ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 28: ชีพจรมังกรโลหิตตื่น
ตอนที่ 28: ชีพจรมังกรโลหิตตื่น
ท่ามกลางกองซากศพและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ร่างของจ้าวเทียน ยอดฝีมือระดับแก่นแท้ผู้ยิ่งใหญ่ นอนทอดกายเป็นร่างไร้วิญญาณที่คอขาดสะบั้น เลือดสีแดงสดที่มีประกายสีทองจางๆ ไหลรินออกจากปากแผลราวกับน้ำพุแห่งชีวิตที่ไม่ยอมหยุดไหล
หลงเฉินทรุดตัวลงนั่งข้างศพ หอบหายใจหนักหน่วงจนตัวโยน ดาบในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง เคร้ง
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
แม้ชัยชนะจะเป็นของเขา แต่ร่างกายนี้ก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว ผิวหนังที่เคยมีเกล็ดมังกรปกคลุมเริ่มแตกเป็นลายงา เลือดซึมออกมาจากทุกรูขุมขน อวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนักจากแรงกระแทกของฝ่ามือวายุเมื่อครู่ หากเป็นคนธรรมดาคงสิ้นใจไปแล้ว แต่ด้วยจิตวิญญาณจักรพรรดิที่แข็งแกร่ง เขาจึงยังประคองสติไว้ได้
“เฮ้! เจ้าหนู! เจ้าอย่าเพิ่งตายนะ!” เสี่ยวเฮยกระโดดลงจากไหล่ เอาหัวมาดุนๆ ที่แก้มหลงเฉิน “ข้ายังไม่ได้กินของดีเลยนะ! ลุกขึ้นมาก่อน!”
“หุบปาก...” หลงเฉินกัดฟันข่มความเจ็บปวด ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองไปที่เลือดของจ้าวเทียนด้วยความหิวกระหาย
“นี่คือโอกาส… เลือดของระดับแก่นแท้… มันคือยาวิเศษที่จะช่วยให้ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ได้”
ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ การเลื่อนระดับพลังต้องใช้เวลาสั่งสมแรมปี แต่สำหรับผู้ครอบครอง “เคล็ดวิชามังกรอสูรกลืนโลหิต” ทางลัดอยู่ตรงหน้าแล้ว แม้จะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตหากรับพลังงานที่มากเกินไป แต่หลงเฉินไม่มีทางเลือก
ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านี้กำลังรออยู่… ตระกูลจ้าวอาจจะหมดไป แต่เบื้องหลังของพวกมันในเมืองหลวงยังมีอีกมาก เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นเดี๋ยวนี้!
“เสี่ยวเฮย… คุ้มกันข้า! อย่าให้ใครเข้ามาใกล้แม้แต่ก้าวเดียว!”
“วางใจได้! ใครเข้ามาข้าจะงับขาให้ขาด!” เสี่ยวเฮยขยายร่างขึ้นเล็กน้อย ยืนจังก้าเฝ้าระวังอย่างดุร้าย
หลงเฉินหลับตาลง วางฝ่ามือทั้งสองข้างทาบลงบนอกของศพจ้าวเทียน
“มังกรอสูร... กลืนกิน!!”
วูบ!!!
ทันทีที่เริ่มเดินวิชา เลือดของจ้าวเทียนก็เดือดพล่าน ไหลย้อนทิศทางพุ่งเข้าสู่ฝ่ามือของหลงเฉินราวกับเกลียวคลื่นสีแดง พลังปราณระดับแก่นแท้ที่ยังตกค้างอยู่ในเลือดนั้นรุนแรงและป่าเถื่อน มันพุ่งเข้ากระแทกเส้นชีพจรของหลงเฉินอย่างบ้าคลั่ง
“อึก... อ๊ากกกก!!”
หลงเฉินเงยหน้าคำรามด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ราวกับมีลาวาเดือดๆ ไหลผ่านเส้นเลือด ร่างกายของเขาบวมเป่งขึ้น เส้นเลือดปูดโปนจนน่ากลัว ผิวหนังเริ่มปริแตกเพราะรองรับพลังงานมหาศาลไม่ไหว
พลังระดับแก่นแท้… มากเกินกว่าที่ร่างกายระดับหลอมรวมขั้น 2 จะรับได้!
