ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 15: "ไข่ดำ" เริ่มพูด
ตอนที่ 15: “ไข่ดำ” เริ่มพูด
ป่าหมอกอสูรยามราตรีนั้นเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของ “ผู้ล่า” และเสียงใบไม้ไหวเสียดสีกันยามลมพัดผ่าน
ตูม!
ความเงียบสงบถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อร่างมหึมาของสัตว์อสูรขนาดเท่ารถม้าถูกซัดกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นลงมาทั้งต้น
“โฮก!!”
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ดังมาจาก “หมีเกราะเหล็ก” สัตว์อสูรระดับ 2 ขั้นต้น ผิวหนังของมันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ขนสีดำสนิทแวววาวสะท้อนแสงจันทร์ แต่มันกลับกำลังถอยร่นด้วยความหวาดกลัวต่อมนุษย์ตัวจ้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า
หลงเฉินสะบัดข้อมือขวาไล่ความชาหนึบ เกล็ดมังกรสีแดงเข้มที่ปกคลุมท่อนแขนของเขาส่องแสงวาวโรจน์ ไอความร้อนระอุแผ่ออกมาจากร่างกายจนหมอกรอบตัวระเหยกลายเป็นไอ
“ผิวหนาใช้ได้…” หลงเฉินแสยะยิ้ม “แต่ก็ยังหนาไม่พอกันหมัดของข้า”
เจ้าหมีเกราะเหล็กคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่หลงเฉินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความบ้าคลั่ง กรงเล็บขนาดใหญ่ตะปบลงมาหมายจะขยี้ศีรษะศัตรูให้แหลกเหลว
“ช้าไป”
หลงเฉินไม่หลบ เขาก้าวเท้าสวนเข้าไปตรงๆ รวบรวมพลังปราณและพละกำลังของกายามังกรไว้ที่หมัดขวา แล้วชกสวนขึ้นไปที่ใต้คางของมันเต็มแรง
เปรี้ยง!
เสียงกระดูกแตกดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของหมีเกราะเหล็กหนักกว่าพันชั่งลอยละลิ่วขึ้นฟ้า คอของมันบิดงอผิดรูป ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นดินจนแผ่นดินสะเทือน เลือดสีแดงคล้ำทะลักออกจากปากและจมูก สิ้นใจตายคาที่ในหมัดเดียว
“ระดับ 2 ขั้นต้น… เลือดน่าจะเข้มข้นพอสมควร”
หลงเฉินเดินเข้าไปหาซากหมีอย่างใจเย็น เขาคุกเข่าลงข้างๆ วางมือทาบลงบนอกของมัน เตรียมจะใช้วิชากลืนโลหิตเพื่อดูดซับพลังชีวิตมาเสริมแกร่ง
ทว่า… ทันทีที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสเลือด
วูบ!
ความร้อนสายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากอกเสื้อของเขาอย่างรุนแรง ราวกับมีถ่านไฟแดงๆ แนบเนื้อ หลงเฉินสะดุ้งเล็กน้อย ล้วงมือเข้าไปหยิบ “หินสีดำ” หรือไข่ปริศนาออกมา
เจ้าหินดำสั่นระริกอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งกว่าตอนที่อยู่ตลาดของเก่า มันส่งเสียง วึ้งๆ ถี่รัวราวกับกำลังประท้วง
“อะไรของเจ้า? หิวอีกแล้วรึ?” หลงเฉินขมวดคิ้ว “รอประเดี๋ยว ข้าขอดูดซับพลังส่วนใหญ่ก่อน เหลือเศษๆ แล้วจะแบ่งให้”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นก้องในหัวของหลงเฉิน เสียงนั้นฟังดูแหบห้าว เหมือนเสียงเด็กผู้ชายที่พยายามดัดเสียงให้ดูแก่และน่าเกรงขาม แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโอหังและกวนประสาทถึงขีดสุด
“ไอ้โง่! หยุดมือเดี๋ยวนี้นะโว้ย!”
หลงเฉินชะงักกึก หันซ้ายหันขวาทันที จิตสัมผัสแผ่ออกไปรอบทิศทาง
“ใคร! ใครพูด!?”
“มองหาบิดาเจ้าที่ไหน! ข้าอยู่นี่! ในมือเจ้านี่แหละ ไอ้ตาถั่ว!”
