ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 438 เรือผี
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 438 เรือผี
ตอนที่ 438 เรือผี
……….
มิสเตอร์แฮงแมนพร้อมแล้วสินะ…ลูเมี่ยนนำนาฬิกาพกเปลือกทองออกมา กดเปิดฝาแล้วอ่านเวลา
สำหรับเด็กหนุ่ม การอัญเชิญเกราะซ่อนเงาสามารถทำได้ทุกเมื่อ เรื่องเดียวที่ต้องกังวลคือ อีกฝ่ายดูอันตราย หากอัญเชิญโดยไม่มีเหตุผล ก็มีสิทธิ์ถูกโจมตีหรือถูกสาป แต่ในเมื่อมีไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ‘แฮงแมน’ จากชุมนุมทาโรต์อยู่ด้วย ปัญหานี้ก็จะหมดไป
ปัจจัยไม่แน่นอนเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้คือ ฟรังก้าจะว่างหรือไม่ อย่างไรเสีย เธอต้องทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษา
ลูเมี่ยนเผาจดหมาย ออกจากโรงแรมระกาทอง มุ่งหน้าตรงไปยังอพาร์ตเมนต์ห้อง 601 บ้านเลขที่ 3 ถนนเสื้อนอกขาว
“มาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้” ชัดเจนว่าฟรังก้าไม่ใช่พวกเข้านอนแต่หัวค่ำ
ลูเมี่ยนมองจินนาที่เพิ่งล้างเครื่องสำอางนางพญาออก แล้วหันไปยิ้มให้ฟรังก้า
“คืนนี้ว่างไหม เราจะอัญเชิญเกราะซ่อนเงาออกมาใหม่ เพื่อถามคำถามกับมัน”
อัญเชิญเกราะซ่อนเงาออกมาใหม่…ฟรังก้าตาเป็นประกาย โพล่งขึ้นทันที
“ว่าง!”
เกราะซ่อนเงาอาจมาจากบ้านเกิดของเธอ อาจเกี่ยวพันกับความลับในการเดินทางกลับ อย่าว่าแต่ดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้เลย ต่อให้เป็นหกโมงเช้า เธอก็ยินยอมพร้อมใจที่จะเป็นล่ามให้!
เห็นจินนาค่อนข้างฉงน เจือความอยากรู้อยากเห็น ฟรังก้าอธิบายโดยมิอาจเก็บซ่อนความตื่นเต้น
“ก่อนหน้านี้ ชาร์ลเคยให้เราช่วยจัดระเบียบข้อมูลสัตว์โลกวิญญาณให้ตรงตามเงื่อนไขใช่ไหมล่ะ หนึ่งในสัตว์อัญเชิญที่เขาเลือก ดันเกิดความกำกวมในนิยาม ทำให้ดึงดูดสัตว์โลกวิญญาณแปลกๆ มาแทน พลังในการสั่งขี้มูกกับพ่นน้ำลายที่เธอเคยเห็น ก็ได้จากการทำพันธสัญญากับสัตว์โลกวิญญาณตัวนั้น”
ฟรังก้าทั้งอิจฉาทั้งริษยา จึงเรียกวิชาฮึ่มฮ่าว่าการสั่งขี้มูกกับพ่นน้ำลาย
จินนาค่อนข้างประทับใจกับวิชาฮึ่มฮ่า โดยมองว่าเป็นท่าโจมตีที่ทั้งทรงพลังและน่าอัศจรรย์ ปฏิกิริยาแรกจึงเป็นการถามว่า “พวกเราสามารถทำพันธสัญญาแบบเดียวกันได้ไหม?”
