ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1140 สมดุลใหม่
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1140 สมดุลใหม่
ตอนที่ 1140 สมดุลใหม่
………………..
หลังสีหน้าแข็งค้างชั่วครู่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคหัวเราะเปี่ยมเสน่ห์ล้นเหลือ
“ดี ดีมาก!”
“ตายพร้อมกัน! ทุกคนตายพร้อมกัน จักรวาลทั้งใบตายพร้อมกัน!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างเมามัน ร่างกายของชีคยิ่งสลายเร็วขึ้น
ลูเมี่ยนไม่ตอบคำพูดของพระองค์ ยังคงรอยยิ้มเย้ยนั้นไว้ เงียบมองพระองค์ราวกับมองคนบ้าอาละวาดครั้งสุดท้ายในชีวิต
ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ก้องกังวานไม่หยุด ชีคถดถอยจนกลายเป็นตะกอนพลังน้อยใหญ่ พวกมันห้อมล้อมรูปปั้นสตรีที่ดูเหมือนทำจากกระดูกขาว
รูปปั้นดังกล่าวเปลือยเปล่าทั้งร่าง ทุกส่วนถูกเผยให้เห็นอย่างละเอียด งดงามเหลือล้น ใบหน้าของมันบ้างก็พร่ามัวคล้ายปฐมกาล บ้างก็ชัดเจนผิดวิสัย เป็นใบหน้าของชีคนั่นเอง
เสียงแตกกรอบดังขึ้น โลกในกระจกพิเศษที่ถูก ‘ไฟประลัยกัลป์’ แผดเผา พังทลายลงอย่างสนั่นหวั่นไหว
ภายในมิติซากปรักหักพัง พวกฟรังก้ายังไม่ทันทำอะไร ก็รู้สึกว่าแผ่นดินสั่นสะเทือนหนักหน่วง เห็นภูเขาลูกแล้วลูกเล่าทั้งใกล้และไกลพุ่งสูงขึ้น พ่นควันหนาทึบและลาวาสีแดงฉาน
บนท้องฟ้าเบื้องสูง ดาวตกที่เปล่งแสงสว่างพุ่งผ่านไปเป็นสายๆ พุ่งชนทวีปเหนือใต้หลายแห่ง ก่อให้เกิดการระเบิดรุนแรง ฟุ้งเป็นเมฆฝุ่นที่สามารถบดบังแสงจันทร์
ดินแดนร้อนระอุพัดพายุหิมะ แถบชายฝั่ง พายุเฮอริเคนที่รุนแรงเหนือกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์ ทยอยพัดขึ้นฝั่งติดต่อกัน
หายนะนานาชนิดถาโถมอย่างเท่าเทียมทุกมุมโลกปัจจุบัน ซึ่งไร้การปิดผนึกคุ้มครอง บ้างแรงบ้างอ่อน
เทพแท้จริงองค์หนึ่งร่วงหล่น
ตำแหน่งเทพของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ว่างลง
ฟรังก้าที่ซ่อนอยู่ในชั้นป้องกันของ ‘มงกุฎรุ่งโรจน์’ เห็นภาพนี้แล้วแอบถอนหายใจโล่งอก
เธอหยิบลูกแก้วใสที่ประกอบด้วยภาพหายนะต่างๆ ออกมาจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
นี่คือตะกอนพลัง ‘นางมารหายนะ’
ตะกอนพลัง ‘นางมารหายนะ’ ที่ผ่านการบดโดยมิสเตอร์ฟูล และกรองด้วยหมอกสีเทาขาวจนประกอบตัวใหม่สมบูรณ์
ฟรังก้าเร่งมือปรุงโอสถ ราวกับท้องฟ้าก่อนพายุฝนถูกย้ายเข้าไปในขวด
อึก! ฟรังก้าดื่มโอสถขวดนี้ลงไปโดยไม่ลังเล
ขณะนี้ มาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัสติสได้เห็น ‘นางมารเทา’ ‘นางมารเหลือง’ ทำลายตัวเอง ต่างอุทานในใจว่า ‘นางมารระดับสูงฆ่ายากจริงๆ’
หากมิสเตอร์ฟูลไม่ได้กำลังหลอมรวมกับราชันสวรรค์ในห้วงหลับ เกอร์มัน·สแปร์โรว์ไม่ได้ไปช่วยรักษาบาเรียโลกดารา รับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของเหล่า ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ มาดามเมจิกเชี่ยนอาจยังพอมีวิธีรั้งตัว ‘นางมารหายนะ’ ไว้อย่างน้อยหนึ่งองค์
ไม่ว่าจะเป็นพลังจำลองบุคคลของ ‘จอมเวทท่องมิติ’ หรือการเรียกภาพฉายประวัติศาสตร์ที่เธอบันทึกไว้ ล้วนช่วยให้เธอสามารถ ‘สร้าง’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์ชั่วคราวบนโลกแห่งความจริงได้ จากนั้น มิสเตอร์ฟูลก็จะสามารถอาศัยภาชนะนี้เสด็จเยือน สำแดงพลังอันแข็งแกร่งเพียงพอได้
