ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 437 เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 437 เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด
ตอนที่ 437 เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด
……….
ในช่วงต้นของการเทศนา จินนาไม่รู้สึกอะไร ส่วนนี้ไม่ต่างกับพระคัมภีร์ของสุริยันเจิดจรัสมากนัก มีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน
เมื่อได้ยินเทพแท้จริง ‘เดอะฟูล’ ขอให้ผู้อื่นเรียกตนว่า ‘เขา’ แทน ‘พระองค์’ จินนาเริ่มคล้อยตาม เริ่มจดจ่อสมาธิ
ไม่นานนัก เธอก็เผยสีหน้าประหลาดใจอย่างมิอาจหักห้าม
เกอร์มัน·สแปร์โรว์ นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคนของศาสนจักรเดอะฟูล?
เขาคือร่างอวตารของเทวทูต ผู้คอยถ่ายทอดพระวจนะของเดอะฟูลในนามแห่งการไถ่ถอน?
ท่ามกลางความตกตะลึง จินนาฟังเทศนาที่ไม่ยาวนักจนจบ บิชอปไทส์เลียนลูกครึ่งคนยักษ์มิได้ไถ่ถามว่าต้องการนับถือเดอะฟูลหรือไม่ เพียงเดินไปหาผู้สวดมนต์ไม่กี่คนในวิหาร
ผู้สวดมนต์ดูแล้วน่าจะเป็นลูกเรือในทะเล วัยกลางคน ผิวทองแดง บนใบหน้ามีร่องรอยลมฝน ผมเผ้ายุ่งเหยิงสีน้ำเงินเข้ม กำลังนั่งก้มศีรษะสวดมนต์ จนมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน
เขาแต่งตัวตามกระแสนิยมในหมู่ลูกเรือหรือโจรสลัด สวมเสื้อลินิน แจ็กเกตสีน้ำตาล กางเกงขาบานหลวมๆ สีเข้ม สะโพกรัดด้วยเข็มขัดแบบพิเศษ เหน็บมีดไว้หนึ่งเล่ม รวมถึงกล้องส่องทางไกลและสิ่งของอื่นๆ
คงจะเป็นกัปตัน ดูน่าเกรงขามมาก…ลูเมี่ยนถอนสายตากลับ มองหน้าจินนา
จินนายังคงย่อยสารที่เพิ่งรับมา หัวสมองกำลังโกลาหล อากัปกิริยาขณะลุกยืนเป็นไปอย่างเหม่อลอย เดินออกจากวิหาร ย่างกรายอย่างไร้ทิศทางไปตามริมท่าเรือ
สองมือลูเมี่ยนล้วงกระเป๋า เดินตามหลังเธอ ไม่พูดอะไร ไม่ทำอะไร
หลังจากเดินไปได้เกือบสิบนาที จินนาลดความเร็วลง พึมพำกับตัวเอง
“คุณถึงได้พูดว่า ตัวเองยังเป็นผู้ศรัทธาบางๆ ของเทพ”
เทพในที่นี้หมายถึง ‘สุริยันเจิดจรัส’
ลูเมี่ยนพูดยิ้มๆ
“คุณเองก็เป็นสาวกบางๆ ของมิสเตอร์ฟูลได้เหมือนกัน เขาไม่ถือสาเรื่องแบบนี้หรอก”
