ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 52: รุมกินโต๊ะ
ตอนที่ 52: รุมกินโต๊ะ
“ฆ่ามัน! รางวัลโอสถก่อรากฐานระดับสูงต้องเป็นของข้า!”
เสียงตะโกนกึกก้องด้วยความโลภโมโทสัน ศิษย์สายในสิบคนพุ่งทะยานขึ้นสู่เวทีประลองราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหาย พวกมันกระจายตัวล้อมกรอบหลงเฉินไว้ทุกทิศทาง ปิดตายหนทางหนีอย่างสมบูรณ์
อาวุธนานาชนิด ทั้งดาบ กระบี่ หอก และขวาน ถูกชักออกมา แสงสะท้อนวาววับจากคมอาวุธผสมผสานกับรังสีสังหารที่พุ่งพล่าน ทำให้บรรยากาศบนเวทีหนักอึ้งจนหายใจลำบาก
“รุมกินโต๊ะงั้นรึ?” หลงเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม “ในสายตาของพยัคฆ์ ต่อให้หมาป่ามาเป็นฝูง… ก็เป็นได้แค่ฝูงสุนัข”
“ปากดีนัก! ตายซะ!”
ชายร่างผอมเกร็งผู้ใช้กรงเล็บเหล็กคู่ พุ่งเข้าใส่ด้านหลังของหลงเฉินเป็นคนแรก ความเร็วของมันดุจสายลม กรงเล็บอาบยาพิษตวัดเข้าที่ลำคอของหลงเฉินอย่างอำมหิต
พร้อมกันนั้น ชายร่างยักษ์อีกสองคนที่ด้านหน้าก็ฟาดขวานยักษ์ลงมาปิดทางหนี
การประสานงานที่สมบูรณ์แบบ! บน ล่าง ซ้าย ขวา ไม่มีช่องว่างให้หลบ!
“เสร็จข้าล่ะ!” ชายใช้กรงเล็บแสยะยิ้มมั่นใจ
แต่ทว่า…
“เฮ้ย! รุมเหรอ? รุมชาวบ้านเหรอไอ้พวกหน้าตัวเมีย!”
เสียงเล็กแหลมแต่ดุดันดังขึ้นขัดจังหวะ
ฟุ่บ!
เงาสีดำขนาดเท่าชามอ่างพุ่งออกจากบ่าของหลงเฉินด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าไม่ทัน มันไม่ได้พุ่งไปรับอาวุธ แต่พุ่งลอดหว่างขาของชายร่างผอมผู้ใช้กรงเล็บ!
“งั้นข้าช่วยด้วย! ไข่เจียวจงมา!”
เสี่ยวเฮยอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันคมกริบ แล้วงับเข้าที่ “จุดยุทธศาสตร์” กลางเป้ากางเกงของชายร่างผอมเต็มแรง!
กร๊อบบบบ!!!
เสียงเหมือนเปลือกไข่แตกดังสนั่น ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระฆังวัด
“อ๊ากกกกกกกก!!!!!”
ชายร่างผอมหน้าเขียวคล้ำ ตาถลนแทบหลุดจากเบ้า มันทิ้งกรงเล็บเหล็ก เอามือกุมเป้ากางเกงแล้วล้มลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น เสียงร้องโหยหวนของมันทำเอาศิษย์ชายทุกคนในสนามประลองรู้สึกหนาววูบที่หว่างขาโดยอัตโนมัติ
“รสชาติแย่ชะมัด! เค็มปี๋เลย! ถุยๆๆ!” เสี่ยวเฮยถ่มน้ำลายลงพื้น แล้วหันไปขู่ฟ่อใส่ศัตรูคนอื่น “ใครอยากไข่แตกอีกก็ดาหน้าเข้ามา!”
จังหวะที่ศัตรูชะงักเพราะความสยดสยองนั่นเอง… หลงเฉินก็เริ่มเคลื่อนไหว
“ตาย!”
หลงเฉินไม่สนใจชายร่างผอมที่หมดสภาพ เขาพุ่งสวนเข้าไปหาชายร่างยักษ์สองคนที่ถือขวานอยู่ด้านหน้า
“หมัดมังกรอสูร... ทลายภูผา!”
หลงเฉินไม่หลบขวาน แต่ต่อยสวนเข้าไปตรงๆ ที่ใบขวานเหล็กกล้า!
เปรี้ยง!!
