ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 572 สัตว์มิติตกใจจนร้องไห้
อันหลินถูกผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าหลายคนใช้วิชารักษาตรึงอาการบาดเจ็บไว้
ส่วนตัวเขากินโอสถอสูรโลหิตล้นฟ้าเม็ดหนึ่งด้วยเช่นกัน ช่วยไม่ได้ บาดเจ็บสาหัสเหลือเกิน
ยาอสูรโลหิตล้นฟ้าเป็นยาเซียนขั้นแปด ในแหวนมิติมีเพียงสองเม็ด สามารถฟื้นฟูเลือดลมและอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว
หลังกินแล้วลำแสงสีแดงก็ระเบิดตรงตำแหน่งหัวใจของเขา จากนั้นเลือดและอวัยวะภายในที่ลอยกระจายกลางอากาศก็ถูกพลังบางอย่างชักนำ กำจัดสิ่งสกปรกแล้วทั้งสิ้น ส่องแสงประหนึ่งผลึกหินสีแดงก็ลอยกลับไปยังท้องที่ระเบิดของอันหลินอีกครั้ง
เหตุการณ์แบบนี้เหมือนผีดูดเลือดที่ยิ่งใหญ่ตนหนึ่งกำลังก่อร่างและเกิดใหม่
โคโค่สตีฟ ไมรอนและทาเบอร์เห็นเลือดลอยกลับไปแล้วใบหน้าก็พลันสิ้นหวัง
พวกเขากำลังรอให้อาการบาดเจ็บของท่านผู้สูงศักดิ์ทรงตัวแล้วจะพุ่งตัวไปเก็บกวาดสถานที่ ถือโอกาสเลียเลือดที่เปื้อนใบหน้ากับเสื้อผ้าให้สะอาดอยู่เลย
เลือดกระจายเต็มพื้น หอมหวานนัก…
แต่ทว่าความจริงมักจะโหดร้ายเสมอ
ไม่ใช่เพียงผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดที่รู้สึกว่าโหดเหี้ยม แม้แต่อันหลินก็รู้สึกเช่นกัน
เพราะการรนหาที่ตายแบบนี้ทำให้เขาเสียยาเซียนที่ล้ำค่าอย่างยิ่งไปหนึ่งเม็ดเชียวนะ…
ปวดใจจังเลย!
ณ แดนไร้อาลัย เขตดารามายา
สัตว์มิติบ้าคลั่งขึ้นมาทันใด มันคำรามกร้าว ร่างกายพลันลอยคว้าง มองอวัยวะของตนเองแล้วสงสัยว่าเกิดปัญหาใช่หรือไม่
แต่ทว่ามันก็ไม่ได้อะไรเลย อาจจะไม่ใช่บาดแผลภายนอก แต่เป็นสมรรถภาพภายในที่ย่ำแย่กะทันหัน
ช้าก่อน! จู่ๆ ข้าก็ไม่ไม่ไหวขึ้นมาดื้อๆ น่ะหรือ!
ร่างกายใหญ่โตมโหฬารของสัตว์มิติสั่นสะท้าน นัยน์ตางุนงงราวกับยอมรับความจริงที่น่ากลัวประการนี้ไม่ได้
ใครจะทนความรู้สึกสิ้นหวังที่กำลังจะคลอดลูกแต่จู่ๆ เจียนทนไม่ไหวขึ้นมาแบบนั้นกันเล่า
มันใช้พลังกำเนิดมิติอีกครั้ง กลับพบว่าใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
สัตว์มิติเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ตัวเองไม่ไหวแล้วจริงๆ หรือ!
สัตว์มิติคำรามอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังร้องไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว เหมือนแผดร้องอย่างสิ้นหวัง
บัดนี้ฟ้าดินทลาย มิติสั่นไหว ตะวันจันทราร่ำไห้…
หลังสัตว์มิติร้องไห้ฟูมฟายแล้ว ในที่สุดอารมณ์ก็สงบลง เพ่งจิตไปที่โลกภายในร่างกายของตัวเอง มันรู้สึกรางๆ ว่าปัญหาด้านการกำเนิดของตัวเองเกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ข้างใน
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง คลื่นพลังก็กระจายไปทั่วระลอกหนึ่ง จู่ๆ มันก็สะดุ้งโหยงขึ้นมาอีก
ความรู้สึกที่คุ้นเคย ความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน ความรู้สึกที่อยากคลอดลูก ความรู้สึกที่พลังแห่งมิติทะลักเข้าสู่ร่างกายไม่หยุดแบบนั้น…กลับมาอีกแล้ว!
