ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1071 ปั่นหัว
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1071 ปั่นหัว
ตอนที่ 1071 ปั่นหัว
ร่างของเดอะฟูลที่ถูกยัดเยียดความรู้นับไม่ถ้วนแข็งทื่อในบัดดล ศีรษะระเบิดโครมกลายเป็นหนอนบิดเบี้ยวจำนวนมาก
หนอนเหล่านี้หายไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงถุงมือสีดำคู่หนึ่ง กับไม้ตะพดฝังเศษดาวมากมาย
ท่ามกลางหมอกบางเบาที่ปกคลุมยอดเขา ร่างอีกร่างหนึ่งตกลงมา ยังคงเป็นเดอะฟูลในเสื้อโค้ตสีดำสวมหมวกทรงกึ่งสูง
ถุงมือสีดำคู่นั้น กับไม้ตะพดเศษดาว กลับมาอยู่ในการควบคุมของพระองค์ทันที
แล้วเมื่อครู่นี้?
เมื่อครู่เป็นเพียงภาพฉายจากประวัติศาสตร์!
บนกลุ่มเงาดำที่ปราชญ์เร้นลับกลายร่างเป็น ดวงตาขาวดำที่แตกออกมานับไม่ถ้วนต่างกลอกหมุนไปมา สะท้อนร่างของเดอะฟูลอีกครั้ง
ขณะนี้ พระองค์ต้องการหลบหนี
นี่ไม่ได้หมายความว่า พระองค์ไม่มีความกล้าที่จะทำลายร่างปัจจุบัน แล้วอาศัยข้อมูลสำรองที่ซ่อนไว้ในจุดอื่น ฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่
สำหรับพระองค์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มีชีวิต นี่ไม่ใช่เรื่องเจ็บปวดนัก
เหตุผลที่ขัดขวางพระองค์จากทางเลือกแบบนี้คือ
ข้อมูลสำรองที่กำหนดไว้ จะรับเอกลักษณ์ได้ต้องอาศัยปราชญ์เร้นลับเลือกเองก่อนตายและเปิดใช้งาน แต่การเปิดใช้งานอาจถูกติดตามและระบุตำแหน่งได้ ปราชญ์เร้นลับที่เป็นร่างจริงของความรู้ศาสตร์เร้นลับย่อมทราบดีว่า ศัตรูตรงหน้าเชี่ยวชาญอะไร รวมถึงบาเรียมืดที่ปิดล้อมดินแดนนิรนามไว้ และหมอกสีเทาบางเบาที่กระจายในบาเรีย สามารถทำอะไรได้บ้าง
หากไม่เปิดใช้งาน เอกลักษณ์จะถ่ายโอนไปยังข้อมูลสำรองใกล้ที่สุดโดยปริยาย ตามหลักแห่งความใกล้ชิด
ซึ่งปราชญ์เร้นลับยังซ่อนข้อมูลสำรองอีกหนึ่งชุดไว้ในดินแดนนิรนามแห่งนี้
เมื่อครั้งพระองค์วางแผนเช่นนี้ในทีแรก แนวคิดก็คือ หากมีศัตรูที่แข็งแกร่งบุกเข้ามา ก็จะอาศัยการคืนชีพสองครั้งพยายามขับไล่คู่ต่อสู้ แล้วกลับไปซ่อนตัวอีกครั้ง หรือไม่ก็สังหารอีกฝ่ายเพื่อเก็บเกี่ยวรางวัลสงคราม
หากคืนชีพสองครั้งแล้วยังชนะไม่ได้ แสดงว่าชนะไม่ได้จริงๆ ก็รอถูกฆ่าครั้งที่สามแล้วคืนชีพในข้อมูลสำรองที่ซ่อนไว้ยังตำแหน่งอื่น หลุดพ้นจากการพัวพันโดยสิ้นเชิง
กล่าวคือ ปราชญ์เร้นลับตอนนี้ไม่ได้ตื่นตระหนก ตายอีกสองครั้ง พระองค์ก็จะหลบหนีจากดินแดนนิรนามนี้ได้อย่างแท้จริง โดยไม่ถูกติดตาม แล้วเข้าสู่สถานะซ่อนเร้นอีกครั้ง
แผนการปัจจุบันของพระองค์คือ ลองโต้กลับดู หากไม่ได้ผล ก็รอถูกฆ่า แทนที่จะทำลายตัวเอง
