ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 51: เปิดฉากงานประลอง
ตอนที่ 51: เปิดฉากงานประลอง
แสงตะวันเที่ยงวันสาดส่องลงมากระทบ “ลานประลองเป็นตาย” หินสีดำทมิฬที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ลานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินอุกกาบาตที่มีความแข็งแกร่งทนทานต่อพลังปราณ แต่ทว่าพื้นผิวของมันกลับเต็มไปด้วยคราบสีน้ำตาลเข้ม… คราบเลือดเก่าเก็บของศิษย์นับพันคนที่เคยมาจบชีวิตลงที่นี่
วันนี้ ลานประลองเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนยิ่งกว่าครั้งใดๆ ศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน หรือแม้แต่ผู้อาวุโสบางท่าน ต่างพากันมาเป็นสักขีพยานในศึกที่เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรี
บนเวทีประลอง ฝั่งหนึ่งคือ เฟิงหยุน ศิษย์เอกอันดับหนึ่ง นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสัตว์อสูรที่ลูกสมุนยกมาวางให้ ข้างกายเขามีกรงเหล็กขัง หลินหลาน ที่ถูกมัดปากและมัดมือ นางมองดูพี่ชายบุญธรรมด้วยน้ำตานองหน้า พยายามส่งเสียงอู้อี้บอกให้เขาหนีไป
อีกฝั่งหนึ่ง คือ หลงเฉิน
เขายืนโดดเดี่ยวอยู่กลางเวที มือทั้งสองข้างไพล่หลัง เสื้อคลุมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม บนบ่ามีเต่าสีดำตัวใหญ่เกาะนิ่งราวกับรูปปั้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาสีแดงฉานกลับลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“กติกาของวันนี้ง่ายมาก...” เฟิงหยุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน แต่ก้องกังวานไปทั่วลานประลองด้วยพลังปราณ
“นี่คือการประลองเป็นตาย… ไม่มีกรรมการ ไม่มีการนับเวลา และไม่มีการห้ามฆ่า”
เฟิงหยุนแสยะยิ้ม ชี้มาที่หลงเฉิน
“เจ้าอยากได้นังแพศยานี่คืนใช่ไหม? ง่ายนิดเดียว… เจ้าต้องชนะการประลองติดต่อกัน 10 รอบ โดยไม่มีการพัก!”
“หากเจ้าชนะครบ 10 คน… ข้าจะยอมปล่อยนางและไว้ชีวิตเจ้า แต่ถ้าเจ้าแพ้ หรือตายกลางทาง… ศพของเจ้าจะถูกโยนให้หมาป่ากิน และนางจะกลายเป็นของเล่นของข้า!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชน
“10 รอบรวด!? บ้าไปแล้ว! นี่มันกะเอาให้ตายชัดๆ!”
“แถมยังเป็นการประลองเป็นตาย คู่ต่อสู้ต้องใส่เต็มที่แน่นอน หลงเฉินจะเอาแรงที่ไหนไปสู้จนจบ?”
“เฟิงหยุนโหดเหี้ยมจริงๆ นี่มันไม่ใช่การประลอง มันคือการเชือดไก่ให้ลิงดู!”
หลงเฉินเงยหน้ามองเฟิงหยุน แววตาของเขาไม่ไหวติง
“10 คนรึ?” หลงเฉินถามเสียงเรียบ
“ทำไม? กลัวจนฉี่ราดแล้วรึ?” เฟิงหยุนหัวเราะเยาะ
“เปล่า…” หลงเฉินส่ายหน้าช้าๆ “ข้าแค่คิดว่า… มันน้อยไป ข้ากลัวว่าเลือดแค่นั้นจะไม่พอระบายความแค้นของข้า”
“ปากดี!” เฟิงหยุนตบที่วางแขน “งั้นมาเริ่มกันเลย! ใครจะเป็นคนแรกที่จะเด็ดหัวมันมาให้ข้า!”
ตึง!
ร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์คนหนึ่งกระโดดขึ้นมาบนเวที พื้นหินสั่นสะเทือนตามน้ำหนักตัวของมัน
“ข้าเอง! ‘กัวกัง’ ฝ่ามือเหล็กไหล!”
กัวกังเป็นศิษย์สายในที่มีชื่อเสียงเรื่องความบ้าเลือด มันมีร่างกายกำยำล่ำสัน สูงกว่าสองเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เหมือนก้อนหิน ผิวหนังมีสีทองแดงจางๆ จากการฝึกวิชาระฆังทองคุ้มกาย ระดับพลังอยู่ที่ ‘ก่อรากฐาน ขั้น 3’
กัวกังหักนิ้วดังก๊อบแก๊บ เดินย่างสามขุมเข้ามาหาหลงเฉินด้วยท่าทางข่มขวัญ
“เฮ้ย! ไอ้ลูกหมาหลงเฉิน!” กัวกังตะคอกเสียงดังน้ำลายกระเด็น “ได้ข่าวว่าเจ้าเก่งนักรึ? วันนี้บิดาจะทุบกระดูกเจ้าให้ละเอียดเป็นผงแป้ง! เตรียมตัวตายซะ!”
กัวกังระเบิดพลังปราณออกมา ออร่าสีเหลืองห่อหุ้มร่าง มันง้างฝ่ามือขนาดใหญ่เท่าใบลานขึ้นสูง พลังลมปราณหมุนวนที่ฝ่ามือจนเกิดเสียงหวีดหวิว
“ตายซะ! ฝ่ามือทลายขุนเขา!!”
