ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1130 ทำเอง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1130 ทำเอง
ตอนที่ 1130 ทำเอง
………………..
เผชิญหน้ากับความผิดปกติเช่นนี้ ลูเมี่ยนแค่นเสียงหัวเราะ
เขาดึงมือขวาออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วเดินต่อไปข้างหน้า
เดินไปเดินมา อาคารบ้านเรือนสองข้างทาง รวมทั้งโรงแรมระกาทอง ต่างเริ่มบิดเบี้ยว แผ่กิ่งก้านส่ายไหวงอกขึ้นไปด้านบน กลายเป็นต้นไม้ประหลาดโยกเยก
‘ต้นไม้’ เหล่านี้ชี้ขึ้นฟ้า ดูคล้ายป่าฝนดึกดำบรรพ์บนทวีปใต้
ลูเมี่ยนเลิกคิ้ว แล้วหยุดฝีเท้า
“ต้องลงทุนทำขนาดนี้เชียว?” เขาเอียงศีรษะ ยิ้มพูดกับใบหน้าชีคบนไหล่ซ้าย
ขณะนั้น แสงจันทร์สีแดงฉาน ดวงดาวสลัว และท้องฟ้ามืดมิดบนที่สูง พลันยุบตัวหมุนวนเข้าหาจุดหนึ่ง หลอมรวมรวดเร็วกลายเป็นวังวนปฐมกาลที่รวบรวมทุกสีสัน
จากวังวนดังกล่าว ร่างหนึ่งในชุดกระดูกขาวก้าวออกมา ร่อนลงจากฟ้า ใหญ่ขึ้นทีละนิด ราวกับดาวเคราะห์น้อยที่ข้ามจักรวาลอันไร้ขอบเขตมา โดยไม่ลุกเป็นไฟในชั้นบรรยากาศ
ร่างมหึมานั้น ผมยาวสีดำหนาดุจน้ำตก ดวงตาสีฟ้าใสดั่งอัญมณี โฉมหน้าทั้งประณีตและสง่างาม มองแวบแรกงดงามเย้ายวนสุดจะกล่าว พินิจดูกลับบริสุทธิ์สดใส
ไม่ใช่ใครนอกจาก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค
พระองค์ไม่ได้เผยร่างสัตว์ในตำนาน นอกจากรูปร่างมหึมา งามงดจนน่าเหลือเชื่อ เลิศเลอจนแม้แต่นามธรรมก็ไม่อาจขวางกั้น ส่วนที่เหลือก็ดูเหมือนมนุษย์สตรีปกติคนหนึ่ง
พร้อมกับการเสด็จเยือนของพระองค์ ต้นไม้ใน ‘ป่าฝนดึกดำบรรพ์’ ต่างสูญเสียความแข็งกระด้าง เกิดการโค้งงอไปในทิศทางตรงข้าม
ชั่วขณะนี้ พวกมันไม่ใช่ต้นไม้อีกต่อไป หากแต่เป็นเส้นผมสีดำหนา ยาวลื่นไหล มีดวงตาขาวดำแจ่มชัด
เส้นผมดำสลวยพลิ้วไหว ทำเอาทิวทัศน์รอบๆ ดูนามธรรมผิดวิสัยยิ่ง
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคยิ้มอ่อนหวาน เอ่ยกับลูเมี่ยนขณะเสด็จเยือนลงมา
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าจะมาหา”
…………
ฟรังก้าซ่อนร่าง แอบอยู่ในความมืด ติดตามลูเมี่ยนห่างเกือบสิบกิโลเมตร
สิ่งที่เธอพึ่งพาในการแกะรอย ไม่เพียงอาศัยเบาะแสเล็กๆ ที่ลูเมี่ยนทิ้งไว้ กระจกตัวแทนที่ฝากไว้กับเธอ การรับรู้พิเศษระหว่างสมาชิกในทีม แต่ยังมีความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับอันเกิดจากตำแหน่ง ‘เทพแห่งโรค’ และ ‘คู่ของเทพแห่งโรค’
ฟรังก้าตัดสินใจแต่แรกที่จะเพิ่มคำบรรยาย ‘คู่ของเทพแห่งโรค’ ในนามอันทรงเกียรติของตน ด้วยหวังผลผ่าน ‘มลทิน’ ของหลักยึดเหนี่ยว ให้ลูเมี่ยนที่มักเสียสติเป็นประจำ รับรู้โดย ‘สัญชาตญาณ’ ว่าทั้งสองเป็นคู่กันในทางศาสตร์เร้นลับ เป็นเพื่อนร่วมทางที่คอยช่วยเหลือกัน กอปรกับการรับรู้เดิมของลูเมี่ยน มันจะช่วยให้เขาในสภาพคลั่งไม่ลงมือโจมตีเธอ ยินดี ‘รับฟัง’ คำแนะนำบางอย่าง
ติดตามมาสักพัก ฟรังก้าพลันพบว่าท้องฟ้าสูงกลายเป็นโกลาหลไปหมด สิ่งที่มีอยู่ก่อนหน้า ล้วนถูกมหาสมุทรจอมปลอมกลืนหายไป
เสียงอ่อนหวานดังขึ้นข้างหูเธอทันที
“เจ้าคู่ควรเป็นชู้ของพระองค์ด้วยหรือ?”
