ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 24: หลงเฉินออกโรง
ตอนที่ 24: หลงเฉินออกโรง
บรรยากาศหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลงบัดนี้ไม่ต่างจากแดนมิคโยค กลิ่นไหม้ของสายฟ้าจากค่ายกลที่พังทลายของตาเฒ่ากระดูกเหล็กยังคงคละคลุ้ง ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่สาดกระเซ็นย้อมพื้นดินจนกลายเป็นสีโคลนแดงเข้ม แม้ยอดฝีมือ “หมาหมู่” ทั้งสี่จะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ทว่านั่นกลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง
จากปลายถนนหินที่เชื่อมต่อกับใจกลางเมือง เสียงย่ำเท้าที่หนักแน่นและเป็นระเบียบดังกึกก้องราวกับกลองรบ กองกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดของตระกูลจ้าว รวมถึงเหล่านักสู้รับจ้างและกองทหารส่วนตัวของเจ้าเมืองที่ถูกติดสินบนไว้นับสามร้อยชีวิต กำลังเคลื่อนขบวนเข้าปิดล้อมตระกูลหลงทุกทิศทาง ท่ามกลางวงล้อมนั้น จ้าวฟางที่ได้รับการรักษาเบื้องต้นจนสภาพดูพอเป็นผู้เป็นคน นั่งอยู่บนเสลี่ยงที่แบกโดยชายฉกรรจ์สี่คน ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว
“เปิดทางให้ข้า! ใครฆ่าหลงเฉินได้ ข้าจะให้มันเป็นรองผู้นำตระกูล!” จ้าวฟางคำรามลั่น “ค่ายกลของมันพังไปแล้ว! ตอนนี้มันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่สิ้นฤทธิ์!”
ภายในคฤหาสน์ หลงจ้านและเหล่าผู้อาวุโสต่างมีสีหน้าซีดเผือด แม้หลงเฉินจะโชว์เทพจัดการยอดฝีมือได้ แต่การเผชิญหน้ากับกองทัพเรือนร้อยในพื้นที่เปิดโล่งนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“เฉินเอ๋อ... อย่าออกไป! เรายังมีกำแพงคฤหาสน์ ข้าจะสู้ตายอยู่ที่นี่!” หลงจ้านตะโกนพลางรั้งแขนลูกชายไว้
หลงเฉินค่อยๆ แกะมือบิดาออกอย่างนุ่มนวล ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก “ท่านพ่อ… กำแพงเหล่านี้มีไว้ปกป้องคนอ่อนแอ แต่สำหรับข้า… มังกรไม่เคยซ่อนตัวอยู่ในรูหอย”
“ฮี้ๆๆ! พูดได้ดีไอ้หนู!” เสี่ยวเฮยที่เกาะอยู่บนบ่าส่ายหางงูไปมาอย่างตื่นเต้น “ข้าเบื่อที่จะอยู่ในค่ายกลขยะๆ นี่เต็มทีแล้ว เลือดข้างนอกนั่นกลิ่นหอมแรงใช้ได้เลยนะเนี่ย!”
หลงเฉินก้าวเดินออกจากประตูใหญ่เพียงลำพัง ทิ้งความห่วงใยของคนในตระกูลไว้เบื้องหลัง เขายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูนับร้อยที่ชักอาวุธยาวเหี้ยมเกรียมชี้มาที่จุดเดียว แสงแดดยามสายสะท้อนคมดาบจนวาววับ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างผอมเพรียวนั้นกลับกดข่มอาวุธนับร้อยจนดูไร้ค่า
“เจ้าขยะหลงเฉิน! เจ้ากล้าเดินออกมาส่งตายเองรึ!” องครักษ์ระดับสูงของตระกูลจ้าวคนหนึ่งตะโกนข่มขวัญ
หลงเฉินไม่ได้ตอบคำถาม เขากวาดสายตามองกองทัพเบื้องหน้าด้วยสายตาเฉยชา ราวกับกำลังมองฝูงมดที่กำลังดิ้นรนก่อนจะถูกเหยียบ “พวกเจ้าน่าจะขอบใจค่ายกลนั่นนะ… เพราะตราบใดที่พวกเจ้ายังอยู่ข้างนอกนั่น เจ้ายังมีโอกาสหายใจได้นานกว่านี้อีกนิด”
“แต่ในเมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะมาหาที่ตายถึงที่… ข้าก็จะสงเคราะห์ให้”
หลงเฉินเริ่มเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยจังหวะที่สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจคนรอบข้าง พลังปราณมังกรอสูรสีแดงเข้มเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากรูขุมขน ก่อตัวเป็นไอหมอกจางๆ รูปทรงมังกรที่พันธนาการอยู่รอบกาย
“ฆ่ามัน!!” จ้าวฟางสั่งการเสียงหลง
ทหารกลุ่มแรกนับยี่สิบคนพุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมหอกยาว หมายจะเสียบเข้าร่างของเขาจากทุกทิศทาง
“ก้าวย่างมังกรอสูร... เงาสังหาร!”
ฟึ่บ!
