ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1139 คำสาป
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1139 คำสาป
ตอนที่ 1139 คำสาป
ชายขอบสนามรบ อามุนด์เห็น ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคสร้างวังวนปฐมกาลขึ้นอีกครั้ง มุมปากจึงยกโค้งทันที
พระองค์ชูสองมือขึ้น ทั่วร่างถูกแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์ อันเปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งการไถ่ถอนปกคลุม
ภายในขอบเขตการมองของพระองค์ผ่านแว่นตาขาเดียว สายธารแห่งชะตาสีเงินปรอทซึ่งสอดคล้องกับมิติดังกล่าวปรากฏออกมา
สาขาแม่น้ำในอนาคตทุกสายถูกปฐมกาลยึดครอง ไม่มีความเป็นไปได้อื่นอีก ถูกกำหนดให้พินาศสิ้น
สองมือของอามุนด์แนบเข้าหากันอย่างฉับพลัน แล้วประสานกัน
ขณะนี้ พระองค์เสมือนกำลังสวดวิงวอนอย่างเอาจริงเอาจังในวิหารของเทพสุริยันบรรพกาล
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ภายในสายธารสีเงินปรอทอันเลือนรางนั่น ท่ามกลางสาขาแม่น้ำที่กำลังจะหลอมรวมกัน ให้ชะตากลับคืนสู่ปฐมกาล ได้ปรากฏสาขาใหม่จากความว่างเปล่า แทนอนาคตอีกรูปแบบหนึ่ง
ภายในสาขาใหม่ดังกล่าว ปฐมกาลยังคงดำรงอยู่ แต่ไม่ได้ทำลายทุกสรรพสิ่งในมิติแห่งนี้
‘เทวทูตไถ่ถอน’ ถือกำเนิดจากความว่างเปล่า กอบกู้อนาคต!
เมื่อสายธารแห่งชะตาถูกผลักไปยังสาขาใหม่นั้น วังวนปฐมกาลที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคสร้างขึ้น พลันระเบิดนัยการเกิดใหม่ออกมา แล้วสลายหายไปในพริบตา
ต่อจากนั้นทันที วังวนปฐมกาลผุดขึ้นจากมิติที่เกิดใหม่ ห่อหุ้มสลายทุกสิ่งรอบข้างใหม่
มันตกอยู่ในวัฏจักร วัฏจักรที่สร้างจากการทำลายและรังสรรค์
สิ่งนี้ทำให้มันถูกตีกรอบอยู่ในขอบเขตเล็กๆ ไม่อาจขวางกั้น ‘ดาบประลัยกัลป์’ ของลูเมี่ยนที่กำลังจะฟันลงมา
ด้านหลัง ‘นางมารต้นกำเนิด’ หุ่นทหารโลหะตัวหนึ่ง ในมือมีเคียวยักษ์พิสดารสีดำเพิ่มขึ้นมา
มันแกว่งอาวุธไปยังเป้าหมาย พร้อมความมืดอันเงียบสงัดไร้แสง
นี่คือพรจาก ‘เทพธิดารัตติกาล’ พรชั่วคราวระดับเทวทูต!
ด้านขวาของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ หุ่นทหารเหล็กอีกตัวแปลงกายเป็นงูยักษ์ไร้ประกาย งอกขนนกสีขาวเป็นแผง มีปีกคู่ขนาดมหึมา
งูขนนกโลหะแปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำท่วมซีดจาง บรรยากาศเงียบเชียบ ไหลทะลักไปยังเป้าหมายเช่นกัน
นี่ก็เป็นพรจาก ‘เทพธิดารัตติกาล’ เช่นกัน พลังเทวทูตที่คงอยู่ได้ในเวลาจำกัดยิ่ง
ด้านซ้ายของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค หุ่นทหารเหล็กอีกตัวพองโตใหญ่ยักษ์ มหึมากว่าใครเพื่อน พอฟัดพอเหวี่ยงกับลูเมี่ยน
ในมือของมัน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรกำดาบยักษ์ที่หล่อจากแสงสีส้มแดงรอแล้ว กระจายกลิ่นอายแห่งสนธยา กลืนกินสรรพสิ่งให้เสื่อมโทรม
ดาบแสงสีส้มแดงนี้ก็ฟันไปยัง ‘นางมารต้นกำเนิด’ เช่นกัน
ชั่วพริบตา ชีคราวกับถูกยามสนธยาปกคลุม แข็งค้างในแสงสีส้มแดง ความคิดอ่านและการเคลื่อนไหวล้วนช้าลง เสมือนอยู่คนละมิติกับลูเมี่ยน
ความพยายามทำลายตัวเองของพระองค์จึงช้าไปจังหวะหนึ่ง
สนธยามาเยือนแล้ว!