“เฮ้อ…ฉันเองก็อยากทำพันธสัญญาแบบเดียวกันบ้าง แต่ดันไม่มีพันธสัญญาพิเศษเนี่ยสิ” ฟรังก้าทำหน้าเสียดายเจือผิดหวัง “สรุปก็คือ สัตว์โลกวิญญาณตัวนั้นพิเศษมาก พัวพันกับความลับไม่น้อย คนใหญ่คนโตในองค์กรเบื้องหลังเรา เอ่อ…ครึ่งเทพน่ะ ก็เลยสนใจมันมาก ตอนนี้มีแค่ชาร์ลที่ติดต่อมันผ่านพันธสัญญาได้ อัญเชิญออกมาได้อย่างแม่นยำ”
เล่าถึงตรงนี้ ฟรังก้าถามลูเมี่ยน
“เขามาแล้วหรือ”
“ใช่” ลูเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ
จินนามองทั้งสอง ถามด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คนที่มาคือจัสติส เมจิกเชี่ยน สตาร์ หรือมูนล่ะ?”
สีหน้าของฟรังก้าชะงักไปทันที ปากเผยอเล็กน้อย ดวงตาฉาบล้นด้วยความทึ่ง ลูเมี่ยนเองก็ผงะไปชั่วครู่เช่นกัน นึกไม่ถึงว่าจินนาจะเอ่ยโค้ดเนมของไพ่อาร์คาน่าใหญ่ออกมาได้หลายคน ถึงกับเชื่อว่าเพื่อนทั้งสองรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
ท่ามกลางความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วน จินนาคลายหัวคิ้ว พร้อมกับหัวเราะร่า
“ฉันเดาถูก! พวกเธอสังกัดองค์กรลับที่ใช้ไพ่ทาโรต์เป็นโค้ดเนมสินะ!”
“ธ…เธอรู้ได้ยังไง?” ฟรังก้าถามด้วยท่าทีตื่นตระหนก
จินนาหัวเราะในคอ
“เธอเก็บไพ่ทาโรต์เกือบสิบสำรับไว้ในห้อง แต่ไม่เคยเอาออกมาดูดวงเลย จนกระทั่งชาร์ลบอกฉันว่า มิสเตอร์ฟูลที่พวกเธอศรัทธาคือ ‘เดอะฟูล’ ในไพ่ทาโรต์ และตามชุมนุมศาสตร์เร้นลับ ฉันเคยได้ยินตำนานของ ‘จัสติส’ กับไพ่อาร์คาน่าใหญ่ใบอื่น รวมถึงการมีอยู่ของไพ่อาร์คาน่าเล็ก”
“ข้อมูลตั้งมากมายลอยอยู่ต่อหน้าทั้งที ถ้าไม่จับมาเชื่อมโยงกันบ้าง ลองเดาดูบ้าง พวกเธอคงล้อว่าฉันเป็นไอ้โง่แน่ๆ”
ยิ่งเธอพูดก็ยิ่งดูภูมิใจ
ฟรังก้าอึ้งไปสองสามวินาที
“โอสถนักกระตุ้นของเธอไม่เสียเปล่าสินะ…”
“ไม่เลว” ลูเมี่ยนจำใจต้องยกย่อง “เตรียมตัวดื่มโอสถแม่มดให้ดีล่ะ”
เด็กหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง ออกจากอพาร์ตเมนต์ 601 พร้อมกับฟรังก้าทันที เตรียมเขียนจดหมายถึงมาดามเมจิกเชี่ยนที่โรงแรมระกาทอง แจ้งอีกฝ่ายว่าพร้อมอัญเชิญเกราะซ่อนเงาแล้ว
จินนามองแผ่นหลังของทั้งสอง พึมพำกับตัวเองไร้เสียง
“แม่มด…”
“ถ้าผู้ชายดื่มโอสถแม่มด มันจะเป็นยังไงกันนะ…”
…………
โรงแรมระกาทอง ห้อง 207
หลังจากส่งจดหมาย ลูเมี่ยนไม่รีบดับเทียน ยังคงรอการตอบกลับท่ามกลางแสงสว่างสองแหล่ง
ฟรังก้าเดินไปเดินมาในห้องอันคับแคบ กึ่งประหม่ากึ่งตื่นเต้น
