ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1156 การต่อสู้ทางจิตสำนึก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1156 การต่อสู้ทางจิตสำนึก
ตอนที่ 1156 การต่อสู้ทางจิตสำนึก
ขณะจิตสำนึกและวิญญาณของ ‘มังกรหายนะ’ ยังไม่ก่อร่าง ลูเมี่ยนที่ใช้พันธลับและพลัง ‘ปลอมกลายเป็นจริง’ ของ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ต่อสู้ ร่างพองขยายฉับพลัน ‘อัญเชิญ’ ร่างจริงจากเขตคุ้มครองมา
ขณะเดียวกัน ไคลน์ในโลกดารา ได้เปิดช่องว่างของหมอกขาวเทาที่ปกคลุมทวีปตะวันตก
‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กำลังรองรับ ‘รังมารดา’ เต็มกำลัง ต่อให้ผนึกทวีปตะวันตกคลายสิ้น พระองค์ก็ไม่ทำลายที่นั่น แต่อิทธิพลสัญลักษณ์และอำนาจที่แผ่ออกตามธรรมชาติ ยังคงส่งผลกระทบไปถึงตามปกติ ไคลน์จึงรักษาผนึกไว้ เพียงแค่เปิด ‘ประตู’ เชื่อมภายใน-ภายนอกให้ลูเมี่ยน
ร่างสามเศียรหกกรของลูเมี่ยนพุ่งออกจากเขตคุ้มครอง ‘เทเลพอร์ต’ เข้าสู่ส่วนลึกของหมอกขาวเทา ปรากฏเหนือบ่อล่ามมังกร
เขาดิ่งลง จนกระทั่งมาถึงข้างๆ จิตสำนึกและวิญญาณของตน
ทั้งสองซ้อนทับกันทันที
ลูเมี่ยนขยายใหญ่มหึมา สามเศียรหันไปคนละทิศ หกกรชูขึ้นพร้อมกัน
เขากระโดดออกจากบ่อล่ามมังกรที่คลายผนึกแล้ว ยืนกลางอากาศเหนือมหานคร ยื่นมือทั้งหมดลงไป ทำท่าคล้ายดึงของหนักบางอย่างจากระยะไกล
ผู้คนในมหานครรู้สึกมืดฟ้ามัวดินทันที แผ่นดินสั่นสะเทือนชัดเจน
‘ภาพของเมืองหนึ่ง’ ถูกลูเมี่ยนดึงออกจากร่างจริงด้วยกำลัง ในภาพดังกล่าว พลเมืองบ้างเหลือแต่ศีรษะ ลากกระดูกสันหลังเปื้อนเลือดขาวโพลน บ้างแต่งกายเรียบร้อย แต่เหนือคอว่างเปล่า บ้างตัวบวมพอง ปิดบังใบหน้า…
เดิมสิ่งเหล่านี้ซ้อนทับกับมหานคร มีประตูลับและกาลเวลาไขว้กัน
นครภัยพิบัติ!
ร่างมหึมาของลูเมี่ยนดิ่งลงทันที ตกเข้าไปในภาพเมืองนั้น
‘นครภัยพิบัติ’ หดเล็กอย่างประหลาด แล่นเข้าสู่ร่างลูเมี่ยน พุ่งไปยังหว่างคิ้วเขา
ลูเมี่ยนจะรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ขณะจิตสำนึก ‘มังกรหายนะ’ ยังไม่เกิดใหม่อย่างแท้จริง แล้วจึงต่อสู้และหลอมรวม!
