ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1074 พิธีกรรมของ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1074 พิธีกรรมของ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’
ตอนที่ 1074 พิธีกรรมของ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’
………………..
เมื่อนึกถึงรายละเอียดของ ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ ลูเมี่ยนตัดสินใจทำเป็นไม่เห็นคำพยากรณ์ที่ปรากฏ
ไม่ว่าจะอย่างไร เหตุการณ์ในภายภาคหน้า ยังคงต้องดำเนินไปตามครรลองของมัน!
ทันใดนั้น ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ ก็พลิกไปอีกหน้า บนนั้นมีเนื้อหาใหม่
“ข้าเห็นลูเมี่ยน·ลีเสียสติ”
อักษรสีปรอททุกตัวเขียนด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ
ลูเมี่ยนเลิกคิ้ว ปิดหนังสือเล่มเก่าที่เย็บด้วยหนังแกะดัง ‘ปัง’ แล้วกดไว้แน่น
จากนั้น เขามองไปยังปลายสุดของโต๊ะสำริดยาว
“มิสเตอร์ฟูล ฉันควรผนึก ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ อย่างไร ท่านพอจะช่วยได้หรือไม่?”
เพียงมิสเตอร์ฟูลที่ถูกหมอกสีเทาขาวปกคลุมโบกมือเบาๆ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของลูเมี่ยนที่หล่นหายในสนามรบก็บินมาจากด้านหลังบัลลังก์หิน บินตรงมาหาเจ้าของ
หลังจากลูเมี่ยนยื่นมือรับ ก็พบว่าภายใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ถูกแบ่งเป็นมิติกว้างใหญ่ไพศาล ชนิดที่สามารถบรรจุเมืองหนึ่งได้
ตรงกลางมิตินั้นยังวางลูกเต๋าธรรมดา 20 หน้าอันหนึ่งไว้ด้วย
นึกว่าวัสดุที่ใช้ทำ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ใบนี้ จะรองรับมิติระดับเมืองที่ต้องใช้ผนึก ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ ไม่ไหว ต้องสั่งทำใหม่เสียอีก…
หรือว่ามิสเตอร์ฟูลสร้างใหม่ให้? ลูเมี่ยนวางมือบนอก ก้มศีรษะเล็กน้อย
“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง มิสเตอร์ฟูล”
เมื่อเขาเงยหน้า ก็พบว่าตะกอนพลังจากโอไฮซ์ถูกบดและจัดเรียงใหม่ แบ่งออกเป็นตะกอนพลังของ ‘ปราชญ์พิศวง’ ลำดับ 4 หนึ่งก้อน และตะกอนพลังของ ‘เจ้าจักรราศี’ ลำดับ 5 สองก้อน ทั้งหมดถูกผนึกไว้อย่างง่ายๆ
มาดาม ‘เฮอร์มิท’ ที่นั่งตรงข้ามเยื้องกัน เห็นดังนั้นจึงรีบกล่าว
“ฉันจะให้สูตรโอสถของ ‘ปราชญ์พิศวง’ และ ‘เจ้าจักรราศี’”
มาดามเมจิกเชี่ยนถอนหายใจแล้วพูดตาม
“ฉันจะให้เลือดของสัตว์ในตำนานหนึ่งหยด”
บริการครบวงจรจริงๆ พยายามดันให้พวก ‘ศาสตราจารย์’ แต่ละคนเลื่อนลำดับได้คนละหนึ่ง ค่าตอบแทนภารกิจช่างงดงามเสียจริง…ลูเมี่ยนขอบคุณแทนสมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ เหล่านั้น
ถัดมา เขาจึงเริ่มพิจารณาสูตรโอสถ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ที่มิสเตอร์ฟูลแถมมาให้
