ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 17: สังหารหมู่กลางป่า
ตอนที่ 17: สังหารหมู่กลางป่า
เสียงคำรามกึกก้องของลูกสมุนตระกูลจ้าวสองคนสุดท้าย ดังประสานกับเสียงเสียดสีของใบไม้แห้ง พวกมันพุ่งเข้าใส่หลงเฉินด้วยความบ้าคลั่งที่เกิดจากความหวาดกลัวสุดขีด ดาบยาวในมือถูกง้างจนสุดแขน พลังปราณระดับก่อรากฐานขั้นที่ 6 ถูกรีดเร้นออกมาห่อหุ้มคมดาบจนเปล่งแสงสีขาวขุ่น
“ตายซะ! ไอ้ปีศาจ!”
คมดาบทั้งสองเล่มพุ่งเป้าไปที่ลำคอและหัวใจของหลงเฉินพร้อมกัน เป็นการโจมตีประสานที่ฝึกฝนมาอย่างดี หากเป็นจอมยุทธ์ทั่วไปคงยากจะหลบพ้น แต่สำหรับหลงเฉิน… ภาพตรงหน้าเชื่องช้าราวกับภาพที่ถูกหยุดเวลา
“วิชาดาบไร้ราคา… ท่าเท้าเต็มไปด้วยช่องโหว่”
หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสีแดงฉานวาวโรจน์ เขาไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว แต่กลับก้าวสวนเข้าไปหาคมดาบด้วยท่า “ก้าวย่างมังกรท่องเมฆา”
ฟึ่บ!
ร่างของเขาไหววูบกลายเป็นเงาเลือนราง ลอดผ่านช่องว่างระหว่างดาบสองเล่มไปอย่างเหลือเชื่อ คมดาบฟันถูกเพียงอากาศธาตุ
“อะไรกัน!” ลูกสมุนทั้งสองเบิกตากว้าง
ยังไม่ทันที่พวกมันจะชักดาบกลับ หลงเฉินก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงกลางระหว่างพวกมันทั้งสองคน แขนทั้งสองข้างกางออก มือแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บมังกรที่แข็งแกร่งและแหลมคม
“หลับให้สบาย”
ฉึก!
มือขวาของหลงเฉินพุ่งเสียบทะลุเกราะหนังหน้าอกของลูกสมุนคนขวา เจาะลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เลือดสดๆ ทะลักออกมาอาบแขนของเขา ขณะเดียวกัน มือซ้ายของเขาก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอของลูกสมุนคนซ้าย
“อึก... อ๊าก...”
ลูกสมุนคนซ้ายพยายามดิ้นรน เท้าลอยเหนือพื้น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความขาดอากาศหายใจ มันมองเห็นเพื่อนของมันที่ถูกเสียบทะลุอกสิ้นใจตายคาที่ ดวงตาของเพื่อนคนนั้นยังเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
“อย่าเพิ่งรีบตาย…” หลงเฉินกระซิบเสียงเย็น “เลือดของพวกเจ้ามีค่า”
วูบ!
เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิตทำงานทันที แรงดูดมหาศาลจากฝ่ามือทั้งสองข้างสูบฉีดเลือดและพลังชีวิตของเหยื่อทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของพวกมันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่นลงด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
“โอ้โฮ! สดใหม่! หวานฉ่ำ!” เสียงของเจ้าเสี่ยวเฮยร้องลั่นในหัวหลงเฉินด้วยความปิติยินดี “เอาอีก! ส่งมาอีก! ข้ารู้สึกได้ว่าเปลือกไข่ใกล้จะแตกแล้ว!”
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างของยอดฝีมือระดับก่อรากฐานทั้งสองก็กลายเป็นซากแห้งกรัง หลงเฉินสะบัดมือทิ้งพวกมันลงพื้นราวกับโยนขยะ
ตุบ... ตุบ...
ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ป่าหมอกอสูรอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
จ้าวผิง นายน้อยแห่งตระกูลจ้าว ผู้ซึ่งเมื่อครู่ยังวางมาดหยิ่งยโส บัดนี้ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดาบยาวในมือสั่นระริกจนได้ยินเสียงกระทบกับปลอกดาบ
ลูกน้องสี่คน… ยอดฝีมือระดับก่อรากฐานขั้น 6… ถูกฆ่าตายภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป! แถมวิธีการฆ่ายังโหดเหี้ยมผิดมนุษย์!
