ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 489 โลภ
ตอนที่ 489 โลภ
แม้ ‘เนตรสัตย์จริง’ จะปนเปื้อนมลทินอย่างหนัก เมื่อสวมใส่อาจได้ยินเสียงขององค์ซ่อนเร้นบางพระองค์ รวมถึงได้รับผลข้างเคียงเชิงลบที่ไม่อาจขจัดออก แต่ลูเมี่ยนมองว่าภายในนี้คือทรีอาร์ยุคที่สี่ อยู่ใต้อำนาจของผนึกอันทรงพลัง จนสามารถกีดกันอิทธิพลจากภายนอก แม้แต่พรของเทพมารก็ไม่อาจกลับคืนสู่รากเหง้า ดังนั้น เสียงเพรียกหาของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ก็ไม่ควรได้ยินเช่นกัน
กล่าวคือ ภายในนี้ โดยเฉพาะในทรีอาร์ยุคที่สี่ในกระจก การใช้ ‘เนตรสัตย์จริง’ ไม่ควรส่งผลข้างเคียงเชิงลบ
แน่นอน ภายในมิติแห่งนี้อาจเคยมีเทวทูตเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ ร่วงหล่นสักพระองค์ หรือมีเทวานุภาพในเส้นทางเดียวกันตกค้างอยู่ การสวม ‘เนตรสัตย์จริง’ จึงยังมีโอกาสได้ยินเสียงที่ไม่ควรได้ยิน ดังนั้น ลูเมี่ยนตัดสินใจไม่สวมมันนานเกินไป แค่อยากหาการ์ดเนอร์·มาร์ตินในกระจกให้พบ ลงมือให้เสร็จ แล้วก็ถอดสมบัติวิเศษชิ้นนี้ออกทันที
มองผ่านเลนส์ที่แนบชิดกับดวงตา ซึ่งราวกับมีเส้นเลือดสีม่วงอยู่นับไม่ถ้วน ลูเมี่ยนเห็น ‘ใยแมงมุม’ นับไม่ถ้วน เส้นบางจนแทบมองไม่เห็น กำลังแกว่งไกวแผ่วเบารอบตัวฟรังก้า ส่งอิทธิพลต่อ ‘คนในกระจก’ อย่างจินนาชายและคนอื่นๆ
ในทำนองเดียว ฟรังก้าชายก็สร้าง ‘ใยแมงมุม’ จำนวนมาก โดยไม่ถูกตีกรอบด้วยชื่อโอสถ ‘แม่มด’ แต่อย่างใด
ลูเมี่ยนยังเห็นด้วยว่า บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยผมสีดำเส้นเล็กคล้ายงู พวกมันแทบจะไร้ตัวตน คอยลูบไล้ทุกสรรพสิ่งที่เข้ามาสัมผัส ต้นกำเนิดคงมาจากเสาหินสีดำขนาดมหึมา ซึ่งทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้านั่นเอง
ขณะเดียวกัน ตาซ้ายของลูเมี่ยนก็สะท้อนภาพการ์ดเนอร์·มาร์ติน ในกระจก
อีกฝ่ายซ่อนตัวข้างๆ เสาหินสีเทา ดูเหมือนกำลังล่องหนอยู่
บัดนี้ลูเมี่ยนกลายเป็น ‘นักพรต’ แล้ว จึงกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาเป็นครั้งที่ห้าโดยไม่ลังเล
ร่างของเด็กหนุ่มผู้สวม ‘เนตรสัตย์จริง’ หายวับไปทันที โผล่อีกครั้งด้านหลังการ์ดเนอร์ในกระจก
มุมปากของลูเมี่ยนยกขึ้น พร้อมกับชกหมัดขวาใส่ศัตรู ซึ่งเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตำแหน่งของตนถูกเปิดเผย จนมิอาจตอบสนองได้ทันท่วงที
สองมือของเด็กหนุ่ม ล้วนหุ้มด้วยถุงมือสนับสีดำเหล็กที่เต็มไปด้วยหนามแหลมสั้นๆ
ทุบตี!
การ์ดเนอร์ในกระจก เตรียมจะพุ่งไปข้างหน้า เพื่อเปลี่ยนร่างเป็นหอกสีขาวโชติช่วง หวังทิ้งระยะห่างออกไป ก็ถูกลูเมี่ยนชกเข้ากกหูเสียก่อน
ปัก!
หมัดขวาของลูเมี่ยนชกลงมาตามแรง กระแทกเข้าไหล่ขวาของการ์ดเนอร์ในกระจก
การโจมตีนี้ทำให้หัวไหล่ของอีกฝ่ายโชกเลือด ร่างกายเอียงวูบ แทบจะเสียการทรงตัว
การ์ดเนอร์ในกระจกดูจะชำนาญการต่อสู้มาก ถือโอกาสนี้ล้มลงกับพื้นแล้วกลิ้งตัวหลายตลบ
เขาไม่กลัวการเผชิญหน้ากับพลัง ‘ลำแสงสีขาว’ ของอีกฝ่าย และไม่กลัวว่าจะถูกยิงเข้าหัว
เขาเองมี ‘กระจกตัวแทน’!