เธออยากได้เบาะแสสำหรับกลับบ้านเกิดจากเกราะซ่อนเงา แต่อีกใจก็กลัวว่าความหวังสุดท้ายจะดับมอดไป
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป เมื่อนางมารสุขสมเริ่มรู้สึกเหมือนนานนับปี แสงเทียนในห้องก็พลันลุกโชน
จากแสงสีเหลืองสลัวขนาดเท่าหัวคน ประกายดาวระยิบระยับปลิวว่อนออกมา รายล้อมลูเมี่ยนกับฟรังก้า
ราวกับทั้งสองถูกพาตัวมายังท้องฟ้ายามค่ำคืนอันไร้ขอบเขต ร่างกายดูเล็กจิ๋วผิดวิสัย
หลังจากวิงเวียนศีรษะอยู่ครู่หนึ่ง ลูเมี่ยนกับฟรังก้าพบว่าพวกตนมิได้อยู่ในห้อง 207 ถนนระกาทองอีกต่อไป แต่ย้ายมายังดาดฟ้าเรือสักลำ รายล้อมด้วยบรรยากาศอันมืดมิดยามราตรีกาล
สิ่งแรกในสายตาพวกเขาคือเสากระโดงเก่าๆ สามต้นเรียงกัน ใบเรือสีเทาขาวถูกม้วนขึ้นทั้งหมด ดูคล้ายกับประตูที่เปิดอ้า
แสงจันทร์สีแดงเรื่อสาดส่องลงมาจากท้องฟ้า แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ตำแหน่งของลูเมี่ยนกับฟรังก้าสว่างไสว บรรยากาศรอบๆ ทั้งมืดครึ้มทั้งสลัว ผนวกกับไม้กระดานกระดำกระด่าง ก็ยิ่งดูเหมือนบ้านผีสิงโบราณเข้าไปใหญ่
ฟรังก้ารีบกวาดสายตาไปรอบตัว ถอนหายใจเสียงดังอย่างผ่อนคลาย
“ว้าว! เรือใบโบราณ”
“เหมาะแก่การถ่ายหนังผีมาก!”
“หนังผีคืออะไร?” ลูเมี่ยนถามอย่างเป็นกันเอง
ฟรังก้ายิ้มแหยๆ
“ก็ละครเวทีที่เล่าเรื่องผีไง”
ขณะพูด เธอเอื้อมมือไปสัมผัสกับเชือกป่านสีเข้มริมกราบเรือ ราวกับต้องการวิเคราะห์อายุที่แน่ชัด
ทันใดนั้น เชือกกลายเป็นมีชีวิตขึ้นมา รัดพันมือขวาฟรังก้าคล่องแคล่ว ซ้ำยังลุกลามไม่ลดละ หมายมั่นจะพันธนาการนางมารสุขสมให้ได้
เพลิงทมิฬบางๆ ลุกโชนในพริบตา แผดเผาเชือกป่านสีเข้มที่ดูเหมือนจะมีชีวิตจิตใจนี้
เชือกรีบหดกลับไปทันที ราวกับกำลังปวดแสบปวดร้อน
พร้อมกันนั้น กองเชือกที่นอนนิ่งบนดาดฟ้าเรือ ก็พุ่งฟ้าวเข้าหาลูเมี่ยนทันใด
เด็กหนุ่มตอบโต้ด้วยการยกมือขวาที่อุ่นวาบกะทันหัน คว้าส่วนปลายของเชือกเอาไว้ได้
เชือกเส้นดังกล่าวพลันสงบเสงี่ยมเจียมตัว ราวกับพลังชีวิตถูกสูบจนเกลี้ยงในพริบตา
เชือกทุกเส้นในบริเวณใกล้เคียงที่มีชีวิตขึ้นมากะทันหัน พร้อมใจกันกลับไปเป็นเชือกธรรมดาๆ ทันที หล่นตุ้บลงบนพื้นดาดฟ้าเรือ ไม่มีเส้นใดกระดุกกระดิกอีก
ลูเมี่ยนก้มหน้ามองมือขวาตัวเอง พึมพำอย่างไร้เสียง
“ออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตในตัวเรา กับเรือลำนี้ มีการสั่นพ้องกันอย่างเบาบาง…”
“เชือกประหลาดพวกนี้สัมผัสถึงความอุ่นจากมือขวาเราได้ จากนั้นก็เชื่องไปทันที…”
“นี่มัน…เรือใบโบราณที่เราเห็นที่ท่าเรือลาวีนตอนเช้านี่?”
