ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 18: ความสิ้นหวังของนายน้อย
ตอนที่ 18: ความสิ้นหวังของนายน้อย
ผืนป่าหมอกอสูรยามค่ำคืนเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงครูดคราดของร่างกายที่ลากถูไปกับพื้นดินหยาบกร้าน
“แฮ่ก... แฮ่ก... ข้าต้องรอด… ข้าต้องรอด…”
จ้าวผิง นายน้อยอัจฉริยะแห่งตระกูลจ้าว บัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากสุนัขข้างถนนที่ถูกรถม้าทับ แขนขวาห้อยรุ่งริ่ง ข้อเท้าทั้งสองข้างบิดเบี้ยวผิดรูปจนกระดูกขาวโพลนแทงทะลุเนื้อออกมา เขาใช้เพียงศอกซ้ายและเข่าที่เต็มไปด้วยแผลถลอก ตะเกียกตะกายลากสังขารตัวเองไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล
ความเจ็บปวดแสนสาหัสกัดกินทุกอณูขุมขน แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับ “ความกลัว” ที่เกาะกุมหัวใจ
ภาพของปีศาจในคราบมนุษย์ที่สังหารลูกน้องของเขาอย่างเลือดเย็น และหักแขนขาเขาเล่นราวกับหักกิ่งไม้ ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวก็จะถึงถนนใหญ่…” จ้าวผิงกัดฟันแน่นจนเลือดซึมไรฟัน ดวงตาที่พร่ามัวมองเห็นแสงจันทร์ส่องสว่างที่ชายป่าอยู่ลิบๆ นั่นคือเส้นชัย คือความหวังเดียวที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของเขา
ขอเพียงไปถึงถนนใหญ่ได้ ก็จะมีหน่วยลาดตระเวนของตระกูลจ้าวผ่านมา เขาจะรอด! และเขาจะกลับไปฟ้องท่านลุง ให้ยกกองทัพมาถลกหนังไอ้สวะหลงเฉินนั่นทั้งเป็น!
กรอบ...
เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง
หัวใจของจ้าวผิงหยุดเต้นไปชั่วขณะ ขนทั่วร่างลุกชัน เขาหยุดคลาน ค่อยๆ หันคอที่แข็งเกร็งกลับไปมองด้วยความหวาดระแวง
ความว่างเปล่า… ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงความมืดของแมกไม้และเงาตะคุ่มที่ไหววูบตามแรงลม
“ข้าคงหลอนไปเอง… มันปล่อยข้าแล้ว… มันต้องการให้ข้าไปส่งข่าว…” จ้าวผิงปลอบใจตัวเอง พยายามรวบรวมสติแล้วหันกลับมาคลานต่อ
แต่ทันทีที่เขาหันหน้ากลับมา…
ปลายรองเท้าสีดำคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ห่างจากปลายจมูกเขาเพียงคืบ!
จ้าวผิงเบิกตาถลน ค่อยๆ ไล่สายตามองขึ้นไปตามขากางเกง จนกระทั่งสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่มองลงมาราวกับมองมดปลวก
“จะรีบไปไหนรึ… นายน้อยจ้าว?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ดูขบขัน หลงเฉินยืนกอดอกพิงต้นไม้ ขวางทางหนีของเขาไว้อย่างสมบูรณ์
“อะ… ไอ้… ปีศาจ…” จ้าวผิงละล่ำละลัก เสียงแหบแห้ง “จะ… เจ้าสัญญาแล้ว! เจ้าบอกว่าจะปล่อยข้าไปเป็นพยาน! เจ้าบอกว่าจะไม่ฆ่าข้า!”
“สัญญา?” หลงเฉินเลิกคิ้ว แสร้งทำหน้าครุ่นคิด “อืม… ข้าจำได้ว่าข้าพูดว่า ‘ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า… อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้’ ซึ่งคำว่า ‘ตอนนี้’ ของข้า มันหมายถึงเมื่อห้านาทีที่แล้ว”
“และตอนนี้…” หลงเฉินย่อตัวลงมานั่งยองๆ จ้องตาจ้าวผิงในระยะประชิด “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”
“ม่ายยยยยย!”
