ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1072 จัดสรร
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1072 จัดสรร
ตอนที่ 1072 จัดสรร
ท่ามกลางเสียงเคี้ยวกลืนที่ไม่อาจบรรยาย เดอะฟูลเงยหน้ามองไปยังที่สูง มองไปยังดวงจันทร์สีเลือดที่ส่องแสงแดงฉานไปทั่วทุกหนแห่ง
ดวงจันทร์ขนาดมหึมาค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ แสงสว่างจางลงทีละน้อย จนเหลือเพียงสีแดงเข้มในที่สุด
ตอนนี้ หน้าจอโทรศัพท์ที่เคยมืดสนิทกลับสว่างอีกครั้ง ข้อมูลเสมือนจริงอันซับซ้อนมากมายปรากฏออกมา ถักทอเป็นสัญลักษณ์พิเศษที่มีโครงสร้างแปลกประหลาด
สัญลักษณ์นี้ฉายออกมา ถูกพลังที่เทพจักรกลไอน้ำซ่อนไว้ในโทรศัพท์ในรูปแบบ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ห่อหุ้ม พาลงสู่โลกความจริง สแกนไปทั่วทุกทวีป ทุกเกาะ ทุกมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลสำรองที่ปราชญ์เร้นลับซ่อนไว้ ทยอยถูกค้นพบทีละส่วน โครงสร้างโดยรวมถูกทำลาย จนสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อสัญลักษณ์พิเศษนั้นหล่นกลับสู่หน้าจอโทรศัพท์ ปราชญ์เร้นลับก็ส่งข้อมูลสุดท้ายของตนออกมา
นั่นคือเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน
…………
บนเรือ ‘โทสะสีคราม’ ที่กำลังแล่นกลับท่ามกลางหมอกสีเทาขาว
‘ศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ และ ‘โปรโตไทป์’ ต่างชะงักไปพร้อมกัน
พวกเขามองหน้ากัน สุดท้าย ‘ศาสตราจารย์’ เป็นฝ่ายถาม ‘ดาบซ่อนแขน’ ฟรังก้าและมิสเตอร์กัปตัน
“พวกคุณได้ยินเสียงคร่ำครวญ หรือเสียงกรีดร้องไหม?”
“ไม่เลย” ฟรังก้าส่ายหน้า
มิสเตอร์แฮงแมนกล่าวตาม
“ผมก็ไม่ได้ยิน”
“พวกเราได้ยิน…” คิ้วใต้หน้ากากผีเสื้อของ ‘ศาสตราจารย์’ ขมวดเข้าหากัน “แต่เบามาก เหมือนอยู่ไกลมาก”
“ใช่” ‘ตารางธาตุ’ และ ‘โปรโตไทป์’ ยืนยันว่าตนได้ยินเสียงคล้ายกัน
ฟรังก้าคิดสักครู่แล้วพูด
“ไม่ต้องสนใจหรอก การได้ยินเสียงแปลกๆ ในทะเลย่านนี้เป็นเรื่องปกติ อย่าไปใส่ใจหรือเชื่อจริงก็พอ”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าก็หัวเราะ
“คิดในแง่ดีหน่อย บางทีอาจเป็นเสียงกรีดร้องก่อนตายของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ก็ได้”
เอ่อ…พวก ‘ศาสตราจารย์’ มองหน้ากันงงๆ
มิสเตอร์แฮงแมนเผยสีหน้าครุ่นคิด รอไปสองสามวินาทีก่อนพูด
“บางทีอาจเป็นอย่างนั้นจริงๆ”
นี่มัน…ฟรังก้าก็อึ้งไป
เร็วขนาดนี้เชียว?
