ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1132 อำนาจ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1132 อำนาจ
ตอนที่ 1132 อำนาจ
………………..
ภายในโลกกระจกพิเศษที่ถูกปกคลุมด้วยสีเทาขาวเป็นส่วนใหญ่ จนดูคล้ายถ้ำหิน มีเพียงเส้นผมสีดำที่หนาเท่าต้นไม้ในป่าดิบชื้นเท่านั้น ที่ยังคงสีเดิมไว้ได้ พวกมันบ้างพุ่งสู่ท้องฟ้า บ้างพันรอบตัวลูเมี่ยนจากทุกทิศทุกทาง
หลังจากถูก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคจ้องมอง ร่างกายของลูเมี่ยนก็กลายเป็นหินในทันที สีเทาขาวปกคลุมศีรษะตรงกลาง รวมถึงบนไหล่ขวาของเขา จนพวกมันกลายเป็นรูปปั้นหิน
วินาทีถัดมา การแผ่ขยายของ ‘สีเทาขาว’ ก็หยุดชะงักไป แน่นิ่งอยู่ตรงหน้าใบหน้าวังวนปฐมกาล ซึ่งไม่ได้สวมหน้ากากสีทองเข้มและมี ‘0-01’ ปักอยู่
พลังการสาปหินหลอมรวมเข้าไปภายใน แต่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ เลย
“ฮะๆ หัวนี้ใช้ได้ผลจริงๆ!” เสียงหัวเราะของลูเมี่ยนดังออกมาจากใบหน้าวังวน ก้องกังวานไปทั่ว
พร้อมกับเสียงดังกล่าว ร่างกายของเขาก็ลุกเป็นไฟ เปลวไฟไร้รูปไร้สีลุกโชนโชติช่วง
ท่ามกลางเสียงแตกปะทุ สีเทาขาวหลุดลอกจากผิวกายของเขาเป็นแผ่นๆ เปลวไฟประกอบร่างขึ้นมาใหม่ กลายเป็นร่างกายขนาดมหึมาของเขา
ลูเมี่ยนยกมือขวาขึ้น ดึง ‘ธงโลหิตซาลินเจอร์’ ที่ปักอยู่ตรงหว่างคิ้วของใบหน้าปฐมกาลออกมาทันที
ศีรษะบนไหล่ซ้ายของเขาหมุนตาม ใบหน้าของอลิสต้า·ทูดอร์ที่อ่อนโยนลง หันมาด้านหน้าแทน แหงนมองขึ้นไปบนอากาศ
แววตาของพระองค์ดูไม่พอใจ ราวกับกำลังตำหนิ เหมือนกำลังตั้งคำถามกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคที่สวมชุดกระดูกว่า ทำไมไม่ยอมเลิกต่อต้านแล้วมาสวามิภักดิ์เสียเอง
การหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราปรารถนามานานแล้วหรอกหรือ?
อาศัยใบหน้าของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ ลูเมี่ยนโบกธงอันตรายที่เข้ากันได้ดีกับร่างยักษ์เพลิง ไปทาง ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค ผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเปี่ยมไปด้วยความรัก ราวกับไม่อยากต่อสู้เอาเป็นเอาตาย ทำให้ผู้พบเห็นหลงใหลจนไม่อยากลงมือ
ในอากาศพลันปะทุเปลวไฟไร้รูปไร้สี พวกมันพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างดุดัน
ท่ามกลางการพุ่งเข้าใส่ จากด้านในเปลวไฟไร้รูปไร้สี มีมนุษย์ไฟทยอยลุกขึ้นยืนทีละหนึ่ง พวกมันล้วนมีสติปัญญาอยู่บ้าง เชื่อฟังคำสั่งของลูเมี่ยน ไม่เพียงแต่ล้อมรอบ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคจากทุกสารทิศ ไม่ให้พระองค์มีช่องว่างหลบหนี แต่ในฐานะสมาชิกทีมของลูเมี่ยน ทุกคนยังได้รับส่วนแบ่งพลังวิญญาณของเขา พลังของเขา การ ‘เทเลพอร์ต’ ของเขา และอื่นๆ
นี่คือการสำแดงเดชของ ‘ผู้พิชิต’ ในการเปลี่ยนสิ่งของไร้ชีวิตให้กลายเป็นทหารของตนเองบนสมบัติปิดผนึก ‘0-01’ ชิ้นนี้
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคมองดูพร้อมรอยยิ้ม ราวกับกำลังชื่นชมฝีมือคนรัก แม้กระทั่งยังไม่ตอบโต้ในทันที
พระองค์ยกมือขวาขึ้น กำมันแผ่วเบา ท่ามกลางเปลวไฟไร้รูปไร้สีที่ปะปนกับทหารจำนวนมาก ซึ่งกำลังจะมาถึงตัว
โดยมีพระองค์เป็นจุดศูนย์กลาง วังวนลึกลับพลันปรากฏ มันคล้ายคลึงกับใบหน้าปฐมกาลตรงกลางไหล่ซ้ายของลูเมี่ยนมาก ประกอบด้วยของเหลวที่รองรับทุกสีสันเช่นกัน แต่ใหญ่กว่ามาก
เปลวไฟไร้รูปไร้สี ทหารคนไฟนับไม่ถ้วน ล้วนถูกวังวนดูดเข้าไปในพริบตา บดเป็นผุยผง หลอมรวมเป็นเนื้อเดียว กลายเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้มากมายที่ยังไม่เกิดขึ้น
จากวังวนปฐมกาลที่แทบจะเต็มท้องฟ้า ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคที่ห่มผมสีดำ สวมชุดกระดูกยาว เดินออกมาอีกครั้ง ยังคงงดงามเหนือคำบรรยาย ทำให้ผู้พบเห็นหลงใหล แม้แต่ก้อนหินสีเทาขาวรอบข้างก็ยังกระสับกระส่ายเพื่อพระองค์
เมื่อครู่คือการสำแดงเดชภายนอกของอำนาจหนึ่งของ ‘นางมาร’!
