ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 43: ความลับใต้พิภพ
ตอนที่ 43: ความลับใต้พิภพ
เบื้องหน้าของหนึ่งคนหนึ่งเต่า คือภาพที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
โครงกระดูกมังกรดินปฐพีขนาดมหึมาที่ขดตัวซ้อนกันเป็นวงกตแห่งความตายนั้น มีขนาดใหญ่โตมโหฬารจนยากจะจินตนาการถึงยามที่มันยังมีชีวิตอยู่ กระดูกแต่ละชิ้นมีสีน้ำตาลเข้มดุจเปลือกไม้โบราณ ผิวของมันเปล่งประกายแวววาวราวกับโลหะ และที่สำคัญที่สุดคือ… มันยังคงปลดปล่อย “เจตจำนงแห่งปฐพี” ที่หนักแน่นและมั่นคงออกมาอย่างต่อเนื่อง
และที่ส่วนหัวกะโหลกอันใหญ่โตนั้น “เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา” ลอยเด่นอยู่ มันคือเปลวไฟสีส้มอมทองขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ รูปทรงคล้ายดอกบัวตูมที่กำลังแย้มบาน เปลวไฟของมันไม่ได้พลิ้วไหวตามลม แต่กลับนิ่งสงบและหนืดข้นราวกับของเหลว ทุกครั้งที่มันกระเพื่อม จะเกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่ส่งผลกระทบไปถึงโครงสร้างของผนังถ้ำ
“มิน่าล่ะ… สำนักกระบี่สวรรค์ถึงได้ตั้งตระหง่านอยู่มาได้นับพันปี” หลงเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ วิเคราะห์โครงสร้าง “พวกมันใช้ ‘กระดูกมังกร’ เป็นรากฐานเพื่อสร้างความมั่นคงให้ยอดเขา และใช้ ‘เพลิงวิญญาณ’ เป็นแหล่งพลังงานหล่อเลี้ยงค่ายกลและเพิ่มความหนาแน่นของพลังปราณในสำนัก”
“นี่คือการขโมยฟ้าดินมาเป็นของตน… ช่างกล้าหาญและตะกละตะกลาม”
“ตะกละแล้วไง! ข้าตะกละกว่า!”
เสี่ยวเฮยไม่สนปรัชญาหรือประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับมัน สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีสถานะเดียวคือ “อาหาร”
เจ้าเต่าทมิฬดีดตัวพุ่งเข้าไปเกาะที่กระดูกขาหน้าท่อนมหึมาของมังกรดิน มันอ้าปากเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยฟันคมกริบ แล้วงับลงไปเต็มแรง
กร๊อบบบ!
เสียงที่ดังสนั่นไม่ใช่เสียงฟันหัก แต่เป็นเสียงกระดูกมังกรระดับตำนานที่แตกร้าว!
เสี่ยวเฮยกัดกระดูกชิ้นหนาออกมาเคี้ยวตุ้ยๆ ราวกับเคี้ยวอ้อย เสียงบดเคี้ยวดัง กรุบกรับ สนั่นหวั่นไหว
“อู้ววว! แข็ง! แข็งโป๊กเลย! แต่ไขกระดูกข้างในนี่มัน… สวรรค์ชัดๆ!” เสี่ยวเฮยน้ำลายฟูมปากด้วยความปิติ “พลังงาน! ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเข้ามาเติมเต็มความทรงจำ! กิน! ข้าจะกินให้เรียบ!”