หากสำรองข้อมูลซ้ำๆ ข้อมูลจะเกิดการสูญหาย เสื่อมสภาพ ผิดพลาด และสับสน นี่เป็นกฎพื้นฐานของโลก เป็นการแสดงออกของสัญลักษณ์แห่งข้อผิดพลาด เสื่อมโทรม
ยิ่งสำรองข้อมูลมากครั้งเท่าใด โอกาสเกิดปัญหาก็ยิ่งทวีคูณ ความเป็นไปได้ที่จะโกลาหลก็ยิ่งสูง หากปราชญ์เร้นลับใช้ข้อมูลชุดที่สี่ฟื้นคืนชีพ ข้อผิดพลาดที่แฝงอยู่อาจปรากฏออกมา
เหนือสิ่งอื่นใด ศัตรูตรงหน้าคือสัญลักษณ์ของ ‘ข้อผิดพลาด’
ในเรื่องนี้ เมื่อเทียบกับถูกฆ่า การทำลายตัวเองจะทำให้ข้อมูลเสื่อมสภาพมากกว่า สับสนโกลาหลยิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันเริ่มจากภายใน จากการปฏิเสธจิตสำนึกตนเอง
ในดวงตาขาวดำของปราชญ์เร้นลับที่สะท้อนร่างเดอะฟูล มีสัญลักษณ์เสมือนจริงใหม่ปรากฏออกมา
มันไม่ซับซ้อน เป็นเพียงตัวเลขธรรมดา
หนึ่งคือ ‘0’ อีกหนึ่งคือ ‘1’
ตามความเข้าใจของนิกายมอสส์ ทุกตัวเลขล้วนมีพลังวิญญาณ มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ของตัวเอง
แน่นอนว่าตัวเลขไม่ได้มีพลังโดยตรง เพียงแต่นำพาการชี้นำทางศาสตร์เร้นลับที่สอดคล้องกัน
ซึ่งหนึ่งในพลังหลักของปราชญ์เร้นลับคือ การมอบพลังให้ตัวเลข มอบพลังเชิงสัญลักษณ์ที่แท้จริง ที่แตกต่างกัน ซึ่งอ่อนกว่าต้นฉบับให้แก่มัน!
จากสองตัวเลขนี้ ‘0’ แทนปฐมกาล แทนสิ่งที่ไม่รู้ แทนช่วงก่อนทุกสิ่งถือกำเนิด
‘1’ แทนการเริ่มต้น แทนจุดแรกเริ่ม แทนผู้สร้างโลกนี้
‘0’ และ ‘1’ ในดวงตาขาวดำเหล่านั้น เกิดการแปรผันในทันที
มันต่อกันแบบหัวท้าย ไหลเวียนอย่างรวดเร็วในอุโมงค์โปร่งใสที่ดวงตาประกอบเป็น
จาก ‘0’ กลายเป็น ‘1’ แล้วจาก ‘1’ กลายเป็น ‘0’ จากความว่างเปล่าสู่การมีอยู่ แล้วจากการมีอยู่สู่ความว่างเปล่า
พร้อมกับการปรากฏและไหลเวียนของ ‘0’ และ ‘1’ แต่ละตัว ดินแดนนิรนามนี้กลายเป็นโปร่งใสอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นตัวมันเอง หรือบาเรียมืดและหมอกสีเทาบางเบาที่ปิดล้อมมัน ต่างแสดงให้เห็น ‘0’ และ ‘1’ นับไม่ถ้วน
มันประกอบจากตัวเลขสองตัวนี้รวมตัวกัน!
ร่างของเดอะฟูลก็มีการเปลี่ยนแปลงคล้ายกัน บนใบหน้าและในถุงมือของพระองค์ มีหนอนเล็กๆ โปร่งใสบ้าง ระยิบระยับบ้าง มีข้อปล้องบ้าง คลานออกมาเรื่อยๆ
หนอนเหล่านี้เมื่อมองใกล้ๆ ล้วนประกอบจากสายตัวเลข ‘0’ และ ‘1’ พันกัน
ภายใต้อิทธิพลของปราชญ์เร้นลับ ‘1’ จำนวนมากกำลังกลายเป็น ‘0’
เมื่อ ‘0’ ครอบครองเกือบทั้งหมด โลกแห่งตัวเลขนี้จะกลับคืนสู่ ‘ความว่างเปล่า’ อย่างสิ้นเชิง พังทลายและหายไป ไม่อาจขัดขวางการหลบหนีของปราชญ์เร้นลับได้อีก
แม้แต่ตัวเดอะฟูลเองก็จะได้รับผลกระทบ ยากที่จะระบุตำแหน่งและติดตามได้ทันเวลา!
