ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 582 ปฏิกิริยาของกลุ่มอิทธิพลแห่งแผ่นดิน
- Home
- ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม
- ตอนที่ 582 ปฏิกิริยาของกลุ่มอิทธิพลแห่งแผ่นดิน
ณ แดนศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ ในปราสาทที่ถูกน้ำแข็งปกคลุมตลอดทั้งปี ประตูมิติสีทองค่อยๆ จางหายไป
จักรพรรดินีกับสังฆราชินีเมิ่งจือที่ถูกรัศมีปกคลุมยืนเคียงคู่กัน ด้านหน้าของพวกนางเป็นเจ้าแห่งวังศักดิ์สิทธิ์ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าสามคนกับสาวหิมะระดับแปลงจิตสิบคน
สาวหิมะแปลงจิตยี่สิบคน ปรากฏว่ารอดกลับมาเพียงครึ่งเดียว
แต่ทว่า สิ่งที่เมิ่งจือเป็นกังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องนี้
“หาชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนไม่เจอ...ตอนนี้แม้แต่ผลึกต้นกำเนิดดินแดนยังน้อยขนาดนี้! บอกข้ามาว่าเพราะอะไร!”
นัยน์ตาสีทองของนางแฝงด้วยความน่าเกรงขาม กวาดมองสาวหิมะที่อยู่เบื้องหน้า มือที่กำคทาสั่นระริก เห็นได้ชัดว่าใกล้จะระเบิดโทสะแล้ว
เจ้าวังระดับหวนสู่ความว่างเปล่ารับผิดชอบภารกิจหลักอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่ฝากความหวังไว้อย่างสูง แต่เมื่อกลับมากลับข้นแค้นอย่างกับอะไรดี ไม่มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองเลยสักก้อน...
หัวหน้ากลุ่มหวนสู่ความว่างเปล่าโหรวกู่ก้มหน้าพูดต่อว่า “ในศึกที่สู้กับหลงซางที่แดนไร้อาลัย พวกเราถูกกองทัพของอันหลินปิดล้อม พวกเขาชิงแหวนมิติของพวกเราไป แต่ปล่อยพวกเรามาเพราะการถูกครอบงำทางอารมณ์…”
“ฮะ แหวนมิติของพวกเจ้าถูกอันหลินชิงไปหรือ พวกเราก็เหมือนกัน!” ลู่เวยเงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างตกตะลึง
กลุ่มที่มีนางเป็นตัวแทนเป็นกลุ่มที่ซ่างกวนอี้อยู่ก็กลายเป็นกลุ่มที่หมดเนื้อหมดตัวเหมือนกัน…
บรรยากาศประหลาดบางอย่างกำลังลุกลามไปทั่วเหล่าสาวหิมะ
ควรจะพูดว่าบังเอิญดีไหม เจ้าก็ถูกอันหลินปล้นเหมือนกันหรือ…
ใบหน้าของสาวหิมะระดับแปลงจิตมีแต่ความตกใจ สมบัติของพวกลู่เวยถูกปล้น พวกนางยังเข้าใจได้ แต่ไม่คิดเลยว่าสาวหิมะระดับหวนสู่ความว่างเปล่าทั้งสามก็จะถูกอันหลินปล้นเหมือนกัน มันออกจะน่าเหลือเชื่อเกินไปสักหน่อย
หลังเมิ่งจือได้ยินชื่อนี้ก็นึกถึงใบหน้าของคนที่ชี้หน้าด่าทอนางขึ้นมา รู้สึกแน่นหน้าอกนิดหน่อย
จักรพรรดินีก็ยิ่งถอนหายใจเบาๆ ชนิดที่แทบไม่สังเกตเห็น “อันหลิน…เขาอีกแล้วหรือ…”
ในแผ่นดินลอยฟ้าสีดำที่ถูกม่านรัตติกาลปกคลุม
บุรุษที่มีผิวสีแทนสะพายดาบเล่มใหญ่ไว้ด้านหลัง กำลังบอกเล่าเรื่องที่ตนประสบพบเจอมาให้กับจักรพรรดิปีกดำกับราชันทั้งหลายฟังอย่างสมจริงสมจัง
เหล่าราชันได้ฟังก็เรียกได้ว่าหวาดผวา คิดไม่ถึงเลยว่าอันหลินจะเป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกโชคดีในใจ เคราะห์ดีที่พวกเขาไม่ได้เป็นฝ่ายบุกไปจัดการเจ้าวิปริตคนนั้น มิเช่นนั้นอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้!
จักรพรรดิปีกดำเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเรียกอีกาตัวหนึ่งมาแล้วใช้แสงสีดำชี้ไปที่ศีรษะของอีกา ถ่ายทอดข้อมูลทั้งหมดที่รู้ใส่ในตัวอีกา
อีกากางปีกบิน กลืนไปกับความมืดแล้วหายลับไป
กระบี่พิชิตมารจะต้องชิงกลับมาให้ได้ สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้เพียงแค่ส่งข้อมูลที่มีประโยชน์บางส่วนให้ราชันเยว่เย่ ให้ราชันเยว่เย่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีความมั่นใจมากขึ้น
เหนือแผ่นดินแดงฉาน วิญญาณร้ายกำลังโหยหวน
ตรงหน้าของสัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัขที่สวมชุดเกราะสีดำ รูปร่างสูงใหญ่มีหญิงชุดดำที่สูงระหง ใบหน้าขาวกระจ่างดุจดวงจันทร์ยืนอยู่
อีกาดำตัวหนึ่งปรากฏกลางอากาศ ก่อนจะบินมาเหยียบไหล่ของหญิงสาว
หญิงสาวหลับตามพริ้ม สัมผัสข้อความที่อีกาดำถ่ายทอดมา จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจปั่นป่วน
ไม่จริงสินะ…ตอนนี้พลังของอันหลินเหนือธรรมชาติขนาดนี้แล้วหรือ
นางรู้สึกว่านางได้รับการเปิดมุมมองใหม่อีกครั้ง เป็นอีกครั้งที่เกิดความกังขาในการวิเคราะห์สันนิษฐานของตัวเอง
พอเป็นแบบนี้ กองทัพหวนสู่ความว่างเปล่าที่นางหามายังมีประโยชน์อยู่หรือไม่
หญิงสาวมองสัตว์ประหลาดร่างคนหัวสุนัขที่อยู่ตรงหน้าด้วยความลังเล…
ณ กาฬทวีป
จักรพรรดิอีดุนน์มองสี่คนตรงหน้าด้วยความโมโห ชี้หน้าพูดกับหญิงสาวผมสั้นสีทองก่อนแล้วพูดว่า “พวกเจ้าดูเดซี่สิ ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสามก้อน สีแดงสิบห้าก้อน…” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
จากนั้นเขาก็ชี้อีกสามคนที่เหลือ “โคโค่สตีฟ ทาเบอร์ ไมรอน พวกเจ้าสามคนรวมกันแล้วยังสู้นางคนเดียวไม่ได้เลย! ไม่ใช่เดซี่เยอะเกินไป แต่พวกเจ้าน้อยเกินไป! เข้าใจไหม ตลอดหนึ่งร้อยปีหลังจากนี้ สำนักของพวกเจ้าจะถูกลดทรัพยากรของหอโลหิตเทียมฟ้าสามส่วน!”
เดซี่ป้องปากขำเบาๆ ความเย้ายวนฉาบวาบทันที
ไม่คิดเลยว่าความสามารถระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้นอย่างนางเพียงคนเดียวจะมีผลสำเร็จเหนือกว่าสามคนที่อยู่ตรงหน้า มันทำให้นางอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย
โคโค่สตีฟ ทาเบอร์ ไมรอนก้มหน้ารับผิดทันที แต่ในใจกลับยิ้มหยัน ใครจะไปเสียดายหอโลหิตเทียมฟ้าของเจ้ากัน เลือดศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ต่างหากที่เป็นเป้าหมายของพวกเขา!
ตอนนี้โคโค่สตีฟอยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางแล้ว พลังยุทธ์ของไมรอนก็มีเค้าลางว่าจะทลายหลังได้รับการขัดเกลาจากเลือดศักดิ์สิทธิ์ของอันหลิน เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะบรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลาง
ทาเบอร์อยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางอยู่แล้ว บัดนี้กำลังลองซึมซับเลือดศักดิ์สิทธิ์ของอันหลิน ศึกษาหนทางใหม่แห่งเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อก้าวเข้าสู่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นปลาย!