“ข้าต่างหากที่เป็นคู่ของพระองค์”
พร้อมกับได้ยินเสียงสตรีนี้ ร่างของฟรังก้าแข็งทื่อทันที สีเทาขาวแผ่ขยายอย่างรวดเร็วบนผิวกาย ซึมลึกถึงดวงวิญญาณ
หากเธอไม่ใช่นางมารครึ่งเทพ มีภูมิต้านทาน ‘สาปหิน’ ระดับหนึ่ง คงได้กลายเป็นรูปปั้นหินตั้งแต่ได้ยินเสียงแล้ว!
“เราถูกดึงเข้าไปในส่วนลึกของโลกในกระจก ในโลกกระจกพิเศษแล้วหรือ?”
“นางมารต้นกำเนิดเล็งเราก่อน? เหตุผลคือ ความหึงหวงที่เกินพอดีของพระองค์ เพราะเรากับลูเมี่ยนตอนนี้เป็นคู่กัน?”
“ให้ตายเถอะ ทางนี้ต่างหากที่ถูกสวมเขา ฉันต่างหากที่เป็นเหยื่อ!”
ในพริบตา ฟรังก้าคิดได้หลายอย่าง แต่ไร้กำลังต่อต้าน
อีกฝ่ายคือเทพแท้จริง
อีกฝ่ายคือ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ลำดับ 0!
วินาทีถัดมา สาปหินหยุดลงทันที
ฟรังก้ารีบคว้าโอกาสเพื่อใช้ ‘กระจกตัวแทน’
ท่ามกลางเสียงเพล้ง เธอหลุดพ้นจากตำแหน่งเมื่อครู่ ย้ายไปปรากฏตรงมุมอื่นของซากปรักหักพังที่กลายเป็นป่าฝนดึกดำบรรพ์ ท่ามกลางเศษหินสีเทาขาวฟุ้งกระจาย
ในส่วนลึกของป่าฝนดึกดำบรรพ์ ลูเมี่ยนดึงมือขวากลับจากเศียรฝั่งซ้าย โดยกำลังถือหน้ากากประหลาดสีทองเข้มไว้
ใบหน้าวังวนตรงกลางเศียรบนไหล่ซ้าย รวมถึงธงไหม้เกรียมที่เสียบอยู่ครึ่งหนึ่งในความโกลาหล ถึงคราวปรากฏออกมา
ปลดผนึกแล้ว!
ร่างของลูเมี่ยนพองขยายเป็นยักษ์เหล็กกล้า สูงหลายสิบเมตร ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีม่วงจางๆ ไร้รูปร่าง ย้อมด้วยสีแดงฉานไม่มากนัก
บนหว่างคิ้ว รอยประทับธงสีโลหิตกลายเป็นแดงสดราวจะหยดย้อย
ขณะที่ใบหน้า ‘วังวนปฐมกาล’ และ ‘ธงโลหิตซาลินเจอร์’ เผยโฉมในส่วนลึกของโลกกระจกพิเศษ ร่างของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคที่เสด็จเยือนพลันแข็งทื่อไปหนึ่งอึดใจ
สาปหินที่ฟรังก้าได้รับจึงหยุดลง เธอหลุดพ้นจากชะตาของนักบุญลำดับ 3 ที่ตายทันทีเพราะพัวพันกับศึกทวยเทพได้ทันเวลา
บนใบหน้าชีคที่ไหล่ซ้ายของลูเมี่ยน บนกระจกตาดุจอัญมณีสีน้ำเงิน ความมืดมิดจางๆ หลายชั้นโผล่ออกมา และอาศัยความสัมพันธ์ทางศาสตร์เร้นลับที่ทั้งเป็นคู่กัน และเป็นสมาชิกทีมนักล่า สะท้อนเงาของฟรังก้าเข้าไปด้วย
ฟรังก้าถูกย้ายออกจากโลกในกระจกพิเศษทันที
แทบจะในเวลาเดียวกัน เธอเห็นอุโมงค์ในกระจกดุจใยแมงมุมมืดมิด ไร้ขอบเขต
อุโมงค์แต่ละเส้นสะท้อนซากปรักหักพังทรีอาร์
‘นางมารดำ’ แคลริส ‘นักบุญขาว’ คาร์เทอริน่าและเหล่า ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ที่ใช้สีเป็นฉายา ปรากฏตัวอยู่ตามอุโมงค์ต่างๆ
…………
นอกโลกในกระจก ขอบซากปรักหักพังทรีอาร์
ความมืดมิดที่โค้งเป็นทรงกลม พลันโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ราวกับโลมากระโดดพ้นน้ำ