“ท่าจอดเรือลาวีน…วิหารเดอะฟูล…ที่แท้ก็เรือของมิสเตอร์แฮงแมนนี่เอง”
สมองลูเมี่ยนประมวลผลด่วนจี๋ ไม่นานก็เริ่มคาดเดาได้
ส่วนฟรังก้าหมุนตัวครึ่งรอบ กล่าวด้วยอาการตื่นเต้น
“นี่คือเรือผี…เรือผียังไงล่ะ!”
“มันมีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง!”
เมื่อเสียงของนางมารสุขสมดังสะท้อนไปทั่วดาดฟ้าเรือ ลูเมี่ยนได้ยินคำพูดของมาดามเมจิกเชี่ยน
“นี่คือเรือผีของมิสเตอร์แฮงแมน เป็นมรดกตกทอดจากจักรวรรดิทูดอร์ ยังมีปริศนาอีกมากที่ยังไม่กระจ่าง ไว้ถ้าเขาจะจ่ายค่าตอบแทนให้ เธอสามารถขอเดินสำรวจเรือลำนี้ได้ ส่วนจะเริ่มเมื่อไรก็ตัดสินใจเองเลย”
เกี่ยวข้องกับจักรวรรดิทูดอร์จริงด้วย…ลูเมี่ยนยิ่งมั่นใจ พลางเดินเข้าไปในห้องพักเรือ
ฟรังก้าก็เดินตามมาเช่นกัน มองซ้ายมองขวาด้วยความสนใจ จับตรงนั้นเคาะตรงนี้ไปเรื่อย บ้างก็กระซิบกระซาบสองสามคำ ราวกับพยายามสื่อสารกับเรือผีของมิสเตอร์แฮงแมน
ท่ามกลางเสียงเสียดสีของไม้ ประตูบานหนึ่งในห้องเรือก็เปิดออกเอง
ในห้องมีพรมผืนหนาสีน้ำตาลเข้ม ผนังด้านหนึ่งเป็นชั้นหนังสือ เก็บหนังสือเก่าปกเหลืองอ๋อย อีกด้านหนึ่งเป็นตู้เก็บไวน์ มีไวน์สีแดงเข้มวางเรียงเบียดเสียด
หน้าชั้นหนังสือมีโต๊ะไม้กว้างๆ บนโต๊ะมีขวดหมึก ปากกาขนนก เครื่องวัดมุมทองเหลือง กล้องส่องทางไกลโลหะสีดำ และเทียนไขสีขาว
ชิดกับโต๊ะกว้างมีชายวัยกลางคนยืนอยู่ เรือนผมสีน้ำเงินเข้มยุ่งเหยิง ผิวทองแดงหยาบกร้าน สวมเสื้อลินิน แจ็กเกตสีน้ำตาล และกางเกงขาบานสีเข้ม บรรยากาศดูน่าเกรงขาม ลูเมี่ยนจำได้ว่าอีกฝ่ายคือ ‘ผู้สวดมนต์’ ในวิหารเดอะฟูลเมื่อตอนเช้า
“คุณคือมิสเตอร์แฮงแมนหรือ” ลูเมี่ยนถาม
ชายวัยกลางคนพยักหน้าเบาๆ
“ผมคือแฮงแมน”
ฟรังก้ามองหน้าอีกฝ่าย เมื่อตระหนักว่าตนกำลังอยู่บนเรือผี ก็พลันฉุกคิดบางสิ่งได้
“ค…คุณคือ ‘ทูตพายุ’ อัลเจอร์ใช่ไหม งั้นเรือลำนี้ก็คือ…โทสะสีคราม?” ฟรังก้าโพล่งขึ้นอย่างตกตะลึงเชิงยินดีปรีดา
แฮงแมนมองเธอครู่หนึ่ง ตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“คุณเคยได้ยินเรื่องของผมด้วยหรือ”
