ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1155 เต๋า
ตอนที่ 1155 เต๋า
ร่างลูเมี่ยนอันตรธานจากอวกาศไร้ขอบเขต ตามรอยประทับลึกลับที่ ‘มังกรหายนะ’ ตอบสนองการบูชายัญ เร่งความเร็ว ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังดินแดนที่พระองค์ประทับ
รอบกายลูเมี่ยนปรากฏสีสันหนาทึบทับซ้อน ดวงวิญญาณครวญคร่ำไม่ขาดสาย
โลกวิญญาณ!
ที่ใดไม่มีการปิดกั้นพิเศษ ที่นั่นย่อมมีโลกวิญญาณ มีโลกดารา
นี่คือหนึ่งในความหมายเชิงสัญลักษณ์ของเสาหลัก
ทว่า สิ่งที่รอลูเมี่ยนคือแสงสว่างเจิดจ้า กวาดล้างสรรพสิ่ง ราวกับสองกาแล็กซีประสานงากัน ฉีกโลกวิญญาณขาดกระจาย
ลูเมี่ยนไม่แวะพักโลกวิญญาณ ก่อนที่มหาสมุทรแห่งแสงจะถาโถมท่วมทับ เขาแปรเป็นสัญลักษณ์และแนวคิดนามธรรม เร่งความเร็วเข้าสู่โลกดารา
แสง ความร้อน และสสารอนันต์หลั่งไหลตามมา
ลูเมี่ยนเหยียดมือทั้งสอง สร้างประตูบานหนึ่งขึ้นท่ามกลางโลกดารา ซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์และแนวคิดนานา
ประตูที่ถูก ‘วาด’ ขึ้นมานี้ มีลักษณะซ้อนทับกันหลายชั้น
บานประตูถูกดึงเปิดทันที ร่างลูเมี่ยนหายวับจากโลกดารา
ดวงตาเขาสะท้อนภาพร่างมหึมาสองร่างของ ‘มังกรหายนะ’ กำลังพันเกี่ยวกัน
ในที่สุดเขาก็มาถึงดินแดนที่ ‘มังกรหายนะ’ ขดตัวอยู่ มาถึงสถานที่ซึ่ง ‘มังกรหายนะ’ ไม่อาจสร้างภัยพิบัติ ผ่านทาง ‘ประตู’ บานหนึ่ง
สิ่งที่เขากระตุ้นไม่ใช่รอยประทับพันธสัญญาจากจีดาส เพราะพลัง ‘เทเลพอร์ต’ จะเป็นของสิ่งมีชีวิตโลกวิญญาณ เข้าสู่โลกดาราไม่ได้ เปิด ‘ประตู’ ก็ไม่ได้
สิ่งที่เขากระตุ้นคือ รอยประทับพันธสัญญาที่ได้มาใหม่ ได้มาเมื่อเดือนก่อน จากเกอร์มัน·สแปร์โรว์!
พันธสัญญาของ ‘ผู้ถือพันธสัญญา’ นั้น หากไม่ถูกยกระดับเชิงคุณภาพด้วยพลังชะตากรรม ในกรณีที่มีการทำพันธสัญญาระดับสูง ลูเมี่ยนจะไม่อาจบังคับเป้าหมายให้ลงนามและปฏิบัติตามสัญญา แต่หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจ ยินดีลงนามและปฏิบัติตามเงื่อนไข และร่างกายกับดวงวิญญาณของผู้ถือพันธสัญญาสามารถแบกรับพลังจากคู่สัญญาไหว พันธสัญญานั้นก็ยังมีผล เพียงแต่การเชื่อมโยงลึกลับที่เกิดขึ้นจะเปราะบางเกินไป ใช้ได้ไม่เกินสองครั้ง และถูกขัดจังหวะได้ง่าย
ก่อนไปต่อกรกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ลูเมี่ยนไปเยือนโลกดาราด้วยหลายเหตุผล นอกจากเพื่อขอยืมพรจากเหล่าเทพแท้จริงมาใส่ตุ๊กตาทหาร ยังลงนาม ‘พันธสัญญา’ กับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ผู้ครอบครองเอกลักษณ์เส้นทาง ‘ประตู’ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ใช้ตุ๊กตาทหารไม่ได้
ในศึกครานั้น ‘นางมารต้นกำเนิด’ แท้จริงแล้วกังวลมากเกิน ไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่ แต่ลูเมี่ยนก็เช่นกัน ยังไม่ได้เปิดไพ่ตายทั้งหมด!