วาฬดีอกดีใจแทบคลั่ง รีบกลับไปยังตำแหน่งเดิมของตัวเองแล้วหมอบลง พยายามกลั้นอะไรบางอย่าง…
โลกภายในร่างกายของวาฬ อันหลินสัมผัสได้ว่าพลังบางอย่างกำลังจะหายไป จึงอดถอนหายใจไม่ได้
ยาอสูรโลหิตล้นฟ้ามีฤทธิ์รักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม บาดแผลภายนอกของเขาก็สมานกันอย่างสิ้นเชิง เชื่อว่าเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม อาการบาดเจ็บภายในก็จะหายอย่างสิ้นเชิง
คนที่เหลือหยุดการรักษาของวิชา แล้วเริ่มสอบถามสภาพอาการของอันหลินรวมถึงทำไมร่างกายถึงระเบิด
สำหรับเรื่องระเบิดร่างกาย อันหลินย่อมบอกไม่ได้ รนหาที่ตายใช้พลังให้กำเนิดอะไรนั่น ปรากฏว่าหมดแรง…เรื่องพรรค์นี้ถ้าพูดออกไปต้องถูกขำตายแน่ๆ
เขาปั้นเรื่องหาเหตุผลถูๆ ไถๆ ไป จากนั้นก็เพ่งประเด็นหารือไปที่วิธีการหลบหนีไปจากโลกใบนี้อีกครั้ง
อย่างไรเสียเขาก็ไม่กล้าใช้วิชาจิตละโมบอีกแล้ว การเลือกสุ่มทักษะท่ามกลางวิชาและพลังพรสวรรค์อันมหาศาลก็เหมือนกับการสุ่มรางวัล โอกาสได้รางวัลต่ำมาก
อีกอย่างสุ่มหนึ่งครั้งตัวเองก็สิ้นท่าหนึ่งครั้ง เมื่อไรจะพ้นจากสภาพนี้สักที
ใช้ไปเรื่อยๆ จะตายเอาได้!
ทุกคนใช้อาวุธต่างๆ วิชานานาทดลองทลาย แต่ก็ไม่ได้ผลอะไรเลย
บาดแผลของอันหลินก็เริ่มสมานกันอย่างไม่รู้ตัว
ดังนั้นเขาจึงเริ่มกระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมาใหม่
เขาหยิบคันฉ่องวิหคชาดออกมาแล้วถามว่า “กระจกวิเศษเอ๋ย…กระจกวิเศษบอกข้าทีว่าตอนนี้ข้าควรจะออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี้อย่างไร”
เสียงไพเราะอ่อนโยนดังขึ้น “ข้าไม่รู้”
อันหลิน “…”
ผลั่ก
อันหลินปากระจกทิ้งอย่างโมโห “เจ้ามันไร้ประโยชน์!”
“ข้าไร้ประโยชน์จริงๆ ดังนั้นขอร้องเจ้าละ รีบปล่อยข้าเถอะ ข้าอยากกลับบ้าน” คันฉ่องวิหคชาดพูดอย่างจริงใจ
อันหลินแน่นหน้าอกแล้วเก็บคันฉ่องขึ้นมาลูบผิวกระจกเบาๆ แล้วสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ คันฉ่องน้อยของข้า ข้าจะไม่ไปจากเจ้า เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน!”
คันฉ่องวิหคชาดเงียบงัน คลื่นสีขาวโจมตีอันหลินทันใด จากนั้นก็หัวเราะเยาะ “เหอะ…เกือบจะเชื่อคำพูดของเจ้าไปแล้ว ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เจ้าคิดในใจว่า กระจกเวรตะไล หากไม่ใช่เพราะมีคุณสมบัติสะท้อนกลับ ข้าโยนเจ้าใส่หลุมขี้ไปนานแล้ว!”
