ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 27: การตื่นของเสี่ยวเฮย
ตอนที่ 27: การตื่นของเสี่ยวเฮย
พายุหมุนสีเขียวมรกตขนาดมหึมาที่เกิดจาก “ฝ่ามือวายุสังหารเทพ” ของจ้าวเทียน บดขยี้ทุกสรรพสิ่งในรัศมีห้าสิบก้าวให้กลายเป็นจุณ พื้นดินถูกคว้านลึกลงไปเป็นหลุมยักษ์ ต้นไม้ใหญ่หักโค่นปลิวว่อนราวกับกิ่งไม้แห้ง
ใจกลางพายุนั้น ร่างของหลงเฉินเปรียบเสมือนเรือลำน้อยที่กำลังโต้คลื่นยักษ์สึนามิ
“อ๊ากกกก!”
หลงเฉินคำรามลั่น กัดฟันแน่นจนเลือดไหลซึมไรฟัน ผิวหนังมังกรที่แข็งแกร่งเริ่มปริแตกเป็นรอยร้าว เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลนับร้อยแห่งทั่วร่าง แต่เขากลับไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม เขากลับใช้ร่างกายที่ชุ่มเลือดนั้นพุ่งฝ่าใจกลางพายุเข้าไปหาต้นกำเนิดพลัง
“บ้า! เจ้ามันบ้าไปแล้ว!” จ้าวเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครในระดับหลอมรวมปราณกล้ารับท่าไม้ตายระดับแก่นแท้ด้วยร่างเนื้อเช่นนี้ “ตายซะ! กลายเป็นผงไปซะ!”
จ้าวเทียนเร่งพลังปราณเฮือกสุดท้าย อัดกระแทกฝ่ามือลงไป หวังจะบดขยี้มดปลวกตัวนี้ให้จมดิน
ตูม!
แรงกดดันมหาศาลกระแทกใส่ร่างหลงเฉินจนเข่าทรุดลงกระแทกพื้น กระดูกซี่โครงหักสะบั้นไปสามซี่ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปถึงขั้วสมอง สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง
“จบสิ้นแล้ว…” จ้าวเทียนแสยะยิ้มแห่งชัยชนะ “ต่อให้เจ้ามีกายาปีศาจ แต่ช่องว่างของระดับพลังมันมากเกินไป ลาก่อนอัจฉริยะผู้โง่เขลา!”
ฝ่ามือสีเขียวมรกตง้างขึ้นสูง เตรียมจะฟาดลงมาที่ศีรษะของหลงเฉินเพื่อปิดฉาก
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง…
วูบ!
แสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากอกเสื้อที่ขาดวิ่นของหลงเฉิน มันรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ตัดผ่านม่านพลังลมปราณของจ้าวเทียนราวกับวิ่งผ่านอากาศธาตุ
“อะไรน่ะ!?” จ้าวเทียนชะงักกึก รู้สึกถึงอันตรายบางอย่างที่พุ่งเข้ามาที่… ขา?
งับ!!
เสียงฟันกระทบเนื้อและกระดูกดังสนั่น “กร๊อบ!” ยิ่งกว่าเสียงหักกิ่งไม้
“อ๊ากกกกกก!!”
จ้าวเทียนกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสุดขีด สมาธิในการควบคุมพลังปราณแตกกระเจิง ฝ่ามือวายุที่กำลังจะสังหารหลงเฉินสลายตัวไปกลางอากาศทันที
เขาก้มลงมองที่ข้อเท้าขวาของตนเอง ภาพที่เห็นทำเอาแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับหน้าซีดเผือด
มีเต่าตัวเล็กสีดำทมิฬขนาดเท่ากำปั้น เกาะหนึบอยู่ที่ข้อเท้าของเขา ปากเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยฟันคมกริบราวกับใบเลื่อย กัดจมลึกลงไปในเนื้อ ทะลุเกราะคุ้มกัน และบดขยี้กระดูกข้อเท้าของเขาจนแหลกละเอียด!
“ถุย! เค็ม! เนื้อแก่ๆ นี่มันทั้งเหนียวทั้งเค็ม!”