“ฉ…ฉันขอคิดดูก่อน…” คำเทศนาวันนี้ค่อนข้างพลิกความเชื่อของจินนา มิใช่เพราะพระคัมภีร์เขียนได้ดี แต่เป็นเพราะคำที่มิสเตอร์ฟูลอนุญาตให้สาวกเรียกขานตน รวมถึงท่าทีที่ศาสนจักรเดอะฟูลมีต่อสาวก มันค่อนข้างแตกต่างจากการศึกษาที่เธอได้รับมา ทำให้หญิงสาวเลิกต่อต้านการนับถือเทพมากกว่าหนึ่งองค์ ศรัทธาสั่นคลอนไม่น้อย เริ่มเกิดการต่อสู้ภายในใจ
ลูเมี่ยนมองเธอครู่หนึ่ง แต่มิได้เซ้าซี้อะไร
ในเวลาแบบนี้ ตามหลักการแล้ว พอโน้มน้าวไปถึงจุดหนึ่งก็ควรพอ การฝืนใจที่มากเกินพอดีจะทำให้เกิดแรงต้าน นำไปสู่การปฏิเสธหรือความรังเกียจโดยไม่จำเป็น
แทบจะพร้อมกัน ลูเมี่ยนถอนหายใจพลางรำพัน:
อย่างที่คิด การเผยแผ่ศาสนาจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ…
ด้วยมิตรภาพระหว่างเรากับจินนา พอเธอได้ยินข้อเสนอ ก็แทบไม่ต้องคิดนาน ตอบทันทีว่าไม่อยากเปลี่ยนศาสนา แต่หลังจากฟังบิชอปเทศนาพร้อมคำอธิบาย ความเชื่อกลับเริ่มสั่นคลอน…
ทั้งสองเดินต่อไปเงียบๆ อีกสักสิบยี่สิบเมตร ลูเมี่ยนมองไปทางท่าเรืออันวุ่นวายไกลๆ รวมถึงถนนใกล้ๆ ที่มีผู้คนสัญจรผ่านไม่มากนัก พลางถามอย่างเป็นกันเอง
“คุณรวบรวมวัตถุดิบโอสถแม่มดไปถึงไหนแล้ว”
จินนาชะงักไป
“ฉันเพิ่งย่อยโอสถนักกระตุ้นเสร็จเมื่อสองวันก่อน ใครมันจะไปรวบรวมวัตถุดิบหลักโอสถแม่มดครบในสองวัน!”
อาจเป็นเพราะเพิ่งออกจากวิหาร เธอยังเกรงใจไม่อยากสบถหยาบนัก
“หึ…ผมย่อยโอสถนักวางเพลิงเสร็จเมื่อวาน ในวันเดียวกัน ผมรวบรวมวัตถุดิบหลักกับวัตถุดิบเสริมของโอสถนักวางแผนครบแล้ว” ลูเมี่ยนพูดกระทบจินนา
ในที่สุดจินนาก็สุดจะทน
“บัดซบ! พวกเราจะเหมือนกันได้ยังไง? ถ้าเลือกได้ ฉันเองก็อยากเข้าไปในลานล่าเพื่อย่อยโอสถกับล่าวัตถุดิบบ้างเหมือนกัน!”
เธอได้ฟังจากฟรังก้าแล้ว ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูเมี่ยนในปราสาทหงส์แดง แต่ไม่รวมถึงจดหมายตอบกลับจากมาดามเมจิกเชี่ยน
มันทำให้จินนาแทบไม่อยากจะเชื่อ
จนถึงเมื่อคืนวาน เธอกับลูเมี่ยนยังอยู่ลำดับ 8 ลำดับ 7 กัน ไม่ถือว่าแตกต่างกันมากนัก แล้วทำไมสิ่งที่ประสบพบเจอถึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ยังกับอยู่คนละโลกกัน?