ลูกกลมมืดมิดคลี่ออกอย่างรวดเร็ว ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สในเสื้อคลุมพื้นดำประดับดาวเงิน และ ‘มาดามจัสติส’ ออเดรย์ พร้อมไพ่อาร์คาน่าใหญ่อื่นๆ หลุดออกจากสถานะปกปิดในทันที
สิ่งที่ไม่ถูกกระจกส่อง จะไม่ถูกดึงเข้าโลกในกระจกโดยพลการ อีกทั้งผู้ที่ดึงลูเมี่ยนและฟรังก้าเข้าโลกในกระจก ก็ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ต่อมาถูกรบกวน
ดาวเงินบนผิวเสื้อคลุมสีดำของมาดามเมจิกเชี่ยนสว่างวาบขึ้น สร้างนภาดาวแห่งความฝัน
ในนภาดาว มวลหมู่ดาราเคลื่อนคล้อย ประกอบเป็น ‘กุญแจ’ อันเจิดจ้า
กุญแจดอกดังกล่าวชี้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในโลกกระจก เปิดประตูสู่ที่นั่นโดยพลการ
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคถูกส่งเข้าไปทันที เขาในชุดคลุมขาวเรียบง่าย เปล่งแสงทองเรืองรองอันบริสุทธิ์ สว่างไสว ศักดิ์สิทธิ์ทั่วร่าง ดุจดวงอาทิตย์ตกลงสู่ตำแหน่งที่ฟรังก้าถูก ‘นางมารดำ’ และนักบุญอื่นๆ รุมโจมตี ส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดบริเวณนั้น
ข้างกายเขา ลมกระโชกตามติดๆ
นอกจากนี้ เมฆากลางอากาศเริ่มรวมตัว ถักทอเป็นดาบยาวมหึมา ร่อนลงมาตรงหน้าฟรังก้าเช่นกัน
มาดามจัสติสไม่ได้ไปยังส่วนลึกของโลกในกระจก แต่มองไปยังอีกด้านหนึ่งของซากปรักหักพังทรีอาร์
เธอกลายเป็นมังกรสีเทาขาวตัวเขื่อง ร่างสัตว์ในตำนานของเธอ
อีกด้านหนึ่งของซากปรักหักพัง ร่างหนึ่งในชุดคลุมสีเทาสไตล์โบราณ ท่าทางเป็นผู้ใหญ่ รูปโฉมงดงาม ปรากฏขึ้นทันที
‘นางมารเทา’ จูดิธ!
นอกจากจูดิธ ยังมีหญิงสาวในชุดกระโปรงเลเยอร์สีเหลือง สวมหมวกอ่อนน่ารัก กึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม เดินออกมาจากหน้าต่างกระจกของซากอาคาร
‘นางมารเหลือง’ ทีซาวิก้า
เมื่อมาดามจัสติสกลายเป็นมังกรจิตเกล็ดสีเทาขาว ด้านหลังเธอ อีกตัวตนหนึ่งของเธอถูกถักทอขึ้น ราวความฝัน
ออเดรย์ที่เพิ่งถูกถักทอขึ้นในชุดเดรสยาวสีขาว ก้มศีรษะลง สวดนามอันทรงเกียรติเป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณ
“เงาที่เตร็ดเตร่ท่ามกลางโชคชะตา เทพแห่งการหลอกลวงที่ดำรงอยู่ในอดีต ผู้มาโปรดที่ถูกลิขิต…”
…………
ห่างจากช่องทางที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดโดยพลการเพียงสองสามกิโลเมตร
‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดในเสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กดำ สวมถุงมือแดง ผมยุ่งเล็กน้อย เผยตัวฉับพลันประหนึ่งย้อนฉากการลบภาพสเก็ตช์ด้วยยางลบ
เขาสวดวิงวอนต่อ ‘เทพธิดารัตติกาล’ ล่วงหน้า ทำให้ตนเข้าสู่สถานะปกปิด เพื่อไม่ให้ ‘นางมารต้นกำเนิด’ พบเจอ!