หลงเฉินก้มลงมองหินสีดำในมือด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะเป็นอดีตจักรพรรดิเซียนที่ผ่านโลกมามาก แต่การโดนก้อนหินด่าว่าเป็น “ไอ้ตาถั่ว” ก็ทำให้เขาอดคิ้วกระตุกไม่ได้
“เจ้า… พูดได้?”
“แน่นอนสิวะ! ข้าคือสัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรสะท้านภพ! การพูดภาษามนุษย์มันเรื่องขี้ผง!” เสียงในหัวตอบกลับอย่างหยิ่งยโส “เลิกถามมากความได้แล้ว! รีบเอามือสกปรกของเจ้าออกจากอาหารของข้าเดี๋ยวนี้! เลือดหมีเกราะเหล็กตัวนี้ ข้าจองแล้ว!”
หลงเฉินหรี่ตาลง แทนที่จะตกใจ เขากลับรู้สึกหมั่นไส้เจ้าก้อนหินนี่ขึ้นมาตงิดๆ
“จอง?” หลงเฉินแค่นเสียง “ข้าเป็นคนลงแรงฆ่ามัน เจ้าเป็นแค่ก้อนหินที่เกาะอกเสื้อข้ามาเฉยๆ มีสิทธิ์อะไรมาจอง?”
“สิทธิ์ของบิดาไง!” เจ้าหินดำตะคอก “ข้ากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ต้องการพลังงานมหาศาล ถ้าเจ้าแบ่งเลือดให้ข้า ข้าสัญญาว่าพอข้าออกมาได้ ข้าจะพิจารณารับเจ้าเป็นสมุนคนสนิท… เป็นไง ข้อเสนอดีใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆๆ!”
เส้นเลือดดำปูดขึ้นที่ขมับของหลงเฉิน เขาคือกษัตริย์ผู้ปกครองแดนเซียน ชาตินี้กลับมาเกิดใหม่ก็ตั้งเป้าจะเป็นราชันย์ แต่ดันมาโดนไข่ใบหนึ่งจะจับทำสมุน?
“สมุนงั้นรึ…”
หลงเฉินยิ้มเย็นยะเยือก มือที่ถือหินค่อยๆ ง้างขึ้นสูง
“งั้นเจ้าก็กลับไปนอนจำศีลต่อในนรกซะเถอะ!”
หลงเฉินทำท่าจะทุ่มหินลงกับพื้นหินแข็งเต็มแรง
“เฮ้ยๆๆๆ! เดี๋ยวๆๆ! ใจเย็นพี่ชาย! ใจเย็นนน!” เสียงในหัวเปลี่ยนจากโอหังเป็นลนลานทันที “ล้อเล่น! ข้าแค่ล้อเล่น! อย่าทุ่มนะโว้ย เปลือกข้ายิ่งเปราะๆ อยู่ เดี๋ยวสมองไหล!”
หลงเฉินชะงักมือกลางอากาศ เลิกคิ้วมอง “เปราะ? ข้าเห็นเจ้ารับแรงกระแทกได้สบายๆ นี่หว่า โกหกไม่เนียน”
“โธ่เอ๊ย! ไอ้มนุษย์ไร้อารมณ์ขัน!” เจ้าหินดำบ่นอุบ “เอางี้… เรามาตกลงกันแบบปัญญาชน เจ้าแบ่งเลือดตัวนี้ให้ข้าครึ่งหนึ่ง… ไม่สิ เจ็ดส่วน! แล้วข้าจะยอมญาติดีกับเจ้า”
“หนึ่งส่วน” หลงเฉินต่อรองเสียงเรียบ
“หนึ่งส่วน!? จะบ้าเรอะ! ข้าไม่ใช่ขอทานนะ! อย่างน้อยต้องห้าส่วน!”
“ครึ่งส่วน” หลงเฉินลดราคาหน้าตาเฉย
“อ๊ากกกก! ไอ้ขี้งก! ไอ้หน้าเลือด! เจ้ามันไม่ใช่คน! เจ้ามันปีศาจ!” เจ้าหินดำดิ้นพราดๆ ในมือหลงเฉิน “ก็ได้ๆๆ! สามส่วน! ข้าขอแค่สามส่วน! ถ้าให้น้อยกว่านี้ข้าจะยอมกลั้นใจตายให้เจ้าดู!”
หลงเฉินหัวเราะในลำคอ เขารู้สึกถูกชะตากับความกวนประสาทของเจ้าไข่ใบนี้อย่างประหลาด มันดูเจ้าเล่ห์และหน้าด้านคล้ายกับเขาในบางมุม
“ตกลง สามส่วน… แต่เจ้าต้องตอบคำถามข้าก่อน เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่?”
