ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1026 ผู้ช่วย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1026 ผู้ช่วย
ตอนที่ 1026 ผู้ช่วย
หลังจากที่ลูเมี่ยน จินนา และฟรังก้าต่างแยกย้ายออกจากห้องเช่าในอพาร์ตเมนต์ซินหง อ็องโตนีรออีกสักพัก แล้วจึงพูดกับลุดวิก
“นายกินต่อไปเถอะ ฉันจะกลับไปโลกความจริงสักครู่”
“งั่มๆ” ลุดวิกซึ่งปากเต็มไปด้วยอาหารแทบไม่มีจังหวะได้พูด
อ็องโตนีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง
‘นักท่องฝัน’ อย่างเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อน สามารถกลับสู่โลกความจริงได้อย่างง่ายดาย
หลังจากลืมตาขึ้นในห้องหนึ่งของคฤหาสน์หรูในทรีอาร์ อ็องโตนีก็ลุกจากเตียงโดยสัญชาตญาณ
ในเวลาเดียวกัน เสียงของมาดามจัสติสก็ดังก้องในความคิดของเขา
“มาที่ห้องของสองถ้วย”
อ็องโตนีออกจากห้องของตัวเองทันที หมุนตัวไปทางห้องนอนของฟรังก้า ซึ่งอยู่ใกล้กับบันไดมากกว่า แล้วเคาะประตูไม้เบาๆ
“เชิญค่ะ” เสียงนุ่มใสของมาดามจัสติสดังออกมาจากในห้อง
ทันทีที่อ็องโตนีผลักประตูเปิด สายตาของเขาก็ปะทะกับร่างหลายร่าง
มีมิสเตอร์สตาร์ผู้สวมถุงมือสีแดง ยืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างสว่างไสว มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงมุมมืด ดวงตาสีแดงเข้ม เชิงคางเล็กน้อย มีชายวัยกลางคนรูปร่างล่ำสัน ผิวสีทองแดง ผมสีน้ำเงินพิงอยู่ข้างบาร์เล็กๆ ในห้องพลางถือแก้วแลงติร้อนแรงไว้ในมือ
มีมาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัดจ์เมนต์ยืนอยู่ที่ปลายสองฝั่งของโซฟายาว มีมาดามเฮอร์มิทสวมแว่นตา นั่งพิงบนโซฟาเดี่ยวกำลังอ่านหนังสือ มีมาดามจัสติสที่ลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงของฟรังก้าและมาดามซูซี่ที่หมอบอยู่ใกล้เธอ และมีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ไม่ต่ำกว่าสองเมตร สวมเสื้อคลุมสีขาวเรียบง่าย กำลังเดินไปมาอยู่บริเวณปลายเตียง
อ็องโตนีกวาดสายตามองรอบห้อง แล้วกล่าวอย่างเคารพ
“ทิวาสวัสดิ์ ท่านหญิงและท่านชายทั้งหลาย”
“มีอะไรจะบอกพวกเราหรือ?” มาดามจัสติสเอียงตัวมา
อ็องโตนีทวนสิ่งที่ลูเมี่ยนให้เขามาแจ้งกับทุกคน โดยไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“เข้าใจแล้ว”
ในขณะนั้น ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีน้ำตาลอ่อน หันสายตาไปยังไพ่อาร์คาน่าใหญ่คนอื่นๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“นับแต่นี้ไป ห้ามใครออกจากห้องเด็ดขาด”
ขณะที่เสียงยังก้องกังวาน แสงสว่างจ้าที่สว่างไสวยิ่งกว่าท้องฟ้าด้านนอก พลันปรากฏในห้องนอน ขับไล่เงามืดและความมืดทั้งหมด ไม่เหลือไว้แม้แต่เศษเสี้ยวมุมอับ
…………
ภายในแผนกบริหารของบริษัทอินทิส ตึกเทคโนโลยี
“ฮ่าๆ เด็กๆ นี่ชอบคิดอะไรก็ทำเลยนะ มาเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหยางหรือ?” โรแซนถือโทรศัพท์มือถือ ตอบข้อความกลับไปหาโจวหมิงรุ่ย
นี่ทั้งเป็นการแชตต่อเนื่องจากเมื่อครู่ และเป็นการ ‘เฝ้าติดตาม’ สถานะปัจจุบันของโจวหมิงรุ่ย
โรแซนคิดว่า การพูดคุยกับโจวหมิงรุ่ยไปเรื่อยๆ จะช่วยให้เธอรู้ความเคลื่อนไหวของเขาทันท่วงที
ขณะที่รอโจวหมิงรุ่ยตอบกลับ โรแซนทั้งนั่งก็ไม่ใช่ ยืนก็ไม่เชิง ลุกขึ้นเดินวนไปมา แต่ก็ไม่อาจสงบความปั่นป่วนในใจได้
เธอนั่งลงอีกครั้ง หยิบกระดาษและดินสอขึ้นมา คิดจะใช้การวาดรูปเพื่อระบายอารมณ์อันซับซ้อนจนยากจะเรียบเรียง
ครืดๆๆ โรแซนขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างไร้จุดหมาย
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป ภาพสเก็ตช์ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง
นั่นคือเด็กสาวคนหนึ่ง เธอยืนอยู่หลังบาเรียสีดำ ต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนภาพวาดระบายสีของเด็ก
โรแซนวาดภาพตัวเองในยามราตรี
ภาพตัวเองขณะทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์
เมื่อเห็นภาพที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นี้ โรแซนถึงกับชะงักไป
ผ่านไปสองสามวินาที เธอเม้มริมฝีปากแน่น
หญิงสาวลุกพรวดขึ้น วิ่งไปยังห้องทำงานของรองผู้อำนวยการจางชิ่ง พูดอย่างเร่งรีบร้อนรน
“คุณจาง ฉันขอลาครึ่งวันค่ะ!”
