ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1009 ‘พร’
ตอนที่ 1009 ‘พร’
………………..
ภายในห้องเช่า หมู่บ้านซินหง
หลังจากแจ้งผลการสนทนาระหว่างตนกับฟรังก้าให้อ็องโตนีฟัง แล้วกำชับให้เขามอบลุดวิกให้ฟรังก้าก่อนจะไปสำรวจเผิงเติง ลูเมี่ยนก็เอนตัวลงบนเตียง
เขาหลับตา เข้าสู่สภาวะฌาน แล้ววาดเงาจำลองของตัวเองในห้วงความคิด
จากนั้น เขาจินตนาการว่าตัวเองกระโดดออกจากที่สูงมาก ดิ่งลงอย่างรวดเร็วในสภาพเหมือนวัตถุตกอิสระ
ในสภาวะดังกล่าว เขาได้ยินเสียงลมพัดแรงอยู่ข้างหู
ทว่าเขายังไม่ออกจากแดนฝันทันที แต่ได้ยินเสียงผู้คนสนทนากัน แว่วมากับสายลม มีถ้อยคำลอยมาจากหลากหลายทิศทาง
ในชั่วขณะดังกล่าว ลูเมี่ยนเหมือนได้ย้อนกลับไปยังหมู่บ้านกอร์ตู กลับไปยังยามบ่ายฤดูร้อนอันอบอุ่น โดยในเวลานั้น เขากำลังหลับๆ ตื่นๆ อยู่บนกองหญ้า ไม่ไกลนักมีกลุ่มหญิงชรานั่งรวมตัว ทั้งจับเหาให้กัน พลางซุบซิบนินทาเรื่องต่างๆ ในหมู่บ้าน รอบข้างมีเด็กๆ วิ่งไปมาเป็นระยะ มีชาวนาที่เลิกงานเร็วกำลังกลับหมู่บ้าน มีสมาชิกตระกูลหลวงพ่ออธิการโบสถ์ เดินผ่านไปพลางบ่นพึมพำ…
ลูเมี่ยนลืมตาขึ้น จมูกของเขาราวกับยังได้กลิ่นหญ้าสด คละเคล้าด้วยกลิ่นมูลแกะ
เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง จากนั้นก็พลิกตัวลงจากเตียง เดินออกจากห้อง มายังชั้นล่างของคฤหาสน์หลังใหญ่
มาดามจัสติส มาดามเมจิกเชี่ยน และมาดามจัดจ์เมนต์ ต่างก็อยู่ในห้องรับแขก
“มีข่าวสำคัญหรือ?” มาดามจัสติสเข้าใจดีว่า หากไม่ใช่เรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ลูเมี่ยนคงไม่เลือกออกจากแดนฝันเอง
ซึ่งเธอไม่พบว่า แดนฝันเกิดการผลักไสลูเมี่ยน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ลูเมี่ยนไม่ได้ถูกเตะออกจากแดนฝัน
“ใช่” ลูเมี่ยนนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว “เรื่องนี้ต้องเริ่มจากเงาในใจที่ฟรังก้าเห็นจากใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู”
มาดามจัสติสมองลูเมี่ยนครู่หนึ่ง
“เล่าก่อนว่าเธอช่วย ‘สองถ้วย’ ออกมาได้อย่างไร ‘เจ็ดถ้วย’ ถูกเตะออกจากแดนฝันเร็วเกินไป เธอจึงรู้ไม่มากนัก”
ลูเมี่ยนยิ้มแล้วพูด
“ฉันใช้เทียนน้ำมันศพ”
“เธอทำพิธีพันธลับ แล้วเกิดการตอบสนองสินะ?” มาดามเมจิกเชี่ยนคาดเดาเหตุการณ์ได้เบื้องต้นแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายลูเมี่ยนในโลกจริง กับปฏิกิริยาตอบสนองของทรีอาร์ยุคที่สี่
ตอนนี้เธอแค่ต้องการความมั่นใจ
ลูเมี่ยนใช้คำพูดบรรยายสิ่งที่ตนได้เห็น ได้ยิน และได้สัมผัสในพิธีพันธลับ แล้วทิ้งท้ายว่า
“ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างใหญ่ แถมยังผสานรวมกับตราผนึกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ไปบ้าง จนดูเหมือนมีบางสิ่งเพิ่มเข้ามาในร่างกาย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ค้นพบ”
ขณะพูด เขาก็แสดงจุดเลือดเก่าซึ่งซ่อนอยู่ใต้ผิวสีซีดบนฝ่ามือให้ทุกคนเห็น
มาดามเมจิกเชี่ยนผงกศีรษะรับ ในดวงตาอันล้ำลึกเกิดประกายดาวนับไม่ถ้วนสว่างวาบ หมุนวนอย่างเชื่องช้า