คนหนึ่งยังลอยอยู่บนผิวของศาสตร์เร้นลับ ได้พบเจอเรื่องสยองขวัญบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนอีกคนดำดิ่งลงสู่ใจกลางศาสตร์เร้นลับ รายล้อมด้วยความลับและอันตราย
หลังจากระบายความอัดอั้น จินนาพึมพำกล่าว
“ฉันเพิ่งถาม ‘ผู้ชำระ’ มา พวกเขาดูไม่ค่อยอยากเห็นฉันเลื่อนลำดับเป็นแม่มดกันสักเท่าไร หึ…ทางนั้นไม่อยากออกทุนให้ฉันก่อน บอกว่าช่วงนี้ยังไม่มีอะไรสำคัญให้ฉันไปสืบ แต่พวกเขารับปากว่า ถ้าฉันหาเงินได้ จะยอมขายวัตถุดิบหลักกับวัตถุดิบเสริมที่ค่อนข้างหายากให้ในราคาส่วนลด เพียงชิ้นละ 16,000 เฟลคินต่อหนึ่งวัตถุดิบหลัก”
ราคาส่วนลด หืม…คำสัญญานี้บอกเป็นนัยว่า ‘ผู้ชำระ’ มีวัตถุดิบหลักของโอสถแม่มดเตรียมไว้แล้ว? เรานึกว่าพวกเขาจะมีแต่ตะกอนพลังแม่มดที่รวมเป็นก้อนแล้วเสียอีก เพราะต้องไม่ลืมว่า วิธีที่ได้มาซึ่งตะกอนพลังแม่มดคือการล่า…หรือศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสจะมีวิธีแยกตะกอนพลังออกมาเป็นวัตถุดิบหลัก? ลูเมี่ยนยังคงไม่ได้คำตอบ
เด็กหนุ่มมองไปตามริมถนน ถามด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ตอนนี้คุณติดหนี้ฟรังก้า 60,000 เฟลคินแล้วใช่ไหม”
“ใช่” พอพูดถึงเรื่องนี้ จินนารู้สึกไม่สบายใจ “ไม่รู้ว่าจะใช้หนี้หมดเมื่อไร”
ลูเมี่ยนหัวเราะ
“งั้นอยากเป็นหนี้เพิ่มอีกสักหน่อยไหม”
“หา?” ความคิดจินนาติดขัดไปชั่วขณะ
สองมือลูเมี่ยนยังคงล้วงกระเป๋า พลางกล่าวยิ้มๆ
“คุณเป็นหนี้ผม 35,000 เฟลคิน แล้วผมจะช่วยรวบรวมของปรุงโอสถแม่มดให้ครบๆ เลย”
“ค…คุณรู้ช่องทางรวบรวม?” ท่าทีแรกของจินนาคือการยืนยันข้อเท็จจริง
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่มีโอกาสสูงทีเดียว”
เด็กหนุ่มคิดจะแลกจากชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก
การ์ดเนอร์·มาร์ตินพูดไว้เมื่อวานว่า การผจญภัยในคูหาใต้ดินปราสาทหงส์แดงของเขาเกิดผลดีมาก ถือเป็นคะแนนผลงานก้อนใหญ่ สามารถแลกเป็นของรางวัลได้ทันที หรือสะสมไว้ไปรวมกับผลงานอื่น เพื่อแลกเปลี่ยนกับโอสถในลำดับสูงกว่า ลูเมี่ยนยังหาโอกาสใช้คะแนนไม่ได้ จึงขอสะสมไว้ก่อน แต่ในตอนนี้ เด็กหนุ่มอยากนำคะแนนผลงานมาช่วยจินนาแลกวัตถุดิบหลักของโอสถแม่มด
นี่อาจต้องเพิ่มเงินเล็กน้อย แต่ภัยพิบัติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หลังจากนั้น เขาอาจไม่ได้อยู่ในชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กต่อ จึงควรหาโอกาสแปลงคะแนนผลงานที่จับต้องไม่ได้ ให้เป็นของรางวัลโดยเร็ว