เสียงเล็กๆ แหลมๆ แต่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นในหัวของจ้าวเทียนและหลงเฉินพร้อมกัน
เจ้าเต่าน้อย “เสี่ยวเฮย” ถ่มชิ้นเนื้อของจ้าวเทียนทิ้ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองแม่ทัพใหญ่ด้วยดวงตาสีทองที่เปี่ยมไปด้วยความโอหัง
“ไอ้แก่! เจ้ากล้าดียังไงมาส่งเสียงดังรบกวนเวลานอนของบิดา! รู้ไหมว่าการปลุกเต่าตื่นมันบาปหนาแค่ไหน!”
“ตะ… เต่าพูดได้!?” จ้าวเทียนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะด้วยความช็อก “สัตว์อสูรระดับสูง? เป็นไปไม่ได้! ในเมืองบ้านนอกแบบนี้…”
“โอกาส!”
หลงเฉินที่รอจังหวะนี้อยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาที แม้ร่างกายจะบาดเจ็บหนัก แต่สัญชาตญาณนักฆ่ายังคงเต็มเปี่ยม
เขาดีดตัวขึ้นจากพื้นในขณะที่จ้าวเทียนกำลังเสียหลักเพราะขาหัก รวบรวมพลังปราณมังกรอสูรทั้งหมดที่เหลืออยู่ไว้ที่หมัดขวา
“หมัดมังกรทะลวงใจ!”
ผัวะ!
หมัดของหลงเฉินกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของจ้าวเทียนเต็มแรง ในจังหวะที่เกราะปราณของอีกฝ่ายอ่อนลงที่สุด
“อั๊ก!”
จ้าวเทียนตาถลน ตัวงอเป็นกุ้ง ร่างปลิวกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แต่ด้วยระดับพลังแก่นแท้ เขายังคงฝืนยืนหยัดอยู่ได้ ไม่ล้มลงง่ายๆ
“ไอ้สารเลว! เจ้าเลี้ยงสัตว์อสูรลอบกัด!” จ้าวเทียนคำรามลั่น พยายามจะสะบัดขาเพื่อให้เจ้าเต่านรกนี่หลุดออกไป แต่มันกลับเกาะแน่นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
“ลอบกัดบ้านบิดาเจ้าสิ!” เสี่ยวเฮยตะคอกกลับ “นี่เรียกว่ายุทธวิธีโว้ย! แล้วอีกอย่าง… ข้ายังไม่อิ่ม!”
เสี่ยวเฮยไม่เพียงแค่กัด แต่มันเริ่ม “ดูด”
กระดองสีดำของมันเปล่งแสงสีทองวูบวาบ เกิดแรงดูดมหาศาลที่บาดแผลบริเวณข้อเท้าของจ้าวเทียน เลือดและพลังปราณแก่นแท้ของจ้าวเทียนถูกสูบฉีดเข้าไปในตัวเต่าตัวจิ๋วอย่างรวดเร็ว
“พลังของข้า… พลังของข้ากำลังหายไป!” จ้าวเทียนหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว “ปล่อยนะ! ไอ้ปีศาจเต่า!”
มันรวบรวมพลังตบฝ่ามือใส่กระดองของเสี่ยวเฮยเต็มแรง
เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินรอบๆ แตกร้าว แต่ทว่า… เจ้าเต่าน้อยกลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย! หัวมันหดเข้าไปในกระดองทันทีที่ฝ่ามือกระทบ แล้วโผล่ออกมาใหม่พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย
“เบา! เบาเหมือนนวด! เอาอีกสิ นวดหลังให้บิดาหน่อย!”
“มะ… ไม่จริง! ร่างกายมันแข็งแกร่งกว่าเหล็กไหลพันปีอีกรึ!” จ้าวเทียนเริ่มสติแตก การโจมตีระดับแก่นแท้ทำอะไรเต่าตัวเท่ากำปั้นไม่ได้!