วินาทีถัดมา ภาพเมืองดังกล่าวหยุดนิ่งตรงหว่างคิ้วลูเมี่ยน
จิตสำนึกและวิญญาณลูเมี่ยนถูกดึงเข้าไปทันที
เขาเห็นบันไดทอดสู่ที่สูงไม่สิ้นสุด เห็นปลายบันไดมีบัลลังก์ย้อมเลือดแดงฉาน เห็นร่าง ‘มังกรหายนะ’ ก่อตัวเร็วบนบันได ขดตัวขวางทางไม่ให้ผ่านไป
…………
โลกความจริง
ลึกเข้าไปในพระจันทร์แดง เสียงหัวใจเต้นตุบๆ ดังรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ยอดเขาคล้ายรังนกดูเหมือนสะท้อนพ้อง ยุบตัวเร็วขึ้นทันใด
การหลอมรวมของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กับ ‘รังมารดา’ ก้าวหน้าไปอีกขั้น และไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็ว
ในหมอกขาวเทาใต้พระจันทร์แดง เหล่า ‘คุณนาย’ และ ‘มาดาม’ ที่ได้รับพรคุ้มครองจากพลังหลักของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ทยอยลุกขึ้นยืนทีละคน มองไปยังผู้นำ
อีกฝ่ายเป็นสตรีหน้ากลมกลึงดั่งจันทร์เพ็ญ งดงาม เปล่งรัศมีแห่งมารดา พระองค์กล่าวกับพวกพ้องทั้งหมด
“เราต้องกลับสู่อ้อมกอดของพระแม่แล้ว”
“พระองค์ทรงใช้พลัง ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ มากขึ้น เพื่อให้หลอมรวม ‘รังมารดา’ เร็วขึ้น พวกเราต้องกลับสู่อ้อมอกพระองค์ คืนพลังที่เป็นของพระองค์ ช่วยแบ่งเบาความกดดัน”
เห็นพวกพ้องแสดงความไม่เข้าใจ สตรีผู้นี้จึงกล่าวเสริม
“‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ คือ ‘บาปต้นกำเนิด’ ของจักรวาลทั้งมวล แม้พระองค์เป็นแค่ลำดับ 0 ของเส้นทาง ‘เทพกสิกรรม’ แต่ก็มีสัญลักษณ์สำคัญยิ่ง”
“สัญลักษณ์นั้นคือ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ ที่กำลังตั้งครรภ์และจะเปิดจักรวาลใหม่ การตั้งครรภ์พระองค์คือหนึ่งในสองสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของพระแม่ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พระแม่ยังเป็นเสาหลักแม้ ‘รังมารดา’ แยกตัวออกมา”
“กระทั่งพระแม่ก็ไม่อาจใช้สัญลักษณ์พิเศษและอำนาจของพระองค์ได้มากเกินกำลัง ไม่เช่นนั้นจะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ชั่วคราว หรืออาจเกิดปัญหามากขึ้น”
เมื่อเข้าใจเรื่องราวแล้ว เหล่า ‘คุณนาย’ และ ‘มาดาม’ ที่เกิดความผิดปกติระดับต่างๆ จากการ ‘ฟัง’ ความรู้นี้ ต่างแสดงความรักเคารพ
พวกเธอร้องสรรเสริญพร้อมกัน
“พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
“ความชั่วร้ายนิรันดร์จงเจริญ!”
“เทวมารดาแท้จริงจงเจริญ!”
ประกอบเสียงสรรเสริญ ผู้ได้รับพรและผู้วิเศษเหล่านี้ ต่างกลายเป็นแสงสีแดง ดำ หรือน้ำตาล พุ่งไปยังพระจันทร์แดงทีละคน หลอมรวมเข้าไป
…………
ณ สถานที่ลึกลับสักแห่งในโลกซากปรักหักพังบนทวีปใต้
ผู้วิเศษ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ รูปร่างประหลาด รวมถึงสาวกของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ต่างหลั่งไหลมารอบแท่นบูชา เบียดเสียดนับไม่ถ้วน
ยอดแท่นบูชาสีเหลืองดินรูปพีระมิด ร่างหนึ่งพันด้วยผ้าพันแผล หนาม และกุหลาบ แขวนนิ่งอยู่ที่นั่น ราวกับผูกมัดคำสาปและความกระหายทั้งมวล ซึ่งกำลังจะระเบิดออกมา
‘เทพผู้ถูกล่าม’ ทอซนา
หลังเหตุการณ์วังวนและพระจันทร์แดงเสด็จเยือน พระองค์ได้ร่วงหล่นโดยแท้จริง ร่างกาย จิตสำนึก และวิญญาณเต็มไปด้วยมลทินของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ เทียบเท่ากับผู้แทนของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’
บัดนี้ พระองค์จะเป็นเครื่องบูชาหลักในพิธีกรรม อาศัยความช่วยเหลือของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เปิดทางด้วยกำลัง อำนวยความสะดวกให้ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ เสด็จเยือนภายในบาเรีย
แน่นอน นี่ก็แค่แผนสำรอง เพราะหากบาเรียแตกทันทีภายใต้การโจมตีของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่หลอมรวม ‘รังมารดา’ สำเร็จ พระองค์ก็ต้องกลับสู่ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ทันทีอยู่แล้ว
รอจนกระทั่งเครื่องบูชามาครบ เสียงห้วงจิตของเซียอาและทิรีอายแผ่ออกจากใบหน้า ‘เทพผู้ถูกล่าม’ พร้อมกัน
“พิธีกรรม!”