จากนั้น เขาที่อยู่ในสถานะปกปิด แอบตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ
ในสถานการณ์ที่ลูเมี่ยนจงใจไม่สืบหา และเขาก็จงใจไม่บอกอีกฝ่าย ย่อมไม่ถูกกระจกส่องเจอ ไม่ถูกดึงเข้าโลกในกระจก
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ เขารีบสวดนามอันทรงเกียรติของ ‘เทพธิดารัตติกาล’ เพื่อยกเลิกสถานะปกปิด
ตรงขอบเบ้าตาของเลียวนาร์ด หนอนตัวเล็กที่ถักทอจากส่วนใสและกึ่งใสหลายปล้อง ทยอยคลานออกมา ช่วยเขาระวังสถานการณ์รอบข้าง
ต้องรีบตระเตรียมที่ควรทำให้เสร็จ ก่อนที่องค์กรเทพมารอย่างฝ่ายปล่อยตัณหาของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ ซึ่งเคลื่อนไหวในเขตซากปรักหักพัง รวมถึงผู้ได้รับพรจาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ จะสังเกตเห็นตนและเข้ามาขัดขวาง!
ส่วนเทวทูตขององค์กรทางการอย่างดาโบมาคี อาเรียนน่า ต่างก็ไม่ได้ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ เพราะหากมีเทวทูตมาที่ยังเขตซากปรักหักพังมากเกินไป ก็หมายถึงกำลังรบที่เฝ้าเขตปลอดภัยไม่เพียงพอ อาจเกิดปัญหาร้ายแรงได้ ไม่ควรคิดเอาเองว่า การที่ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ กำลังมุ่งมั่นรองรับ ‘รังมารดา’ จะทำให้พระองค์ไร้พลังโดยสิ้นเชิง
เลียวนาร์ดหยิบบานประตูไม้ออกมาจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของตน
ประตูบานนี้ไม่มีกรอบ ตั้งโดดเดี่ยวบนพื้นซากปรักหักพัง
บนผิวประตูวาดลวดลายดวงดาว พวกมันต่างส่องประกายเจิดจ้า
นี่คืออุปกรณ์ที่มาดามเมจิกเชี่ยนใช้ ‘หนอนดาว’ ของตน ผสมกับวัสดุอื่นสร้างขึ้นล่วงหน้า
มันไม่มีประโยชน์อื่นใด เพียงแค่กำหนดทางเข้าออกของสถานที่แห่งหนึ่ง
กล่าวคือ หลังเปิดประตูบานนี้ สิ่งที่เห็นและเข้าไป จะไม่ใช่สภาพแวดล้อมรอบข้าง หากแต่เป็นสถานที่อื่น
ห้องสำหรับปิดผนึก ‘0-17’!
ตัว ‘0-17’ นั้นมีชีวิต จึงไม่สามารถใส่ใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ พกพาไปไหนมาไหนได้ อีกทั้งก่อนใช้งาน มันต้องอยู่กับสมบัติปิดผนึกอีกสองชิ้น เพื่อให้แน่ใจว่ามันถูกผนึกตลอดเวลา นอกจากนี้ ‘เทพธิดารัตติกาล’ ต้องอาศัยเอกลักษณ์เส้นทาง ‘มรณา’ และ ‘คนยักษ์’ ช่วยค้ำบาเรีย จึงมีเวลาเสด็จเยือนโลกความจริงจำกัดมาก ไม่อาจปล่อยให้ ‘0-17’ เคลื่อนไหวเองตั้งแต่ต้น ต้องรอจนถึงช่วงสำคัญที่สุดจึงค่อยเริ่มใช้งาน
ในสถานการณ์ดังกล่าว การสร้าง ‘ประตู’ ไปยังสถานที่ปิดผนึก ใช้ทันทีหยิบทันที นับเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว!
‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดไม่ลังเล จับลูกบิดประตู เปิดประตูไม้ที่ตั้งอยู่บนพื้นซากปรักหักพัง
ด้านหลังประตูมืดสนิท แต่มีเสียงดังออกมา ราวกับมีคนกำลังปลดผนึก
เพียงสองสามอึดใจ ร่างหนึ่งก็ปรากฏกายหน้าประตู
พระองค์มีผมยาวสีดำ สวมเสื้อคลุมโบราณมีฮู้ด รูปโฉมงดงาม ดวงตามืดมิด แต่ขาดพลังวิญญาณ
0-17 ‘เทวทูตปกปิด’ ภาชนะรับการเสด็จเยือนของ ‘เทพธิดารัตติกาล’!
…………………………………………………….