายก้าวนั้น น้ำตาก็ไหลเป็นทางออกจากตาแล้วตะโกนลั่นว่า “รีบหนีสิ!”
เยี่ยนฮวากัดฟันแน่น กำลังจะหันหลังหนีไป ในตอนนั้นเองหลงซางก็ปล่อยลำแสงกระบี่ที่น่ากลัวใส่นางเช่นกัน
ลำแสงกระบี่รวดเร็วอย่างยิ่ง อานุภาพเทียบเท่าการโจมตีสุดกำลังของระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสอย่างนางยากจะต้านทานลำแสงกระบี่เส้นนี้ได้
จะจบเห่ที่นี่แล้วหรือ
ร่างที่ดูบอบบางของเยี่ยนฮวาแลดูเล็กกระจ้อยร่อยเมื่ออยู่ต่อหน้าลำแสงกระบี่สีทองที่พาดผ่านฟ้าดิน ประหนึ่งจอกแหนที่ลอยล่องเหนือผืนทะเล เปราะบางยิ่งแล้ว
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง หญิงสาวรูปร่างสูงระหงที่สวมชุดดำพลิ้วไหวก็ปรากฏกายตรงหน้านาง ก่อนจะตวัดกระบี่ปล่อยลำแสงกระบี่สีแดงออกมาสุดแรง
พลังงานสีทองกับสีแดงประสานกัน ส่องท้องฟ้ายามราตรีให้สว่าง
ผมสีทองของโคโค่สตีฟโบกสะบัดเหมือนเกลียวคลื่น ใบหน้างามไร้ที่ติเจือความระอาใจ “เฮ้อ ข้าเป็นบ้าไปแล้วถึงได้สนองคำขอร้องที่ไร้เหตุผลของท่านผู้สูงศักดิ์…”
ใบหน้าสะสวยของเยี่ยนฮวามีแต่ความตะลึง นางคิดไม่ถึงเลยว่าตนจะถูกผีดูดเลือดช่วยไว้ ได้รับความช่วยเหลือจากอันหลิน
เหมือนว่านี่จะเป็นครั้งที่สองแล้วสินะ…