น่าเสียดาย มิสเตอร์ฟูลในปัจจุบันไม่อาจเสด็จเยือนโดยตรง ได้แต่ให้ร่างที่ ‘จำลอง’ ออกมาหรือภาพฉายประวัติศาสตร์ที่เรียกมา สร้างการเชื่อมโยงกับปราสาทต้นกำเนิด พกพาสถานะและมลทินเล็กๆ มาตามธรรมชาติ
สำหรับนักบุญที่ยังไม่ถึงระดับเทวทูต นี่คืออิทธิพลที่ไม่มีทางต้านทาน ออกฤทธิ์ได้ในพริบตา แต่สัตว์ในตำนานที่สมบูรณ์ทนรับไหว หรือแม้กระทั่งตัดการเชื่อมโยงดังกล่าว เหมือนที่พวกพระองค์สามารถรับข้อมูลของ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ได้
ในสถานการณ์ข้างต้น หาก ‘นางมารเทา’ และ ‘นางมารเหลือง’ พยายามหนีผ่านโลกในกระจก แน่นอนว่าไม่อาจหลุดพ้นจากการตามล่าหรือจองจำของ ‘จอมเวทท่องมิติ’ ได้ แต่พวกพระองค์เลือกที่จะทำลายตัวเอง
วิธีรับมือที่มาดามเมจิกเชี่ยนเตรียมไว้สำหรับเรื่องนี้คือ จำลองการหยุดเวลาของ ‘เทวทูตกาลเวลา’ ต่อด้วยการหลอกลวงกฎเกณฑ์และการเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับของ ‘ปรมาจารย์ฉ้อฉล’ โดยหวังจะทำให้การทำลายตัวเองของร่างหลัก ‘นางมารเทา’ และ ‘นางมารเหลือง’ เทียบเท่ากับการทำลายร่างหลัก ตัวตนในกระจก กระจกหลับใหลไปพร้อมกัน
วิธีหลังมีโอกาสล้มเหลวอยู่บ้าง แต่มาดามเมจิกเชี่ยนที่ได้รับพรโชคดีเชื่อว่า โอกาสสำเร็จจะสูงกว่า ทว่าเธอยังไม่ทันได้ลงมือ ‘จำลอง’ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ‘นางมารต้นกำเนิด’ ก็สิ้นชีพเสียแล้ว หายนะกระทบทั้งโลก ทำให้การทำลายตัวเองของ ‘นางมารเทา’ และ ‘นางมารเหลือง’ เสร็จสิ้นก่อนกำหนด
เห็นมาดามเมจิกเชี่ยนดูผิดหวังไม่เบา มาดามจัสติสเอียงศีรษะแล้วยิ้มพูดว่า
“ฉันแอบฝังเมล็ดพันธุ์โรคระบาดทางจิตไว้กับพวกพระองค์แล้ว ด้วยจิตใจบิดเบี้ยวของนางมาร ในภายภาคหน้าย่อมต้องเกิดปัญหาแน่ อาจสิ้นชีพเพราะเหตุนี้”
ออเดรย์ใช้คำว่า ‘อาจ’ เพราะเธอไม่รู้ว่านิกายนางมารมีสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ ที่สามารถรักษาหรือกดทับ ‘โรค’ ด้านนี้หรือไม่
อีกฟากหนึ่ง เซียอาและทิรีอายวิงวอนขอความช่วยเหลือจาก ‘เทพผู้ถูกล่าม’ จนสามารถหลบหนีจากมาดามเฮอร์มิท เทวทูตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และ ‘เทวทูตกาลเวลา’ ก่อนที่มาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัสติสจะมาถึง จากไปอย่างพ่ายแพ้
ภายในโลกในกระจกพิเศษที่พังทลาย ลูเมี่ยนยิ้มเยาะมองรูปปั้นสตรี มองลูกกลมมืดสองลูกที่ดูดซับตะกอนพลังอื่นๆ โดยไม่ปล่อยให้พวกมันหลอมรวมกับใบหน้าชีคของตน กลับพยายามสุดกำลังเพื่อขัดขวางเอาไว้ ฝ่าฝืนกฎการรวมตัวของตะกอนพลัง
ผ่านไปสักพัก ลูเมี่ยนรอจนกระทั่ง ‘ไฟประลัยกัลป์’ บนตัวเผาไหม้ศีรษะเดิมของตน เผาไหม้ใบหน้าชีคและใบหน้าทูดอร์สองข้างใบหน้าวังวนปฐมกาล รอให้พวกมันมีร่องรอยการละลายไปหลายส่วน ถึงค่อยให้หุ่นโลหะสองตัวที่เหลืออยู่ข้างหลังเริ่มเคลื่อนไหว ศีรษะที่ใบหน้าโอลัวร์และใบหน้าจินนาอยู่ร่วมกัน ไม่ได้ถูกสาปเหมือนชีค สุดท้ายถึงแม้จะถูกเผาไปพร้อมกับลูเมี่ยน แต่ระดับการละลายในปัจจุบันก็ค่อนข้างต่ำ