‘ร่างสตรีของพระเจ้าดั้งเดิม’ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ และ ‘ผู้สืบทอดที่แท้จริงของพระผู้สร้างต้นกำเนิด’ สมญานามและคำบรรยายเหล่านี้ ต่างก็เป็นสิ่งที่ชีคเพิ่มให้ตัวเองหลังจากร่วมหอกับ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ จนค้นพบและใช้ประโยชน์จากความพิเศษที่ซ่อนอยู่ของสองเส้นทางภัยพิบัติ ทว่า ลำดับ 0 ‘นางมาร’ ของเส้นทาง ‘แม่มด’ ที่เรียกอีกชื่อว่า ‘นางมารต้นกำเนิด’ หรือ ‘นางมารปฐมกาล’ ไม่ได้มาจากพระองค์เปลี่ยนเอง มันมีอยู่บน ‘ศิลาเย้ยเทพ’ แผ่นที่สองแต่แรกแล้ว สมัยนั้นพระองค์ยังไม่ได้เป็นเทพเสียด้วยซ้ำ
นี่หมายถึงทั้ง ‘นางมาร’ ที่เป็นด้านหญิงของต้นกำเนิด และยังแทนอำนาจหนึ่งของ ‘นางมาร’ อำนาจแห่งการที่สรรพสิ่งกลับคืนสู่ปฐมกาล กลับสู่ต้นกำเนิด มันคือแขนงหนึ่งของสัญลักษณ์แห่งการทำลายล้างและการสิ้นสุด เป็นรูปแบบการสิ้นสุดที่แตกต่างจากความตาย ความมืดนิรันดร์ ความเสื่อมถอย ความพินาศ การสังหาร การแตกสลาย
เฉกเช่นเดียวกับอำนาจอย่าง ‘สตรี’ ‘เสน่ห์’ ‘โลกในกระจก’ ‘มนตร์ดำ’ และอื่นๆ เป็นอำนาจหลักของ ‘นางมาร’ เป็นแนวคิดที่เหนือกว่า ‘วันสิ้นโลก’ ‘หายนะ’ และอื่นๆ
ดังนั้น ‘นางมาร’ คือนางมารผู้ครองปฐมกาล
พระเจ้าดั้งเดิมองค์นั้น ก่อนจะรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ไม่ทราบว่ามีการจัดวางและแผนสำรองของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ ที่พยายามทำให้การดำรงอยู่มั่นคง ส่วนเหตุผลที่ตอนแรกรองรับแก่นแท้ต้นกำเนิดชิ้นนี้ก่อน ย่อมเป็นเพราะมีความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับ อันเกิดจากสัญชาตญาณดั้งเดิม!