…………
สถานีรถไฟความเร็วสูงเมืองหยาง ชั้นขาเข้า
ลูเมี่ยนกับจินนายืนอยู่หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ คอยตรวจสอบทางออกที่ตรงกับขบวนรถไฟของโจวซาซา
“ทางออกทิศใต้ 3 จะมาถึงในอีกหกนาที” จินนาค้นหาขบวนรถไฟที่ถูกต้องตามข้อมูลจากโรแซน
“ฉันบอกแล้วไงว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ” ลูเมี่ยนในร่างผู้ชาย หัวเราะในลำคอแล้วเดินไปยังทางออกทิศใต้ 3 พร้อมกับจินนา
พวกเขาไม่เข้าไปใกล้เกินไปนัก เว้นระยะห่างราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบเมตร แอบอยู่ตรงทางเข้าช่องทางรถแท็กซี่ มองไปยังบริเวณเป้าหมาย
ไม่นานสอง ‘นางมาร’ ก็มองเห็นโจวหมิงรุ่ย
เนื่องจากเครื่องปรับอากาศในบริษัทอินทิสเปิดแรงมาก และตัวเขาเองก็รีบออกมา โจวหมิงรุ่ยจึงสวมเสื้อยืดสีขาวด้านใน และคลุมด้วยเสื้อเชิ้ตลายตารางสีส้มกับดำด้านนอก
ดูเหมือนว่าเขาจะรออยู่ที่นี่มาสักพักแล้ว
จินนาและลูเมี่ยนไม่ได้พูดอะไร เพียงเฝ้าจับตามองอย่างอดทน
ผ่านไปสองสามนาที จินนาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง พลางกดเสียงลงแล้วพูด
“โรแซน…”
“ทำไมเธอถึงมาที่นี่ล่ะ?”
ลูเมี่ยนมองตามนิ้วจินนา พบว่าโรแซนที่สวมเสื้อเชิ้ตกับชุดกระโปรง กำลังเดินมายังทางทางออกทิศใต้ 3 พลางมองซ้ายมองขวาไปด้วย
“เรียกเธอไว้ เรียกมาหาเรา อย่าให้ไปรบกวนโจวหมิงรุ่ย” ลูเมี่ยนบอกกับจินนา
จินนาก็คิดแบบเดียวกัน จึงอาศัยฝีเท้าอันคล่องแคล่วของ ‘นักลอบสังหาร’ เข้าใกล้โรแซนอย่างแนบเนียนในพริบตา
โรแซนตกใจในทีแรก แต่แล้วก็อ้าปากด้วยความประหลาดใจระคนยินดี
จินนาชูนิ้วชี้ขึ้น แตะลงบนริมฝีปากตัวเอง เป็นสัญญาณให้โรแซนอย่าเพิ่งถาม
โรแซนรีบปิดปากสนิท แล้วเดินตามจินนามายังทางเข้าช่องทางรถแท็กซี่ ซึ่งอยู่ข้างทางออกทิศใต้ 2
เมื่อเห็นชัดว่าใครกำลังรอจินนาอยู่ เธอไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีก รีบชี้ไปหาลูเมี่ยนพลางเอ่ยปาก
“คุณ คุณ คุณ…”
นี่มันเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลี่หมิง วัยรุ่นที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน มีลูกทั้งที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ใช่หรือ?