ผ่านไปยี่สิบสามสิบวินาที เธอพูดด้วยน้ำเสียงแฝงรอยยิ้ม
“บอกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าเธอโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่…”
“เจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวนั่น ไม่เพียงแต่จ้องมองเธอ แต่ยังประทานพลังให้เธอด้วย”
“ทว่าเนื่องจากยังขาดพิธีกรรม แถมยังมีตราผนึกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ อยู่ พลังดังกล่าวจึงผสานรวมเข้ากับออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ส่งผลให้อยู่ภายใต้ตราผนึก ไม่อาจนำมาใช้ได้ดังใจ หากไม่แล้ว ตอนนี้เธอก็คงเป็น ‘นักบวชสงคราม’ แบบได้รับพร หรืออะไรทำนองนั้นไปแล้ว”
“พลังนี้แม้จะถูกผนึก แต่ก็ยังส่งผลกระทบบางอย่างต่อเธอ เช่น เศษเสี้ยวดวงวิญญาณของชาวบ้านกอร์ตู ซึ่งอยู่ภายใต้การผนึกของฉัน ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย พร้อมที่จะเป็น ‘ทหาร’ ของเธอแล้ว”
“ถึงว่าเมื่อสักครู่ ระหว่างที่ออกจากแดนฝัน ฉันได้ยินเสียง ‘สนทนา’ ของทุกคนดังแว่วเข้ามา…” ลูเมี่ยนพลันกระจ่างแจ้ง
ที่แท้สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในร่างกายของเขา ก็คือพลังชนิดใหม่
มาดามเมจิกเชี่ยนพูดต่อไป
“ส่วนคำถามที่ว่า ตัวพลังมีความเสี่ยงแฝงอยู่หรือไม่ ตอนนี้ฉันยังมองไม่ออก แต่หลังจากที่มันผสานรวมกับออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ แล้ว มันย่อมเกิดความเสี่ยงแฝงแน่นอน ความกระตือรือร้นก็เพิ่มขึ้นด้วย”
พูดถึงตรงนี้ มาดามเมจิกเชี่ยนเว้นวรรคชั่วขณะ
“บวกกับสายเลือดโอมีเบล่าในร่างเธอ ถ้าไม่มีตราผนึกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ฉันยังสงสัยเลยว่า เธออาจตั้งครรภ์จากการรับรู้ระหว่างพิธี ไม่สามารถทำแท้งได้ จนกระทั่งคลอดออกมาเป็นอลิสต้า·ทูดอร์เวอร์ชั่นกลายพันธุ์ที่มีมลทินถลำลึก”
“อย่างนั้น ‘จักรพรรดิโลหิต’ ก็ต้องเรียกฉันว่าพ่อสิ?” ลูเมี่ยนในร่าง ‘นางมารสิ้นหวัง’ หัวเราะในลำคอ
“ต้องเรียกว่าแม่ต่างหาก” มาดามเมจิกเชี่ยนช่วยแก้คำ
ลูเมี่ยนไม่ได้สานต่อหัวข้อเดิม แต่เปลี่ยนไปเล่าว่า ตนเข้าไปในวังวนได้อย่างไร และอาศัยจังหวะที่ฟ้าผ่าเปิดช่องทาง ช่วยฟรังก้าออกมาอย่างไร
“ดูเหมือนความพยายามของพวกเราจะไม่สูญเปล่านะ” มาดามจัสติสแย้มยิ้มอย่างโล่งอก
“คาถานั่น เกี่ยวข้องกับเทพองค์ไหนหรือ?” ลูเมี่ยนถาม
มาดามจัสติสอุทานเบาๆ แล้วตอบ
“วายุสลาตัน…นั่นคือพระนามจริงของพระองค์ พวกเธออย่าท่องมั่วเชียวล่ะ ความเสียหายจากฟ้าผ่าเป็นแบบกระจายวงกว้าง ไม่เลือกเป้าหมาย แล้วอีกอย่าง ร่างอวตารของมิสเตอร์ฟูลเคยใช้สิ่งนี้สร้างฟ้าผ่ามาก่อน ในจิตใต้สำนึกย่อมเข้าใจว่า ฟ้าผ่าจากคาถาบทนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง มีพลังทำลายล้างสูงมาก”
ใช้พระนามจริงของเทพเป็นคาถา? ร่างอวตารของมิสเตอร์ฟูลทำไมถึงเหมือน ‘นักยั่วยุ’ ยิ่งกว่าเราอีก? ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
เขานิ่งไปสองวินาที ก่อนจะเอ่ยออกมา