หลงเฉินที่ยืนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล เห็นภาพนั้นแล้วอดหัวเราะในลำคอไม่ได้ แม้จะเจ็บเจียนตาย
“สมแล้วที่เป็นสายเลือดเต่าทมิฬบรรพกาล... ความหนาของหน้านี่… เอ้ย ความหนาของกระดองนี่ไร้เทียมทานจริงๆ”
หลงเฉินสูดหายใจลึก ดึงดาบยาวอีกเล่มที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
“เสี่ยวเฮย! ตรึงมันไว้!”
“จัดไป! ค่าจ้างคือแก่นพลังของไอ้แก่นี่นะ!”
เสี่ยวเฮยเปลี่ยนจากการกัดข้อเท้า เป็นการใช้หางงูยาวเฟื้อยที่ซ่อนอยู่ตวัดรัดขาอีกข้างของจ้าวเทียนเอาไว้แน่น แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลง
ตูม!
ใครจะเชื่อว่าเต่าตัวเล็กๆ จะมีน้ำหนักมหาศาลราวกับภูเขาลูกย่อมๆ จ้าวเทียนที่เสียสมดุลอยู่แล้วถูกน้ำหนักกดทับจนล้มตึงลงกับพื้น ขยับขาไม่ได้เหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็กยักษ์
“หลงเฉิน! อย่านะ! เราเจรจากันได้!” จ้าวเทียนร้องลั่นเมื่อเห็นมัจจุราชเดินเข้ามาใกล้ “ข้าเป็นแม่ทัพเมืองเมฆาคลั่ง! ถ้าเจ้าฆ่าข้า ทางการจะไม่ปล่อยเจ้าไว้!”
หลงเฉินเดินลากดาบเข้ามาจนถึงตัวจ้าวเทียน แววตาว่างเปล่าไร้ความเมตตา
“ตอนที่เจ้าจะฆ่าข้า เจ้าไม่เห็นคิดจะเจรจา…” หลงเฉินเงื้อดาบขึ้นสูง พลังปราณสีแดงฉานห่อหุ้มใบดาบจนร้อนระอุ
“และอีกอย่าง… ข้าเกลียดพวกข้าราชการกังฉินที่สุด”
“ลาก่อน... ท่านแม่ทัพ”
ฉัวะ!
ดาบฟันฉับลงมาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ตัดผ่านลำคอของยอดฝีมือระดับแก่นแท้จนขาดสะบั้น เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ย้อมร่างของหลงเฉินและเสี่ยวเฮยจนชุ่มโชก
ศีรษะของจ้าวเทียนกลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่ข้างๆ ศีรษะของจ้าวฟางที่นอนตายอยู่ก่อนแล้ว… สองพี่น้องตระกูลจ้าว ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันในนรกตามสัญญา
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลงอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ชาวเมือง กองกำลังรับจ้างที่เหลือรอด และคนตระกูลหลง ต่างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
เด็กหนุ่มระดับหลอมรวม… ร่วมมือกับเต่าประหลาดตัวหนึ่ง… สังหารยอดฝีมือระดับแก่นแท้ได้สำเร็จ!
หลงเฉินทิ้งดาบลงพื้น ร่างกายโซเซเล็กน้อยจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด เสี่ยวเฮยรีบคลายการรัดแล้วกระโดดขึ้นมาเกาะบนไหล่ของเขา ใช้หัวถูไถแก้มหลงเฉินเบาๆ
“เป็นไงล่ะฝีมือข้า? เทพไหม?”
“อืม… ไม่เลว” หลงเฉินยิ้มบางๆ ลูบหัวเจ้าเต่าน้อย “แต่ครั้งหน้า… ช่วยแปรงฟันก่อนกัดนะ กลิ่นปากเจ้ามันแย่กว่าศพพวกนี้อีก”
“ไอ้บ้า! ข้าเพิ่งเกิดนะโว้ย!”
ท่ามกลางกองซากศพและความตาย คู่หูหนึ่งคนหนึ่งเต่า ยืนหยัดอย่างผู้ชนะ เป็นสัญญาณว่ายุคสมัยแห่งราชันย์มังกร ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ณ บัดนี้
(จบบทที่ 27)