“จะ… เจ้า… เจ้ามันไม่ใช่คน…” จ้าวผิงถอยหลังกรูด ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ “วิชามาร! เจ้าใช้วิชามาร! สำนักฝ่ายธรรมะจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
หลงเฉินสะบัดเลือดที่ติดมือทิ้ง เดินย่างสามขุมเข้าไปหาจ้าวผิงช้าๆ ทุกย่างก้าวแผ่แรงกดดันที่หนักอึ้งราวกับภูเขาถล่มทับ
“มารงั้นรึ?” หลงเฉินแสยะยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้จ้าวผิงรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ “ตระกูลจ้าวของเจ้า กดขี่ข่มเหงชาวเมือง ฆ่าคนชิงทรัพย์ แย่งชิงสตรี… การกระทำพวกนั้นเรียกว่า ‘เทพ’ งั้นสิ?”
“ในโลกนี้ไม่มีมารไม่มีเทพ… มีแต่ผู้แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอ”
“และตอนนี้… ข้าคือผู้แข็งแกร่ง ส่วนเจ้า… คืออาหาร”
“อย่าเข้ามานะเว้ย!”
จ้าวผิงกรีดร้องด้วยความสติแตก ความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง เขาระเบิดพลังปราณทั้งหมดที่มี ระดับ ‘ก่อรากฐาน ขั้น 8’ พลังลมปราณธาตุลมหมุนวนรอบตัวจนใบไม้แห้งปลิวว่อน
“ข้าคือจ้าวผิง! อัจฉริยะแห่งตระกูลจ้าว! ข้าจะไม่มาตายด้วยน้ำมือขยะอย่างแก! เพลงดาบวายุคลั่ง… ผ่าเวหา!”
จ้าวผิงกระโดดลอยตัวขึ้นสูง ตวัดดาบฟันลงมาสุดแรงเกิด คลื่นพลังปราณคมกริบก่อตัวเป็นรูปจันทร์เสี้ยว พุ่งเข้าใส่หลงเฉินด้วยความเร็วสูง หมายจะผ่าร่างให้แยกเป็นสองซีก
หลงเฉินเงยหน้ามองคลื่นดาบนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“ก่อรากฐานขั้น 8… มีดีแค่นี้เองรึ?”
หลงเฉินไม่หลบ เขากำหมัดขวาแน่น เกล็ดมังกรสีแดงเข้มเปล่งแสงจ้าขึ้นมาคลุมทั่วทั้งแขนขวา เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องออกมาจากร่างกายของเขา
“หมัดมังกรทลายภูผา!”
เปรี้ยง!!
หลงเฉินชกหมัดเปล่าๆ สวนเข้าไปปะทะกับคลื่นดาบวายุโดยตรง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังลมถูกหมัดมังกรทำลายจนแตกกระจายกลายเป็นเศษพลังงาน
“บ้าน่า!” จ้าวผิงเบิกตาถลน คลื่นดาบไม้ตายของเขาถูกทำลายด้วยหมัดเปล่า?
ยังไม่ทันที่เท้าของจ้าวผิงจะแตะพื้น ร่างเงาสีดำก็พุ่งทะลุกลุ่มควันเข้ามาประชิดตัวเขาแล้ว
ผัวะ!
หมัดซ้ายของหลงเฉินกระแทกเข้าที่ท้องน้อยของจ้าวผิงเต็มแรง
“อั๊ก!”
จ้าวผิงตัวงอเป็นกุ้ง กระอักน้ำดีและเลือดออกมาคำโต ร่างปลิวกระเด็นไปชนกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง
โครม!
ร่างของนายน้อยผู้ยิ่งใหญ่ร่วงลงมากองกับพื้น สภาพดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาพยายามจะยันกายลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดที่ท้องน้อยทำให้เขาลุกไม่ขึ้น พลังปราณในร่างแตกซ่านควบคุมไม่ได้
หลงเฉินเดินเข้าไปหาช้าๆ เสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย
“ยะ… อย่า… อย่าฆ่าข้า…” จ้าวผิงละล่ำละลัก ร้องไห้ออกมาอย่างหมดสภาพ “ข้ายอมแล้ว! ข้าจะให้เงินเจ้า! ให้สมุนไพร! ให้ทุกอย่าง! อย่าฆ่าข้า!”