…………
เสียงคร่ำครวญของปราชญ์เร้นลับแทรกเข้าสู่โสตประสาทของจอมเวททุกคน สร้างความตกตะลึงให้ ‘สิบเสาหลัก’ หลายคนของ ‘นิกายมอสส์’ ที่ไม่ได้อยู่ใน ‘แดนมหัศจรรย์’
พวกเขาบ้างใช้เรื่องนี้ทำนาย บ้างอาศัยลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณตรวจพบว่า สถานการณ์ไม่ปกติ จึงรีบย้ายตำแหน่งและซ่อนตัวมิดชิด
‘ปราชญ์มังกร’ เลเทีย รวมถึงซีดิสและโอไฮซ์ ผู้ครอบครองสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ที่อยู่ใน ‘แดนมหัศจรรย์’ ต่างก็ได้รับผลกระทบ ตกเป็นเบี้ยล่างอย่างรวดเร็วและพ่ายแพ้ตายไปตามลำดับ
ดินแดนนิรนามที่ถูกทำลายจนราบคาบ กลายเป็นวังวนมืดมิดที่หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
เดอะฟูลถือ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของลูเมี่ยน มองโทรศัพท์ที่ลอยอยู่กลางอากาศพ่นจุดแสงหลากหลายออกมาไม่หยุด
พ่นไปพ่นมา โทรศัพท์ก็พองตัว ราวกับมีบางสิ่งกำลังดันทะลุหน้าจอออกมา
บึ้ม!
มันระเบิดจริงๆ ดวงตาเสมือนจริงที่ไร้ขนตา เย็นชาไร้ความรู้สึกดวงหนึ่ง ถูกเหวี่ยงออกมา ตกลงบนฝ่ามือของเดอะฟูล
ชิ้นส่วนโทรศัพท์ที่กระเด็นไปคนละทิศคนละทางถูกย้อมด้วยสีแดงเข้มจางๆ
พวกมันดิ้นพล่านเหมือนจะคลอดชิ้นส่วนใหม่ออกมา แต่ก็ถูกขวางไว้โดยความว่างเปล่าที่มืดลงกะทันหัน จนหดตัวเข้าด้านใน ไม่นานก็รวมกันอยู่ในลูกกลมเสมือนจริง แล้วสลายหายไปพร้อมกับลูกกลมนั้น
เดอะฟูลพร้อมกับตะกอนพลังที่พ่นออกมาก่อนหน้า ก็อันตรธานหายไปด้วยเช่นกัน
…………
ลูเมี่ยนรู้สึกราวกับได้นอนหลับอย่างยาวนานโดยไม่มีความฝันใดๆ
ทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยความมืด จนกลายเป็นความสงบนิ่ง
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เขาก็ลืมตาในที่สุด พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในมิติหลังกระจกอันว่างเปล่าและมืดมิด
เขาลุกยืน เดินออกจากผิวกระจก ในดวงตาสะท้อนภาพพระราชวังเก่าแก่ผุพังที่ใช้ในการชุมนุมของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’
ด้านหลังเขาคือบัลลังก์หินยักษ์ บนบัลลังก์วางกระจก ‘หลับใหล’ ที่เขาสร้างให้ตัวเอง ผิวกระจกมีลวดลายสีแดงเข้ม ราวกับแกะสลักด้วยเลือดสด