“เริ่มพิธีกรรม!”
…………
ในมิติแห่งจิตสำนึกของ ‘นครภัยพิบัติ’
เมื่อเห็นร่าง ‘มังกรหายนะ’ ก่อตัวรวดเร็ว ลูเมี่ยนสามเศียรหกกรแยกตัวทันใด
เขาแยกเป็นหกจิตสำนึก หกร่าง
ประกอบด้วยจิตสำนึกของเขาเอง คือจิตสำนึกหลัก จิตสำนึกของโอลัวร์ จิตสำนึกของจินนา จิตสำนึกวังวนปฐมกาลอันเฉื่อยชาไร้การตอบสนอง จิตสำนึก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค จิตสำนึก ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์
พวกเขายังไม่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่ประสานเบื้องต้น บ้างร่วมมือ บ้างต่อต้าน บ้างดึงรั้ง สร้างสมดุลอันเปราะบาง ส่วนของโอมีเบล่าและจีดาสหลอมรวมกับชีคและทูดอร์จนแยกไม่ออกแล้ว
ในโลกความจริง ลูเมี่ยนไม่อาจทำลายสมดุล ไม่อาจแยกจิตสำนึกต่างๆ ออกจากกัน แต่ในมิติแห่งจิตสำนึก จิตสำนึกที่มีความเป็นอิสระอยู่แล้วเหล่านี้ สามารถรวมกันได้ แยกกันก็ได้
แต่หากลูเมี่ยนรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ สำเร็จเมื่อใด จิตสำนึกจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันตามนิยาม แม้ในสถานการณ์คล้ายกันก็แยกไม่ออกอีก
นี่คือความต่างระหว่าง ‘เทพแท้จริงสองเส้นทาง’ กับ ‘ผู้ยิ่งใหญ่’
หกจิตสำนึกก่อร่างทันที ลูเมี่ยนดึงจิตสำนึกของใบหน้าวังวนปฐมกาลที่แน่นิ่งเหมือนรูปปั้น จิตสำนึกโอลัวร์ และจิตสำนึกจินนาออกมา แล้วถอยหลังหนึ่งก้าว หายไปต่อหน้า ‘มังกรหายนะ’ ที่กำลังจะโจมตีเข้าใส่ เหลือแค่จิตสำนึก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคกับ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์อยู่ที่เดิม
ชีคมองประสาน ‘จักรพรรดิโลหิต’ ด้วยแววตารัญจวน จ้อง ‘มังกรหายนะ’ ด้วยความหลงใหล ราวกับว่า ในที่สุดก็ถึงวันนี้ ในที่สุดก็ถึงเวลานี้
ด้านหลังพระองค์ผุดร่างหนึ่ง คือด้านหญิงของ ‘องค์ต้นกำเนิด’ ในกระจก นุ่งห่มชุดกระดูกสีดำ
ในทำนองเดียวกัน ด้านหลัง ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ ด้านชายขององค์ต้นกำเนิดในกระจก สวมเกราะสีขาว เริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน
บนโลกความจริง สิ่งเหล่านี้พบกันไม่ได้ ไม่อนุญาตให้รวมกัน แต่ในมิติแห่งจิตสำนึก ชีคกับทูดอร์รวมกันชั่วคราวได้ ขอเพียงลูเมี่ยนดึงจิตสำนึกใบหน้าวังวนปฐมกาลออกไป
แน่นอน การรวมกันนี้ทำได้ครั้งเดียว ชีคกับทูดอร์จะบาดเจ็บหนัก และต้องหยุดให้ทันเวลา ไม่งั้นจิตสำนึกขององค์ต้นกำเนิดในกระจกจะเกิดขึ้นจริง
ลูเมี่ยนกำลังเสี่ยงใช้สัญลักษณ์ด้านนี้ ต่อสู้กับจิตสำนึก ‘มังกรหายนะ’ เพื่อแย่งชิงเวลา รีบฉวยโอกาส!