“ชื่อ: จอมอาคมลมฟ้าอากาศ”
“ลำดับ: 2”
“วัตถุดิบหลัก: กะโหลกของยักษ์ลมฟ้าอากาศ, แก่นของแมงกะพรุนเมฆหมอก”
“วัตถุดิบเสริม: เลือดของผู้ล่วงลับที่ตายจากสภาพอากาศสุดขั้วต่างๆ สามราย รายละ 30 มิลลิลิตร, เส้นผมของยักษ์ลมฟ้าอากาศ 500 เส้น, ผลึกของแมงกะพรุนเมฆหมอก 5 ก้อน, กิ่งไม้ที่โดนฟ้าผ่าหนึ่งท่อน, น้ำจากหิมะแรกของปีในหนึ่งเขต 20 มิลลิลิตร”
“พิธีกรรมเลื่อนลำดับ: เปลี่ยนสภาพอากาศของหนึ่งเขตด้วยกำลังตัวเองในเวลาอันสั้น โดยไม่พึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก”
“หมายเหตุ: หลังยุคที่สี่ ยักษ์ลมฟ้าอากาศและแมงกะพรุนเมฆหมอกต่างก็สูญพันธุ์แล้ว”
หรือก็คือ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ทั้งหมดล้วนดำรงอยู่ในรูปแบบเทวทูต ไม่ก็สมบัติปิดผนึก? ลูเมี่ยนไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก
‘นักล่า’ เป็นเส้นทางแห่งสงคราม สัตว์วิเศษหรือสายพันธุ์วิเศษที่เกี่ยวข้อง ย่อมยากจะซ่อนตัวได้อย่างมิดชิด มีโอกาสสูงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและหายนะ ซึ่งก็ง่ายต่อการถูกสังเกตเห็น
อีกทั้ง หลังจากผ่านการฆ่าฟันในสี่ยุคสมัยก่อนหน้า ต่อให้ยังมีสัตว์วิเศษที่สอดคล้องกับ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ดำรงอยู่ มันก็ควรเป็นระดับ ‘รองเทพ’ ตัวจริง ซึ่งมีตะกอนพลังครบหนึ่งชุด หรือก็คือเทวทูต
ลูเมี่ยนจึงหันเหความสนใจไปที่ตัวพิธีกรรม
“ไม่พึ่งพาแรงภายนอก พิธีกรรมนี้ค่อนข้างยากทีเดียว…”
“หนึ่งเขตต้องเป็นระดับมหานครทรีอาร์ ถึงแม้จะใช้พลังน้ำแข็งของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ การจะมีอิทธิพลต่อกรุงทรีอาร์ก็ต้องกินเวลาพอสมควร และยังต้องไม่มีใครขัดขวางด้วย…”
“ถ้าพึ่งพาแรงภายนอกก็ง่ายมาก…”
“แก่นของพิธีกรรมนี้คงเพื่อให้เราเข้าใจความลับของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อาศัยพลังเพียงเล็กน้อยเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างสินะ?”
“เหมือนกับพายุเฮอริเคนในทะเล ตอนแรกก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แค่พายุหมุนลูกเล็ก แต่ภายหลังค่อยๆ รุนแรงขึ้น กวาดผ่านน่านน้ำและเขตต่างๆ…”
“น่าจะคิดไปในทางนี้ได้ แต่ไม่เข้าเงื่อนไขเวลาอันสั้น ต้องให้เราเร่งความเร็วเองหรือ?”
“เฮ้อ…ต้องเรียนรู้อีกแล้ว ถ้ายืมคำพูดในเมืองแดนฝันก็คือ ผู้นำสงครามต้องรู้ทั้งดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์…”
“อันที่จริง พิธีกรรมนี้ก็มีวิธีลัดเหมือนกัน อย่างเส้นทาง ‘ลูกเรือ’ ลำดับ 3 เรียกว่า ‘เจ้าสมุทร’ สามารถเปลี่ยนสภาพอากาศของหนึ่งเขตได้ ทำให้ฝนตกหนัก”
“ในกรณีนี้ ถ้าเราสังหารเจ้าสมุทรสักองค์ สภาพอากาศก็เปลี่ยนแล้วไม่ใช่หรือ?”