นี่คือการเตรียมการล่วงหน้า เขาได้รับความช่วยเหลือจากมาดามเฮล่าในการวางกระจก ‘หลับใหล’ ไว้ในอาณาจักรราตรี เพื่อกั้นมลทินที่อาจได้รับ
ส่วนเหตุผลที่ไม่เลือกบนหมอกสีเทา ไม่วางกระจก ‘หลับใหล’ ไว้ข้างบัลลังก์ของมิสเตอร์ฟูล ก็เพราะสิ่งที่จะถูกกั้นไม่ใช่แค่มลทิน แต่ยังรวมถึงอำนาจการคืนชีพของลูเมี่ยนด้วย
ต้องให้ทั้งมิสเตอร์ฟูลและเขาตอบสนองบนหมอกสีเทาทันเวลา ไม่อย่างนั้น ตะกอนพลังของลูเมี่ยนจะไม่สามารถย้ายไปยังข้างบัลลังก์ของพระองค์ จิตสำนึกและวิญญาณในกระจก ‘หลับใหล’ ก็จะไม่ได้รับการฟื้นฟู
ยิ่งไปกว่านั้น การคืนชีพแบบนี้ต้อง ‘ทะลุ’ ผ่านหมอกสีเทาขาว มีโอกาสสูงที่จะได้รับมลทินอื่น เพราะตอนนี้มิสเตอร์ฟูลเพิ่งตื่นเบื้องต้น ไม่ใช่ตื่นอย่างสมบูรณ์
ลูเมี่ยนนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จนแน่ใจว่าปราชญ์เร้นลับได้เข้าไปในรัศมีทำการของถังบดทำลายข้อมูล ‘ด้วยตัวเอง’ แล้ว
เขาหยิบกระจกบานนั้นจากบัลลังก์หินตัวใหญ่ ยกมาใกล้หน้าตัวเอง
กระจกขนาดเท่าศีรษะสะท้อนใบหน้างดงาม ดวงตาสีฟ้าอ่อนและใสกระจ่าง
ลูเมี่ยนพูดกับกระจก
“ปราชญ์เร้นลับตายแล้ว”
ใบหน้างามเลอเลิศในกระจก ยกมุมปากแย้มยิ้มทั้งโล่งใจและสดใส
ผ่านไปสองสามวินาที ลูเมี่ยนก็ท่อง ‘คาถา’ ตามปกติ ออกจากพระราชวังเก่าแก่ผุพังหลังนี้ กลับสู่คฤหาสน์หรูหรา
จินนาที่รับหน้าที่ทำความสะอาดก็เพิ่งกลับบ้าน ปล่อยลุดวิกที่ซ่อนอยู่หลังกระจกบานหนึ่งของเธอออกมา
นี่เป็นการป้องกันกรณีจินนาโชคร้าย ไปเจอนักบุญนิกายมอสส์ที่ถือสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ เข้า
ลุดวิกเลียริมฝีปาก ดูหงอยๆ
ของอร่อยเยอะแยะ เขาไม่ได้กินเลยสักอย่าง!
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?” ฟรังก้าที่กลับมาก่อนหน้านี้แล้วถามเพื่อนสองคนอย่างเป็นห่วง
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ฉันเป็นอะไรหรือเปล่าไม่สำคัญ ที่สำคัญคือปราชญ์เร้นลับต้องเป็นอะไร”
จินนาพูดต่อ
“มาดามเมจิกเชี่ยนบอกว่า ของที่ได้จากศึกจะให้มิสเตอร์ฟูลเป็นผู้แบ่งปัน”
จากนั้นเธอก็ถามอย่างไม่ค่อยสบายใจ
“แต่มาดามเมจิกเชี่ยนไม่ได้เอาของที่อยู่กับฉันไป”
นี่คือสิ่งที่เธอได้จากการปราบจอมเวทที่ตกต่ำ
“ฉันจะช่วยถามมิสเตอร์ฟูลให้” ลูเมี่ยนหันไปถาม “จอมเวทใน ‘แดนมหัศจรรย์’ ถูกกำจัดหมดแล้วหรือยัง?”