เขาเป็นพวกเดียวกับลั่วฝู จินนา และลูเมียนนา?
“บังเอิญจังนะ” ลูเมี่ยนยิ้ม
เขาถือโอกาสชี้ไปทางจินนา
“นี่คือแม่ของลูก”
“โอ้ โอ้…” โรแซนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!
ที่แท้ก็เป็นความสัมพันธ์แบบนี้นี่เอง!
การล่วงรู้ความลับและเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของเพื่อนข้างกาย ทำให้ความกังวลปนไม่สบายใจของโรแซนบรรเทาลงไม่น้อย
จินนาจึงเริ่มถาม
“คุณมาทำอะไรที่สถานีรถไฟ?”
สีหน้าของโรแซนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที
เธอกัดริมฝีปากแล้วพูดว่า
“ฉันอยากมาช่วยพวกคุณ”
“ฉันคิดว่า…ฉันน่าจะมีประโยชน์บ้าง”
ยิ่งได้พูด น้ำเสียงของเธอก็ยิ่งมั่นคง
ลูเมี่ยนเงียบไปสองสามวินาทีแล้วเอ่ยตอบ
“ได้”
เขามองไปยังทางออกทิศใต้ 3 พลางเสริมอย่างไม่ใส่ใจ
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไร คอยจับตาดูไปก่อน”
“อืม” โรแซนเพิ่งเคยเข้าร่วมปฏิบัติการแบบนี้ จึงไม่มีข้อคัดค้าน
หลังจากมองโจวหมิงรุ่ยอีกครั้ง จินนาครุ่นคิดแล้วเอ่ยต่อ
“ถ้าโจวซาซามีปัญหาจริง…ถ้าเธอเป็นเครื่องมือที่ใช้ทำให้โจวหมิงรุ่ยสร้าง ‘คนในกระจก’ อันมั่นคงในโลกกระจกพิเศษ เธอจะลงมือด้วยวิธีการไหน?”
หลังจากประสบเหตุ ‘หอพัก’ และเรื่องของโมรัน·อาวินี จินนามีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับโลกในกระจกพิเศษแล้ว จึงทราบว่าการสร้าง ‘คนในกระจก’ อันมั่นคงและยาวนาน ต้องเป็นทายาทของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ หรือขุนนางใหญ่แห่งทรีอาร์ยุคที่สี่ หรือไม่ก็ต้องได้สัมผัสกับมลทินที่เอ่อล้นจากโลกในกระจกพิเศษ นั่นก็คือ ต้องทำกิจกรรมในทรีอาร์ใต้ดินอยู่เป็นประจำ
แต่ในเมืองแดนฝัน ไม่มีโลกในกระจกพิเศษที่เป็นรูปธรรม มันซ่อนอยู่ในส่วนลึกของโลกในกระจก ไม่มีมลทินเอ่อล้นออกมา
ดังนั้น การทำให้โจวหมิงรุ่ยได้สัมผัสกับโลกในกระจกพิเศษอย่างแท้จริง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ลูเมี่ยนคิดอยู่สองสามวินาที
“ไม่รู้เหมือนกัน”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบและมั่นคง จนโรแซนพลันรู้สึกว่า สถานการณ์อาจไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้
หลังจากรออีกสองสามนาที บรรดานักเดินทางเริ่มผ่านประตูกั้นที่ทางออกทิศใต้ 3
จินนาและโรแซนจึงเริ่มตื่นตัว
ไม่นานนัก พวกเธอเห็นโจวหมิงรุ่ยเผยรอยยิ้ม แล้วเดินไปยังทางออก
มีสาวน้อยคนหนึ่งเดินออกมาจากที่นั่น สวมชุดสีดำ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง
กระเป๋าเดินทางของเธอก็เป็นโทนสีเข้มเช่นกัน ไม่ได้แขวนตุ๊กตาขนฟูเหมือนผู้หญิงวัยรุ่นทั่วไป แต่กลับแขวนหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ที่ดูเต็มไปด้วยกลิ่นอายของจักรกล
กระเป๋าที่เธอสะพายอยู่ก็ไม่น่ารัก เป็นสีดำ หนังเทียม ดูเหมือนจะมีความจุไม่น้อย ด้านข้างแขวนนาฬิกาพกสีเงินที่มีลวดลายเถาวัลย์และใบไม้
“สไตล์คล้ายกับเมลิสซา·โมเร็ตติในชีวิตจริงเลยนะ…” จินนาพึมพำแผ่วเบา
โรแซนอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองเธอ
โจวซาซาเห็นโจวหมิงรุ่ยเดินมา จึงยิ้มออกมาอย่างบริสุทธิ์ พลางยกมือโบกทักทาย
