ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 25: ระบำเลือด
ตอนที่ 25: ระบำเลือด
สายลมกรรโชกแรงหอบเอากลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลง บรรยากาศบัดนี้หนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยแผ่นฟ้าทั้งใบ กองทัพตระกูลจ้าวที่เคยฮึกเหิมนับร้อยชีวิต บัดนี้เหลือเพียงยอดฝีมือระดับ “หน่วยพิทักษ์โลหิต” ประมาณห้าสิบนายที่ยังยืนหยัดปกป้องจ้าวฟางด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม
หลงเฉินยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ร่างกายอาบย้อมด้วยเลือดศัตรูจนชุดสีดำกลายเป็นสีแดงฉาน นัยน์ตาสีทับทิมวาวโรจน์ดุจปีศาจจากขุมนรก เขาค่อยๆ ก้มลงหยิบดาบยาวเล่มหนึ่งขึ้นมาจากศพของนายกองตระกูลจ้าว
มันเป็นดาบเหล็กกล้าชั้นดี ตีขึ้นจากแร่เหล็กเย็น สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีเงินวาววับ
“เบาไปหน่อย… แต่ก็พอใช้ฆ่าไก่ฆ่ากาได้”
หลงเฉินสะบัดข้อมือเบาๆ เกิดเสียงหวีดหวิวบาดหู เขาสูบฉีดพลังปราณมังกรอสูรเข้าไปในตัวดาบ ทันทีที่พลังสีแดงสัมผัสเนื้อเหล็ก ดาบสีเงินก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับถูกเผาด้วยไฟโลกันตร์ ลวดลายเกล็ดมังกรจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบดาบอย่างน่าอัศจรรย์
“พวกเจ้ากลัวตายรึ?” หลงเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางก้าวเดินเข้าหาศัตรูช้าๆ “ไม่ต้องกลัว… เพราะความตายของพวกเจ้า จะกลายเป็นบันไดให้ข้าก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงกว่า”
“ฆ่ามัน! อย่าให้มันเข้ามาถึงตัวท่านผู้นำ!” หัวหน้าหน่วยพิทักษ์โลหิตตะโกนสั่งเสียงหลง “ค่ายกลดาบวงพระจันทร์! บุก!”
ยอดฝีมือห้าสิบคนกัดฟันข่มความกลัว พุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมกัน พวกมันประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม แบ่งออกเป็นสามวงล้อม ดาบห้าสิบเล่มฟันฉับลงมาพร้อมกันจากทุกทิศทาง ปิดตายทางหนีของหลงเฉินอย่างสมบูรณ์
“ทางหนี? ข้าไม่เคยคิดจะหนี…”
หลงเฉินแสยะยิ้มมุมปาก
“เคล็ดวิชาดาบมังกรอสูร... กระบวนท่าที่หนึ่ง: มังกรสะบัดเกล็ด!”
ฟึ่บ!
ร่างของหลงเฉินหมุนวนเป็นลูกข่าง พลังดาบสีแดงฉานระเบิดออกรอบตัวเป็นวงกว้าง คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวนับร้อยสายพุ่งสวนออกไปปะทะกับดาบของศัตรู
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฝนเหล็ก แต่สิ่งที่ตามมาคือเสียงฉีกขาดของเนื้อหนัง
“อ๊ากกกก!”
ดาบของหน่วยพิทักษ์โลหิตหักสะบั้นลงทันทีที่ปะทะกับดาบมังกรของหลงเฉิน คลื่นพลังสีแดงไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น มันพุ่งทะลุเกราะ ตัดผ่านร่างกายของยอดฝีมือแถวหน้าสุดสิบคนขาดครึ่งท่อนในพริบตา!
ท่อนบนและท่อนล่างแยกออกจากกัน เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาดุจน้ำพุ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ เลือดเหล่านั้นไม่ได้ตกลงสู่พื้นดิน!
วูบ!
ละอองเลือดทั้งหมดถูกพลังปราณประหลาดดูดกลับเข้ามาหาหลงเฉิน มันหมุนวนรอบตัวเขาราวกับพายุสีแดง ก่อนจะซึมหายเข้าไปในรูขุมขนและดาบในมือ
“สดชื่น…” หลงเฉินหลับตาพริ้ม สูดดมกลิ่นคาวเลือดเข้าปอด “เลือดของผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อรากฐานขั้นปลาย… รสชาติดีกว่าพวกสวะเมื่อกี้เยอะ”
พลังปราณในร่างของเขาพุ่งสูงขึ้นทันที ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง บาดแผลเล็กน้อยตามร่างกายสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ปีศาจ! มันกินเลือดคน!”