“ระเบิด! มันจะระเบิดแล้ว!” จิตใต้สำนึกร้องเตือน
หากปล่อยไว้ ร่างกายเขาจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนลูกโป่งที่ถูกอัดลมจนเกินขนาด
“ไม่… ข้าคือราชันย์! พลังแค่นี้จะมาฆ่าข้าได้ยังไง!”
หลงเฉินกัดลิ้นเรียกสติ บังคับพลังงานที่บ้าคลั่งเหล่านั้นให้พุ่งเป้าไปที่จุดเดียว… จุดที่ลึกที่สุดในกระดูกสันหลัง จุดที่หลับใหลของพลังอำนาจที่แท้จริง
“ชีพจรมังกร… จงตื่น!!”
ในร่างเดิมเมื่อชาติปางก่อน หลงเฉินมีชีพจรมังกรถึง 99 เส้น แต่ในร่างนี้… เขายังไม่เคยปลุกมันขึ้นมาเลยสักเส้นเดียว วันนี้ ด้วยแรงดันมหาศาลจากเลือดแก่นแท้ เขาจะใช้มันเป็น “ค้อน” เพื่อทุบทำลายผนึกแห่งพันธนาการ!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้นภายในร่างกายหลงเฉินถี่ยิบ กระดูกสันหลังข้อแรกส่องแสงสีแดงเจิดจ้า ความร้อนมหาศาลรวมตัวกันที่นั่น
ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นเป็นพันเท่า เหมือนมีคนเอามีดมากรีดกระดูกสันหลังและเทน้ำกรดราดลงไป แต่หลงเฉินไม่ยอมแพ้ เขาเปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นแรงผลักดัน
“เปิด!! เปิดเดี๋ยวนี้!!”
ตูม!!!!
เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องออกมาจากร่างกายของหลงเฉิน ไม่ใช่เสียงจากปาก แต่เป็นเสียงจาก “เลือด” และ “กระดูก”
ลำแสงสีแดงฉานพุ่งทะลุฟ้าขึ้นไปเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลง เมฆบนท้องฟ้าหมุนวนเป็นรูปมังกรยักษ์ ชาวเมืองที่มองดูอยู่ต่างทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันทางสายเลือดที่เหนือธรรมชาติ
ที่แผ่นหลังของหลงเฉิน… รอยสักรูปมังกรสีแดงเลือดปรากฏขึ้นพาดผ่านกระดูกสันหลัง มันขยับไหวราวกับมีชีวิต!
ชีพจรมังกรเส้นที่ 1… ตื่นขึ้นแล้ว!
วูบ… วูบ… วูบ…
เสียงหัวใจของหลงเฉินเต้นช้าลง แต่หนักแน่นดุจเสียงกลองรบ ทุกจังหวะการบีบตัวส่งเลือดมังกรอันบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วร่าง ซ่อมแซมบาดแผลและสร้างกล้ามเนื้อใหม่ที่แข็งแกร่งดุจเพชร
เกล็ดมังกรที่เคยมีแค่ท่อนแขน บัดนี้ลามขึ้นมาปกคลุมทั่วทั้งแขน หัวไหล่ และหน้าอกซ้ายเป็นรูปเกราะมังกรที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ได้เป็นสีแดงคล้ำเหมือนก่อน แต่เป็นสี “แดงทับทิมโปร่งแสง” ที่งดงามและเปี่ยมพลัง
หลงเฉินลืมตาขึ้น… นัยน์ตาสีแดงฉานหายไป กลายเป็นนัยน์ตาแนวตั้งสีทองอร่ามดุจดวงตาของเทพเจ้า!
ปัง! ปัง! ปัง!
ระดับพลังปราณของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับเขื่อนแตก
หลอมรวม ขั้นที่ 3…
หลอมรวม ขั้นที่ 4…
หลอมรวม ขั้นที่ 5!!!
เลือดของระดับแก่นแท้ บวกกับการตื่นของชีพจรมังกร ดันให้เขาข้ามขั้นรวดเดียวถึงสามระดับ!