“นี่ก็ไม่ได้พึ่งพาแรงภายนอก ไม่มีใครช่วยเรา…อา ระหว่างต่อสู้ห้ามใช้สมบัติ ไม่งั้นก็นับว่ายืมแรงภายนอก…”
“ฮะๆ การเลื่อนลำดับของ ‘นักล่า’ มีทางลัดซ่อนอยู่จริงๆ…”
“การล่า ต่อสู้ สงคราม…”
ขณะที่ ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนครุ่นคิด มิสเตอร์ฟูลก็ตอบคำถามของมาดาม ‘เฮอร์มิท’ และไพ่อาร์คาน่าใหญ่อื่นๆ สองสามข้อ
ลูเมี่ยนคิดสักครู่แล้วกล่าว
“มิสเตอร์ฟูล เหตุใด ‘ปราชญ์เร้นลับ’ จึงถูก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ทำให้มีชีวิต?”
นี่ไม่ได้หมายความว่า ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ดูแคลน ‘ปราชญ์เร้นลับ’
แต่ว่า ‘ทำได้อย่างไร’?
จากความรู้ศาสตร์เร้นลับที่มาดามเมจิกเชี่ยนสอน เขาสามารถอนุมานได้ว่า ในยุคที่สี่ บาเรียป้องกันเทพมารของโลกนี้ยังแข็งแกร่งมาก
มิสเตอร์ฟูลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ปัญหาอยู่ที่ทวีปตะวันตก”
ทวีปตะวันตก? นอกเหนือจากบาเรีย ทวีปตะวันตกยังมีตราผนึกของราชันสวรรค์อีกชั้นหนึ่งไม่ใช่หรือ? ลูเมี่ยนยังไม่ทันได้ถามข้อสงสัยในใจ มิสเตอร์ฟูลก็กล่าวต่อ
“และการที่ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ เรียกท่านผู้นั้นว่า ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’”
“ซึ่งนั่นไม่ใช่นามอันทรงเกียรติแท้จริงของพระองค์”
หมายความว่าอะไร?
จริงสิ…ด้วยระดับของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ย่อมมีคุณสมบัติรู้นามอันทรงเกียรติที่สมบูรณ์ของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ และไม่กลัวถูกมลทินปนเปื้อนเชิงลึก…
แล้วทำไมพระองค์ยังต้องใช้คำเรียกแทน? คงไม่ใช่กลัวกระทบมิสเตอร์ฟูลหรอกกระมัง? ลูเมี่ยนรู้สึกว่าประโยคนี้ของมิสเตอร์ฟูลซ่อนข้อมูลสำคัญมาก แต่ก็ตีความไม่ออก
มิสเตอร์ฟูลไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม เพียงพยักหน้าเบาๆ
“ขอยุติการชุมนุมแต่เพียงเท่านี้”
“สุดแล้วแต่ท่าน” ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ทุกใบลุกยืนพร้อมกัน
…………
กรุงทรีอาร์ ภายในคฤหาสน์หรูหรา
เมื่อเห็นลูเมี่ยนเดินลงบันได มายังห้องนั่งเล่น ฟรังก้าถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“เป็นไงบ้าง?”
แม้ว่าภารกิจหลักของเธอคือการติดต่อ โน้มน้าว และปกป้องบุคคลสำคัญ ผลงานจึงไม่มากนัก แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอมองข้าม ‘ผลประโยชน์’ จากศึกแห่งเทพและการจัดสรรรางวัล
ลูเมี่ยนเล่าทุกอย่างที่พูดได้ให้ฟัง แล้วกล่าวปิดท้าย
“พวกคุณจะแลกสมบัติปิดผนึกระดับ 1 ไหม?”
“แลกอยู่แล้ว!” ฟรังก้าตอบโดยไม่ลังเล “ตะกอนพลังและสมบัติวิเศษลำดับกลางถึงต่ำพวกนั้น ถึงแม้เหลือแค่หนึ่งในสาม ก็เพียงพอให้เราพัฒนาลูกน้องในกรุงทรีอาร์และดูแลผู้ศรัทธา แถมยังเหลือเฟือด้วยซ้ำ!”