เมื่อเทียบกับแล้ว คะแนนผลงานระดับนี้เพียงพอต่อการแลกเปลี่ยนเป็นสมบัติวิเศษ ซึ่งชัดเจนว่ายังด้อยกว่า ‘แม่มด’ ที่มีชีวิตจิตใจสักคน ตราบใดที่อีกฝ่ายยินยอมช่วยเหลือ
เมื่อถึงเวลานั้น การผนึกกำลังระหว่าง ‘นักวางแผน’ ลูเมี่ยน ‘นางมารสุขสม’ ฟรังก้า และ ‘แม่มด’ จินนา แม้แต่ในหมู่กองกำลังทางการ อย่างเช่น ‘ศาล’ ก็ยังถือเป็นทีมชั้นยอด ขอแค่มีสมบัติวิเศษที่เกื้อหนุน ก็เพียงพอต่อการรับมือผู้วิเศษต่ำกว่าครึ่งเทพได้ทุกคน อีกทั้ง พวกเขายังมีสมาชิกวงนอกอย่าง ‘นักจิตบำบัด’ อ็องโตนี·รีด
สำหรับคำถามที่ว่า การ์ดเนอร์·มาร์ตินมีวัตถุดิบหลักของโอสถแม่มดหรือไม่ ลูเมี่ยนเอนเอียงไปทาง ‘มี’ เพราะต้องไม่ลืมว่า เส้นทางหลักของชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กคือนักล่า ซึ่งอยู่ติดกับเส้นทางนักลอบสังหาร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เกิดปรากฏการณ์ ‘แรงดึงดูดระหว่างตะกอนพลังเส้นทางใกล้เคียง’
หากไม่มีจริงๆ เขายังไปถามจากมิสเตอร์ K หรือมาดามเมจิกเชี่ยนได้
จินนาเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ตอบในทันที
ลูเมี่ยนยิ้มอีกครั้ง
“การเป็นหนี้ผมไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ นอกจากต้องใช้เงินต้นคืน คุณยังต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย นั่นคือการช่วยผมทำงาน คุณถือว่าโชคดีนะ เพราะโอกาสนั้นกำลังจะมาถึงพอดี”
จินนาเม้มปาก ถอนหายใจเชื่องช้า
“ตกลง ฉันจะจ่ายคุณ 10,000 เฟลคินก่อน จะได้ติดหนี้แค่ 25,000”
“ไม่มีปัญหา” ลูเมี่ยนรับปากอย่างไม่ใส่ใจ
เห็นจินนาทำท่าเหมือนมีอะไรอยากพูดต่อ เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก…”
จากนั้น เขาบีบเสียงให้เล็กลง แสร้งเลียนเสียงสตรี
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา”
“…” จินนาที่เก็บกดมานาน ในที่สุดก็พ่นออกมาคำหนึ่ง “บัดซบ!”
ลูเมี่ยนหัวเราะ แต่ไม่ตอบโต้
จินนาเดินข้ามถนนไปพร้อมกันโดยไม่พูดไม่จา มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีรถม้าสาธารณะจอดอยู่หลายคัน
ขณะขึ้นรถม้า จินนาพึมพำกับตัวเอง
“ขอบคุณ”
ลูเมี่ยนทำเหมือนไม่ได้ยิน เพียงเข้าไปจับจองที่นั่งแล้วนั่งลงโดยไม่มีการตอบสนอง
…………
ตอนบ่าย บ้านเลขที่ 11 ถนนน้ำพุ
ลูเมี่ยนมาหาการ์ดเนอร์·มาร์ตินที่สวมเสื้อเชิ้ตกับเสื้อไหมพรม
“ผู้การ ผมอยากแลกคะแนนผลงานเป็นโอสถแม่มดหรือวัตถุดิบที่สอดคล้องกัน” ลูเมี่ยนเข้าประเด็นที่มาเยือนโดยไม่อ้อมค้อม
การ์ดเนอร์·มาร์ตินมิได้ประหลาดใจ เพียงมองลูเมี่ยนพลางถามยิ้มๆ
“คุณเตรียมโอสถแม่มดไปให้ใคร”
“จินนา” ลูเมี่ยนตอบตรงๆ