หุ่นทหารโลหะทั้งสามตัว หลังจากโจมตี ‘นางมารต้นกำเนิด’ ด้วยอำนาจการ ‘ยุติ’ ที่แตกต่างกันแล้ว บ้างก็สูญเสียพลังวิญญาณไป บ้างไร้สัญญาณชีพ บ้างก็เป็นสนิมอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดล้วนชำรุดในทันที
พวกมันเป็นสิ่งของใช้แล้วทิ้ง ซึ่งรองรับอำนาจทั้งสามชนิดข้างต้น โดยหล่อขึ้นจากเปลวไฟของลูเมี่ยน
ความมืดอันเงียบงัน ความตายอันซีดจาง สนธยาสีส้มแดง และ ‘ดาบประลัยกัลป์’ ของลูเมี่ยน ล้วนตกลงบนร่างของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคโดยไม่แบ่งแยกก่อนหลัง
ทันใดนั้น ส่วนหนึ่งในพวกมัน สามารถสัมผัสกับเป้าหมาย
เมื่อถูกพลังระดับเทวทูตเหล่านี้สัมผัส จุดดำลึกลับจึงก่อกำเนิด ดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมด เสียงทั้งหมด สรรพสิ่งทั้งหมดเข้าไป
จุดดำปรากฏเด่นชัดบนร่างที่สวมชุดกระดูกของชีค แล้วทำให้ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่กำลังเผยสีหน้างุนงง พร้อมกับ ‘กระจกตัวแทน’ ทุกบานของพระองค์ยุบตัวเข้าไป
ณ จุดหนึ่งในโลกกระจกพิเศษ คนในกระจกของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค ชายหน้าตาหล่อเหลาที่มีคราบเลือดบนใบหน้า เผยร่างด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว แล้วอันตรธานหายไป ดุจระเหยไปกับอากาศ หรือถูกยางลบลบทิ้ง
ณ จุดซ่อนเร้นหลายแห่งในซากปรักหักพังทวีปเหนือใต้ รวมถึงในอาณาจักรเทพที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคสร้างขึ้นในโลกกระจก ‘กระจกที่หลับใหล’ บานแล้วบานเล่าล้วนถูกพลังนิรนามลบหายไป ดำเนินไปสู่จุดจบ
อึดใจถัดมา ฟรังก้าและมิสเตอร์สตาร์เลียวนาร์ด รวมถึงคนที่เหลือ ซึ่งเพิ่งจบศึกในส่วนลึกของโลกกระจก ต่างงุนงงอย่างไร้สาเหตุ แทบจำไม่ได้ว่าตนกับคนอื่นๆ ต้องช่วยลูเมี่ยนจัดการกับใคร นิกายนางมารนับถือใคร
หรือว่า แท้จริงแล้วไม่เคยมีเทพองค์นี้ดำรงอยู่?
ในซากปรักหักพังทรีอาร์ ‘นางมารเทา’ จูดิธและ ‘นางมารเหลือง’ ทีซาวิก้า แทบลืมว่าตนมีบรรพบุรุษเทพแท้จริงองค์ดังกล่าว พร้อมกับเกิดความรู้สึกว่า สิ่งที่นิกายนางมารนับถือ ควรเป็นเทพที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นเอง เป็นสัญลักษณ์เชิงนามธรรม
เมื่อพวกเธอฝืนระลึกชื่อ ‘นางมารต้นกำเนิด’ และชื่อชีคได้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนทันใด เข้าใจว่าสถานการณ์พัฒนาไปในทางไม่ดีแล้ว
‘นางมารหายนะ’ ผู้ช่ำชองทั้งสอง สร้างหายนะวงกว้างขึ้นทันที จนมาดามจัสติสและมาดามเมจิกเชี่ยนเข้าใกล้ไม่ได้ชั่วคราว
จากนั้น พวกเธอเริ่มทำลายตนเอง ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ภายในโลกกระจกพิเศษ
จุดดำลึกลับคงอยู่เพียงหนึ่งอึดใจ แล้วก็พังทลายหายไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับจักรวาลนี้ไม่ยอมรับ
แต่ไม่มีเอกลักษณ์ของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ กับตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นโลก’ สองก้อนถูกคายออกมา
ทันใดนั้น ชีคที่สวมชุดกระดูก เดินกลับออกมาจากความว่างเปล่า
พระองค์ยิ้มพูดกับลูเมี่ยนและอามุนด์
“ไม่ทำลายโลกในกระจกให้สิ้นซาก ข้าก็ไม่มีวันถูกสังหาร”
“พวกเจ้าตอนนี้ยังมั่นใจอยู่หรือว่า จะเอาชนะข้าได้ก่อนคำอธิษฐานหมดผล?”
พูดจบ ชีคเหลือบมองลูเมี่ยนด้วยดวงตางดงาม
“เจ้ายอมแพ้หรือยัง?”