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคที่เดินออกมาจากปฐมกาล ส่งยิ้มหวานให้ลูเมี่ยน จนฝ่ายหลังที่ความโกรธเกลียดลุกโชนในใจ ก็ยังต้องเผลอใจลอยชั่วขณะ
ใบหน้าของอลิสต้า·ทูดอร์เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ขับเคลื่อน ‘0-01’ ให้ชูผืนธงที่ไหม้เกรียมขึ้น
บนผืนธง จุดเลือดสีดำอันตรายทุกจุด ล้วนเผยสีเดิมออกมา นำมาซึ่งความรู้สึกพิชิตที่แม้แต่เทพก็อยากก้มศีรษะ
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคชะงักงันไปทันที ราวกับนึกถึงครั้งแรก
ขณะเดียวกัน หลังวังวนปฐมกาลจางหายไป ร่างของ ‘0-17’ ที่สวมเสื้อคลุมมีฮู้ด ปรากฏกาย ณ จุดหนึ่งบนท้องฟ้า เหนือศีรษะคือภาพดวงดาวระยิบระยับที่สะท้อนเข้ามา
0-17 เจ้าของใบหน้างดงาม ดวงตาดำสนิท ดึงเคียวยักษ์สีดำจางๆ ออกมาจากมือ เหวี่ยงไปทาง ‘นางมารต้นกำเนิด’ ดุจดังกำลังเก็บเกี่ยวทุ่งข้าวสาลีที่เป็นตัวแทนของชีวิต
ความมืดอันหนาทึบ ลึกล้ำ และเงียบสงบ พลุ่งพล่านออกจากเคียวยักษ์ แผ่ขยายอย่างรวดเร็วไปยังเป้าหมาย
ที่ใดที่ความมืดผ่านไป แม้แต่ดวงดาวระยิบระยับที่ฉายเข้ามา ก็ถูกกลืนหายทันที ดับแสงของตัวเองทีละดวง
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคกำมือขวาอีกครั้ง
วังวนปฐมกาลที่รองรับทุกความเป็นไปได้ ปรากฏเด่นชัดรอบตัวพระองค์ ขยายใหญ่ในพริบตา ปะทะกับความมืดที่เคียวยักษ์นำมา
ในชั่วพริบตา ลูเมี่ยนสูญเสียแสงสว่างเบื้องหน้า สูญเสียเสียงข้างหู พลังวิญญาณสูญเสียการรับรู้
ราวกับโลกดำเนินมาถึงจุดจบในวันสิ้นโลก เผชิญหน้ากับการสิ้นสุดและการกลับคืนครั้งสุดท้าย
ลูเมี่ยนยังไม่ทันได้คิดอะไร แสงสว่างเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาทันที นั่นเป็นเพราะโลกในกระจกพิเศษยังไม่พังทลาย หรือถูกทำลายล้างโดยสมบูรณ์
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก ส่งสายตาเย้ายวนให้ ‘0-17’ จนการเคลื่อนไหวถัดไปของอีกฝ่ายชะลอลง
พระองค์ที่มีมลทินของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ย่อมเก่งฉกาจกว่าปกติในเรื่องการควบคุมปฐมกาล สามารถสำแดงอานุภาพของอำนาจนี้ได้มากกว่า
พร้อมกันนั้น พระองค์ยังทราบด้วยว่า ‘เทพธิดารัตติกาล’ ที่เสด็จเยือนผ่าน 0-17 จะดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก ขณะที่พระองค์ผู้เป็นเทพแท้จริงลำดับ 0 ซึ่งเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สามารถสำแดงพลังได้ไม่จำกัดและต่อเนื่องยาวนาน
เวลาคือมิตรแท้ของพระองค์
ขณะนั้นเอง โลกในกระจกพิเศษที่กำลังจะพังทลาย ก็เร่งการซ่อมแซมตัวเองอย่างกะทันหัน ลูเมี่ยนเพียงแค่กะพริบตา มันก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ความมั่นคงเดิม
โรลังด์ อดีตนายหญิงของศาสนจักร ‘พระแม่ธรณี’ ที่ท่อนบนมีทารกกรงเล็บนกจำนวนมากกำลังดูดน้ำนมแม่ เดินเข้ามาในสังเวียน พร้อมกับนำ ‘การเกิดใหม่’ มาด้วย
พระองค์เผยรอยยิ้มจางๆ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตา แววตาอ่อนโยนขณะมองไปทางลูเมี่ยน ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค และ 0-17
ด้านหลังพระองค์ จันทร์เพ็ญสีแดงฉานลอยขึ้นอย่างเชื่องช้า
…………
ส่วนลึกของโลกในกระจก
หลังจากโรลังด์ อดีตนายหญิงของศาสนจักร ‘พระแม่ธรณี’ หายไป ร่างอีกร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