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยเกล็ดมังกรและพลังปราณระดับหลอมรวมขั้น 9 สูงสุด ปะทะกับขวานเหล็กจนเกิดเสียงระเบิด ขวานยักษ์แตกกระจายปลิวว่อนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
แรงหมัดของหลงเฉินยังไม่หยุดแค่นั้น มันพุ่งทะลุเศษเหล็ก เข้ากระแทกหน้าอกของชายร่างยักษ์ทั้งสองคน
ตูม! ตูม!
เสียงซี่โครงหักดังระรัว ร่างของทั้งคู่ปลิวกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบเมตร หน้าอกยุบลงไปเป็นรูรูปกำปั้น เลือดทะลักออกจากปากและจมูก ก่อนจะสิ้นใจตายคาที่โดยไม่ทันได้ร้องสักแอะ
“สามคน…” หลงเฉินนับเสียงเย็น
“ปีศาจ! มันทำลายอาวุธระดับมนุษย์ด้วยมือเปล่า!”
“อย่ากลัว! มันมีแค่คนเดียว! รุมแทงมันพร้อมกัน!”
ศัตรูที่เหลืออีกเจ็ดคน แม้จะหวาดกลัวแต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว พวกมันรวมกลุ่มกัน ตั้งค่ายกลกระบี่เจ็ดดาว พลังปราณกระบี่เจ็ดสายพุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมกันราวกับห่าฝน
“ค่ายกล?” หลงเฉินแค่นเสียง “ไร้สาระ”
หลงเฉินกระทืบเท้าลงพื้น
“ก้าวย่างมังกรอสูร!”
วูบ!
ร่างของหลงเฉินหายไปจากสายตาของทุกคน เหลือทิ้งไว้เพียงภาพติดตา ศัตรูทั้งเจ็ดคนแทงกระบี่ใส่ความว่างเปล่า
“อยู่ไหน! มันหายไปไหน!”
“ข้างหลัง!”
หลงเฉินปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อมของศัตรู เขาไม่ได้ใช้อาวุธ แต่แบมือทั้งสองข้างออก
พรึ่บ!
เปลวไฟสีทองอร่าม ‘เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา’ ลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือทั้งสองข้าง ความร้อนแรงมหาศาลแผ่กระจายออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว เสื้อผ้าและเส้นผมของศัตรูเริ่มส่งกลิ่นไหม้
“เผาให้วอด!”
หลงเฉินหมุนตัวฟาดฝ่ามือเพลิงเป็นวงกลม สร้างวงแหวนไฟมรณะกวาดออกไปรอบตัว
ฟู่วววว!
“อ๊ากกกก! ร้อน! ร้อน!”
ศิษย์สามคนที่ยืนใกล้ที่สุดหลบไม่ทัน ถูกเปลวไฟสีทองกลืนกินร่างในพริบตา เกราะปราณคุ้มกันของพวกมันละลายเหมือนเทียนไข ตามด้วยผิวหนังและกล้ามเนื้อ
เพียงชั่วพริบตา สามร่างนั้นก็กลายเป็นกองเถ้าถ่านสีดำร่วงกราวลงพื้น ไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
อีกสี่คนที่เหลือกระโดดหนีตายออกมาได้ทัน แต่ก็ถูกไฟลวกจนผิวหนังไหม้เกรียมไปครึ่งตัว
“หกคน...” หลงเฉินเดินย่างสามขุมออกมาจากกองเพลิง ร่างกายของเขาไร้รอยขีดข่วน เสื้อคลุมสีดำปลิวไสวท่ามกลางเปลวไฟสีทอง ดูราวกับเทพมารจุติ
“ปีศาจ… มันไม่ใช่คน!” ศัตรูคนหนึ่งสติแตก ทิ้งดาบแล้ววิ่งหนีไปทางขอบเวที “ข้าไม่เอาแล้ว! ข้ายอมแพ้! ช่วยด้วย!”
“บนเวทีเป็นตาย… ไม่มีการยอมแพ้”
หลงเฉินสะบัดนิ้วดีดก้อนหินเล็กๆ ที่พื้น พลังปราณอัดกระแทกใส่ก้อนหินจนมันพุ่งออกไปดุจกระสุนปืนใหญ่
ฉึก!
ก้อนหินเจาะทะลุกะโหลกศีรษะของคนที่กำลังจะหนีจนระเบิดออก มันล้มลงตายคาขอบเวที
“เจ็ดคน…”
อีกสามคนที่เหลือยืนขาสั่น ตัวสั่นงันงก หมดสิ้นความกล้าที่จะต่อสู้ พวกมันหันไปมองเฟิงหยุนเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ศิษย์พี่เฟิง! ช่วยด้วย! พวกเราสู้มันไม่ได้!”
