ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 573 การยอมจำนนของสัตว์มิติ
ทุกคนต่างก็สังเกตเห็นความผิดปกติของอันหลิน พากันหันไปมองทางอันหลินด้วยใบหน้าที่ฉายความตกใจและคาดหวัง
ในตอนนั้นเอง ดวงตาของอันหลินก็พ่นไฟออกมาอย่างมหาศาล เริ่มแผดเผามิติอันกว้างใหญ่ไพศาลผืนนี้
เปลวไฟสีทองลุกลามไปทั่วมิติอย่างต่อเนื่อง พสุธากลายเป็นทะเลเพลิง ชั้นหินบนพื้นเริ่มละลายพังทลาย มิติก็เริ่มบิดเบี้ยวและแตกระแหง
เวลาสั้นๆ ไม่กี่อึดใจ มิติทั้งผืนก็ถูกเปลวไฟอันท่วมท้นปกคลุมและลุกลามออกไปไกลยิ่งกว่า
“น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่มันไฟอะไรกันแน่!” ดวงตางามของโคโค่สตีฟเบิกกว้าง ใบหน้าตกใจเหนือคำบรรยาย
“นี่มันเพลิงเผาสวรรค์! นี่มันเผาฟ้าต้มทะเลขนานแท้! สมกับเป็นชายชาตรี!” เสวี่ยจ่านเทียนตะโกนลั่นอย่างตื่นเต้น
“เพลิงเผาสวรรค์บ้าอะไร นี่มันเพลิงทองพรัดชัดๆ มีพลังแผดเผาได้แม้แต่มิติ ดูเพลิงที่อาจารย์ปล่อยออกมาแล้ว เป็นเพลิงทองพรัดที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก ไม่แน่ว่าอาจเผาดินแดนผืนนี้ให้เป็นโพรงได้จริงๆ…” เซียวเจ๋อกลอกตาใส่เสวี่ยจ่านเทียน จากนั้นก็เบนสายตามองอันหลินด้วยความนับถือ
หลังวาฬยักษ์ได้ระบายด้วยความตื่นตระหนกและเสียสติแล้วก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของโลกภายในร่างกายรางๆ จึงอดเพ่งจิตไปยังโลกใบนั้นไม่ได้ จากนั้นมันก็เห็นทะเลเพลิงอันกว้างใหญ่ไพศาล…
วาฬยักษ์ “…”
หลังตัวเองตาบอดแล้ว มิติภายในร่างกายก็ลุกไหม้ขึ้นมากะทันหัน นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
คำว่าแม่งนับหมื่นคำก็บรรยายความรู้สึกในตอนนี้ไม่ได้
กลิ่นอายที่คุ้นเคย พลังที่คุ้นเคย…
วาฬยักษ์หายใจเข้าดังเฮือก นี่มันพลังเนตรคู่ของเราไม่ใช่หรือไง!
จากนั้นมันก็สังเกตเห็นมนุษย์คนหนึ่ง เขามีดวงตาที่เหมือนกับตนทุกกระเบียดนิ้ว กำลังปล่อยเพลิงล้างผลาญโลกภายในร่างกายประหนึ่งเทพเจ้าปีศาจทำลายโลก
นี่…นี่มันตาของเราสินะ
วาฬยักษ์หนังหัวชาวาบ เพราะเกิดข้อสันนิษฐานที่น่ากลัวอย่างยิ่งขึ้นในใจของเขา
วิญญาณมิติหายไป ความไร้สมรรถภาพมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว ตาบอดกะทันหัน สาเหตุจะเป็นเพราะผู้ชายคนนั้นหรือไม่…
คุณพระ! ข้าดูดตัวประหลาดอะไรเข้ามากันแน่นะ!
วาฬยักษ์เกิดความรู้สึกนึกเสียใจและหวาดกลัวขึ้นในใจชนิดที่เกิดขึ้นได้ยาก ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกแบบเมื่อสิ่งที่ตัวเองกินเข้าไปช่วงชิงพลังของตัวเองไปถึงขั้นว่าเผาท้องของตัวเอง
ไม่ได้การแล้ว ปล่อยให้เขาทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้!