ทันใดนั้น ร่างของเดอะฟูลก็อันตรธานไป
พระองค์ปรากฏบนท้องฟ้าสูงที่เต็มไปด้วยหมอกตัวเลข แล้วใช้ไม้ตะพดเศษดาวในมือ แทงลงด้านล่างจากระยะไกล
ในความเงียบงัน บาเรียมืดที่ปิดล้อมดินแดนนิรนาม พังทลายเข้าด้านใน ส่งผลให้หมอกสีเทาบางเบา กับดินแดนนิรนามพังทลายทีละนิ้ว ก่อเกิดพายุกาลอวกาศอันน่าสะพรึงกลัวระลอกแล้วระลอกเล่า
เดอะฟูลทำให้โลกตัวเลขนี้ตกสู่การทำลายล้างก่อนเวลาอันควร
พายุกาลอวกาศที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง พัดเข้าหาปราชญ์เร้นลับ การพังทลายและยุบตัวรอบข้างก็แผ่ขยายมาถึงเทพมารองค์นี้เช่นกัน
ปราชญ์เร้นลับไม่ตกใจ กลับยิ่งยินดี
การทำลายล้างเช่นนี้ ไม่เพียงทำให้ข้อมูลสำรองสุดท้ายที่พระองค์ซ่อนในดินแดนนิรนามถูกทำลายตาม ช่วยให้พระองค์ต้องตายอีกแค่ครั้งเดียว ก็หลุดพ้นจากการติดตามของเดอะฟูลได้อย่างแท้จริง แต่ยังช่วยให้การปิดล้อมหายไป สร้างสถานการณ์อันวุ่นวาย ไม่ว่าพระองค์จะหนีไปเลย หรือจงเปิดใช้งานข้อมูลสำรองก่อนเวลา ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกระบุตำแหน่ง!
ปราชญ์เร้นลับที่แตกออกเป็นดวงตาขาวดำนับไม่ถ้วน ปล่อยให้การพังทลายของโลกและการฉีกขาดของพายุกาลอวกาศตกลงบนตัวเอง
พระองค์ถูกบังคับให้คืนสภาพเป็นข้อมูลโปร่งใสเสมือนจริงสายแล้วสายเล่า
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนย้อมด้วยสีแดงเข้มที่มองแทบไม่เห็น
ขณะที่ปราชญ์เร้นลับกำลังจะสลายไป เพื่อคืนชีพ ณ ข้อมูลสำรองที่ซ่อนไว้ เดอะฟูลบนที่สูงกำมือซ้ายซึ่งไม่ได้ถือไม้ตะพดเศษดาว แล้วชกไปข้างหน้าอย่างหนักหน่วง
ก๊อง!
เสียงระฆังโบราณที่ข้ามกาลเวลา ก้องกังวานในโลกที่กำลังจะพังทลาย
บนนาฬิกาหินเสมือนจริงเรือนยักษ์ เข็มที่กำลังเดินถูกมือสีดำกดเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็นพายุมืดที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง หรือยอดเขา หุบเหว และมหาสมุทรที่กำลังทรุดตัว ต่างแข็งทื่อในบัดดล แน่นิ่งราวกับกลายเป็นภาพถ่าย
ในฉากเช่นนี้ สิ่งที่ยังเคลื่อนไหวได้คือเดอะฟูลกับปราชญ์เร้นลับ ซึ่งพังทลายเป็นข้อมูลหลายสาย แต่ยังไม่หายไปโดยสมบูรณ์
มิสเตอร์ฟูลไม่ได้รวมปราชญ์เร้นลับเข้าไปในขอบเขตอิทธิพลของการหยุดเวลา!
เสื้อโค้ตสีดำด้านหลังของพระองค์ปลิวสะบัด ใบหน้าใต้หมวกทรงสูงสีดำมืดสลัว มองเห็นไม่ได้ชัดเจน
ปั่นหัว!
บนทุ่งร้าง ลูเมี่ยนที่ได้รับการบอกใบ้ ถือโทรศัพท์กระโดดเข้าไปในไอหมอกที่เติมเต็มหลุมยุบขนาดใหญ่
ทางลับนี้ถูก ‘ปลูกถ่าย’ ไปยังดินแดนนิรนามที่ปราชญ์เร้นลับอยู่นานแล้ว
ร่างของลูเมี่ยนเพิ่งปรากฏในฉากทำลายล้างที่ถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว ปราชญ์เร้นลับที่แตกเป็นข้อมูลหลายสาย ซึ่งต้องการหลบหนีตามสัญชาตญาณ ก็พลันตระหนักได้ทันที
พระองค์รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของบุตรแห่งเทพ
“ไม่ นั่นคือกลิ่นอายขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่!”
“องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่มาช่วยข้าแล้ว!”
ข้อมูลสายต่างๆ ของปราชญ์เร้นลับ พลันประดังเข้าหาลูเมี่ยนที่ไม่สวมฮู้ดและเผยใบหน้างดงาม
พระองค์ไม่เพียงคิดว่าตัวเองรอดแล้ว แต่ยังเชื่อว่ามีโอกาสพลิกสถานการณ์
องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ลงสนามเองทั้งที ยังมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้อีก?