“บอกไปเจ้าก็ไม่รู้จักหรอก ระดับเจ้ามันแค่กบในกะลา” เสียงนั้นตอบกลับอย่างถือดี “รู้แค่ว่าข้าคือ ‘เสี่ยวเฮย’ ผู้ยิ่งใหญ่… เออ เรียกข้าว่าท่านเสี่ยวเฮยก็ได้”
“เสี่ยวเฮย (ดำน้อย)? ชื่อสิ้นคิดชะมัด” หลงเฉินส่ายหน้า “เอาล่ะ กินซะ แล้วหุบปาก”
หลงเฉินวางหินสีดำลงบนบาดแผลของหมีเกราะเหล็ก ทันทีที่สัมผัสเลือด เจ้าเสี่ยวเฮยก็ดูดซับมันอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนอดอยากมาแรมปี
“อา… สดชื่น! แม้รสชาติจะเหมือนน้ำล้างเท้าไปหน่อย แต่ก็พอกล้อมแกล้ม”
หลงเฉินส่ายหน้าอย่างระอา เขาเองก็เริ่มใช้วิชามังกรอสูรกลืนโลหิตดูดซับเลือดส่วนที่เหลือ พลังปราณอุ่นวาบไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย เสริมสร้างเกล็ดมังกรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผ่านไปสักพัก เมื่อเลือดของหมีเกราะเหล็กแห้งเหือด เจ้าเสี่ยวเฮยก็กลิ้งหลุนๆ กลับมาหาหลงเฉิน รอยร้าวบนเปลือกของมันกว้างขึ้นจนเห็นแสงสีทองวูบวาบอยู่ภายในชัดเจน
“เรอออ…” เสียงเรอดังสนั่นในหัวหลงเฉิน “พุงกางเลย… ขอบใจมากไอ้หนู”
“ข้าชื่อหลงเฉิน ไม่ใช่ไอ้หนู” หลงเฉินหยิบมันขึ้นมาเก็บใส่ย่าม “กินอิ่มแล้วก็เงียบปากซะ ข้าจะไปล่าต่อ”
“เดี๋ยว! หยุดก่อน!” เสี่ยวเฮยร้องทัก “อย่าเพิ่งไปทางนั้น… จมูกอันทรงเกียรติของข้าได้กลิ่นอะไรบางอย่าง”
“กลิ่นอะไร?”
“กลิ่นของสมบัติ… ไม่ใช่สิ กลิ่นของสมุนไพรวิเศษ… หอมมาก! หอมกว่าเลือดหมีเน่าๆ นี่ร้อยเท่า!” น้ำลายของเสี่ยวเฮยแทบจะไหลผ่านกระแสจิต “มันอยู่ทางทิศตะวันออก ห่างไปสามลี้… แต่เดี๋ยวนะ มีกลิ่นของมนุษย์อยู่แถวนั้นด้วย ประมาณสี่ห้าคน”
หลงเฉินดวงตาเป็นประกายทันที
“สมุนไพรวิเศษและมนุษย์งั้นรึ?”
เขาไม่ได้สนใจสมุนไพรเท่าไหร่ แต่เขาสนใจ “มนุษย์”
ในป่าหมอกอสูรแห่งนี้ กฎหมายเอื้อมไม่ถึง การฆ่าคนชิงสมบัติเป็นเรื่องปกติ และมนุษย์ที่กล้าเข้ามาลึกขนาดนี้ ย่อมต้องพกพาทรัพยากรดีๆ ติดตัวมาด้วยแน่นอน
“ดูเหมือนเจ้าจะมีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะ เจ้าก้อนหินพูดมาก” หลงเฉินยิ้มมุมปาก
“แน่นอน! ข้าบอกแล้วว่าข้าคือผู้ยิ่งใหญ่! รีบไปเร็วเข้า ข้าอยากเห็นเจ้าไปปล้นพวกมันจะแย่อยู่แล้ว ฮ่าๆๆ!”
สองคู่หู… หนึ่งมนุษย์อำมหิต และหนึ่งไข่จอมตะกละ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกด้วยความรวดเร็ว เตรียมตัวเปลี่ยนป่าหมอกอสูรให้กลายเป็นลานล่าเหยื่อของพวกเขาทันที
(จบบทที่ 15)