เฟิงหยุนนั่งหน้าตึงอยู่บนแท่น สีหน้ามืดมนดุจก้นหม้อ เขากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าหลงเฉินจะจัดการลูกน้องระดับก่อรากฐานของเขาได้ง่ายดายขนาดนี้
“ขยะ…” เฟิงหยุนเอ่ยเสียงเย็น “ข้าไม่ต้องการคนขี้ขลาด”
เมื่อเห็นว่าเจ้านายทอดทิ้ง ทั้งสามคนก็หันกลับมาหาหลงเฉินด้วยความสิ้นหวัง
“สู้ตายโว้ย!”
พวกมันพุ่งเข้ามาพร้อมกันด้วยแรงเฮือกสุดท้าย
หลงเฉินยืนนิ่ง รอจนพวกมันเข้ามาในระยะประชิด แล้วเขาก็ลงมือ… รวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ความปรานี
หมับ!
มือซ้ายคว้าคอหอกของคนแรก กระชากเข้ามาแล้วแทงศอกกลับเข้าที่ใบหน้า ผัวะ! หน้าหยุบ สิ้นใจทันที
เปรี้ยง!
เตะกวาดเข้าที่ขาของคนที่สองจนกระดูกขาหักพับ แล้วเหยียบซ้ำที่หน้าอกจนยุบลงไปติดแผ่นหลัง
ส่วนคนสุดท้าย…
“เสร็จข้าล่ะ!”
เสี่ยวเฮยที่ดักรออยู่ กระโดดจากด้านหลัง งับเข้าที่คอหอยของศัตรูคนสุดท้าย
ฉึก!
เขี้ยวคมกริบเจาะทะลุหลอดลม เลือดพุ่งกระฉูด
“แค่ก...”
ศัตรูคนสุดท้ายเอามือกุมคอ ตาเหลือกค้าง แล้วล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายก่อนจะนิ่งสนิทไป
สิบศพ.
บนเวทีประลองบัดนี้เจิ่งนองไปด้วยเลือดและชิ้นส่วนมนุษย์ กลิ่นคาวเลือดรุนแรงจนผู้ชมบางคนอาเจียนออกมา
หลงเฉินยืนอยู่กลางกองซากศพ ร่างกายเปื้อนเลือดศัตรูจนชุ่มโชก เขาไม่ได้เช็ดมันออก แต่ปล่อยให้มันหยดลงพื้นช้าๆ
เสี่ยวเฮยกระโดดกลับมาเกาะที่ไหล่ของหลงเฉิน เลียเลือดที่มุมปากแผล็บๆ
“แหวะ… เนื้อไม่อร่อยสักคน แต่ก็ถือว่าได้ออกกำลังกายยามบ่าย”
หลงเฉินเงยหน้าขึ้น จ้องมองตรงไปที่เฟิงหยุน
“สิบคน… ครบแล้ว”
หลงเฉินชี้มือที่เปื้อนเลือดไปที่เฟิงหยุน
“ทีนี้… ปล่อยนางได้หรือยัง?”
“หรือว่าศิษย์เอกอันดับหนึ่ง… จะเป็นพวกดีแต่เห่า แต่ไม่รักษาสัญญา?”
คำพูดของหลงเฉินดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ท้าทายอำนาจสูงสุดของเหล่าศิษย์อย่างไม่เกรงกลัว
เฟิงหยุนลุกขึ้นยืนช้าๆ รังสีอำมหิตระดับ ‘แก่นแท้ ขั้น 5’ แผ่ออกมาจากร่างเขา จนท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม
“ดี… ดีมาก หลงเฉิน” เฟิงหยุนแสยะยิ้มที่ดูบิดเบี้ยว “เจ้าทำให้ข้าสนุกจริงๆ”
“ข้าสัญญาว่าจะปล่อยนาง… ข้าก็จะปล่อย”
เฟิงหยุนเดินไปที่กรงขัง แล้วกระชากประตูกรงออก
“แต่ข้าไม่ได้สัญญาว่า… ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าหลังจากปล่อยนางแล้วนี่?”
เฟิงหยุนระเบิดพลังปราณ กระบี่บินเจ็ดเล่มด้านหลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เปล่งแสงเจิดจ้าดุจดวงดาวมรณะ
“เตรียมตัวตายได้แล้วหลงเฉิน! คราวนี้ข้าจะลงมือเอง!”
(จบบทที่ 52)