จินนาส่ายหน้า
“พวกที่ตกต่ำและกลายเป็นปีศาจร้าย ฉันจัดการหมดแล้ว ส่วนพวกที่ยังอยู่ในช่วงปิดวาจา ยังไม่รู้ด้านมืดของ ‘แดนมหัศจรรย์’ ฉันส่งต่อให้มาดามเฮอร์มิท”
“เธอบอกว่าจะคัดเลือกส่วนหนึ่งไปให้ศาสนจักรเดอะฟูลชำระล้างจิตใจ ที่เหลือจะอยู่บนเรือ ให้เธอรับผิดชอบปรับปรุงแก้ไข”
“เจออะไรเป็นความลับในด้านมืดของ ‘แดนมหัศจรรย์’ บ้างไหม?” ลูเมี่ยนที่อารมณ์ดีถามอย่างอยากรู้
“ฉันไม่รู้” ขณะที่จินนาส่ายหน้า ลูเมี่ยนก็ชะงักไปกะทันหัน
จากนั้นเขาก็บอกฟรังก้าและจินนา
“มิสเตอร์ฟูลเรียกชุมนุมด่วน”
…………
บนหมอกสีเทา ในพระราชวังอันยิ่งใหญ่
ร่างหลายร่างทยอยปรากฏ ณ สองข้างโต๊ะสำริดโบราณ ทุกร่างพร่ามัวเล็กๆ
พวกเขาคืออาร์คาน่าใหญ่ที่มีส่วนร่วมในการล่าปราชญ์เร้นลับ
“ทิวาสวัสดิ์ค่ะ มิสเตอร์ฟูล~” มาดามจัสติสลุกยืนทำความเคารพก่อนใคร
ดูเหมือนเพราะปราชญ์เร้นลับตายแล้ว จอมเวทจำนวนมากได้รับการช่วยเหลือ น้ำเสียงของเธอจึงร่าเริงมีชีวิตชีวามากกว่าปกติ
เมื่ออาร์คาน่าใหญ่ทุกคนทำความเคารพและนั่งลงใหม่ มิสเตอร์ฟูลที่ประทับอยู่ตำแหน่งสูงสุด ก็เคาะนิ้วเบาๆ บนขอบโต๊ะสำริด
“‘ปราชญ์มังกร’ เลเทียถูกสังหาร แต่ไม่ตายสนิท เธอใช้ ‘ฉายซ้ำความลับ’ สร้างเวทมนตร์ประเภทคืนชีพและการปกปิด”
“แต่นั่นไม่สำคัญ เราบรรลุเป้าหมายหลักทั้งหมดแล้ว”
เมื่อได้ยินมิสเตอร์ฟูลประกาศผล ลูเมี่ยนก็วางใจได้อย่างแท้จริง
ปราชญ์เร้นลับตายแล้วจริงๆ ตายจนตายไม่ได้อีกแล้ว!
ในขณะนี้ เขาอารมณ์ดีจนอยากชวนฟรังก้าหรือจินนามาเต้นรำสักเพลง
เดอะฟูลมองไปยังผู้เข้าร่วมแต่ละคน กล่าวด้วยเสียงต่ำทุ้ม
“เอกลักษณ์ของปราชญ์เร้นลับตกเป็นของเทพจักรกลไอน้ำ”
“ตะกอนพลัง ‘จักรพรรดิความรู้’ ชุดที่มีตั้งแต่ลำดับ 9 ถึงลำดับ 1 มอบให้แบร์นาแดต นี่รวมถึงความช่วยเหลือที่เธอให้ในแดนฝันด้วย”
“ศาสนจักรรัตติกาลขอสมบัติปิดผนึกระดับ 0 ‘มีอันต้องเสียสติ’ กับตะกอนพลังของซีดิสที่ถูกสมบัติปิดผนึกชิ้นนี้ปนเปื้อนแล้ว”
“นอกจากนี้ พวกเขายังแบ่งสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ ไปคนละสองสามชิ้น ที่เหลือเป็นของพวกเรา”
หลังฟังคำบรรยายของมิสเตอร์ฟูลจบ ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนที่เคยต่อสู้กับสมบัติปิดผนึกระดับ 0 ‘มีอันต้องเสียสติ’ ก็นึกอะไรได้ทันที จึงรีบเอ่ยถาม
“ทำไมศาสนจักรรัตติกาลถึงเลือก ‘มีอันต้องเสียสติ’ ล่ะ?”
