ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 581 จักรพรรดิจื่อเวยที่พูดไม่ออก
เมื่อเจอกับคำถามของจักรพรรดิจื่อเวย ทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่อันหลิน
ใบหน้าของอันหลินฉายรอยยิ้มบริสุทธิ์ไร้ความผิด “แหะๆ ๆ…จักรพรรดิจื่อเวย ข้ารับซื้อผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองของพวกเขาเอง อีกอย่างก็รับซื้อด้วยราคาผลึกต้นกำเนิดร้อยละสิบของข้าเอง ราคาสมเหตุสมผลแน่นอน ข้าต้องการผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองเร่งด่วนจริงๆ”
นี่มาแย่งธุรกิจกันหรือ
ใบหน้าของจักรพรรดิจื่อเวยกระตุกน้อยๆ “เร่งด่วนปานใด”
“ด่วนจนหากขาดผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองไป ข้าจะติดอยู่ในความทรมานนับหมื่นปี!” อันหลินพูดอย่างจริงจัง
“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว” จักรพรรดิจื่อเวยแปลกใจนิดหน่อย
อันที่จริงเขาก็ใช่ว่าจะต้องการผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองให้ได้ เพียงแต่การผจญภัยไม่มีผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองเลยสักก้อน เหตุการณ์แบบนี้มันประหลาดเกินไป ถึงได้เอ่ยปากสอบถามทุกคน
อันหลินพยักหน้า “ร้ายแรงมากจริงๆ อีกอย่างตอนนี้ข้าก็ขาดผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองแค่ก้อนเดียว ท่านมีไหม ข้าใช้เงินซื้อคืนจากท่านได้ เท่าใดก็ไม่มีปัญหา”
จักรพรรดิจื่อเวยอดขำไม่ได้ “ยอดเลย ข้าไม่ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองไม่พอ เจ้ายังจะขอจากข้าไปอีกก้อนงั้นหรือ เจ้าลองว่ามาสิว่าเป้าหมายของเจ้าต้องรวบรวมผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองกี่ก้อน”
“หนึ่งร้อยก้อน” อันหลินตอบ
“พรืด…” จักรพรรดิจื่อเวยที่สุขุมเยือกเย็นเสมอมาทนไม่ไหวอีกต่อไป ขำเบาๆ ออกมา “หนึ่งร้อยก้อน หมายความว่าตอนนี้เจ้ามีเก้าสิบเก้าก้อนแล้วหรือ ก็ได้ เจ้าให้ข้าดูหน่อย หากว่ามีเก้าสิบเก้าก้อนจริง ข้ายกให้เจ้าอีกสักก้อนก็ไม่เป็นไร”
เขาย่อมไม่เชื่อคำพูดของอันหลินถึงได้ตอบแบบนี้
ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองเก้าสิบเก้าก้อน กล้าพูดจำนวนเยอะขนาดนี้ออกมา หลอกใครกันน่ะ!
อันหลินตาลุกวาว คิดในใจว่า นี่ท่านกำลังบีบให้ข้าอวดรวยอยู่นะ…
ช่วยไม่ได้ เขาทำได้แค่เทผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองเก้าสิบเก้าก้อนออกมาอย่างซื่อตรง
ชั่ววินาทีนั้น แสงทองที่สว่างไสวก็เติมเต็มไปทั่วพื้นที่ ลักษณะพิเศษของผลึกต้นกำเนิดดินแดนชั้นสูงทำให้พื้นที่ทั้งตำหนักเริ่มเอื่อยเฉื่อยขึ้นมา นอกจากแสงสีทองแล้ว ฟ้าดินไม่มีสีสันอื่นอีกเลย!
นักพรตนับไม่ถ้วนรู้สึกว่าแสงช่างแยงตาราวกับระเบิดแสง วิงเวียนศีรษะเหลือเกิน
จักรพรรดิจื่อเวยมองผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองที่แน่นขนัดเต็มท้องนภาก็เผยอปากน้อยๆ ใบหน้ามีความตกตะลึง
“นี่…นี่มันเป็นผลึกต้นกำเนิดที่คนคนเดียวจะรวบรวมได้หรือ” จักรพรรดิจื่อเวยเพิ่งเคยเสียอาการเช่นนี้ครั้งแรก มองภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
พูดอย่างไม่เกรงใจเลยว่า ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองของกลุ่มอิทธิพลทั้งสิบห้ารวมกันอาจจะไม่เยอะเท่าของอันหลินก็ได้!