เธอไม่กล้าพูดว่า ‘เผยแผ่ความเชื่อ’ เพราะในมหานครทรีอาร์ ศาสนจักรฟูลไม่สามารถเผยแพร่ความเชื่อได้เอง เมืองหลวงแห่งนี้อยู่ภายใต้ศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ และศาสนจักร ‘เทพจักรกลไอน้ำ’
ฟรังก้าคิดว่า หลังจากนี้จะมุ่งค้นหาและปราบปรามลัทธิมารที่ซ่อนตัวอยู่ แล้วพัฒนาผู้ศรัทธาที่ยังช่วยเหลือได้มาเป็นพวกของตน ลูเมี่ยน และจินนาในอนาคต
“แลกชิ้นไหน?” ลูเมี่ยนถามความต้องการของพวกพ้องทั้งสอง
ฟรังก้าและจินนาสื่อสารกันด้วยสายตา
จินนาไตร่ตรองแล้วกล่าว
“นางมารเชี่ยวชาญศาสตร์เร้นลับอยู่แล้ว ถ้าเลือกสมบัติปิดผนึกที่เกิดจากตะกอนพลัง ‘ปราชญ์พิศวง’ หรือ ‘ผู้หยั่งรู้’ ก็คงไม่บรรลุเป้าหมายในการเสริมจุดอ่อนหรือเพิ่มจุดแข็ง”
“ส่วนเรื่องการพยากรณ์ เรามีลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณ มี ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ และยังมี ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ ไม่ได้ต้องการเร่งด่วนนัก”
“ใช่” ฟรังก้าเห็นด้วย “ถ้าเป็น ‘ปราชญ์พิศวง’ หรือ ‘ผู้หยั่งรู้’ ที่มีชีวิต ฉันสามารถเล่าตำนานเทพบรรพกาล ความรู้ลับต่างๆ ให้พวกเขาฟัง ตราบใดที่มีความจริงปนอยู่ ก็จะช่วยให้พวกเขาสร้างเวทมนตร์นิทานหรือเวทมนตร์ตำนานที่ทรงพลังได้”
“แต่สมบัติปิดผนึกทำแบบนั้นไม่ได้ มันไม่ฟังที่ฉันพูด ไม่รับคำสอนเพิ่มเติม ผลของคาถาที่มันสร้าง จะตายตัวไม่แปรเปลี่ยน”
ฟรังก้าลังเลสักครู่แล้วกล่าวต่อ
“ในสองชิ้นที่เหลือ ฉันเอนเอียงไปทาง ‘คนแบกโลง’ มากกว่า”
“แต่ปัญหาคือ นี่เป็นวัตถุแฝงเทวบารมีจากเส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’”
“แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่า มันต้องมีพลังในขอบเขตความตาย ซึ่งช่วยเสริมจุดอ่อนของฉันกับจินนาได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากคำสาปกับ ‘โจมตีเต็มกำลัง’ แล้ว พลังโจมตีของเราก็ไม่รุนแรงพอจะสังหารในครั้งเดียว”
“ที่สำคัญ มันยังอยู่เส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ ซึ่งหมายความว่า ย่อมต้องมาพร้อมกับพลังฟื้นฟู สามารถใช้ตอบสนองต่อศรัทธาของผู้คน ขับไล่โรคภัยไข้เจ็บ…อา ถ้ามีสิ่งนี้ช่วยหนุน แผนการสร้างจุลชีพของฉันก็คงคืบหน้าเร็วขึ้นมากด้วย”
เส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ เรียกอีกชื่อว่าเส้นทาง ‘ธรณี’ หรือเส้นทาง ‘มารดา’
ฟรังก้ามองหน้าลูเมี่ยน
“มิสเตอร์ฟูลเคยบอกว่า คุณต้องอยู่ห่างจากมารดา ก่อนหน้านี้คุณก็เคยให้ลูกาโนเลี่ยงการติดต่อกับคุณ ถ้าจะทำก็ต้องผ่านการสวดวิงวอนเท่านั้น…”