นั่นคือสตรี สวมมงกุฎทองประดับอัญมณี เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาล ดวงตาสีน้ำเงิน ริมฝีปากค่อนข้างบาง บรรยากาศเป็นผู้ใหญ่ รูปร่างอวบอิ่ม หน้าตางดงาม
ไม่ใช่ใครนอกจากจักรพรรดิโรซายล์ในกระจก เทวทูตที่รับคำสั่งจากผู้ครองโลกในกระจกพิเศษ
จักรพรรดินีโรซายล์เพิ่งมาถึง เบื้องหน้าพระองค์ก็มีร่างคนปรากฏวาบทันที
ร่างดังกล่าวคือ ‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สที่สวมเสื้อคลุมดำประดับดาวเงิน
เธอทั้งร่วมมือกับมาดามจัสติสต่อสู้กับ ‘นางมารเทา’ จูดิธและ ‘นางมารเหลือง’ ทีซาวิก้า ทั้งยังเข้าร่วมการต่อสู้ในโลกกระจกด้วย
นี่คือลักษณะเฉพาะของ ‘จอมเวทท่องมิติ’
เรื่องนี้นิกายนางมารไม่แปลกใจ ด้านหนึ่ง ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ คือสมาชิก ‘ชุมนุมทาโรต์’ ที่กระตือรือร้นที่สุดในช่วงหลายปีมานี้ ยากที่จะไม่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ อีกด้านหนึ่ง นิกายนางมารเองก็มีสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ในขอบเขตที่เกี่ยวข้อง
มันชื่อว่า ‘ไพ่แปรผันของทามาร่า’ ปัจจุบันถูก ‘นางมารส้ม’ ครอบครองอยู่
หลังพบว่าร่างของ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ แฟลชเข้าไปในโลกกระจก นางมารอีกคนที่ได้รับคำเตือนล่วงหน้า ‘นางมารแดง’ ใช้ใยแมงมุมที่มองไม่เห็น แข็งแกร่ง เหนียวแน่น ห้อยเสาหินสีดำอมทองแดงขึ้นมา
มันคือสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ อีกชิ้นของนิกายนางมาร เรียกว่า ‘เสาหินโหดร้าย’
พอมันถูกยกขึ้น ตัวอักษรสีทองเหลืองก็ปรากฏนูนบนนั้น
“สนามรบต้องถูกแบ่งแยก”
ในพริบตา การรบวุ่นวายเดิม พลันแบ่งออกเป็นหลายมิติทันที ทหารสู้ทหาร แม่ทัพสู้แม่ทัพ สมดุลอย่างยิ่ง เป็นระเบียบอย่างยิ่ง
หากยังไม่จบการต่อสู้ของตัวเอง สนามรบอื่นๆ จะไม่มีอยู่อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเทวทูตหรือนักบุญ ต่างไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการต่อสู้ในสังเวียนอื่นได้อีก
ร่างของ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ถูกตรึงอยู่ในซากปรักหักพังทรีอาร์ทันที ตรึงอยู่ไม่ไกลจาก ‘มาดามจัสติส’ ออเดรย์ ตรึงอยู่เบื้องหน้า ‘นางมารเทา’ และ ‘นางมารเหลือง’
จักรพรรดินีโรซายล์ไม่มีอุปสรรคขัดขวางอีกต่อไป
และเนื่องจากพระองค์ยังไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ใดๆ พระองค์จึงสามารถเลือกสนามรบใดก็ได้
‘นางมารทอง’ ที่สวมชุดกระโปรงยาวสีแชมเปญ เผชิญหน้ากับมิสเตอร์ซัน เดอร์ริค
เธอสวมเครื่องประดับหน้าผาก รูปดวงตาแนวตั้ง เสมือนเพชรรูปดวงตาที่ถูกเจียระไนอย่างสมบูรณ์แบบ ฝังอยู่บนฐานทองเหลือง
สมบัติปิดผนึกระดับ 0 ‘เนตรเทวะ’!
ภายใน ‘เนตรเทวะ’ แสงสว่างสะท้อนไม่หยุด เปล่งประกายสีบริสุทธิ์และเหมือนฝัน ส่องให้เห็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของมิสเตอร์ซัน เดอร์ริค
‘นางมารทอง’ หัวเราะร่าทันที
เธอพบว่ามงกุฎอรุณที่ศัตรูฝั่งตรงข้ามสวมอยู่ บัดนี้เป็นได้เพียงของประดับ ไม่สามารถใช้งานจริงได้
‘หลักฐานความรุ่งโรจน์’ ต้องมีนักบุญสองคนร่วมมือกัน จึงจะใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ!
หลังจากสนามรบถูกแบ่งแยกเพื่อให้เกิดความสมดุล มิสเตอร์ซัน เดอร์ริค ก็สูญเสียผู้ร่วมมือไปชั่วคราว
จุดนี้มิสเตอร์ซัน เดอร์ริค รู้ดี อาร์คาน่าใหญ่ใบอื่นๆ ก็ทราบเช่นกัน มาดามจัดจ์เมนต์ที่สวม ‘หน้ากากโซโลมอน’ จึงรีบบิดเบือนกฎดังกล่าวทันที
……………………………………………………..