การ์ดเนอร์·มาร์ตินแสดงภาษากายบ่งบอกว่ากำลังฟัง เป็นสัญญาณให้ลูเมี่ยนพูดต่อ
เด็กหนุ่มกล่าวจากใจจริง
“ผมอยากได้ผู้ช่วยประจำ เชื่อใจได้ และมีฝีมือไม่เลว”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“แล้วก็ ผมอยากลองสัมผัสความสุขสมที่แท้จริงดูสักครั้ง”
การ์ดเนอร์·มาร์ตินหัวเราะในคอ
“ดีมาก นี่แหละ ความทะเยอทะยานของนักล่า”
“ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้เช้าคุณมาเอาตะกอนพลังกับวัตถุดิบเสริมได้เลย แล้วก็ ต้องจ่ายเพิ่มอีก 10,000 เฟลคิน”
การ์ดเนอร์·มาร์ตินเข้าใจความนัยของลูเมี่ยนในประโยคเมื่อครู่ ซึ่งบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มสนิทสนมกับจินนา ในระดับที่เชื่อใจกัน พลางสื่ออ้อมๆ ว่าตนกับฟรังก้าแค่ช่วยเหลือกันเท่านั้น ไม่มีส่วนร่วมในความสุขสม
ลูเมี่ยนยิ้มตอบ
“ขอบคุณครับ ผู้การ”
ออกจากถนนน้ำพุ เมื่อกลับถึงคาบาเร่ต์ลมเอื่อย ลูเมี่ยนที่วิ่งวุ่นมาทั้งวัน ในที่สุดก็ได้พักผ่อนหย่อนใจ
ตกกลางคืน เด็กหนุ่มดื่ม ‘นางฟ้าหยก’ พลางฟังจินนาในชุดนางพญาร้องเพลงหาเงิน ความคิดกำลังล่องลอยเรื่อยเปื่อย
“นักร้องใต้ดินจะหาเงินได้สักเท่าไรเชียว ปีนึงก็คงหลักพันเฟลคิน…”
“การปอกลอกชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กกับการล่าสาวกเทพมารทำเงินได้มากกว่าลิบลับ… ไว้จินนาเป็นแม่มดเมื่อไร ก็จะแข็งแกร่งเพียงพอสำหรับเข้าร่วมศึก…”
“พอพูดแบบนี้แล้ว เมื่อก่อนตอนที่อ่านนิยายชุดนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ เราไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอลองย้อนนึกดู เกอร์มัน·สแปร์โรว์เจาะจงล่าแต่พวกโจรสลัดที่มีตะกอนพลังทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือ? ไม่มีทางที่โจรสลัดตัวเป้งจะไม่มีตะกอนพลังอยู่แล้ว”
“อา…รายละเอียดการต่อสู้อาจคลุมเครือหรือเกินจริงไปบ้าง ส่วนใหญ่จะเน้นย้ำเฉพาะจุดสำคัญ แต่ก็บ่งบอกว่าผู้แต่งมีความเข้าใจเกี่ยวกับศึกระหว่างผู้วิเศษ…มาดามฟอร์ส·วอลล์เองก็เป็นผู้วิเศษ?”
“…”
ผ่อนคลายจนใกล้รุ่งสาง ลูเมี่ยนกลับไปยังโรงแรมระกาทอง
เพิ่งจะเปิดประตูห้อง 207 เข้าไป ภายใต้แสงจันทร์สีแดงเรื่อ เด็กหนุ่มเห็นกระดาษที่ถูกพับสี่เหลี่ยมวางอยู่บนโต๊ะไม้
จดหมายจากมาดามเมจิกเชี่ยน…ลูเมี่ยนจุดโคมไฟคาร์ไบด์ แล้วคลี่กระดาษจดหมายอ่าน
“มิสเตอร์แฮงแมนอยากให้คุณกับสองถ้วยอัญเชิญเกราะซ่อนเงา เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี เขาจะเป็นผู้จ่ายทองคำ”
“ถ้าพวกคุณกำหนดเวลาได้แล้ว แจ้งให้ฉันทราบด้วย”
……………………………………………………..