นักพรตที่เหลือยิ่งไม่พูดถึงเลย ต่างก็เวียนหัวตาลาย ยอมสยบให้กับผลึกต้นกำเนิดดินแดนของอันหลินอย่างราบคาบ
“เฮือก…แยงตามาก! นี่มันผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหมดแล้วหรือ นี่มันมูลค่าเท่าใดกัน!”
“อย่างไรเสียก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะจินตนาการได้”
“คุณพระ มีหญิงงามที่หลอมจากผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองด้วย!”
“ความยากจนจำกัดจินตนาการของข้า…”
“สหายอันหลินน่ากลัวขนาดนี้ ในสรวงสวรรค์ไม่มีใครวิปริตกว่าเขาแล้วกระมัง”
…
อันหลินฟังคำวิจารณ์ของคนรอบข้าง จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาว่า “จริงสิ หญิงงามนั่นสร้างจากผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองยี่สิบสามก้อน ท่านลองนับดูหน่อยว่าใช่เก้าสิบเก้าก้อนหรือไม่”
เขาเชื่อว่าความสามารถอย่างจักรพรรดิจื่อเวยต้องสัมผัสจำนวนทั้งหมดของมันได้แน่
จักรพรรดิจื่อเวยหายใจเข้าลึก พยายามสงบสติอารมณ์ แล้วหยิบผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองออกจากแหวนมิติยื่นให้อันหลินอย่างสั่นเทา
นี่เป็นผลึกต้นกำเนิดต้นแบบที่เขาแสดงให้นักพรตทั้งหมดเห็นก่อนเขาเขตโบราณบรรพกาล บัดนี้ก็จะไปจากเขาแล้วเหมือนกัน…
คำพูดที่ตัวเองเคยพูด ต่อให้เคล้าน้ำตาก็ต้องทำ!
อันหลินเก็บผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองที่จักรพรรดิจื่อเวยยื่นให้ด้วยความพอใจ แล้วผ่อนลมหายใจอย่างแรง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตอนนี้เขาสามารถทำภารกิจพิลึกที่ระบบจัดสรรให้แล้วสักที!
อีกอย่างยังได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองอีกก้อนมาฟรีๆ ด้วย ยอดเยี่ยม!
ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งร้อยก้อนใส่แหวนมิติ ทุกคนรู้สึกเหมือนฟ้ามืดแล้ว…
นักพรตทั้งหลายรวมถึงพวกหลิวฉู่ฉู่ที่เตรียมใจมาก่อนแล้วต่างก็รู้สึกเหมือนฝันไป ประหนึ่งทุกอย่างตรงหน้าไม่เป็นความจริง นักพรตบางคนถึงขั้นก้มหน้าลงเล็กน้อยไม่กล้าสบตาอันหลิน
จักรพรรดิจื่อเวยตื่นจากภวังค์ความตกใจ สงสัยเหลือเกินว่าอันหลินจะเอาผลึกต้นกำเนิดมากมายขนาดนี้ไปทำไม!
“อันหลิน ภารกิจนั่นเจ้าก็ทำสำเร็จแล้วหรือ” จักรพรรดิจื่อเวยพูดอย่างสนเท่ห์
“เรียบร้อยแล้ว” อันหลินพยักหน้ายิ้มๆ
จักรพรรดิจื่อเวยได้ฟังก็หัวเราะ “ท่าทางข้าจะต้องอยู่คุยกับเจ้าก่อนแล้วละ”
เขาใคร่รู้ในประสบการณ์ของอันหลินอย่างยิ่ง ทำให้อดไม่ไหวอยากทำความเข้าใจ
มันตรงตามเจตนาของอันหลินพอดี อันหลินพยักหน้าตกลงทันที “ได้เลย ข้าก็มีเรื่องอยากคุยกับท่านเช่นกัน”
จักรพรรดิจื่อเวยคุยกับนักพรตที่เหลือเล็กน้อยก็ให้พวกเขาไปยังหอจื่อเวย เพื่อรายงานข้อมูลที่รวบรวมมาได้ต่อสรวงสวรรค์
ไม่นานก็เหลือแค่อันหลิน เซียวเจ๋อ ทีน่า เสวี่ยจ่านเทียนกับจื่อเวยอยู่ในตำหนัก
จื่อเวยสะบัดแขนเสื้อ โต๊ะชาก็ปรากฏคั่นกลางระหว่างทั้งสอง
“สหายอันหลินเชิญนั่ง เดี๋ยวเรามาคุยกันหน่อยดีกว่า” จักรพรรดิจื่อเวยยิ้มอย่างอ่อนโยน
อันหลินพยักหน้าแล้วมอบผลดาราพรายให้จักรพรรดิจื่อเวย