มองดูลูเมี่ยนพุ่งเข้าหาตนโดยที่ถุงมือสนับมีคราบเลือดติดอยู่ การ์ดเนอร์ในกระจกคลี่ยิ้ม ดวงตาเผยความโลภอย่างแรงกล้า
ครั้งนี้ ลูเมี่ยนเลือกกระตุ้น ‘ความโลภ’!
พริบตาเดียว การ์ดเนอร์ในกระจกก็กลายเป็นเพลิงสีขาวโชติช่วง เปลี่ยนร่างเป็นหอกยาว พุ่งตรงเข้าหาลูเมี่ยน
ด้วยระยะปัจจุบัน เขาไม่เชื่อว่าลูเมี่ยนจะหลบพ้น
ในเมื่อเลือกต่อสู้ระยะประชิดเอง ก็ต้องรับกรรมที่ตามมา บัดนี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่แม้แต่ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ก็เปิดใช้งานไม่ทัน!
ลูเมี่ยนหลบไม่พ้นแน่แล้ว แต่ก็ไม่คิดจะหลบเช่นกัน เพียงรีบร้อนจัดระเบียบร่างกาย มองดูหอกสีขาวโชติช่วงนั่น พุ่งตรงเข้าหาหน้าอกขวาของตน
กายเนื้อของเด็กหนุ่มทนร้อนทนไฟดีเยี่ยม หอกสีขาวโชติช่วงนั่น ต้องใช้เวลาเกือบสองวินาทีกว่าจะเผาทะลุผิวเนื้อหนังเข้าไป
ลูเมี่ยนยังคงเอาแต่ยิ้มแย้ม ความเจ็บปวดเพียงแค่ทำให้สีหน้าของ ‘นักพรต’ บิดเบี้ยวเล็กน้อย
การ ‘ปลอบโยน’ ของอ็องโตนี·รีดก่อนหน้านี้ ช่วยให้จิตใจเด็กหนุ่มกลับมาสงบได้จริง แต่ปัญหาทางจิตใหม่ๆ ยังคงหลงเหลือร่องรอยตกค้างอยู่
บึ้มบึ้ม! เขาฉวยโอกาสสำคัญ ประเคนหมัดซ้ายขวาออกไป ชกใส่หอกสีขาวโชติช่วงนั้น
เด็กหนุ่มไม่พลาดโอกาสสำหรับ ‘จุดระเบิดแรงกระหายและอารมณ์’ ใส่การ์ดเนอร์ในกระจก
จนกระทั่ง หอกสีขาวโชติช่วงทะลุหน้าอกขวาของลูเมี่ยน ทำระยะทางได้หลายสิบเมตร
รอยยิ้มบนใบหน้าลูเมี่ยนยังคงแฝงความโรคจิต ขณะสวมต่างหูสีเงิน เขาชักมือขวากลับ นำมากดบาดแผลอันน่าหวาดเสียวบนหน้าอก แล้วรูดลงกะทันหัน
บาดแผลถูกย้ายลงท้องทันที ขณะเดียวกัน มือของลูเมี่ยนมีเปลวไฟสีแดงเกือบขาวลุกโชน เพื่อนำมาเผาไหม้เลือดเนื้อตรงปากแผล
เด็กหนุ่มยอมเสี่ยง นำความเสียเปรียบในอนาคต มาแลกกับการบรรเทาอาการบาดเจ็บในปัจจุบัน
พร้อมกันนั้น ร่างของเขาก็หลอมรวมเข้ากับความว่างเปล่าอีกครั้ง
การ์ดเนอร์ในกระจกเพิ่งจะเผยตัวจากหอกเปลวไฟสีขาวโชติช่วง ลูเมี่ยนก็ย้ายมาอยู่ข้างหลังเรียบร้อยแล้ว
ปัก! ปัก!
ลูเมี่ยนชกหมัดออกไปอีก กระแทกใส่สองแขนของการ์ดเนอร์ในกระจก ไม่เปิดโอกาสให้ ‘คนในกระจก’ ได้มีเวลาพักหายใจ
เขาไม่เลือกอัดใส่จุดสำคัญของอีกฝ่าย แต่โจมตีตำแหน่งอื่นแทน เนื่องจากเกรงว่า หากการ์ดเนอร์บาดเจ็บหนักเกินไป อาจทำให้ ‘กระจกตัวแทน’ ถูกกระตุ้น
เมื่อครู่ ขณะ ‘การ์ดเนอร์ในกระจก’ เปลี่ยนร่างเป็นหอกสีขาวโชติช่วง เพื่อโจมตีใส่ลูเมี่ยนในระยะเผาขน ‘ลูเมี่ยนหญิง’ ผู้เตรียมเทเลพอร์ตมาช่วยเหลือ ก็พลันชะงักทันที ราวกับสูญสิ้นพลังวิญญาณไปชั่วขณะ
ในทำนองเดียวกัน ฟรังก้าชายกับจินนาชายต่างก็ออกอาการคล้ายกัน ร่างกายเริ่มดูไม่เหมือนคนจริง
นี่ช่วยให้ฟรังก้ากับจินนาที่ถูกรุกหนักมาสักพักใหญ่ ได้มีเวลาพักหายใจหายคอบ้าง
แม้พวกเธอจะไม่เข้าใจสาเหตุในทันที แต่ก็เริ่มเฉลียวใจแล้วว่า การ์ดเนอร์ในกระจกคือกุญแจสำคัญของปัญหา
เมื่อลูเมี่ยนเริ่มกระหน่ำบุกใส่ผู้นำคนนี้ การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มต้นขึ้น!