“ฟู่…”
หลงเฉินพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาวร้อนระอุ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เสียงกระดูกลั่น กร๊อบแกรบ ราวกับประทัด พลังกายของเขาตอนนี้… หากเทียบกับเมื่อกี้ มันคนละเรื่องกันเลย
เขาลองกำหมัดแน่น อากาศในอุ้งมือถูกบีบอัดจนเกิดเสียงระเบิดเล็กๆ
“นี่คือพลังของชีพจรมังกรเส้นแรก... ‘กายาเหล็กไหลมังกรโลหิต'”
หลงเฉินก้มมองร่างของจ้าวเทียนที่ตอนนี้แห้งเหี่ยวเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก พลังงานทุกหยดถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น
“โอ้โห… เจ้าหนู… เจ้าเปลี่ยนไปนะ” เสี่ยวเฮยมองหลงเฉินด้วยสายตาอึ้งๆ “กลิ่นอายเจ้าน่ากลัวขึ้นเป็นกองเลย แถมเกล็ดนั่น… เท่ชะมัด!”
หลงเฉินยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
“ขอบใจที่เฝ้าให้… ตอนนี้ข้ารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก”
เขาหันไปมองรอบกาย กองกำลังรับจ้างและทหารรับจ้างที่ยังเหลือรอดอยู่บ้างตามมุมมืด เมื่อสบตากับดวงตาสีทองของหลงเฉิน พวกมันก็ทิ้งอาวุธทันทีด้วยความขวัญผวา
“ปีศาจ… มันกลายเป็นราชาปีศาจไปแล้ว!”
“หนี! หนีเร็ว!”
“จะไปไหน?”
หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ แต่เสียงนั้นกลับดังก้องในหูของทุกคนราวกับกระซิบ
เขากระทืบเท้าลงพื้นเบาๆ
ตูม!!
พื้นดินแตกระแหงเป็นรอยแยก พุ่งตรงไปดักหน้ากลุ่มทหารที่กำลังจะหนี แรงสั่นสะเทือนทำให้พวกมันล้มกลิ้งระเนระนาด
“ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้ใครไป…” หลงเฉินเดินเข้าไปหาพวกมันช้าๆ รัศมีสีแดงแผ่ออกมารอบตัว “วันนี้ตระกูลจ้าวล่มสลายแล้ว… พวกเจ้าที่เหลือ มีทางเลือกสองทาง”
“หนึ่ง… ตายตามเจ้านายพวกเจ้าไป”
“สอง… ทิ้งอาวุธ ทิ้งทรัพย์สินทั้งหมดที่มีไว้ที่นี่ แล้วไสหัวไปบอกเจ้าเมืองว่า… นับจากนี้ เมืองหมอกเมฆา มีเจ้าของคนใหม่แล้ว ชื่อของเขาคือ หลงเฉิน!”
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงอาวุธถูกทิ้งลงพื้นดังระงม ตามมาด้วยเสียงถุงเงินและของมีค่าที่ถูกโยนกองรวมกัน เหล่านักรบผู้เกรียงไกรต่างพากันคุกเข่าโขกศีรษะขอชีวิตอย่างน่าสมเพช ก่อนจะวิ่งหนีหางจุกตูดออกไปจากเขตตระกูลหลง
หลงเฉินยืนมองภาพนั้นด้วยความสงบนิ่ง สายลมพัดเสื้อคลุมขาดวิ่นของเขาปลิวไสว
หลงจ้านเดินโซซัดโซเซออกมาจากประตูคฤหาสน์ มองลูกชายที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากศพและความวินาศสันตะโร น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจไหลอาบแก้ม
“มังกร… มังกรตื่นแล้วจริงๆ…”
หลงเฉินหันกลับมาหาบิดา เกล็ดมังกรค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเด็กหนุ่มใบหน้าคมคายที่เปื้อนเลือด
“ท่านพ่อ… สั่งคนมาเก็บกวาดเถอะครับ” หลงเฉินชี้ไปที่กองสมบัติและซากศพ
“คืนนี้เราจะฉลอง… และพรุ่งนี้ เราจะไปยึดกิจการทั้งหมดของตระกูลจ้าวกลับมาเป็นของเรา!”
(จบบทที่ 28)