ชั่วพริบตา จิตสำนึก ‘มังกรหายนะ’ ทำให้มิติแห่งนี้กลายเป็นจักรวาลมืดมิดไร้ขอบเขต ‘ภัยพิบัติ’ ต่างๆ กระจายออกไปทั่ว
จิตสำนึกชีคกับจิตสำนึกทูดอร์ขยับเข้าใกล้กัน พร้อมกับภาพในกระจกสองภาพนั้น
ทั่วทั้ง ‘จักรวาล’ ‘แข็งตัว’ ทันใด ทุก ‘ภัยพิบัติ’ สูญเสียชีวิตชีวาทันที สูญเสียแสงและความร้อนที่พวยพุ่ง ทุกหนแห่งจมสู่ความตายอันเงียบสงัด
ต่อมา การระเบิดอันทรงพลังเหนืออื่นใดปะทุขึ้น สสารมากมายถูกพ่นออก กลายเป็นดวงดาว กลายเป็นดวงอาทิตย์ กลายเป็นมหาสมุทร กลายเป็นสิ่งมีชีวิตนานาชนิด
จิตสำนึก ‘มังกรหายนะ’ ก็ตายสนิทใน ‘การแข็งตัว’ ก่อนหน้าเช่นกัน แหลกสลายในกระบวนการ ‘สร้างโลก’ ปัจจุบัน ประกอบใหม่เป็นสิ่งต่างๆ
พระองค์จึงกระจัดกระจายอีกครั้ง แต่อีกไม่นานก็จะรวมตัวใหม่ใน ‘นครภัยพิบัติ’ อีกไม่นานก็จะฟื้นสภาพ จากอ่อนแอกลับสู่สมบูรณ์
ร่างสองชีคสองทูดอร์รวมกันเป็นทรงกลม บิดเบี้ยว ดิ้นรนจะหลอมรวมกันอย่างแท้จริง ผสานเป็นหนึ่งเดียว
ขณะนั้น หน้าวังวนปฐมกาลดิ้นออกมาจากพวกพระองค์ แยกพวกพระองค์เอาไว้ทั้งสี่ทิศ
การทำลายและการสร้าง เกิดความไม่เสถียรทันใด
อึดใจถัดมา จิตสำนึกของลูเมี่ยน โอลัวร์ และจินนาย้อนกลับมาในมิติอีกครั้ง กลายร่างเป็นคนยักษ์ ดึงจิตสำนึก ‘มังกรหายนะ’ ที่กำลังก่อร่างใหม่ ยังไม่ถือกำเนิดอย่างสมบูรณ์ ยังอยู่ในช่วงอ่อนแอ กระชากเข้ามาด้วยกำลัง จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายใกล้กันมาก
ในสถานการณ์นี้ หัวปฐมกาลตรงกลาง ‘มังกรหายนะ’ กับใบหน้าวังวนปฐมกาลที่กั้นชีคและทูดอร์ เริ่มดึงดูดกัน เกิดการรวมตัวอันรุนแรง
เดิมทีแล้ว พวกพระองค์ก็มาจากรากเหง้าเดียวกัน เป็นหนึ่งเดียวกันแต่แรก!
‘ใบหน้าวังวนปฐมกาล’ กับ ‘เศียรปฐมกาล’ ประสานกันทันที ดึงรั้งกันเข้าหาจุดตรงกลาง จะรวมเป็นหนึ่งโดยสมบูรณ์
กระบวนการนี้ได้แยกชีคกับทูดอร์ออกจากกันสนิท รวมถึงพวกพระองค์ในกระจก
การทำลายและการสร้างที่ไม่เสถียร เกิดหยุดชะงักทันใด
ลูเมี่ยน โอลัวร์ จินนาที่หยุดจิตสำนึก ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ไม่ให้เกิดจริงได้สำเร็จ ก็ต้องกลับเข้าสู่ ‘ร่าง’ ที่มีหน้าวังวนปฐมกาลนี้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขากับ ‘มังกรหายนะ’ จึงใกล้กันมาก เกือบแนบชิดติดกัน ได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจ มองเห็นอย่างเต็มตา
ไม่มีใครหลบได้อีก ไม่มีใครถอยได้อีก!
……………………………………………………..