“อาจเป็นไปได้ว่า…ไม่ใช่ ‘คุณ’ ที่ต้องอยู่ห่าง แต่เป็น ‘ภัยพิบัติ’ ต้องอยู่ห่างจากมารดา”
“ฉันกับจินนาก็เป็นผู้วิเศษสองเส้นทางแห่งภัยพิบัติเหมือนกัน”
ลูเมี่ยนคิดสักครู่แล้วกล่าว
“ในเมื่อมิสเตอร์ฟูลไม่ได้บอกว่า ห้ามเลือกสมบัติปิดผนึกชิ้นนี้ ก็น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่…”
“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน พวกคุณสวดวิงวอนถึงมิสเตอร์ฟูล แสดงความประสงค์ที่จะใช้ตะกอนพลังและสมบัติวิเศษลำดับกลางถึงต่ำหนึ่งในสาม แลกสมบัติปิดผนึกระดับ 1”
“พร้อมกับถามตรงๆ ว่า ผู้วิเศษสองเส้นทางแห่งภัยพิบัติ สามารถเลือกสมบัติปิดผนึกที่สอดคล้องกับ ‘คนแบกโลง’ ได้หรือไม่”
“ถ้าไม่ได้ ก็เลือกได้แค่ ‘ผู้บรรลุความลับ’…” ดวงตาของฟรังก้าค่อยๆ สว่าง “ก็ดีเหมือนกัน นี่เป็นลำดับ 3 ของเส้นทาง ‘นักปราชญ์’ ฉันสามารถหาตะกอนพลัง ‘แพทย์’ มาประดิษฐ์เครื่องบำบัดอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองคำวิงวอนที่ขอให้หายจากโรคภัย โดยให้ตัวตนในกระจกรับผิดชอบแจกจ่าย”
“ในอนาคต…ในอนาคตอาจจะได้ขับกันดั้มด้วย…”
หลังจากตกลงเรื่องนี้เรียบร้อย ลูเมี่ยนเตรียมจะให้จินนาหรือฟรังก้าคนใดคนหนึ่ง สวดวิงวอนต่อมิสเตอร์ฟูล แต่ฟรังก้ากลับลุกยืน พูดด้วยรอยยิ้มสดใส
“ถึงเวลาไปแจกของรางวัลให้พวก ‘ศาสตราจารย์’ แล้ว!”
ความสุขคนเดียวไม่สนุกเท่าความสุขร่วมกัน!
…………
พวก ‘ศาสตราจารย์’ ถูกฟรังก้าพากลับมาที่ทรีอาร์แล้ว ขณะนี้กำลังรวมตัวกันตามคำสั่งในบ้านพร้อมสวนที่ ‘เฮล่า’ เช่าไว้
ครอบครัวของพวกเขาและจอมเวทจาก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ที่ถูกเรียกตัวมาก่อนหน้านี้ ต่างก็รวมตัวอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน
เมื่อเห็น ‘ดาบซ่อนแขน’ และ ‘มักเกิ้ล’ ที่สวมฮู้ดกับหน้ากาก เดินออกมาจากกระจก ‘ศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ และ ‘โปรโตไทป์’ ที่พักผ่อนอยู่ในห้องนั่งเล่น ต่างก็ลุกยืนพร้อมกัน
“เราจะได้กลับบ้านเมื่อไร?”
คำพูดยังไม่ทันจบ พวกเขาก็เห็นสิ่งของสามชิ้นลอยอยู่หน้า ‘มักเกิ้ล’ และ ‘ดาบซ่อนแขน’
ชิ้นหนึ่งเป็นอัญมณีจำลองรูปลูกตา แสงสว่างสงบนิ่ง เปล่งประกายมืดหม่น ราวกับมีสายตาส่องออกมาจากภายในเพื่อพินิจพิจารณาทุกสิ่ง
อีกสองชิ้นเป็นคริสตัลทรงกลม ประดับด้วยแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วน ดูค่อนข้างเลือนราง
นี่มัน…สายตาของพวก ‘ศาสตราจารย์’ แข็งทื่อในบัดดล
……………………………………………………..