หุ่นโลหะตัวที่สวมถุงมือสีเข้ม ยื่นมือซ้ายขวาพร้อมกัน ขโมยจิตสำนึกของชีคและตราประทับทางจิตจากตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นโลก’ สองก้อน
การขโมยนี้ไม่สามารถเกินศักดิ์ของตน เกิดผลชั่วคราว และไม่สามารถยึดครองเป็นของตัวเองได้ หากไม่สามารถหาที่อยู่อันเหมาะสมให้กับจิตสำนึกและวิญญาณที่ขโมยออกมา โดยที่พวกมันต้องเต็มใจ พวกมันจะกลับสู่ตะกอนพลังเดิมอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ หุ่นโลหะอีกตัวที่สวมเสื้อคลุมมายา ยื่นฝ่ามือขวาออกมา ทำการ ‘ปลูกถ่าย’ สำเร็จ
มันปลูกถ่ายจิตสำนึกของชีค รวมถึงตราประทับทางจิตที่ขโมยมาทั้งหมด ให้แก่รูปปั้นสตรีข้างต้น หรือก็คือเอกลักษณ์ ‘นางมาร’
มันคือสิ่งที่มีจิตสำนึกและตราประทับทางจิตของชีคเข้มข้นที่สุด ดังนั้น สองส่วนที่ถูกขโมยออกมาจึง ‘ยินดี’ อย่างยิ่งที่จะไปรวมตัวกัน หากพวกมันไม่ยินดี ยังมี ‘ปั่นหัว’ หรือ ‘หลอกลวง’ ให้รอใช้งานอยู่
หลังจัดการเสร็จ หุ่นโลหะทั้งหลายต่างพินาศไปตามการพังทลายของโลกในกระจกพิเศษ ลูเมี่ยนไม่ขัดขืนต้านทานอีกต่อไป ปล่อยให้เอกลักษณ์ ‘นางมาร’ บินไปยังใบหน้าชีคที่ละลายไปหลายส่วน จนมันซึมซาบเข้าไป
ตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นโลก’ สองก้อนที่บริสุทธิ์ขึ้นแล้ว ถูกเขานำทางให้หลอมรวมเข้ากับใบหน้าเปื้อนเลือดของโอลัวร์และจินนาตามลำดับ
ตะกอนพลังลำดับ 1 สามส่วน กับเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘นางมาร’ ในที่สุดก็บรรจบพบกันในร่างของลูเมี่ยน
พวกมันเริ่มรวมตัวกันอย่างกระตือรือร้น ศีรษะของลูเมี่ยนพร้อมกับ ‘ไฟประลัยกัลป์’ ที่มาจากคำสาป ดูเหมือนกำลังยุบตัวเข้าหาจุดเดียว
จากนั้น เขากลืนมงกุฎเปื้อนเลือดสองอันเข้าปากไปตรงๆ
ตะกอนพลังลำดับ 1 สามส่วน กับเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘นักบวชสีชาด’ ก็ครบถ้วนในร่างเขาเช่นกัน
ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังก้องกังวาน สายฟ้าสีเงินขาวฟาดลงมาตามจุดต่างๆ ของมิติซากปรักหักพัง
แฮงแมนอัลเจอร์ มาดามจัสติสออเดรย์ และคนอื่นๆ เงยหน้ามองท้องฟ้าโดยสัญชาตญาณ เห็นแสงจันทร์สีชาดและภาพฉายดวงดาว ถูกเปลวไฟล่องหนไร้รูปไร้สีแผดเผา เปลวไฟนั้นนำมาซึ่งความสว่าง
วินาทีนี้ พวกเขาเสมือนได้กลับมาอยู่ในทรีอาร์ยุคที่สี่ก่อนตราผนึกพังทลาย ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง
หายนะต่างๆ ที่มีอยู่เดิม ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น มาดามจัสติสออเดรย์ประหลาดใจที่เห็นต้นโอ๊กยักษ์ในระยะไกลงอกิ่งก้าน เห็นมาดามเมจิกเชี่ยนฟอร์ส เดอะมูนเอ็มลิน และคนอื่นๆ บ้างกลายเป็นชาย บ้างกลายเป็นหญิง บ้างครึ่งชายครึ่งหญิง บ้างกลับคืนสู่ปกติ
แค่กๆๆ! ครึ่งเทพเหล่านี้ บ้างไอกระแอม บ้างหน้าผากร้อนจัด ต่างติดโรคอย่างไม่ทราบสาเหตุ จำต้องก้มศีรษะลง
ในใจพวกเขายังเกิดแรงกระตุ้นอยากตามหานางมารที่หลบหนี เพื่อทำศึกกันอีกสักคำรบ
เสียง ‘แว้’ ‘แว้’ ‘แว้’ ดังขึ้น สัตว์ประหลาดในป่าโอ๊กดูเหมือนฆ่าฟันกันเอง
อึดใจถัดมา ฟรังก้าที่กำลังเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารหายนะ’ รู้สึกว่ากระจกแตกของตนทุกเศษชิ้น ต่างปรากฏมิติหลังกระจกใหม่โดยพร้อมเพรียง
โลกในกระจกเกิดใหม่แล้ว!