เหตุที่ลูเมี่ยนรอจนบูชายัญสำเร็จ รอจน ‘มังกรหายนะ’ ตอบสนอง จึงค่อยกระตุ้นรอยประทับพันธสัญญาที่แทนอำนาจระดับสูงเส้นทาง ‘ประตู’ หนึ่งคือ ต้องการใช้ ‘สภาพอันน่าเวทนา’ ของตนตบตา ‘มังกรหายนะ’ รอจนอีกฝ่ายเผอเรอ จนพระองค์ตรวจจับและทำลายการเชื่อมโยงพันธสัญญาไม่ทัน
สองคือ หวังอาศัยการบูชายัญ สร้างความเชื่อมโยงอย่างแรงกล้าระหว่างตนกับ ‘มังกรหายนะ’ เพื่อป้องกันกรณีที่หาเป้าหมายไม่พบ หรือระบุตำแหน่งไม่ได้
ต้องไม่ลืมว่า ‘มังกรหายนะ’ มี ‘หมอกสงคราม’ ที่แข็งแกร่งเหนือใครในยุคนี้
ผลข้างเคียงเชิงลบจากการลงนามพันธสัญญาเกี่ยวกับเอกลักษณ์เส้นทาง ‘ประตู’ กับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ของเดิมคือ ‘มักหลงทาง พบสิ่งมีชีวิตอันตรายที่เต็มไปด้วยเจตนาร้ายต่อตน’ แต่หลังถูก ‘เดอะฟูล’ ไคลน์ ‘ปั่นหัว’ ผลเสียได้กลายเป็น ‘เมื่อใช้พลังพันธสัญญาจึงอาจหลงทาง พบสิ่งมีชีวิตอันตรายที่เต็มไปด้วยเจตนาร้ายต่อตน’
ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยเจตนาร้ายและอันตรายที่สุดต่อลูเมี่ยน ไม่ต้องสงสัยว่าเป็น ‘มังกรหายนะ’!
หลังลูเมี่ยน ‘เปิดประตู’ และเข้ามายังมิติที่ ‘มังกรหายนะ’ ถูกผนึก ก็พลันรู้สึกว่าภัยพิบัติอันเกิดจาก ‘มังกรหายนะ’ สงบลงบ้าง
อิทธิฤทธิ์ของอำนาจ ‘ปาฏิหาริย์’ กลับมาอีกครั้ง เขากลับสู่สภาวะมีสติ ‘เป็นครั้งคราว’ อีกครั้ง!
‘มังกรหายนะ’ คำรามลั่น ก่อให้เกิดอำนาจ ‘พิชิต’ และ ‘เสน่ห์’ อันทรงพลัง แต่ไม่ว่าพระองค์จะดุดันเพียงใด ก็ยากจะหลุดพ้นจากโซ่ล่ามมังกรและเหล่า ‘อสุรกาย’ ในเวลาอันสั้น
ลูเมี่ยนอาศัยใบหน้าวังวนปฐมกาลกลางเศียรที่ไหล่ซ้าย ต้านทานอำนาจ ‘พิชิต’ และ ‘เสน่ห์’ ไม่ปล่อยตัวเองให้ยอมศิโรราบ พลางยืนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรสีเลือดเหนือ ‘มังกรหายนะ’
ขณะยกเลิกบุคลิกเสมือน เขาเหลือบมอง ‘อสุรกาย’ รูปร่างน่ากลัว สีหน้าดุดันบนโซ่ล่ามมังกร
เขาได้ทราบที่มาของโซ่ล่ามมังกรและ ‘อสุรกาย’ จากมิสเตอร์ฟูลแล้ว จึงเผยสีหน้าซาบซึ้งปนชื่นชม จากนั้นก็ใช้ภาษาทวีปตะวันตกประโยคหนึ่ง ซึ่งตั้งใจเรียนจากฟรังก้า เพื่อบอกกับอสุรกายเหล่านั้น
“เหล่ามิตรสหายแห่งเต๋าเอ๋ย ถึงเวลาร่วมมือกันเพื่อยุติภัยพิบัติแล้ว!”