มือของอันหลินสะดุ้ง ตกใจจนแทบจะเขวี้ยงคันฉ่องทิ้ง อุทานว่า “คุณพระ เจ้าอ่านใจได้ด้วยหรือ!”
“ข้าเป็นคันฉ่องที่มากด้วยความรู้ รู้ใจมนุษย์ หากว่าแม้แต่การอ่านใจยังทำไม่ได้ เจ้าก็ดูถูกข้าเกินไปแล้ว” คันฉ่องยิ้มบางๆ น้ำเสียงเจือความดูแคลน
อันหลินพูดไม่ออก ทำได้เพียงเก็บคันฉ่องเงียบๆ ตอนนี้หวังพุ่งคันฉ่องไม่ได้แล้ว ต้องคิดหาวิธีอื่น
แต่จะมีวิธีไหนอีกล่ะ วิธีที่ควรใช้ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเหล่านี้ล้วนลองกันแล้ว
โปรแกรมโกงที่พิเศษของเขาก็มีเพียงวิชาจิตละโมบที่ใช้กับสัตว์มิติตัวนี้ได้ผล…
หรือจะ…ลองอีกครั้ง
อันหลินกระเหี้ยนกระหือรือ แต่เมื่อนึกถึงผลข้างเคียงที่น่ากลัวยามใช้วิชานั้นแล้วก็ลังเลนิดหน่อย
หน้าผากของเซียวเจ๋อเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดออกมา เห็นได้ชัดว่าต้านได้ไม่นานแล้ว
คนที่เหลืออาจจะต้านได้ไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำเมื่อประจันหน้ากับแรงบีบอัดมิติแบบนี้ เวลาที่เหลือของพวกเขามีน้อยแล้วจริงๆ
ช่างเถอะ ครั้งนี้ต้องไวหน่อย
เขาสุ่มเลือกทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิด แบบนี้อาจจะทรมานน้อยลงสักหน่อย
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่ภาพมายาดวงตาสีทองจะปรากฏอีกครั้ง
วิชาจิตละโมบ!
คลื่นสีทองแผ่กระจาย อาคมและพลังพรสวรรค์มหาศาลเริ่มทะลักมา
อันหลินชิงพลังอย่างหนึ่งมาโดยไม่คิดเลยด้วยซ้ำ!
ร่างของเขาโอนเอนเล็กน้อยก่อนจะทรุดลงคุกเข่ากับพื้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกันในแดนไร้อาลัย
จู่ๆ วาฬขนาดมหึมาก็ตาบอดขึ้นมาทันที…
ดินแดนผืนนี้มืดลงทันตาประหนึ่งว่าพระอาทิตย์สองดวงหายไป ดวงดาราสว่างเจิดจ้าอีกครั้ง
ครั้งนี้วาฬตกใจจนงงเป็นไก่ตาแตกแล้วอย่างสิ้นเชิง คำรามอย่างตื่นตระหนกไม่หยุด ทำลายทุกสรรพสิ่งรอบกาย
จู่ๆ ความตกใจก็ฉายบนใบหน้าของอันหลิน
‘เนตรทองเพลิงพรัด เมื่อปล่อยมันทุกสรรพสิ่งจะพรากจาก มอดไหม้ทั้งปวง ถึงขั้นแผดเผามิติได้ ทำลายแดนดิน ทลายบดขยี้ทุกสิ่งกีดขวาง’
วิชานี้แค่เห็นก็เท่บรรลัยแล้ว
อันหลินเงยหน้ามองมิติอันกว้างใหญ่ไพศาล ใบหน้ามีรอยยิ้มเด็ดขาดผุดขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้จะให้เจ้าได้ลิ้มลองพลังลุกไหม้ในท้องของเจ้ามันรู้สึกอย่างไร!”
พูดจบดวงตาของเขาก็กลายเป็นสีทอง
ดวงตาสุกใสประหนึ่งดวงตะวันสาดส่องทั่วหล้า จากนั้นก็ลุกไหม้ขึ้นมา!