หลายแห่งในมิติซากปรักหักพัง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรกลายเป็นสีเทาขาวหรือโกลาหล ต่อมาก็ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนสิ้นซาก
ภายในโลกกระจกพิเศษที่พังพินาศและเกิดใหม่
เศียรทั้งสามของลูเมี่ยนค่อยๆ เงยขึ้น ร่างกายของเขาก็งอกของใหม่ ฝั่งขวาเป็นสตรี สวมชุดกระดูกขาว ฝั่งซ้ายเป็นบุรุษ คลุมเสื้อคลุมสีเลือด
บนศีรษะด้านขวาของเขา ใบหน้าโอลัวร์และใบหน้าจินนาที่อยู่ตำแหน่งหน้าหลัง ไม่มีคราบเลือดเปื้อนเปรอะอีกต่อไป สะอาดสะอ้าน แม้จะยังลืมตาไม่ได้ พูดไม่ได้ ส่งผ่านจิตสำนึกไม่ได้ แต่ก็เต็มไปด้วยพลังวิญญาณแล้ว
บนศีรษะด้านซ้ายของเขา ใบหน้าชีคแผ่รัศมีของมารดาน้อยลงไปบ้าง แต่เพิ่มเสน่ห์ของสตรี ดวงตางดงามหมุนเวียน ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ทางใบหน้าอลิสต้า·ทูดอร์ก็คมกริบขึ้นมาก รอยประทับธงสีเลือดกลางหว่างคิ้วนูนเล็กน้อย ส่วนใบหน้าวังวนปฐมกาลดูดซับ ‘ไฟประลัยกัลป์’ อันเกิดจากคำสาป หมุนวนอย่างเชื่องช้าแผ่วเบา
สำหรับเศียรของร่างหลัก รูปโฉมยิ่งหล่อเหลา ผมยาวดุจโลหิต โครงหน้าแข็งแกร่งยิ่ง มีความคมกริบในตัว
ใต้รักแร้ซ้ายและสีข้างซ้ายของเขา ยังงอกแขนออกมาอีกจุดละหนึ่ง ร่วมกันถือธงไหม้เกรียมเต็มไปด้วยจุดเลือด ร่างกายฝั่งขวาในตำแหน่งเดียวกันก็มีแขนเพิ่มสองข้าง แต่พวกมันไม่ได้ถืออะไร ฝ่ามือขาวดุจหยก งดงามประณีต
‘นักบวชสีชาด’ ใหม่และ ‘นางมารปฐมกาล’ ใหม่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกัน!
หลังกลายเป็นเทพแท้จริง เอกลักษณ์บางอย่างจะแสดงออกมาในรูปแบบอวัยวะร่างกาย หรือสิ่งของที่เป็นเจ้าของ บางอย่างก็ไม่
อึดใจต่อมา ลูเมี่ยนเงยทั้งสามเศียรขึ้น พร้อมใจกันมองไปยังพระจันทร์แดงที่กำลัง ‘กลับคืน’ สู่บริเวณนี้
“ท่านกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการหลอมรวมจริงๆ…แบ่งพลังมารบกวนได้แค่นิดเดียว จะไปมีผลอะไร? เมื่อสักครู่ไม่มี ตอนนี้ก็ไม่มี!” ลูเมี่ยนพูดพร้อมรอยยิ้มเต็มเปี่ยม ยกทั้งสี่แขนที่งอกใหม่พร้อมกัน
เปลวไฟล่องหนไร้รูปไร้สี กับวังวนปฐมกาลที่บรรจุความเป็นไปได้ทั้งปวง พลันปรากฏขึ้นในบัดดล พุ่งเข้าหาเงาพระจันทร์แดงนั้น
……………………………………………………..