เสี่ยวเฮยเริ่มมหกรรมการกินแบบล้างผลาญ มันวิ่งพล่านไปทั่วโครงกระดูก เจาะรูตรงนั้น แทะตรงนี้ ดูดกินไขกระดูกสีทองที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของมันเริ่มเปล่งแสงสีดำสลับทอง กระดองที่เคยด้านเริ่มมีความมันวาวและขยายขนาดขึ้นทีละน้อย
หลงเฉินมองเจ้าเต่าจอมตะกละด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะหันกลับมาโฟกัสที่เป้าหมายของตน
“เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา…”
เขาเดินก้าวเข้าไปหาดอกบัวเพลิงสีทองนั้นช้าๆ ยิ่งเข้าใกล้ แรงกดดันจากความร้อนและความหนักอึ้งก็ยิ่งทวีคูณ ราวกับกำลังแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนบ่า ผิวหนังของเขาเริ่มแดงก่ำจากความร้อนที่แผ่ออกมา
เพลิงวิญญาณมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง เมื่อมันสัมผัสได้ว่ามีผู้บุกรุก เปลวไฟสีทองก็ลุกโชนขึ้นทันที แผ่รัศมีอำมหิตเพื่อข่มขวัญ
วูบ!
คลื่นความร้อนระเบิดออก กระแทกใส่ร่างหลงเฉินจนเสื้อผ้าไหม้เกรียมไปบางส่วน ผมเผ้าปลิวสะบัด
“คิดจะต่อต้านข้ารึ?” หลงเฉินแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองอำพันของราชันย์มังกร “เจ้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวพลังของมังกรดินที่ตายไปแล้ว… ส่วนข้า คือผู้สืบทอดสายเลือดราชันย์มังกรที่แท้จริง!”
“จงสยบ!”
ตูม!
หลงเฉินระเบิดพลัง “กายามังกรอสูร” ออกมาเต็มพิกัด เกล็ดมังกรสีแดงทับทิมปกคลุมทั่วร่าง เขาไม่เกรงกลัวความร้อน ยื่นมือขวาที่แปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บมังกรคว้าจับไปที่ดวงไฟนั้นโดยตรง!
ฟู่!
เสียงเหมือนน้ำราดบนเหล็กแดงดังขึ้นทันทีที่มือสัมผัสไฟ ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านจากฝ่ามือเข้าสู่หัวใจ เพลิงวิญญาณพยายามจะเผาผลาญแขนของเขาให้เป็นเถ้าถ่าน
“อึก...” หลงเฉินกัดฟันแน่น แต่ไม่ยอมปล่อยมือ “วิชามังกรอสูรกลืนสวรรค์… กลืนกิน!!”
หลงเฉินโคจรลมปราณย้อนทิศทาง เปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นหลุมดำ ดูดซับเพลิงวิญญาณเข้ามาในร่างอย่างบ้าคลั่ง
วูบ!
ดอกบัวเพลิงถูกดึงดูดเข้าไปในฝ่ามือของหลงเฉิน ไหลผ่านเส้นชีพจรแขน มุ่งตรงสู่จุดตันเถียน
“อ๊ากกกกก!”
หลงเฉินคำรามลั่นถ้ำ ร่างกายของเขาสั่นระริก ควันสีขาวพวยพุ่งออกจากรูขุมขน เลือดในกายเดือดพล่านเหมือนลาวา การดูดซับเพลิงวิญญาณระดับปฐพีด้วยร่างกายระดับหลอมรวมนั้น เป็นเรื่องที่บ้าบิ่นและอันตรายถึงชีวิต
เพลิงสีทองเข้าไปอาละวาดในจุดตันเถียน พยายามจะเผาทำลายฐานรากพลังของเขา แต่หลงเฉินก็ใช้พลังชีพจรมังกรเส้นแรกกดข่มมันไว้อย่างไม่ลดละ
“ยอมจำนนซะ! มาเป็นพลังให้ข้า!”
การต่อสู้ภายในร่างกายดำเนินไปอย่างดุเดือด หลงเฉินใช้เจตจำนงอันแรงกล้า บีบอัดเพลิงพยศให้ค่อยๆ สงบลง และหลอมรวมเข้ากับพลังปราณมังกรอสูรของเขา
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป… ที่ยาวนานเหมือนหนึ่งปี
เปลวเพลิงสีทองที่เคยอาละวาด เริ่มสงบลงและเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นเม็ดพลังงานสีทองขนาดเล็กที่หมุนวนอยู่รอบๆ แก่นพลังปราณสีแดงในจุดตันเถียนของหลงเฉิน
ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้นในร่างหลงเฉินอีกครั้ง กำแพงระดับพลังถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยพลังงานมหาศาลจากเพลิงวิญญาณ
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 9!