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชัดเจนว่ายินดีถ่วงเวลา รอจนคำอธิษฐานของมิสเตอร์ฟูลสิ้นสุด พระองค์จะกลับเป็นเทพแท้จริงลำดับ 0 อีกครั้ง ถึงขั้นแข็งแกร่งกว่าเทพแท้จริงบางองค์เสียอีก
ลูเมี่ยนหัวเราะร่วน เอียงศีรษะมองใบหน้าชีคบนเศียรที่ไหล่ซ้าย
“ฉันมีส่วนหนึ่งของคุณ แล้วจะไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับโลกในกระจกได้อย่างไร?”
“การโจมตีเมื่อครู่ เป้าหมายเพียงเพื่อทำลายหนทางคืนชีพให้หมดสิ้นต่างหาก”
“สำหรับตอนนี้…”
ในดวงตาสีน้ำเงินของลูเมี่ยน ใบหน้าชีคที่กำลังยิ้มหวาน แววตาเปี่ยมด้วยกำลังใจ กลายเป็นคมจัดผิดวิสัย
ณ หว่างคิ้วของเขา ธงสีเลือดยิ่งสดจัด
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคเข้าใจบางสิ่งทันที สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน ในดวงตาลูเมี่ยนลุกโชนด้วยเพลิงทมิฬที่อัดแน่นด้วยความดุร้ายและการทำลายล้าง
คำสาป!
คำสาปของนางมาร คำสาปที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ ‘นครภัยพิบัติ’ และ ‘ไฟประลัยกัลป์’!
เป้าหมายที่ลูเมี่ยนสาปคือ ใบหน้าชีคบนเศียรที่ไหล่ซ้ายของตน
นี่ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของเขา ทั้งมีความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับอันแน่นแฟ้นกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค เป็นสื่อกลางคำสาปที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
ดังนั้น ตอนนี้ลูเมี่ยนกำลังสาปตัวเอง และก็สาป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคไปพร้อมกัน!
ด้านหลังเขา หุ่นทหารเหล็กสองตัวแปลงกายรออยู่แล้ว
ตัวหนึ่งราวกับสวมเสื้อคลุมสีดำอันเลือนราง ตัวหนึ่งสวมถุงมือสีเข้มที่ดูไม่จริง
ปั่นหัว! ช่องโหว่!
ในเมื่อ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ปัจจุบันเท่ากับโลกในกระจก หากอย่างหลังไม่ถูกทำลาย พระองค์ก็ไม่ร่วงหล่น เช่นนั้นก็ต้องมีผลในทางกลับกันด้วย การสาป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ก็เท่ากับเป็นการสาปโลกในกระจก!
ชั่วพริบตา ลูเมี่ยนทั้งคนลุกเป็นไฟ เพลิงทมิฬแห่งการทำลายล้างพุ่งพล่านออกจากภายใน
โครงกระดูกสีดำเหล็ก ซึ่งประสานสัญลักษณ์และลวดลายซับซ้อนของเขา เริ่มส่งสัญญาณการหลอมละลาย กระแสเปลวเพลิงย้อมเลือดสีม่วงเข้ม ทยอยถูกกลืนกินหรือกลมกลืนไปทีละส่วน
ใบหน้าลูเมี่ยนบิดเบี้ยวอย่างห้ามไม่อยู่ ทุกข์ทรมานยิ่งนัก แต่ก็เต็มไปด้วยความเอิกเกริก ไม่ปิดบังความสะใจของตน
เขามองไปยัง ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค เห็นหญิงงามเลอโฉมคนนี้ก็ถูก ‘ไฟประลัยกัลป์’ สีดำแผดเผา จากภายในสู่ภายนอก จากดวงวิญญาณสู่ร่างกาย
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ ราวกับตระหนักถึงชีวิตที่กำลังสูญสลาย บัลลังก์เทพที่ร่วงหล่น
คำสาปเช่นนี้ต่อพระองค์ในยามเป็นเทพแท้จริง อาจยังมีวิธีใช้อำนาจของตนแก้ไข แต่บัดนี้ พระองค์เป็นเพียงราชาเทวทูต ศักดิ์ไม่สูงกว่าลูเมี่ยน พลังก็แข็งแกร่งกว่าเพียงเล็กน้อย เพียงแต่มีความพิเศษมากกว่า
ขณะที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคถูก ‘ไฟประลัยกัลป์’ แผดเผา โลกในกระจกพิเศษก็ลุกเป็นเพลิงทมิฬโชติช่วงเช่นกัน
ทุกซอกมุมของโลกกระจกภายในบาเรียโลกดารา ตกอยู่ในนรกที่เพลิงสีดำนำมา หลอมละลายและพังทลายเป็นผืนๆ
ฟรังก้า แฮงแมนอัลเจอร์ รวมถึงคนที่เหลือ เห็นดังนั้นก็รีบเก็บของที่ยึดมาได้ ออกจากโลกในกระจก กลับมายังโลกซากปรักหักพัง
เพล้งๆๆ! กระจกที่ฟรังก้าพกติดตัวแตกร้าวทีละบาน
ต่อเรื่องนี้ เธอไม่ตกใจเลย กลับดีใจเสียอีก
เพราะนี่คือ ‘ไฟประลัยกัลป์’ ของลูเมี่ยน!