“มันซ่อนความลับบางอย่าง ต้องขุดคุ้ยหา” มิสเตอร์ฟูลตอบคำถามของลูเมี่ยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
พระองค์พูดต่อ
“สิ่งที่เราได้มาส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย”
“ตะกอนพลัง ‘ผู้ทรงปัญญา’ จากทอริโอโบ”
“สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ สองชิ้นคือ ‘หน้ากากโซโลมอน’ และ ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ รวมถึงสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ เก้าชิ้น เกี่ยวกับ ‘ผู้หยั่งรู้’ สองชิ้น เกี่ยวกับ ‘ปราชญ์พิศวง’ สามชิ้น เกี่ยวกับ ‘จอมบงการ’ หนึ่งชิ้น เกี่ยวกับ ‘คนแบกโลง’ หนึ่งชิ้น เกี่ยวกับ ‘นักแปรธาตุ’ หนึ่งชิ้น เกี่ยวกับ ‘ผู้บรรลุความลับ’ หนึ่งชิ้น”
“นอกจากนี้ยังมีตะกอนพลังลำดับกลางและต่ำ สมบัติปิดผนึกระดับ ‘2’ และ ‘3’ อีกจำนวนหนึ่ง”
มิสเตอร์ฟูลหันมองไปยัง ‘เฮอร์มิท’ แคทลียา
“นี่คือภารกิจต่อเนื่องของเจ้า เป็นผลจากความพยายามก่อนหน้านี้ เจ้าได้เลือกก่อน”
‘เฮอร์มิท’ แคทลียาไม่เกรงใจ
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันต้องการตะกอนพลัง ‘ผู้ทรงปัญญา’”
เดอะฟูลมองไปยังลูเมี่ยน
“บทบาทของเจ้าสำคัญมาก เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปราชญ์เร้นลับสิ้นสุดอย่างถาวร เจ้าเลือกเป็นคนที่สอง”
ลูเมี่ยนคิดคำตอบไว้แล้ว
“มิสเตอร์ฟูล ฉันต้องการสูตรโอสถ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’”
สำหรับเขา มีหรือไม่มีของที่ได้จากศึกก็ไม่สำคัญ
“นั่นเป็นของแถม” มิสเตอร์ฟูลกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ “เจ้าเลือกสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ได้อีกหนึ่งชิ้น”
เอ่อ…เมื่อองค์เทพพูดอย่างนี้แล้ว ลูเมี่ยนก็ไม่เกรงใจอีก คิดสักครู่แล้วตอบ
“ฉันเลือก ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’”
เขาคิดว่า ตามที่มาดามเฮอร์มิทพูดไว้ก่อนหน้านี้ ‘หน้ากากโซโลมอน’ ต้องสอดคล้องกับตะกอนพลังระดับเทวทูตของเส้นทาง ‘จักรพรรดิมืด’ แน่นอน และเส้นทาง ‘จักรพรรดิมืด’ กับเส้นทาง ‘พิพากษา’ อยู่ติดกันและสามารถข้ามไปมาได้ ส่วนมาดามจัดจ์เมนต์ก็เป็นเพื่อนสนิทของมาดามเมจิกเชี่ยน
“คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อเกี่ยวข้องกับเส้นทาง ‘โชคชะตา’” มิสเตอร์ฟูลอธิบายสั้นๆ แล้วหันไปบอกมาดามเมจิกเชี่ยน “หน้ากากโซโลมอนเป็นของเจ้า”
มาดามเมจิกเชี่ยนฟังแล้วอึ้งไป
“แล้วท่านล่ะ?”
ท่านเป็นกำลังหลักนะ แต่กลับไม่ได้ตะกอนพลังระดับเทวทูต กระทั่งสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ก็ไม่เก็บเลยหรือ?
เดอะฟูลที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทาเอนพิงพนักเก้าอี้ เสียงที่อ่อนโยนตามปกติกลับแฝงความยินดี เจือความอาลัยอาวรณ์อย่างอธิบายไม่ถูก
“ข้าไม่ต้องการ”
“ความตายของปราชญ์เร้นลับคือสิ่งที่ข้าปรารถนามากที่สุดแล้ว”
……………………………………………………..