ระดับหลอมรวมปราณ… ขั้นที่ 9 สูงสุด!
พลังปราณของหลงเฉินพุ่งทะยานจนถึงจุดสูงสุดของระดับหลอมรวม ห่างจากระดับ “ก่อรากฐาน” เพียงแค่ก้าวเดียว!
“สำเร็จ…”
หลงเฉินลืมตาขึ้น นัยน์ตาข้างขวาของเขามีเปลวไฟสีทองเต้นระริกอยู่ภายใน เขาแบมือขวาออกมา เปลวไฟสีส้มอมทองดวงเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่กลางฝ่ามือ มันเชื่อฟังและยอมสยบต่อเขาอย่างสมบูรณ์
“ด้วยเพลิงนี้… การปรุงยาระดับ 3 หรือ 4 ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป” หลงเฉินแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ
ทางด้านเสี่ยวเฮย…
“เอิ๊กกกก!”
เสียงเรอดังสนั่น เจ้าเต่าทมิฬตอนนี้นอนหงายท้องพุงกางอยู่ข้างซากกระดูกมังกรที่ดูพรุนไปเยอะ ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่าจานข้าว กระดองสีดำมีลวดลายสีทองที่ซับซ้อนปรากฏขึ้น และที่สำคัญ… กลิ่นอายของมันดูน่าเกรงขามและ “โบราณ” ยิ่งขึ้น
“อิ่ม… อิ่มแปล้เลย… ข้ารู้สึกได้… พลังของข้ากลับมาแล้ว 1 ส่วน!” เสี่ยวเฮยพลิกตัวกลับมายืนสี่ขา สะบัดหางงูไปมาจนเกิดเสียงแหวกอากาศ
“กินเก่งดีนี่…” หลงเฉินลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่เสื้อ “แต่เจ้ากินรากฐานของสำนักเขาไปขนาดนี้ รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”
“เกิดอะไร?” เสี่ยวเฮยเอียงคอ
ครืนนนน.…
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน เศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ โครงกระดูกมังกรที่ถูกสูบไขกระดูกไปจนหมดสภาพเริ่มแตกร้าวและทรุดตัวลง
เมื่อ “เสาหลัก” ถูกทำลาย… “โครงสร้าง” ย่อมพังทลาย
แรงสั่นสะเทือนไม่ได้หยุดอยู่แค่ในถ้ำ แต่มันส่งผ่านขึ้นไปตามผนังหิน ทะลุชั้นดิน ขึ้นสู่ยอดเขากระบี่สวรรค์เบื้องบน!
“แผ่นดินไหว…” หลงเฉินเงยหน้ามองเพดานถ้ำที่เริ่มมีรอยร้าว “ดูเหมือนเราจะทำเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว”
“ซวยแล้ว! ซวยแน่ๆ!” เสี่ยวเฮยตาตื่น “ไอ้พวกมนุษย์ข้างบนต้องรู้ตัวแน่! รีบหนีเร็วหลงเฉิน! ก่อนที่ถ้ำจะถล่มทับหัวเรา!”
“หนี?” หลงเฉินหัวเราะในลำคอ พลางเก็บสมบัติที่เหลือใส่แหวนมิติ
“เราไม่ได้หนี… เราแค่ ‘ย้ายฐานทัพ’ กลับไปนอนตีพุงรอชมความวินาศสันตะโรของพวกมันต่างหาก”
“มาเร็วเสี่ยวเฮย! ได้เวลาทดสอบพลังใหม่ของเจ้าแล้ว… พาข้า ‘มุด’ กลับไปเดี๋ยวนี้!”
เสี่ยวเฮยพยักหน้ารัวๆ รีบวิ่งมาเกาะไหล่หลงเฉิน แสงสีดำห่อหุ้มร่างทั้งสอง ก่อนจะจมหายเข้าไปในกำแพงดิน ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความโกลาหลที่กำลังจะระเบิดขึ้นสู่โลกเบื้องบน!