หลงเฉินหยุดยืนค้ำหัวจ้าวผิง มองต่ำลงมาด้วยสายตาดูแคลน
“เงินทอง… สมบัติ… ของพวกนั้นข้าหาเองได้” หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ “แต่สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้า… มันมีค่ามากกว่านั้น”
“เจ้า… เจ้าต้องการอะไร?” จ้าวผิงถามด้วยความหวังอันริบหรี่
“ข้าต้องการให้เจ้าเป็น ‘จดหมายเหตุ’ ที่มีชีวิต”
กร๊อบ!
“อ๊ากกกกกก!”
หลงเฉินเหยียบลงไปที่ข้อเท้าขวาของจ้าวผิง แล้วบดขยี้จนกระดูกแหลกละเอียด จ้าวผิงดิ้นพราดๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วป่า
“นั่นสำหรับที่เจ้าเคยด่าพ่อข้า”
กร๊อบ!
“อ๊ากกกกก! แม่จ๋า! ช่วยด้วย!”
หลงเฉินเหยียบข้อเท้าซ้ายซ้ำอีกข้าง
“นั่นสำหรับที่เจ้าเคยรังแกข้าในอดีต”
จากนั้น หลงเฉินก้มลงไป คว้าข้อมือขวาของจ้าวผิงขึ้นมา มือข้างที่เคยถือดาบอย่างภาคภูมิใจ
“และมือข้างนี้… สำหรับความอวดดีของเจ้าในวันนี้”
หลงเฉินหักข้อมือจ้าวผิงอย่างช้าๆ ให้มันรับรู้รสชาติความเจ็บปวดทุกวินาที
จ้าวผิงสลบเหมือดไปเพราะความเจ็บปวด แต่หลงเฉินก็ตบหน้าเรียกสติให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ต้องการให้เหยื่อหลับใหล เขาต้องการให้มันตื่นรู้ถึงความกลัว
“ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า…” หลงเฉินกระซิบข้างหูจ้าวผิงที่นอนหายใจรวยริน น้ำตาไหลพราก “อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้”
“เจ้าจะเป็นพยานปากเอก... กลับไปบอกจ้าวฟาง บอกทุกคนในตระกูลจ้าว ว่า ‘ราชันย์’ ได้กลับมาแล้ว และใครก็ตามที่ขวางทางข้า… จุดจบของมันจะไม่สวยงามเหมือนลูกน้องเจ้าพวกนี้”
หลงเฉินลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบ “ผลหัวใจโลหิต” ที่ยังคงวางอยู่อย่างปลอดภัยบนโขดหิน เก็บมันใส่ย่ามอย่างทะนุถนอม
“ไปซะ… คลานกลับไปเหมือนสุนัขที่เจ้าเป็น”
หลงเฉินเตะร่างของจ้าวผิงเบาๆ ให้กลิ้งไปทางทิศที่ตั้งเมืองหมอกเมฆา
จ้าวผิงที่แขนขาหัก สภาพปางตาย ต้องใช้ข้อศอกและหัวเข่าที่เหลืออยู่ ตะเกียกตะกายคลานหนีตายด้วยความทุลักทุเล ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวไปตามพื้นดิน เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามองปีศาจตนนั้นอีกเลย
หลงเฉินมองดูภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับไปมองความมืดของป่า
“เสี่ยวเฮย… เตรียมตัว”
“เตรียมตัว? เตรียมตัวทำไม? กินเสร็จแล้วไม่ใช่รึ?” เจ้าหินดำถามอย่างงุนงง
“กลิ่นเลือดคละคลุ้งขนาดนี้… เจ้าคิดว่าจะมีแค่เรากลุ่มเดียวรึที่ได้กลิ่น?”
ดวงตาของหลงเฉินวาวโรจน์
“คืนนี้ยังอีกยาวไกล... และข้ายังไม่อิ่ม”
(จบบทที่ 17)