ความหวาดกลัวเข้ากัดกินจิตใจของหน่วยพิทักษ์ที่เหลือ พวกมันเริ่มก้าวถอยหลัง ขาแข้งอ่อนแรง
“อย่าหยุด! ใครถอยข้าจะฆ่าล้างโคตร!” จ้าวฟางที่นั่งอยู่บนเสลี่ยงตะโกนขู่ด้วยความบ้าคลั่ง แม้ตัวมันเองจะหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือดก็ตาม
“น่ารำคาญ…” หลงเฉินลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองไปที่จ้าวฟาง “รอเดี๋ยวนะท่านลุงจ้าว ข้าขอเคลียร์ ‘ขยะ’ พวกนี้ก่อน”
หลงเฉินพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้รอรับการโจมตี แต่เป็นฝ่ายรุกไล่ดุจพยัคฆ์ร้ายในฝูงแกะ
“ระบำดาบสังหาร!”
ร่างของหลงเฉินเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับภูตพราย ท่ามกลางวงล้อมศัตรู เขาไม่ได้ฟันดาบด้วยท่าทางดุดัน แต่กลับดูเหมือนกำลังร่ายรำ ทุกท่วงท่าลื่นไหล ต่อเนื่อง และงดงาม
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
แต่ทุกครั้งที่ดาบสีแดงวาดผ่าน จะต้องมีหัวคนหลุดกระเด็น หรือแขนขาขาดสะบั้น หลงเฉินเคลื่อนที่ผ่านศัตรูคนแล้วคนเล่าราวกับเดินชมสวน ดาบในมือของเขาคมกริบจนตัดกระดูกและชุดเกราะหนาๆ ได้เหมือนตัดเต้าหู้
ไม่มีเสียงการปะทะของอาวุธอีกต่อไป มีเพียงเสียงเนื้อถูกเฉือนและเสียงร้องโหยหวนก่อนตาย
“ข้าบล็อกไว้ได้แล้ว! อ๊ากกก! ดาบข้าทำไมหัก!”
“อย่าเข้ามา! ปีศาจ! อั๊ก!”
ยอดฝีมือตระกูลจ้าวล้มตายลงใบไม้ร่วง หลงเฉินเดินผ่านใคร คนนั้นต้องตาย ศพแล้วศพเล่าแห้งเหี่ยวลงทันทีที่ล้มลง พื้นที่รอบตัวหลงเฉินกลายเป็นเขตแดนแห่งความตายที่รัศมีสีแดงปกคลุม
“ฮ่าๆๆๆ! บุฟเฟต์! นี่มันบุฟเฟต์ชัดๆ!”
เสียงของเจ้าเสี่ยวเฮยดังลั่นอย่างมีความสุขบนบ่าของหลงเฉิน มันอ้าปากกว้างสูดดมวิญญาณที่หลุดลอยออกมาจากร่างศพ พุงน้อยๆ ของมันป่องขึ้นเรื่อยๆ แสงสีทองบนกระดองเปล่งประกายเจิดจ้า
“เร็วเข้าเสี่ยวเฮย… กินให้ทัน ข้าฆ่าเร็วกว่าที่เจ้าเคี้ยวเสียอีก” หลงเฉินหยอกเย้าคู่หู ขณะที่มือยังคงตวัดดาบตัดหัวศัตรูคนที่สามสิบแปด
ภาพการสังหารหมู่นี้ สร้างความสยดสยองให้กับชาวเมืองและกองกำลังอื่นๆ ที่ซุ่มดูอยู่ห่างๆ จนแข้งขาสั่น
“นั่นมัน… วิชาดาบอะไรกัน? ไม่มีความเมตตาเลยสักนิด!”
“เขาไม่ใช่คน… เขาคือเทพมรณะกลับชาติมาเกิด!”
เวลาผ่านไปเพียงชั่วก้านธูปไหม้หมดดอก
หน่วยพิทักษ์โลหิตห้าสิบนาย… ตายเรียบ!
ซากศพแห้งกรังนอนเกลื่อนกลาดเต็มลานหน้าคฤหาสน์ ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียวเปื้อนพื้น เพราะทั้งหมดถูกหลงเฉินและเสี่ยวเฮยดูดกลืนไปจนหมดสิ้น
หลงเฉินยืนอยู่ท่ามกลางกองศพ เขาค่อยๆ สะบัดดาบในมือ เลือดหยดสุดท้ายระเหยกลายเป็นไอสีแดงซึมเข้าสู่ผิวหนัง
วูบ!