จ้าวผิงกรีดร้องลั่น รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายใช้ศอกดันพื้นพยายามถอยหลังหนี แต่หลงเฉินเพียงแค่ยื่นนิ้วชี้ออกไปแตะที่หน้าผากของจ้าวผิงเบาๆ
ตุบ!
ร่างของจ้าวผิงหงายหลังล้มตึงลงกับพื้นทันที ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบ เขาดิ้นพราดๆ เหมือนแมลงสาบหงายท้อง น้ำตาและน้ำมูกไหลพรากเปรอะเปื้อนใบหน้า
“อย่าฆ่าข้า! ข้ากราบล่ะ! ข้ายอมเป็นขี้ข้าเจ้า! ข้าจะมอบสมบัติทั้งหมดของตระกูลจ้าวให้เจ้า!” จ้าวผิงร้องขอชีวิตอย่างน่าสมเพช ศักดิ์ศรีนายน้อยผู้ยิ่งใหญ่ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
หลงเฉินส่ายนิ้วไปมา “จุ๊ๆๆ… ข้าไม่ต้องการขี้ข้าพิการ และสมบัติของตระกูลเจ้า… เดี๋ยวข้าไปหยิบเอาเองก็ได้”
“สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้าจริงๆ… คือ ‘เลือด’ ของเจ้าต่างหาก”
แววตาของหลงเฉินเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวาวโรจน์ กลิ่นอายมังกรอสูรแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบข้างหนักอึ้ง จ้าวผิงรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดหัวใจจนหายใจไม่ออก
“เลือดของผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อรากฐานขั้น 8… แถมยังกินสมุนไพรดีๆ มาตั้งแต่เด็ก รสชาติคงจะกลมกล่อมไม่เลว” หลงเฉินแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ท่าทางราวกับนักชิมไวน์ที่กำลังพิจารณาขวดไวน์ชั้นเลิศ
“ปีศาจ… แกมันไม่ใช่คน! แกมันสัตว์นรก!” จ้าวผิงด่าทอด้วยความสิ้นหวัง เขาพยายามรวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อระเบิดชีพจรตัวเอง ยอมตายดีกว่าถูกปีศาจตนนี้กิน
“คิดจะฆ่าตัวตาย?” หลงเฉินแค่นเสียง “ต่อหน้าข้า… แม้แต่ความตาย เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เลือก”
ฉึก!
หลงเฉินสะบัดมือ เข็มเงินเล่มหนึ่งพุ่งเข้าปักที่จุดตันเถียนของจ้าวผิงอย่างแม่นยำ ตัดขาดการไหลเวียนของพลังปราณทันที จ้าวผิงตัวแข็งทื่อ ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว ทำได้เพียงกลอกตาไปมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
หลงเฉินลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปเหยียบที่อกของจ้าวผิง แล้วก้มลงวางฝ่ามือขวาทาบที่กลางหน้าผากของเหยื่อ
“เอาล่ะ… ถึงเวลาอาหารค่ำ”
เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต… สังเวย!
วูบ!!
แรงดูดมหาศาลระเบิดออกจากฝ่ามือของหลงเฉิน ร่างกายของจ้าวผิงกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดในกายทุกหยดถูกกระชากให้ไหลย้อนทิศทาง มุ่งตรงสู่ศีรษะและไหลเข้าสู่ฝ่ามือของเพชฌฆาต
“อึก... อื้อ… อ๊ากกกก!”
จ้าวผิงพยายามจะกรีดร้อง แต่เสียงไม่อาจเล็ดลอดออกมาได้ เพราะกล้ามเนื้อลำคอแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว เขาทำได้เพียงจ้องมองดวงตาอำมหิตของหลงเฉินที่อยู่เหนือร่าง ภาพสุดท้ายในชีวิตของอัจฉริยะตระกูลจ้าว คือใบหน้าของ “ขยะ” ที่เขารังเกียจ กำลังดูดกลืนชีวิตของเขาไปทีละน้อย
ผิวหนังที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่นติดกระดูก ดวงตาที่เคยสดใสขุ่นมัวและยุบลงไปในเบ้า เส้นผมร่วงกราว ร่างกายบิดเบี้ยวราวกับกิ่งไม้แห้ง
ภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างของจ้าวผิงก็แปรสภาพเป็นมัมมี่แห้งกรัง สิ้นใจตายคาที่ด้วยความทรมานและความเคียดแค้นที่ฝังลึกไปถึงวิญญาณ
หลงเฉินชักมือกลับ พ่นลมหายใจร้อนระอุออกมาเป็นไอสีแดง พลังปราณในร่างของเขาพุ่งพล่านราวกับเขื่อนแตก
ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้นภายในจุดตันเถียนของหลงเฉิน
ระดับก่อรากฐาน… ขั้นที่ 6!