จักรพรรดิจื่อเวยรับผลดาราพรายมาอย่างไม่ยี่หระ ถึงขั้นว่าไม่มองเลยสักนิด เอาแต่จ้องอันหลิน จิบชาแล้วถามอย่างสงสัยว่า “มาเถอะ ลองเล่าเรื่องที่เจ้าพบเจอในเขตโบราณบรรพกาลสักหน่อย ขอประเด็นสำคัญนะ”
ประเด็นสำคัญเหรอ
อันหลินครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ข้าได้ผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดระดับหวนสู่ความว่างเปล่าสามตนมาเป็นทาส”
“พรืด…” จักรพรรดิจื่อเวยพ่นน้ำชาออกมา ยังไม่ทันได้เช็ดน้ำชาเลยด้วยซ้ำก็มองอันหลินด้วยความแปลกใจ
อันหลินพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “จริงๆ นะ”
“พูดให้ละเอียดหน่อย” จักรพรรดิจื่อเวยสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดอย่างจริงจังเช่นกัน
อันหลินเล่าเรื่องราวว่ารับผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดเป็นทาสได้อย่างไร ทุกคนอย่างล้วนเป็นเพราะเลือดในร่างกายของเขา
ที่ตัดสินใจพูดออกมาเพราะเขามีความคิดอยากให้ผู้ยิ่งใหญ่ช่วยวิเคราะห์เลือดของตัวเองมานานแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติที่ประหลาดแบบนี้มันจะทำให้กระวนกระวายใจ อยากจะรู้ให้มากกว่านี้สักหน่อย
แต่ทว่าหลังจักรพรรดิจื่อเวยได้เลือดหนึ่งหยดของอันหลินไปก็ไม่เห็นความพิเศษอะไร
“อืม…โคโค่สตีฟ ไมรอน ทาเบอร์ที่เจ้าว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เลื่องชื่อของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือด หากเป็นสายให้สรวงสวรรค์จริง เช่นนั้นประโยชน์ที่ได้ก็จะไม่มีข้อจำกัด ข้าจะส่งคนของสรวงสวรรค์ไปปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา เรื่องนี้เจ้าวางใจได้” จักรพรรดิจื่อเวยประหลาดใจกับประสบการณ์อันเหลือเชื่อของอันหลิน จึงเร่งเร้าให้เขาเล่าเรื่องที่เหลือ
อันหลินเล่าการพบเจอกับทีน่า เสวี่ยจ่านเทียนคร่าวๆ รวมถึงพบเจอกับเหตุการณ์ดินแดนพังทลาย ประสบการณ์ที่เข้าไปในขุนเขาแสงดาวแล้วข้ามมิติ แต่กลับปิดบังเรื่องของชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนที่ทีน่าได้มา บอกเพียงว่ามันระเบิดพลังที่ลึกลับทำให้วิญญาณหลุดพ้น
จักรพรรดิจื่อเวยฟังอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเขาได้ยินความอาฆาตของวาฬยักษ์ก็ยิ่งทำหน้าตกตะลึงและเหลือเชื่อมากกว่าเดิม
“เฮ้อ ช่างเป็นความผูกพันของมนุษย์กับวาฬอันงดงาม…” จักรพรรดิจื่อเวยส่ายหน้ารำพัน
มุมปากของอันหลินกระตุกยิกๆ ตอนนี้เป็นเวลาพูดเรื่องนี้หรือไง
แต่เขาก็คิดถึงวาฬน้อยอยู่บางเหมือนกัน วาฬน้อยนิสัยดีขนาดนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่นอน ไม่รู้ว่าแม่ของวาฬน้อยจะทำให้มันเสียคนหรือเปล่า…
จากนั้นเขาก็หารือกับจักรพรรดิจื่อเวย ประเด็นสำคัญวนเวียนอยู่กับผีดูดเลือดทั้งสาม ก็ได้แผนการที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ อย่างไรเสียความปลอดภัยของผีดูดเลือดทั้งสามก็สำคัญที่สุด จากนั้นค่อยๆ ทำตามแผนการทั้งหมดทั้งมวล
เมื่อจัดการเรื่องของเขตโบราณบรรพกาลเสร็จ อันหลินก็พาเซียวเจ๋อ ทีน่า เสวี่ยจ่านเทียนขี่ก้อนอิฐกลับสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนด้วยกัน กลับสู่ชีวิตของรั้วสำนักอย่างเป็นทางการ!