‘อสุรกาย’ รูปร่างน่าสะพรึง สีหน้าบิดเบี้ยวเหล่านั้นพลันชะงักงัน
มิตรสหายแห่งเต๋า…คำเรียกขานจากอดีตกาลอันยาวนาน จนราวกับสลายหายไปในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ดังก้องอยู่ในโสตประสาทพวกเขา
สีหน้าทุกตนเริ่มผ่อนคลาย ใบหน้าอันพร่าเลือน เขียวบ้างขาวบ้าง ปรากฏแววรำลึกอดีต
พวกเขากลั้นใจคงสภาพจุดต่างๆ ของโซ่ล่ามมังกรอย่างสุดกำลัง ตรึงให้ ‘มังกรหายนะ’ ยังถูกผนึกไว้ นอกเหนือจาก ‘พิชิต’ ‘เสน่ห์’ และอำนาจอื่นอีกเล็กน้อย พระองค์จะไม่สามารถใช้อำนาจใดในมิติแห่งนี้ บางคนแยกมือข้างหนึ่ง ดันมงกุฎเอียงขาดกลับตำแหน่งเดิม บางคนฝืนจัดเสื้อที่ผ้าเน่าเปื่อยเผยเนื้อหนังอย่างลำบาก บางคนพยายามยกมือเช็ดคราบเลือดบนหน้า…
คนตายได้ แต่มงกุฎห้ามตก!
ประมุขเฮาหลี่ข้างบ่อล่ามมังกรก็ได้ยินคำลูเมี่ยนเช่นกัน ผู้สูงส่งแห่ง ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ อย่างเขา ตัดสินใจคลายการกดทับเหล่า ‘อสุรกาย’ ลงบางส่วน
‘อสุรกาย’ ทั้งหลายเงยหน้ามองฟ้า ต่างตะโกนหาลูเมี่ยน
“มิตรสหายแห่งเต๋าเอ๋ย ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว!”
เสียงร้องหลายเสียงผสานกัน ก้องกังวานซ้อนทับชั้นแล้วชั้นเล่า
ลูเมี่ยนที่ได้รับอนุญาต รีบรวมพวกเขาเข้ากองพลตน เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นลูกน้องในทีม เป็นทหารของตน ต้านทานอำนาจ ‘พิชิต’ และ ‘เสน่ห์’ อันน่าสะพรึงของ ‘มังกรหายนะ’
เงา ‘อสุรกาย’ ทีละตนสองตน เริ่มซ้อนทับกัน ปรากฏกายด้านหลังลูเมี่ยน
นี่คือตัวตนในกระจกของพวกเขา
‘อสุรกาย’ ก้นมหาสมุทรสีเลือดนับหมื่น หรืออาจมากกว่า ยังคงรักษาสภาพโซ่ล่ามมังกร รักษาผนึก ไม่ให้มังกรหายนะ ‘หลุดพ้น’ พลางรอลูเมี่ยนนำกองทัพ ‘ร่างในกระจก’ ของพวกตนโจมตี ‘มังกรหายนะ’ โจมตีร่างแท้ของมันด้วยอำนาจทำลายล้าง
แขนทั้งหกข้างของลูเมี่ยน ล้วนลุกโชนด้วยเปลวไฟล่องหน บ้างสร้างวังวนปฐมกาล บ้างกำเพลิงทมิฬที่แช่แข็งวิญญาณแช่แข็งสรรพสิ่ง บ้างอุ้มแท่นบูชาสีแดงจาง บ้างปกคลุมด้วยสีเทาขาว บ้างชูธงไหม้เกรียม ประสานกันโจมตีร่างมหึมาของ ‘มังกรหายนะ’ โดยพร้อมเพรียง
พลังหกชนิดของ ‘นักบวชสีชาด’ และ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ผสานเป็นหนึ่ง กลายเป็นดาบยักษ์เพลิงทมิฬแห่งความพินาศ
ตัวตนในกระจกของ ‘อสุรกาย’ ต่างได้รับพรจากศักดิ์ลูเมี่ยน ช่วยกันโจมตีตามวิถีของตน โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นสายเฮาหลี่และนิกายที่เกี่ยวข้อง
พวกเขาได้รับอนุญาต ได้รับพรจากประมุขเฮาหลี่นอกบ่อล่ามมังกร ได้รับพรจาก ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ใน ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’
ทุกคนต่างยืมน้ำจากแม่น้ำมืดมิดไร้สีมาคนละหยด
หยดน้ำเหล่านี้ ล้วนกลายเป็นลูกศรพร่ามัว บินอึงคะนึงเข้าหาดาบทำลายล้างของลูเมี่ยน ภายใต้คุณสมบัติ ‘ทีมเดียวกัน’ ของ ‘นักบวชสีชาด’ บางส่วนถูกผลักออก บางส่วนหลอมรวมเข้าไป
เต๋าคืออะไร?