ภายในโลกกระจกพิเศษ
ท่ามกลางการแผ่ขยายและเผาไหม้ของเพลิงทมิฬแห่งความพินาศ อามุนด์ยิ้มส่ายศีรษะ ปลดการปิดล้อม ชิงออกจากมิติที่กำลังจะพินาศอย่างสิ้นเชิงนี้ก่อน
จักรพรรดินีโรซายล์ที่ถูกเนรเทศไปยังโลกวิญญาณ ตกใจก่อนแล้วดีใจตาม
ในที่สุดพระองค์ก็ไม่ต้องถูกโลกในกระจกพิเศษผูกมัดอีก ไม่ต้องฟังคำสั่งเจ้าของโลกในกระจกพิเศษอีกแล้ว
หลังทรีอาร์ยุคที่สี่พินาศสิ้น ตราผนึกถูกปลดแล้ว พระองค์สามารถออกจากโลกในกระจกพิเศษได้อย่างอิสระ ไม่ถึงกับพินาศตามการพังทลายของมิติ
ชีคที่กำลังลุกไหม้พลางส่งเสียงแตกดังเพล้งๆ เก็บสีหน้างุนงงกลับไป แล้วยิ้มกล่าวกับลูเมี่ยนท่ามกลางความเจ็บปวด
“เจ้าใจเหี้ยมกว่าที่ข้าคิด กล้าสาปตัวเองเพื่อสาปข้า”
ลูเมี่ยนในตอนนี้ ร่างกายส่วนใหญ่ถูก ‘ไฟประลัยกัลป์’ กลืนกินไปแล้ว เหลือเพียงทั้งสามเศียรที่ยังไม่ได้รับอิทธิพล
ความพิเศษของใบหน้าวังวนปฐมกาล ช่วยขัดขวาง ‘ไฟประลัยกัลป์’ ไม่ให้เข้าใกล้ แต่ก็ขวางได้อีกแค่ครู่เดียว
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคบินไปหาลูเมี่ยน ลากหางเปลวเพลิงสีดำยาวเหยียด
พระองค์ลงมาตรงหน้าลูเมี่ยน ไม่ปิดบังความเจ็บปวดแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“พวกเราแต่ไหนแต่ไร ถูกกำหนดให้ต้องหลอมรวมกัน หากเจ้าไม่ได้ครอบครอง ‘0-01’ และตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ สองก้อนของเมดีซี วันนี้ข้าคงไม่มาพบเจ้าเลย”
“การต่อสู้ระหว่างเราเป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจนำ ตอนนี้ข้ายอมรับ เจ้าเหมาะมากกว่าที่จะเป็นอลิสต้า·ทูดอร์”
“เจ้าชนะแล้ว ข้าจะหลอมรวมเข้าสู่ร่างเจ้าเอง ให้เจ้านำ ข้าแค่อาศัยอยู่ ไม่ทะเยอทะยานมาก คิดเพียงว่าเป็นครึ่งหนึ่งของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’”
“แม้เจ้านำ ข้าก็ยังเป็นครึ่งหนึ่งของพระองค์”
ขณะพูดถ้อยคำเหล่านี้ ร่างของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคเริ่มสลาย พระองค์กำลังถดถอยเป็นเอกลักษณ์และตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นโลก’
จากนั้น พวกมันจะพาจิตสำนึกและตราประทับทางจิตของพระองค์ หลอมรวมเข้าสู่ใบหน้าชีคบนเศียรที่ไหล่ซ้ายของลูเมี่ยน
กระบวนการนี้ย้อนกลับไม่ได้
ขณะนั้นเอง ‘นางมารต้นกำเนิด’ เห็นใบหน้าลูเมี่ยนภายใต้การเผาไหม้ของเพลิงทมิฬ ฉายรอยยิ้มเย้ยหยัน
ลูเมี่ยนหัวเราะอย่างเบิกบาน
“ขอบใจมากที่เป็นฝ่ายหลอมรวมเข้ามาเอง”
“แต่อีกไม่นานฉันก็จะตาย คุณเองก็จะดับสูญตามฉันไป”
ได้ยินครึ่งประโยคหลัง บนใบหน้าเลอโฉมที่เลือนรางของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค สีหน้าของเธอแข็งค้างในบัดดล
……………………………………………………..