ระดับก่อรากฐาน… ขั้นที่ 7!
เลือดอันเข้มข้นของจ้าวผิง ผสานกับผลหัวใจโลหิตที่เขากินเข้าไปก่อนหน้านี้ ช่วยทะลวงระดับพลังของเขาให้พุ่งขึ้นถึงสองขั้นติดต่อกัน!
“อืม… รสชาติไม่เลว” หลงเฉินกำหมัดแน่น สัมผัสถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาล เกล็ดมังกรที่แขนขวาลามขึ้นมาจนถึงหัวไหล่ และเริ่มมีเกล็ดจางๆ ปรากฏที่หน้าอกซ้าย “เลือดของพวกอัจฉริยะนี่มันบำรุงดีจริงๆ”
“เฮ้! แบ่งข้าบ้างสิโว้ย! เจ้ากินคนเดียวอีกแล้ว!”
เสียงโวยวายของเสี่ยวเฮยดังขึ้น พร้อมกับหินสีดำที่สั่นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอกเสื้อ หลงเฉินหัวเราะเบาๆ ล้วงเจ้าหินดำออกมา
“ไม่ต้องห่วง… ข้าเหลือส่วนที่ ‘อร่อย’ ที่สุดไว้ให้เจ้า”
หลงเฉินวางหินสีดำลงบนหน้าอกของซากศพจ้าวผิง แม้เลือดจะแห้งไปแล้ว แต่ “แก่นพลังวิญญาณ” ที่ยังตกค้างอยู่คืออาหารชั้นเลิศสำหรับสัตว์อสูร
เจ้าเสี่ยวเฮยดูดซับพลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายของจ้าวผิงเข้าไป รอยร้าวบนเปลือกหินลั่นดัง เปรี๊ยะ! แสงสีทองส่องลอดออกมาเจิดจ้ากว่าทุกครั้ง
“อา… ฟิน! พลังวิญญาณของพวกขี้แพ้นี่มันช่างหอมหวาน!” เสี่ยวเฮยครางอย่างมีความสุข “ข้ารู้สึกได้… อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวข้าก็จะออกมาได้แล้ว!”
หลงเฉินเก็บหินดำกลับเข้าที่ แล้วก้มมองซากศพของจ้าวผิงเป็นครั้งสุดท้าย
“ข้าบอกว่าจะปล่อยเจ้าไปเป็นพยาน…” หลงเฉินแสยะยิ้มอำมหิต “แต่ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าต้องมีชีวิตกลับไปนี่?”
เขาชักมีดสั้นสนิมเขรอะออกมา
“ศีรษะของเจ้า… จะทำหน้าที่ ‘พยาน’ ได้ดีกว่าคำพูดของเจ้าเสียอีก”
ฉัวะ!
หลงเฉินลงมือตัดศีรษะของจ้าวผิงที่ใบหน้ายังคงบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวออกมา แล้วหาผ้ามาห่อไว้อย่างลวกๆ
“ของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับผู้นำตระกูลจ้าว… หวังว่าเขาจะชอบ”
หลงเฉินผูกห่อผ้าไว้กับเอว แล้วหันหลังเดินกลับเข้าสู่เงามืดของป่า ทิ้งร่างไร้หัวของอดีตอัจฉริยะให้นอนเน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยให้กับผืนป่าหมอกอสูรต่อไป
ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล... และชื่อของ “ราชันย์มังกร” กำลังจะกลายเป็นฝันร้ายที่สั่นประสาทคนทั้งเมือง!
(จบบทที่ 18)