กัวกังพุ่งตัวเข้าใส่หลงเฉินด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดตัว ฝ่ามือของมันฟาดลงมาที่ศีรษะของหลงเฉินหมายจะตบให้หัวแบะในทีเดียว แรงกดดันจากฝ่ามือทำให้พื้นหินใต้เท้าหลงเฉินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
ฝูงชนต่างกลั้นหายใจ หลายคนเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นภาพสยดสยอง
แต่ทว่า… หลงเฉินยังคงยืนนิ่ง มือไพล่หลัง
จนกระทั่งฝ่ามือของกัวกังอยู่ห่างจากศีรษะเขาเพียงคืบเดียว…
วูบ!
ดวงตาสีแดงของหลงเฉินสว่างวาบขึ้น เขาขยับตัวเพียงเล็กน้อย… ไม่สิ ขยับแค่ “แขนขวา”
ไม่มีใครมองทันว่าเขาชักมือออกมาตอนไหน เห็นเพียงเส้นแสงสีแดงพาดผ่านอากาศเป็นแนวนอน ตัดผ่าความว่างเปล่า
ฉับ!
เสียงที่เกิดขึ้นนั้นแผ่วเบาและคมกริบ เหมือนเสียงกรรไกรตัดผ่านกระดาษ
ร่างยักษ์ของกัวกังที่กำลังพุ่งเข้ามา หยุดชะงักกึกกลางอากาศ พลังฝ่ามือที่รุนแรงสลายไปในพริบตา
“อะไร…” กัวกังพยายามจะพูด แต่เสียงไม่ออก
วินาทีต่อมา… เส้นสีแดงปรากฏขึ้นรอบลำคอหนาๆ ของมัน
ฟุ่บ!
ศีรษะขนาดใหญ่ของกัวกัง หลุดออกจากบ่า ลอยละลิ่วขึ้นไปบนท้องฟ้า หมุนคว้างกลางอากาศ เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกจากลำคอราวกับน้ำพุสูงสามเมตร ย้อมพื้นเวทีประลองให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ร่างไร้หัวของกัวกังยังคงยืนค้างอยู่ในท่าโจมตีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่า และล้มตึงลงกับพื้น ตึง!
ศีรษะที่ลอยอยู่ตกลงมากระแทกพื้น กลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่ที่แทบเท้าของเฟิงหยุน ดวงตาของกัวกังยังคงเบิกกว้างด้วยความงุนงง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายไปแล้ว
เงียบ…
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองที่เคยอึกทึก ไม่มีใครกล้าส่งเสียง แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังแผ่วเบา
หนึ่งวินาที…
เพียงแค่หนึ่งวินาที!
ศิษย์สายในระดับก่อรากฐานขั้น 3 ผู้มีกายาเหล็กไหล ถูกเด็ดหัวขาดกระเด็นโดยที่ศัตรูยังไม่ทันจะขยับเท้า!
หลงเฉินสะบัดมือขวาเบาๆ เพื่อสลัดหยดเลือดทิ้ง แล้วกลับไปไพล่หลังเหมือนเดิม เขาปรายตามองซากศพของกัวกังด้วยสายตาว่างเปล่า
“ช้า…”
คำพูดเดียวหลุดออกจากปากของหลงเฉิน ดังก้องไปทั่วความเงียบ
เขาเงยหน้าขึ้นมองเฟิงหยุนที่นั่งหน้าตึงอยู่บนแท่น
“คนแรกจบแล้ว…” หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ “ส่งคนต่อไปมา”
“ไม่สิ… ส่งมาพร้อมกันเลยก็ได้ ข้าไม่อยากเสียเวลา”
“โห่… จบไวจัง ยังไม่ทันได้ลุ้นเลย” เสี่ยวเฮยบนบ่าอ้าปากหาว “เนื้อเหนียวไปหน่อยนะเจ้านั่นน่ะ เลือดเหม็นสาบควายชะมัด”
ฝูงชนเริ่มได้สติ เสียงกรีดร้องและเสียงอุทานดังระงม
“ปีศาจ! มันเป็นปีศาจ!”
“กัวกังตายในท่าเดียว! ข้ามองไม่ทันด้วยซ้ำว่ามันใช้อาวุธอะไร!”
“มือเปล่า! มันใช้สันมือฟันคอขาด!”
เฟิงหยุนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้เริ่มมีความเคร่งเครียดปรากฏขึ้น เขาไม่คิดว่าหลงเฉินจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ
“ดี… ดีมาก!” เฟิงหยุนกัดฟันพูด “ในเมื่อเจ้าอยากตายเร็วนัก… พวกเจ้าทั้งหมด! ขึ้นไป!”
เฟิงหยุนชี้มือไปที่กลุ่มลูกสมุนศิษย์สายในนับสิบคนที่ยืนรออยู่ข้างล่าง
“รุมมัน! ใครฆ่ามันได้ ข้าให้รางวัลเป็นโอสถก่อรากฐานระดับสูง!”
“โอ้ววว!”
เมื่อได้ยินเรื่องรางวัล ความกลัวก็ถูกแทนที่ด้วยความโลภ ลูกสมุนสิบคนกระโดดขึ้นเวทีพร้อมกัน แต่ละคนชักอาวุธประจำกายออกมา รังสีสังหารพุ่งพล่าน
“รุมมัน! มันมีแค่คนเดียว!”
“ฆ่ามันซะ!”
หลงเฉินมองดูฝูงหมาป่าที่กำลังดาหน้าเข้ามา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“เสี่ยวเฮย…”
“ว่าไงลูกพี่?”
“บุฟเฟต์เปิดแล้ว… กินให้อิ่ม”
หลงเฉินก้าวเท้าไปข้างหน้า ระเบิดพลังปราณมังกรอสูรออกมาจนเกิดเป็นคลื่นกระแทก
“เข้ามา!!!”
(จบบทที่ 51)