ลูเมี่ยนยกมือขวา หันหน้าจอที่สว่างพร้อมกับแสดงแอปฯ ของโทรศัพท์ไปข้างหน้า
ตอนนี้ การ ‘แข็งทื่อ’ ดำเนินมาถึงขีดสุด การทำลายล้างยังคงดำเนินต่อไป
ข้อมูลของปราชญ์เร้นลับจึงพุ่งไหลอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
สืบเนื่องจากกลิ่นอาย ศักดิ์ และสถานะปัจจุบันของเทพมารองค์นี้ บนผิวหน้าขาวเนียนของลูเมี่ยน ผิวหนังทยอยถูกฉีกออกทีละนิ้ว เนื้อหนังขยับไปมาทีละชิ้น เตรียมจะงอกดวงตาขาวดำ
นี่ทั้งเป็นอิทธิพลของมลทินและการกระแทกทางกายภาพ
ลูเมี่ยนไม่หลบหนี ไม่ได้ทิ้งโทรศัพท์ ยังคงยืนปักหลัก เพลิดเพลินกับความเจ็บปวดทางร่างกายและความยินดีปรีดาทางจิตใจ
ออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตบนฝ่ามือ ตราประทับนักพรตโลกแห่งความตาย และ ‘รูเข็ม’ สีดำล้วนถูกกระตุ้น จิตใจของเขาเริ่มสับสนว้าวุ่น เสมือนได้ร่ำเรียนความรู้มากมายที่ไม่ควรรู้
มุมปากของเขาเริ่มเชิด เกิดเป็นดวงตาขาวดำสองดวง
เขามองข้อมูลโปร่งใสของปราชญ์เร้นลับที่พุ่งเข้าหาตนอย่างบ้าคลั่ง พลางยิ้มอย่างสดใส
ฉันมาหาแกแล้ว!
เคยบอกไปแล้วไง ฉันจะมาหาแก!
บนตัวลูเมี่ยน เนื้อหนังเริ่มหลุดร่วงทีละชิ้น ทุกชิ้นล้วนมีดวงตาขาวดำ แต่เขาไม่ขยับเขยื้อน ยังคงกำโทรศัพท์ที่เทพจักรกลไอน้ำผลิตไว้แน่น
ในที่สุด ข้อมูลของปราชญ์เร้นลับก็มาถึงจุดหมาย
ลูเมี่ยนกดปุ่มเรียกใช้แอปฯ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ทันที
พื้นผิวของโทรศัพท์เครื่องนั้นกลายเป็นสีมืดสลัว ดูดกลืนแสงที่เหลืออยู่รอบข้าง ดูดกลืนข้อมูลที่ไม่มีกายเนื้อรองรับเข้าไป
ปราชญ์เร้นลับได้สติกลับมาทันที แต่สายเกินไป โทรศัพท์เครื่องนั้นเสมือนกลายเป็นวังวนมหึมา กวาดข้อมูลโปร่งใสเสมือนจริงที่พระองค์แตกสลายออกมา เข้าไปข้างในอย่างครบถ้วน
เมื่อเห็นดังนั้น ลูเมี่ยนไม่ยืนหยัดอีกต่อไป อาศัย ‘ไฟประลัยกัลป์’ จุดไฟเผาตัวเองที่ปนเปื้อนมลทิน
ตัวจริงของเขาตายแล้ว
มลทินแผ่ขยายไปในกระจก ตัวตนในกระจกของเขาก็ตายแล้ว
มีเพียงกระจกที่กำลังหลับใหล ซึ่งถูกพลัง ‘ปกปิด’ ซ่อนไว้ล่วงหน้าเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบอีกครั้ง แสงเสมือนจริงบางส่วนที่ประกอบจากข้อมูลอันซับซ้อน พยายามอย่างสุดกำลังที่จะชอนไชออกมา เพื่อให้หลุดพ้นจากการควบคุม
เดอะฟูลในเสื้อโค้ตสีดำ สวมหมวกทรงกึ่งสูง ร่อนลงมายังด้านหน้าโทรศัพท์เครื่องนี้และ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของลูเมี่ยน ด้านหลังพระองค์คือดินแดนนิรนามที่ยังคงพังทลาย
ปราชญ์เร้นลับตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวังปนหวาดกลัว
“ปล่อยข้าเถิด! ข้าจะจงรักภักดีต่อเจ้า!”
“ปล่อยข้าเถิด!”
เดอะฟูลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกแต่แฝงความอ่อนโยน
“เจ้าทำร้ายผู้คนมากเกินไป”
พระองค์ยกไม้ตะพดฝังเศษดาวมากมาย แล้วผลักปราชญ์เร้นลับที่พยายามดิ้นรนออกจาก ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ กลับเข้าไปในหน้าจอโทรศัพท์
จากส่วนลึกของโทรศัพท์เครื่องนั้น เสียงที่ชวนให้ขนลุกซู่ เสมือนมีสัตว์ประหลาดกำลังแทะกระดูกมนุษย์ดังแว่วออกมา
…………………………………………………….