ขณะเดียวกัน ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าของสวนเอเดน เมืองพุทธ ตำหนักเทพทะเลตะวันตก วังมังกรทะเลบูรพาต่างก็นำข่าวกลับมา ชื่อของอันหลินก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนในระดับชั้นสูงของแผ่นดินเป็นครั้งแรก
สำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนแห่งสรวงสวรรค์
ก้อนอิฐสีดำทะลุชั้นเมฆมายังรั้วสำนักอันคุ้นเคยแห่งนี้
“โอ้โฮ! ยักษ์อันหลิน นี่น่ะหรือที่ที่เจ้าเรียน ใหญ่จังเลย งดงามนัก!”
ดวงตาของทีน่าทอแสงสีมรกตสว่างไสว พูดด้วยความตื่นเต้น
หอและเรือนเซียนทอดยาวไม่ขาดสาย ยอดเขาที่วิจิตรงดงาม พสุธาที่ห้อมล้อมด้วยเมฆหลากสี ทุกหนแห่งล้วนสุขสงบและงดงาม นอกจากนี้ยังมีพลังปราณอันเข้มข้นอีกด้วย
เมื่อเทียบสำนักแห่งนี้กับเขตโบราณบรรพกาลที่เต็มไปด้วยภัยอันตรายทุกแห่งหนแล้ว เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ประหนึ่งสวรรค์ แม้แต่อันหลินก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาชั่วขณะ กายใจสบายอย่างสิ้นเชิง
“อาจารย์เรียนที่นี่หรือ เป็นการบำเพ็ญตบะหรือ” เซียวเจ๋อพูดพลางลูบคาง
“เปล่า นี่เป็นที่ที่ข้าเรียน ที่ที่ข้าบำเพ็ญเซียน!” อันหลินแย้ง
“อ้อ งั้นหรือ ข้าเข้าใจแล้ว” เซียวเจ๋อพยักหน้าอย่างจริงจัง
ท่าทางจะไม่ผิดแล้ว ที่นี่ก็คือสถานที่บำเพ็ญตบะของอาจารย์
เพราะไม่มีผู้ยิ่งใหญ่คนไหนที่จะยอมบอกว่าตนบำเพ็ญตบะระหว่างที่บำเพ็ญตบะหรอก
เขาก็คือเขา ประสบการณ์ของเขาก็คือประสบการณ์ที่เขาต้องการ
เสวี่ยจ่านเทียนเงยหน้ามองฟ้าแล้วพึมพำว่า “อยู่บนที่สูง ความหาญกล้าเสียฟ้า ที่นี่ค่อนข้างจะใกล้ท้องฟ้า เป็นยอดนภาลัยหรือ”
อันหลินเกาหัว “คงใช่กระมัง สรวงสวรรค์ก็สูงจริงๆ นั่นแหละ”
“ยักษ์อันหลิน พวกเราจะต้องอยู่ที่นี่หรือ” ทีน่ามองทัศนียภาพประดุจภาพวาดอย่างสนอกสนใจ เอ่ยด้วยความคาดหวัง
อันหลินพยักหน้า “ใช่แล้ว ที่นี่มีพลังปราณเข้มข้นยวดยิ่ง พวกเราบำเพ็ญเพียรที่นี่จะได้ประโยชน์อย่างมาก จักรพรรดิจื่อเวยก็บอกรองผู้อำนวยการอวี้หัวแล้ว ท่านก็ตกลงแล้ว พวกเจ้าก็ต้องเชื่อฟัง อย่าก่อปัญหา”
ทีน่าโห่ร้องด้วยความดีใจ เห็นได้ชัดว่านางชื่นชอบที่นี่อย่างยิ่ง
“ตอนนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปพบกับคนที่สำคัญยิ่งนัก พวกเจ้าต้องทำตัวให้ดีๆ นะ” อันหลินพูดอย่างจริงจัง
“ใครหรือ” เซียวเจ๋อพูดอย่างสนเท่ห์
“อาจารย์แม่ของเจ้า” อันหลินตอบ
เฮือก…
เซียวเจ๋อหายใจเข้าดังเฮือก เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
แม้แต่ทีน่ากับเสวี่ยจ่านเทียนก็ประหม่าขึ้นมาบ้าง สงบเสงี่ยมลงเยอะโข ในใจตั้งตาคอยว่าคู่รักของนายท่านจะเป็นแบบไหนกัน