“พี่!” เธอร้องเรียกด้วยเสียงใสกังวาน
เด็กสาวเพิ่งจะดูมีบรรยากาศสดใสแบบวัยรุ่นอยู่บ้าง
“มาถึงพอดีเลย พี่จะพาไปกินอาหารอร่อยๆ!” โจวหมิงรุ่ยยิ้มพลางรับกระเป๋าเดินทางของน้องสาว
“พี่ ฉันซ่อมนาฬิกาพกเรือนนี้ได้แล้ว!” โจวซาซาถอดนาฬิกาพกที่มีลวดลายเถาวัลย์และใบไม้ออกจากด้านข้างของกระเป๋าสะพายสีดำ แล้วอวดให้โจวหมิงรุ่ยดู
ปึก! เมื่อเธอกดเบาๆ ที่ด้านบนของนาฬิกาพก ฝาสีเงินก็เด้งเปิดออก
แทบจะในเวลาเดียวกัน ลูเมี่ยนและจินนาที่อยู่ไม่ไกล ต่างก็หรี่ตาลงพร้อมกัน
ด้วยสายตาอันคมกริบราวนกอินทรี พวกเขาสังเกตเห็นว่ากระจกของนาฬิกามีสีเข้ม ออกไปทางดำสนิท แต่ก็มีความโปร่งใสมากพอที่จะมองเห็นเข็มและตัวเลขบนหน้าปัด
กระจกของนาฬิกาเรือนนี้ทำให้ลูเมี่ยนและจินนารู้สึกคุ้นเคยอย่างแรงกล้า
เป็นความคุ้นเคยซึ่งเกิดลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณและความทรงจำ
เศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ!
พวกเขาต่างก็มีเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษคนละชิ้น!
“โจวซาซาจะใช้นาฬิกาพกเรือนนั้น ใช้เศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษนั่น ทำให้โจวหมิงรุ่ยเกิด ‘คนในกระจก’ อันมั่นคง?” จินนาหลุดปากออกมา แต่สัญชาตญาณทำให้เธอกดเสียงไว้
จากนั้น หญิงสาวนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา
เศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษที่อยู่กับลูเมี่ยน เขาได้มาจากพานาเทีย ซึ่งเป็นศพผู้หญิงคืนชีพ และพานาเทียเดิมทีถูกจัดแจงให้เป็นคนรักของโจวหมิงรุ่ย ไปจนถึงเป็นภรรยา
“บทบาทที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าของเธอ นอกจากเพื่อรักษาสภาพจิตใจของโจวหมิงรุ่ยให้มั่นคงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งแผนสำรองในกรณีที่ซาราธุสตราล้มเหลว…ฝั่งนั้นคิดจะใช้เศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ ทำให้โจวหมิงรุ่ยปนเปื้อนมลทิน จนถือกำเนิด ‘คนในกระจก’ อันมั่นคงขึ้นมา? เพราะแบบนี้ เธอถึงมีเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ…ราชันสวรรค์มักจะเตรียมแผนสองทาง ไม่สิ สามทาง หรือแม้กระทั่งมากกว่านั้น…” จินนาเกิดความเข้าใจอย่างฉับพลัน
เธอหันไปพูดกับลูเมี่ยนทันที
“ต้องหาวิธีขโมยนาฬิกาพกเรือนนั้นมา ไม่ให้โจวหมิงรุ่ยได้สัมผัสมากเกินไป”
ลูเมี่ยนก็นึกถึงเรื่องพานาเทีย ศพหญิงคืนชีพเช่นกัน จึงสังเกตอยู่สองสามวินาทีแล้วเอ่ยปาก
“นาฬิกาพกเรือนนั้น…ดูเหมือนจะมีคุณค่าทางใจกับโจวหมิงรุ่ยอย่างมาก ตอนนี้เขาดูมันอย่างใกล้ชิด การคิดจะชิงไปต่อหน้าต่อตา คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่”
บัดนี้โจวหมิงรุ่ยรับนาฬิกาพกสีเงินมาแล้ว กำลังเพ่งพิศอย่างละเอียดซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าดูมีความสุขมาก
จินนาเข้าใจความกังวลของลูเมี่ยนเป็นอย่างดี
นี่ไม่ใช่แค่ไม่ง่าย แต่ยังเรียกได้ว่ายากมาก มีความเสี่ยงสูงมาก!
สิ่งที่โจวหมิงรุ่ยต้องการปกป้อง ก็คือสิ่งที่จิตใต้สำนึกแดนฝันต้องการปกป้อง!
……………………………………………………..