“ตอนนั้นฉันเตรียมใจไว้แล้วว่า ตัวเองอาจจะพังทลาย คลุ้มคลั่ง หรือแม้กระทั่งตายจากพิธีพันธลับ…ในหัวมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น คือเปิดช่องทางสู่ห้วงลึกโดยเร็ว หรือไม่ก็ทำลายห้วงลึกเสมือนนั่น”
“ทั้งหมดนี้อาจจะยังไม่พอ ฉันจึงบอกให้จินนากับโรแซนไปเชิญโจวหมิงรุ่ย ซึ่งกำลังอยู่ในศูนย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลมู่ซู ให้ลงมายังชั้นใต้ดินด้วย…ฉันไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่ผลดี หรือการเปลี่ยนแปลงที่แย่ลง หรือถ้าเกิดปัญหาขึ้น จะมีโอกาสแก้ไขมากน้อยเพียงใด…แต่ในสถานการณ์จริง เรื่องพวกนี้ไม่ได้สลักสำคัญเลย”
พูดไปพูดมา ลูเมี่ยนในร่างนางมารสิ้นหวังเชิดคางขึ้นเล็กน้อย
มาดามจัสติส มาดามเมจิกเชี่ยน และมาดามจัดจ์เมนต์ต่างพากันเงียบลง
ลูเมี่ยนยิ้มสดใส แล้วพูดต่อไปว่า
“ถ้าสุดท้ายแล้วมันจะนำไปสู่หายนะ และพวกคุณตรวจพบ ก็จงฆ่าร่างของฉันในโลกความจริง เพื่อยุติทุกสิ่งได้เลย”
“ตายไปก็ดี คนตายไม่ต้องรับรู้ ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น”
มาดามจัสติส มาดามเมจิกเชี่ยน และมาดามจัดจ์เมนต์สบตากันสองสามวินาที ก่อนจะถอนหายใจสลับกับยิ้มอย่างอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจ
“ฉันไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเธอ แต่ก็ดีใจที่เห็นว่า เธอมีความคิดและทางเลือกของตัวเอง”
มาดามเมจิกเชี่ยนถอนหายใจแล้วพูดต่อ
“ถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีก เธอลองท่องนามอันศักดิ์สิทธิ์ของฉันดู พลังที่ผนึกเศษเสี้ยวดวงวิญญาณในตัวเธอมาจากฉัน ทางนี้สามารถใช้มันเป็นสื่อกลางได้ อาศัยการเชื่อมต่อที่เกิดจากนามของฉัน แทรกแซงได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จ”
“อีกอย่าง ถ้าพวกเธอยอมสละโอกาสกลับเข้าแดนฝันตลอดกาล เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานการณ์คับขัน ฉันมีคาถาที่ดีกว่าให้”
ลูเมี่ยนผ่อนคลายหลังที่เกร็งตรง คางที่เชิดขึ้นก็ลดระดับลงเล็กน้อย
เขาถามด้วยความอยากรู้
“คาถาอะไรหรือ?”
“นามอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านอธิบดีย่าเก่อคี” มาดามเมจิกเชี่ยนยิ้มพลางกล่าว “การท่องนามนี้ภายนอกแดนฝันจะไม่เกิดผลใด ซ้ำยังอาจทำให้ผู้ท่องกลายเป็นหุ่นเชิดของราชันสวรรค์โดยไม่รู้ตัว แต่หากท่องในแดนฝัน ผลลัพธ์คือจะดึงดูดการจับจ้อง เปิดช่องทางใดก็ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ท่านอธิบดีย่าก็มีแก่นแท้เป็นตัวละครที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างจิตตกค้างของ ‘มิสเตอร์ประตู’ กับจิตใต้สำนึกของแดนฝัน มีความเป็นสัญลักษณ์พิเศษ การกระทำของพระองค์อาจถูกราชันสวรรค์ครอบงำได้เช่นกัน แต่จะให้สรุป เมื่อเทียบกับการท่องนามอันศักดิ์สิทธิ์ของมิสเตอร์ฟูลแล้ว การแทรกแซงนี้จะน้อยกว่า”
“มีแบบนี้ด้วยหรือ…” ลูเมี่ยนพูดอย่างครุ่นคิด “ก่อนหน้านี้ พวกเราเคร่งครัดกับกฎของเมืองแดนฝันมากเกินไปสินะ? พยายามสวมบทบาทเป็นพลเมืองที่มีพลังวิเศษ…ต้องห้ามลืมว่า พวกเราแค่กำลังสวมบทบาท แก่นแท้ของที่นั่นคือแดนฝัน…”
มาดามเมจิกเชี่ยนอมยิ้ม