“แน่นอน!” ฟรังก้าชื่นชมอย่างออกนอกหน้า “คุณคือราชาแห่งท้องทะเลที่มิได้ถือตำแหน่งราชาโจรสลัด หากมิใช่เพราะคุณต่อสู้กับ ‘ราชาแห่งห้าห้วงสมุทร’ กลางทะเลหมอก จนเรือในน่านน้ำข้างเคียงสัมผัสถึงพายุอันน่าพรั่นพรึง ก็คงไม่มีใครทราบว่าคุณคือครึ่งเทพ”
“อีกทั้ง คุณยังแตกต่างจากโจรสลัดพวกนั้น เป็นนักล่าสมบัติขนานแท้ ผู้วางตัวใสสะอาดและทะเยอทะยาน ไม่เคยปล้นเรือประชาชน มุ่งมั่นอยู่กับการสำรวจสุดขอบฝั่งตะวันตกของทะเลหมอก เพื่อตามหา ‘นิวอินส์ที่สาบสูญ’ กับ ‘มรดกจักรวรรดิโซโลมอน’”
หญิงสาวอดกลั้นคำว่า ‘คุณเป็นไอดอลของผม’ เอาไว้อย่างเต็มกลืน โดยมองว่าวลีมันล้ำยุคเกินไปสักหน่อย — ความฝันของฟรังก้าคือการเป็นนักล่าสมบัติ ได้ล่องเรือไปทั่วห้าห้วงสมุทร
ทูตพายุอัลเจอร์…หลังจากลูเมี่ยนค้นพบว่า กองกำลังหลักของศาสนจักรเดอะฟูลปักหลักอยู่ในทะเล ก็เริ่มสอบถามฟรังก้าเกี่ยวกับราชาโจรสลัดและพลเรือโจรสลัด จึงทราบว่า ‘ทูตพายุ’ อัลเจอร์ คือกัปตันเรือครึ่งเทพ แต่ไม่ได้เป็นราชาโจรสลัด จึงไม่มีคำว่า ‘ราชา’ ในฉายา ส่วนพลเรือโทโรคภัยที่เพิ่งเลื่อนระดับเป็นราชาโจรสลัด ปัจจุบันมีฉายาว่า ‘ราชินีโรคภัย’
ส่วน ‘นิวอินส์ที่สาบสูญ’ กับ ‘มรดกจักรวรรดิโซโลมอน’ ต่างก็เป็นตำนานขุมทรัพย์ที่โด่งดังมาหลายปีในห้าห้วงสมุทร
ในบางครั้ง ลูเมี่ยนก็นึกชื่นชมผู้แต่งนิยายชุด ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’ อย่างฟอร์ส·วอลล์ ที่กล้าเขียนถึงเรื่องราวฉาวโฉ่ของราชาโจรสลัด
ไม่กลัวถูกตามล่าถึงหน้าประตูบ้านเลยหรือ?
หรือว่า…เธอจะอยู่ภายใต้ร่มเงาของศาสนจักรเดอะฟูล?
เผชิญหน้ากับคำชื่นชมอย่างกระตือรือร้นของฟรังก้า แฮงแมนอัลเจอร์เงียบไปสองวินาที
“ความเร่าร้อนถือเป็นเรื่องดี แต่ก็ถือเป็นเรื่องไม่ดีเช่นกัน”
“เรามาเริ่มพิธีกันเลยไหม”
ฟรังก้าบ่มงึมงำอยู่คนเดียว
“ผู้ชายน่ะ จนตายก็ยังมีด้านที่เป็นเด็กเสมอ…”
ลูเมี่ยนตอบคำถามของแฮงแมน
“ได้ทุกเมื่อครับ”
……………………………………………………..