วาฬยักษ์ระดมพลังของร่างกายแล้วใช้วิชาเยือกแข็งทันที
เพลิงทองพรัดที่ท่วมท้นลุกลามออกไปไกลจู่ๆ ก็หยุดชะงัก ความเร็วในการลุกลามเริ่มช้าลง
พวกอันหลินต่างก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม เพราะพวกเขารู้ว่าตอนนี้มีพลังอย่างอื่นแทรกแซงอีกแล้ว
เป็นไปได้สูงว่าเป็นฝีมือของสัตว์มิติ มันรู้เรื่องนี้แล้ว
พอคิดแบบนี้ ทุกคนก็วิตกกังวลขึ้นมาไม่น้อย
มันก็เหมือนกับพวกเขาวางเพลิงในบ้านของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง จากนั้นถูกจับได้คาหนังคาเขา…
แต่แม้จะเป็นแบบนี้ อันหลินก็จะพ่นไฟไม่หยุด เพราะหากไม่เผา ‘บ้านหลังนี้’ ให้วอด พวกเขาก็จะตายอยู่ที่นี่!
ครืน
จู่ๆ ก็มีเงาดำขนาดมหึมาอย่างยิ่งปรากฏกลางอากาศเหนือแผ่นดิน
มันมีศีรษะที่กลมมนเรียบลื่น หลับตาพริ้ม ร่างกายแทบจะทดแทนเวหาทั้งผืนแล้ว แค่ปรากฏตัวก็ให้ความรู้สึกกดันอย่างยากจะอธิบายราวกับเผชิญหน้ากับเทพเจ้าที่สูงส่งยวดยิ่ง
อันหลินเงยหน้ามองร่างสีดำนั่น รู้ว่ามันก็คือร่างจิตสำนึกของวาฬยักษ์ สีหน้านิ่งสงบ ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นเลยสักนิด
“เจ้าชิงพลังเนตรคู่ของข้าไปหรือ” ร่างจิตสำนึกที่น่าเกรงขามทอดลงเหนือร่างของทุกคน ไม่อาจบรรยายได้ว่ามันเป็นภาษาอะไร แต่ทุกคนกลับเข้าใจความหมายของประโยคนี้
“ข้าเอง” อันหลินพยักหน้า ไม่ปฏิเสธ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
คนที่เหลือได้ฟังก็ตะลึงอีกครั้ง มองอันหลินด้วยแปลกใจ
แม้แต่พลังของสัตว์มิติก็ยังชิงไปได้งั้นหรือ สุดยอด!
เซียวเจ๋อคาดเดาได้ตั้งแต่เห็นนัยน์ตาของอันหลินพ่นไฟแล้ว เพราะเขาเองก็ถูกอันหลินชิงพลังที่ภาคภูมิใจที่สุดไป รู้ซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ของพลังนั่นดี บัดนี้การคาดเดาได้รับการยืนยัน ในใจก็นับถือยิ่งขึ้นไปอีก
“วิญญาณมิติก็ถูกเจ้าชิงไปเช่นกัน อันก่อนหน้า…ก่อนหน้านี้…ก็เป็นฝีมือเจ้าหรือ” จิตของวาฬยักษ์กว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร บัดนี้ยามพูดจากลับมีความปั่นป่วนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“ฝีมือข้าทั้งหมด” อันหลินไม่ปิดบัง
ไม่มีพลังที่เป็นภัยคุกคามต่อสัตว์มิติก็จะไม่มีโอกาสเจรจากับมันตลอดกาล
ครืน แรงกดดันอันน่ากลัวยวดยิ่งทะยานลงจากผืนฟ้า แม้แต่เปลวเพลิงสีทองก็ม้วนตัวย้อนกลับเหมือนเกลียวคลื่นราวกับถูกบีบคั้น เห็นได้ชัดว่าสัตว์มิติพิโรธแล้ว!