“พวกเราก็เคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน เป็นฉันเองที่คิดวิธีท่องนามท่านอธิบดีย่าขึ้นมา แต่ก่อนที่จะพบช่องโหว่ของกฎให้นำมาประโยชน์ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าพยายามแหกกฎมากนักเลย ไม่อย่างนั้น…หึๆ มีบทเรียนนองเลือดอยู่นับไม่ถ้วนเลยละ ฉันคงไม่ต้องยกตัวอย่างให้ฟังทีละเรื่องหรอกกระมัง?”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ ปรับสภาพจิตใจแล้วเล่ารายละเอียดภาพที่ฟรังก้าเห็นในเงามืดทางใจ ณ ก้นบึ้งของห้วงลึกเสมือน รวมถึงการคาดเดาและปัญหาที่ค้นพบอย่างละเอียด
จนถึงตอนท้าย เขาพูดว่า
“ฟรังก้าค้นพบว่ามิสเตอร์ฟูลเป็น ‘ผู้ข้ามมิติ’ หลังจากนั้น เธอถึงได้ตระหนักว่าตัวเองมองข้ามชื่อพวก เชอร์ล็อก·โมเรียตี้ เมอร์ลิน·เฮอร์มิสไป…ตามหลักการแล้ว เธอควรจะอาศัยชื่อพวกนี้คาดเดาได้ทันทีว่า มิสเตอร์ฟูลก็เหมือนเธอ เป็น ‘ผู้ข้ามมิติ’ เช่นกัน เพียงแต่อาจจะเดาว่ามาจากอีกโลกหนึ่ง”
“ในเมืองแดนฝัน หลายๆ ความคิดของพวกเราดูเหมือนจะถูกตีกรอบ จนเผลอมองข้ามบางสิ่งไปโดยไม่รู้ตัว เช่นปัญหาของอันเสี่ยวเทียน หรือหลักฐานที่ว่ามิสเตอร์ฟูลเป็น ‘ผู้ข้ามมิติ’ นี่อาจเป็นเพราะเจตจำนงของราชันสวรรค์กำลังออกฤทธิ์ สร้างผลปั่นหัวขึ้นมา”
“และสิ่งที่พระองค์จงใจให้เรามองข้าม ให้เราหลีกเลี่ยง มีแนวโน้มสูงว่าจะซ่อนทิศทางที่ถูกต้องเอาไว้”
มาดามจัสติสตั้งใจฟังจนจบ สีหน้าเธอดูตกตะลึงปนประหลาดใจไม่เบา แต่ไม่นานก็เผยความรู้สึกโล่งอกและซาบซึ้ง
มาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัดจ์เมนต์ก็มีปฏิกิริยาคล้ายๆ กัน
เมื่อลูเมี่ยนพูดจบ มาดามจัสติสเจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตเป็นประกาย รำลึกสักพักแล้วเอ่ยว่า
“พวกเธอไม่ได้เห็นว่าพวกเราพบมิสเตอร์ฟูลครั้งแรกในสถานการณ์แบบใด ด้วยวิธีการอย่างไร และหลังจากนั้นเขาแสดงออกยังไงบ้าง ดังนั้น พวกเธอย่อมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราถึงไม่คิดไปในทางที่ว่า ‘มิสเตอร์ฟูลอาจเป็นผู้ข้ามมิติ เป็นคนธรรมดาที่ค่อยๆ ไต่เต้า’…”
“หลังเหตุหายนะที่หมู่บ้านกอร์ตู ฉันถึงได้รู้สึกรางๆ ว่าอาจมีความเป็นไปได้แบบนั้น” มาดามเมจิกเชี่ยนเสริม
สีหน้าของมาดามจัสติสอ่อนโยนลง ใบหน้าเผยรอยยิ้มมากขึ้น
“ใช้ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาสร้างผลงานนับไม่ถ้วน ไต่เต้าได้ถึงระดับนี้ ใช้ความเป็นมนุษย์ต่อสู้กับราชันสวรรค์ ฉ…ฉันยิ่งเคารพและชื่นชมมิสเตอร์ฟูลมากกว่าเดิม อา…และยิ่งรู้สึกสงสารเขาด้วย…”
ลูเมี่ยนถามด้วยความอยากรู้
“มิสเตอร์ฟูลเคยทำอะไรมาบ้างหรือ?”
ในความคิดของเขา ตอนนี้มิสเตอร์ฟูลดูใกล้ชิดมากกว่าเก่า เนื่องจากผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้เคยเป็นมนุษย์ และยังเป็น ‘เพื่อนบ้าน’ กับโอลัวร์ด้วย
แต่ลูเมี่ยนรู้เพียงเรื่องราวเกี่ยวกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ รวมถึงเรื่องที่เล่าในพระคัมภีร์เท่านั้น
“ไว้พวกเราจะเล่าให้เธอฟังอย่างละเอียดในภายหลัง แต่ตอนนี้ขอแลกเปลี่ยนปัญหาสำคัญที่พวกเธอค้นพบก่อน” มาดามจัสติสยิ้มพลางเอ่ย