เต๋าคือ ความมุ่งมั่นรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่สามารถโค่นภูเขา!
เต๋าคือ ประกายไฟดวงน้อยที่สามารถแผดเผาทุ่งหญ้า!
เต๋าคือ ต่อสู้กับฟ้า สนุกไม่รู้จบ!
‘มังกรหายนะ’ คำรามลั่น แต่ก็ไม่อาจสร้างเหตุร้าย หรือนำภัยธรรมชาติมาสู่มิติแห่งนี้ ใช้ได้เพียงอำนาจอย่าง ‘พิชิต’ และ ‘เสน่ห์’
พระองค์ทำไม่ได้ ลูเมี่ยนก็ไม่ได้เช่นกัน
การทำลายล้างที่เขาก่อ ปัจจุบันยังคงซ่อนอยู่ในโลกกระจก ยังมาไม่ถึงความจริง ขณะที่ ‘มังกรหายนะ’ เองไม่ได้อยู่ในกระจก ยังคงถูกผนึก ถูกตรึงร่าง
เหล่า ‘อสุรกาย’ ที่ยืมหยดน้ำจากแม่น้ำอันธการนิรันดร์ ทั้งตัวตนในกระจกพร้อมด้วยร่างแท้ของพวกเขา ต่างถูกอำนาจของแก่นแท้ต้นกำเนิดกัดกร่อน จนสลายหายไปทีละตนอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ไม่มีใครเจ็บปวด สีหน้ายังคงสงบเรียบ รอยยิ้มคาดหวัง แววตาใฝ่ฝัน
‘อสุรกาย’ ที่ยังไม่สลายไป ต่างจ้องมองดาบยักษ์เพลิงทมิฬขยับเข้าใกล้พวกตนทีละนิด พลางยิ้มกว้าง
มาเถิด โจมตีพวกเราอย่าได้รีรอ!
เมื่อน้ำจาก ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ หลอมรวมมากขึ้น ดาบทำลายล้างที่ลูเมี่ยนสร้าง กลับไม่ได้พองโต แต่เล็กลงเรื่อยๆ มืดมิดขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานนัก มันก็กลายเป็นดาบยาวที่มนุษย์ปกติสามารถถือ
ดาบยาวมืดสนิททั้งเล่ม ยังคงหดตัวลง ราวกับจะกลายเป็นจุดดำที่บีบอัดเวลา อวกาศ การเกิดใหม่ ความตาย ทำลายล้าง เริ่มต้นใหม่ และแนวคิดอื่นๆ ไว้ด้วยกัน
เห็นการโจมตีในกระจกใกล้มาถึงความจริง ‘มังกรหายนะ’ เริ่มขดตัว
ส่วน ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ และ ‘อริยสงฆ์’ รอบบ่อล่ามมังกร ต่างทำให้ปรากฏการณ์รอบตัวกลายเป็นชัดเจน หลอมรวมเข้ากับบ่อ
ครืน! น้ำในบ่อสีเลือดสั่นกระเพื่อม โซ่ล่ามมังกรทยอยขาดทีละเส้น
วินาทีสุดท้าย เหล่าผู้สูงส่งทวีปตะวันตกลงมือปลดผนึก ปล่อยให้มิติจองจำมังกรหายนะสามารถบังเกิดภัยพิบัติ สามารถบังเกิดวันสิ้นโลก
การโจมตีของลูเมี่ยนทะลุออกจากโลกในกระจกทันที มาสู่ความจริง มาเหนือ ‘มังกรหายนะ’ ที่ยังไม่ทันตั้งตัว
ด้านหลังเขา ‘อสุรกาย’ สลายไปทีละตนเพราะถูกอำนาจแก่นแท้ต้นกำเนิดกัดกร่อน
ด้านเขา ‘อสุรกาย’ จำนวนมากกว่านั้น แตกสลายใต้คลื่นพลังทำลายล้าง
เห็นภาพนี้ อารมณ์รุนแรงในใจลูเมี่ยนระเบิดพลุ่งพล่านทันที
เขาตะโกนเสียงดัง
“สู้!”