“เจ้าอาจหาญทำเช่นนี้ ไม่กลัวข้าจะสังหารเจ้าหรือ!” จิตสังหารอันมหาศาลเริ่มมาเยือน ชวนให้หายใจไม่ค่อยออก
“หึๆ…” อันหลินแสยะยิ้ม “ข้าก็แค่เป็นพวกจีนมุงอยู่ข้างๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้าก็เขมือบข้าแล้ว แถมยังจะฆ่าข้าด้วย หวังว่าข้าจะยอมให้เจ้าย่อยข้าแต่โดยดีหรือ”
สัตว์มิติเหมือนว่าจะถูกตอกหน้า เงียบไปครู่หนึ่งแล้วถึงได้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งว่า “คืนวิญญาณมิติกับพลังเนตรคู่ให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยเจ้า”
อันหลินสั่นศีรษะ “วิญญาณมิติถูกข้าเขมือบแล้ว ไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว ข้าคืนพลังเนตรคู่ให้เจ้าได้ แต่เจ้าต้องปล่อยพวกเราทั้งหมดออกไป”
“เจ้า…”
ครืน บนท้องนภามีพลังไหลบ่า จิตสังหารเดือดพล่าน
อันหลินไม่กลัวมันหรอก หากมันสามารถใช้จิตลงมือได้ คงไม่โผล่หัวมาตอนนี้หรอก คงจะลงมือไม่ได้ไม่ก็ต้องสิ่งที่ต้องแลกยามลงมือมันสูงยิ่ง
“เจ้าคิดให้ดีละ ข้าให้เวลาเจ้าพิจารณาแค่หนึ่งนาที หลังหนึ่งนาทีผ่านไปถ้าเจ้าไม่ตอบ ก็จะไม่มีโอกาสแล้ว หากข้าตาย ดวงตาของเจ้าก็จะบอดไปตลอดกาล ไม่เพียงเท่านี้ ข้าจะชิงพลังอีกหลายอย่างของเจ้าไปด้วย…” อันหลินพูดอย่างไม่ยี่หระ ท่าทางที่ทะนงตนและหนักแน่นไม่ยอมถอยถูกเผยออกมาอย่างเต็มที่
“คนที่ลงมือกับข้าก่อนหน้านี้จะไปไหนไม่ได้ คนที่เหลือไปได้” วาฬยักษ์เงียบไปหลายวินาทีกว่าจะเอ่ยปาก เห็นได้ชัดว่ายอมถอยให้มากแล้ว
แต่จะให้ปล่อยทุกคนคงเป็นไปไม่ได้หรอก สัตว์มิติที่ยิ่งใหญ่อย่างก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ!
อันหลินส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าบอกไปแล้วว่าให้ปล่อยทุกคนไป ห้ามขาดแม้แต่คนเดียว!”
เขาพูดต่อว่า “เจ้ามีเวลาพิจารณาอีกครึ่งนาที”
ดวงตาของเหอเซียนกูเปล่งประกาย มองชายหนุ่มข้างกายด้วยความตะลึงและอิจฉา
คนที่เหลือก็เกิดความเคารพนับถือ มองท่าทางของอันหลินที่ไม่กลัวตายแม้อยู่ในถิ่นศัตรู ไม่ยอมทิ้งใครแม้แต่คนเดียว ร่างนั้นราวกับกำลังเปล่งแสง!
วาฬยักษ์ลงลังยิ่งนัก มันอยากสังหารพวกอันหลินเสียตรงนี้เลย
แต่มันขาดดวงตาไปไม่ได้ อีกอย่างหากอันหลินเข้าตาจนแล้วชิงทักษะอีกหลายอย่างของมันตายไปพร้อมกันขึ้นมาจริงๆ อย่างพวกสมรรถภาพ…เช่นนั้นผลลัพธ์จะเลวร้ายเกิดกว่าจะคิด สั่นสะท้านทั้งที่ไม่หนาว…
แต่ทว่าหากปล่อยทุกคนไป มันจะเสียศักดิ์ศรีสุดๆ เลยไม่ใช่หรือ มันไม่ต่างอะไรกับมันถูกรุมสกรัมเลย แถมยังถูกแย่งของที่มีค่าที่สุดไปด้วย สุดท้ายยังต้องปล่อยคนพวกนี้ไปอีก...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วาฬยักษ์ใช้เวลาครึ่งนาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิต
ในที่สุดมันก็พรูลมหายใจยาวเหยียดในตอนที่เวลาจวนจะหมด “ได้ ข้ารับปากเจ้า แต่เจ้าต้องคืนดวงตาของข้ามาก่อน”
อันหลินยิ้มบางๆ ราวกับไม่กลัววาฬยักษ์จะกลับคำเลยสักนิด “ตามที่เจ้าต้องการ”
ครู่ต่อมาคลื่นไร้รูปร่างก็แพร่กระจาย สัตว์มิติรู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างเพิ่มมา
เมื่อสองตาของวาฬยักษ์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีทองสว่างโชติช่วงประดุจพระอาทิตย์สีทองสองดวง สาดแสงและความร้อนอันไม่สิ้นสุด!
วาฬยักษ์ตื้นตันจนจะร้องไห้แล้ว ระยะทางจากความมืดมนเป็นเห็นแสงสว่างอีกครั้งมันยากลำบากเหลือเกิน!
“ตอนนี้ได้ว่าทำตามสัญญาแล้ว”
อันหลินยืนมือไพล่หลัง มองเงาจิตสำนึกรู้บนท้องนภาด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