ร่างของหลงเฉินเลือนรางไปในอากาศทันที หอกนับยี่สิบเล่มปะทะกันเองจนเสียงดังสนั่น แต่เป้าหมายกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย วินาทีต่อมา หลงเฉินปรากฏตัวขึ้นใจกลางกลุ่มทหารเหล่านั้น มือขวาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บมังกรที่สมบูรณ์แบบ แสงสีแดงทับทิมส่องสว่างออกมาจากเกล็ดที่ปกคลุมไปถึงหัวไหล่
ฉัวะ!!
หลงเฉินหมุนตัววาดกรงเล็บเป็นวงกลมเพียงครั้งเดียว หัวของทหารนับสิบคนหลุดกระเด็นออกจากบ่าราวกับถูกใบมีดตัดหญ้ายักษ์จามเข้าที่ลำคอ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดขึ้นฟ้าเป็นสายน้ำตกสีแดงท่ามกลางแสงแดด
“อู้ววว! เยี่ยมยอด! รสชาติเลือดพวกนี้สดใหม่ดีจริงๆ!” เสี่ยวเฮยอ้าปากกว้าง ดูดกลืนวิญญาณที่เพิ่งหลุดออกจากร่างของเหล่าทหารอย่างตะกละตะกลาม
หลงเฉินไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาพุ่งทะยานเข้าไปในกองทัพศัตรูประดุจหมาป่าที่หลุดเข้าไปในฝูงแกะ เขาไม่ได้ใช้วิชาที่ซับซ้อน แต่ใช้เพียงพละกำลังกายเนื้อของมังกรและประสบการณ์การฆ่าจากชาติปางก่อน ทุกครั้งที่เขาขยับแขน จะต้องมีกระดูกหักสะบั้นหรือหัวใจถูกฉีกกระชาก
“อ๊ากกกก! ปีศาจ! มันไม่ใช่คน!”
“แขนข้า! ขาข้าหายไปไหน!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ ชาวเมืองที่แอบดูอยู่ไกลๆ ต่างก็สั่นสะท้านไปถึงทรวงอก ภาพที่พวกเขาเห็นคือเด็กหนุ่มคนเดียวที่เดินหน้าฆ่าล้างกองทัพด้วยมือเปล่า ทุกย่างก้าวของหลงเฉินคือความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ศพแล้วศพเล่าล้มลงในสภาพแห้งกรังเพราะถูกวิชามังกรอสูรดูดกลืนพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น
จ้าวฟางที่นั่งอยู่บนเสลี่ยงมองภาพนั้นด้วยความสยดสยองจนแทบจะตกเสลี่ยง “ไม่… นี่มันเป็นไปไม่ได้! มันเพิ่งอยู่ระดับหลอมรวมขั้นที่ 1 เท่านั้น ทำไมพลังทำลายล้างถึงได้มหาศาลขนาดนี้!”
หลงเฉินหยุดยืนอยู่ท่ามกลางกองซากศพนับร้อยที่นอนเกลื่อนกลาด ชุดสีดำของเขาบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดจนมองไม่เห็นสีเดิม นัยน์ตาสีแดงฉานของเขาจับจ้องไปที่จ้าวฟางที่เหลือองครักษ์อยู่ไม่ถึงสิบคน
“จ้าวฟาง… กองทัพที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา บัดนี้กลายเป็นเพียงปุ๋ยให้คฤหาสน์ข้าแล้ว” หลงเฉินก้าวเดินต่อไปช้าๆ แต่ละก้าวทิ้งรอยเท้าเลือดไว้บนพื้นดิน “เจ้ายังมีไพ่อะไรเหลืออยู่อีกไหม? หรือจะให้ข้าจบชีวิตที่น่าสมเพชของเจ้าลงตรงนี้เลย?”
จ้าวฟางตัวสั่นเทิ้ม มันรู้แล้วว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของตระกูลจ้าว ความหยิ่งยโสที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าเด็กหนุ่มที่มันเคยเรียกว่าขยะ
“เฮ้ หลงเฉิน! อย่าเพิ่งฆ่าไอ้แก่คนนั้นนะ!” เสี่ยวเฮยร้องทักขึ้น “ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งกว่ากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้… และดูเหมือนมันจะพก ‘ของดี’ มาด้วย!”
หลงเฉินหยุดเท้าลง หรี่ตามองไปทางทิศตะวันออกของเมือง ที่นั่นมีแสงสีเขียวเข้มพุ่งทะยานมาด้วยความเร็วสูง กลิ่นอายพลังปราณนั้นรุนแรงกว่าจ้าวฟางหลายเท่าตัว เป็นระดับ ‘หลอมรวมปราณ ขั้นที่ 8 หรือ 9’ เป็นอย่างน้อย!
“หึ… ในที่สุด ‘ปลาใหญ่’ ก็โผล่หัวออกมาเสียที” หลงเฉินยิ้มมุมปาก เกล็ดมังกรบนร่างของเขาเริ่มสั่นสะเทือนด้วยความตื่นเต้น
ศึกครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และหลงเฉินก็พร้อมแล้วที่จะใช้เลือดของยอดฝีมือระดับสูงมาสังเวยเพื่อปลุกพลังมังกรในร่างให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัด!
Next Step: อยากให้ผมเขียนฉากการปะทะกับยอด