สู้หมายถึง ทุ่มเทสุดกำลัง ล้มแล้วลุก!
สู้หมายถึง เสียสละเพื่อปณิธาน กล้าสั่งดวงอาทิตย์ดวงจันทร์เปลี่ยนวัน!
“สู้!”
พร้อมกับเสียงตะโกน ลูเมี่ยนปักดาบยาวมืดมิดไม่มั่นคงยิ่ง ใส่ลำคอของ ‘มังกรหายนะ’ ที่พันเกี่ยวกัน
ตำแหน่งดังกล่าวพลันหดเป็นจุดมืดเล็กๆ
จุดมืดดังกล่าวเริ่มดึงเนื้อหนัง เปลวไฟ เหล็กกล้า กระดูกขาว และสิ่งรอบข้าง พร้อมกับดูดอำนาจ แนวคิด และสัญลักษณ์ทั้งปวงเข้าไป
ร่าง ‘มังกรหายนะ’ โค้งกลับทั้งร่าง พลางส่งเสียงคำรามเงียบเชียบ
จากนั้น พระองค์พร้อมกับโซ่ล่ามมังกรและเหล่า ‘อสุรกาย’ ล้วนถูกจุดมืดลึกล้ำกลืนหายไปทั้งหมด
ความมืดมิดดังกล่าว เริ่มสูญเสียเสถียรภาพ พองตัวระเบิด พ่นแสงและความร้อนมหาศาล
เพล้งๆๆ ‘กระจกตัวแทน’ ของลูเมี่ยนแตกหมด ร่างของเขาปรากฏ ณ ขอบมิติปัจจุบัน
เขาเห็นเบื้องหน้าว่างเปล่า ไม่หลงเหลือสิ่งใดเลย
แต่บัดนี้ จากความว่าง ลมหายใจอันดุร้ายบ้าคลั่งของ ‘มังกรหายนะ’ แผ่ขยายออกมาอีกครั้ง ร่างมหึมานั้นกำลังก่อกำเนิดใหม่
พระองค์คือจิตสำนึกที่ ‘นครภัยพิบัติ’ สร้างขึ้นมา
หากจิตไม่ดับ เมื่อถูกทำลายร่าง ไม่นานก็ ‘เกิด’ ใหม่จาก ‘นครภัยพิบัติ’ ได้อีก
เมื่อครั้งอดีตกาล เหล่าผู้ฝึกตนแห่งทวีปตะวันตกสามารถผนึก ‘มังกรหายนะ’ จนมันใช้สัญลักษณ์ภัยพิบัติและอำนาจส่วนใหญ่ในมิติแห่งนี้ไม่ได้
แต่กระนั้นก็ยังไม่สังหารพระองค์ เพราะมันไร้ประโยชน์!
เห็นภาพตรงหน้า ลูเมี่ยนไม่ผิดหวังเลย เพราะเขาเตรียมใจรออยู่แล้ว
ต่อไปจะเป็นการต่อสู้ระยะที่สอง การต่อสู้ทางจิตสำนึกล้วนๆ
……………………………………………………..