แรงสั่นสะเทือนดังขึ้นในจุดตันเถียนอีกครั้ง
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 2!
การสังหารหมู่ครั้งนี้ทำให้เขาเลื่อนระดับขึ้นอีกขั้น! พลังปราณที่เคยแห้งเหือดกลับมาเต็มเปี่ยมยิ่งกว่าเดิม รัศมีสีแดงรอบตัวเข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้
หลงเฉินหันหน้าไปทางจ้าวฟางที่เหลือเพียงตัวคนเดียวบนเสลี่ยง
“เอาล่ะ…” หลงเฉินฉีกยิ้มกว้าง ฟันขาวสะอาดตัดกับใบหน้าที่เปื้อนเลือดดูน่าสยดสยอง “หมดตัวกวนใจแล้ว ทีนี้เรามาคุยกันดีๆ ได้หรือยังท่านลุง?”
จ้าวฟางตัวสั่นเทิ้มจนตกจากเสลี่ยงลงมาคลานกับพื้น ขาของมันไม่มีแรงแม้แต่จะยืน มันมองหลงเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ยะ… อย่า… อย่าเข้ามา…” จ้าวฟางถดก้นถอยหลัง “ข้า… ข้าเป็นถึงผู้นำตระกูลจ้าว… เจ้าฆ่าข้าไม่ได้! ขุนนางในเมืองหลวง…”
“หุบปากเรื่องขุนนางเมืองหลวงซะที!” หลงเฉินตวาดลั่น ยกดาบชี้หน้า “ข้าเบื่อที่จะฟังแล้ว! วันนี้ต่อให้จักรพรรดิลงมาเอง ก็ช่วยชีวิตสุนัขอย่างเจ้าไม่ได้!”
หลงเฉินง้างดาบขึ้น เตรียมจะปิดฉากชีวิตผู้นำตระกูลจ้าว
ทันใดนั้นเอง!
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทิศตะวันออก พร้อมกับลำแสงสีเขียวมรกตที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าลูกศร แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งเข้ามากดทับทั่วบริเวณ จนหลงเฉินต้องชะงักดาบและกระโดดถอยหลังออกมา
เคร้ง!
วัตถุบางอย่างพุ่งลงมาปักคั่นกลางระหว่างหลงเฉินและจ้าวฟาง พื้นดินแตกระแหงเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
เมื่อฝุ่นจางลง ปรากฏเป็น “หอกยาวสีมรกต” ปักจมดินอยู่ ด้ามหอกสั่นระริกส่งเสียงหวีดหวิว
“ใครบังอาจแตะต้องคนของข้า!”
เสียงตะโกนดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดเกราะอ่อนสีเขียวเข้ม เหาะเหินเดินอากาศลงมาจากยอดไม้ ลงมายืนข้างหอกมรกตด้วยท่วงท่าองอาจ พลังปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นรุนแรงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 9 สูงสุด!
จ้าวฟางที่เห็นชายคนนี้ ดวงตาที่สิ้นหวังพลันลุกโชนด้วยความปิติยินดี
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่จ้าวเทียน! ท่านมาแล้ว! ท่านมาช่วยข้าแล้ว!”
จ้าวเทียน พี่ชายแท้ๆ ของจ้าวฟาง ผู้ที่เป็นแม่ทัพรักษาการณ์เมืองข้างเคียงและมียอดฝีมือระดับท็อปของภูมิภาคนี้ เขาหันไปมองสภาพน้องชายและศพหลานชายบนโต๊ะ แววตาพลันเปลี่ยนเป็นอำมหิตสุดขีด
เขาหันขวับมาจ้องหน้าหลงเฉิน
“ไอ้เด็กเหลือขอ! เจ้าสินะที่ฆ่าหลานข้าและทำลายน้องข้า! วันนี้ข้าจ้าวเทียน จะถลกหนังเจ้ามาทำเป็นพรมเช็ดเท้า!”
หลงเฉินมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาสงบนิ่ง เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับแสยะยิ้มที่มุมปาก
“ระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด… ในที่สุด ‘อาหารจานหลัก’ ก็มาเสิร์ฟถึงที่”
หลงเฉินกระชับดาบในมือแน่น เปลวเพลิงสีแดงบนดาบลุกโชนขึ้นกว่าเดิม
“มาลองดูกันซิว่า… เลือดของแม่ทัพ มันจะรสชาติดีกว่าสุนัขรับใช้มากแค่ไหน!”
(จบบทที่ 25)