ฟรังก้าผู้มากประสบการณ์ รีบพูดกับจินนาใกล้ๆ ทันที
“เอาลูกศรนั่น…แคก…มาให้ฉัน!”
เธอคิดจะพึ่งพาพลัง ‘ฟื้นฟูร่างกาย’ อันเป็นเลิศของ ‘ลูกศรผู้กระหายเลือด’ เพื่อต่อกรกับโรคเรื้อรัง ทวงคืนร่างกายที่แข็งแรงกลับมาชั่วขณะ แล้วทุ่มหมดหน้าตักเพื่อขัดขวางพวกลูเมี่ยนหญิงและ ‘คนในกระจก’ หวังสร้างสังเวียนในอุดมคติให้ลูเมี่ยนได้ดวลกับการ์ดเนอร์ในกระจก
เธอหวังเพียงว่า ก่อนที่การติดเชื้อจะรุนแรงขึ้น โรคจะลุกลามมากขึ้น จนแม้แต่พลังฟื้นฟูร่างกายก็เอาไม่อยู่ ลูเมี่ยนจะนำพาสถานการณ์เชิงบวกมาให้พวกพ้อง
เดิมที จินนาตั้งใจจะใช้ ‘ลูกศรผู้กระหายเลือด’ กับตัวเอง แม้วันนี้จะใช้ไปสองครั้งแล้ว การใช้อีกครั้งอาจทำให้ร่างกายพังทลาย แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ใครจะมัวสนใจเรื่องแบบนั้นอยู่
ทว่า เมื่อได้ยินคำขอของฟรังก้า เธอลังเลเพียงครู่เดียว ก็รีบโยนลูกธนูหินดำก้านหักให้ฟรังก้า โดยไม่ได้ทำตัวดื้อรั้น
ตามความคิดของจินนา ฟรังก้าเป็นถึงลำดับ 6 ‘นางมารสุขสม’ แถมยังมีสมบัติวิเศษหลายชิ้น ความแข็งแกร่งเหนือกว่าตนมาก การให้อีกฝ่ายฟื้นตัวในระยะสั้น ย่อมเกิดประโยชน์ในภาพรวมมากกว่าให้เธอฝืนต่อสู้
เมื่อฟรังก้ารับ ‘ลูกศรผู้กระหายเลือด’ มาถือ ก็พลิกมือแทงมันเข้าหน้าอกตัวเองทันที
ขณะเดียวกัน เธอเห็นลูเมี่ยนหญิงกับพวก ‘คนในกระจก’ ทยอยได้สติกลับมา อากัปกิริยาดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
อย่างเงียบงัน นัยน์ตาสีฟ้าทะเลสาบของฟรังก้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ยางรัดผมที่มัดหางม้า ขาดสะบั้นราวกับถูกกัดกร่อน ผมยาวสีเชือกป่านลอยสยายไปในอากาศ เพิ่มความงามอันน่าพิศวงให้เธอ
อาการไอที่เคยแย่ลงตามลำดับ สงบลงเป็นการชั่วคราว ‘ใยแมงมุม’ ล่องหนจำนวนมากรอบตัวเธอ มิได้พันรอบฟรังก้าชาย จินนาชาย และลูเมี่ยนหญิงอย่างเชื่องช้าเงียบงันอีกต่อไป แต่เร่งรัดตัวฉับพลัน พันธนาการทุกคนไว้หลายชั้น
ประหนึ่งภาพสะท้อนในกระจก ฟรังก้ากับจินนาต่างก็รู้สึกว่า ร่างกายของพวกตนเริ่มหนักอึ้ง มือและเท้าถูกพันธนาการตาม
ฟรังก้าชายก็ใช้ ‘ใยแมงมุม’ อย่างลับๆ มาตั้งแต่ต้นเช่นกัน รอจนกระทั่งพันรอบได้หลายชั้นโดยไม่ให้เหยื่อรู้ตัว จึงค่อยดึง ‘ใยแมงมุม’ ออกจากผิวน้ำ
วินาทีนี้ ฟรังก้ากับคนอื่นๆ ล้วนถูกตรึงจนแน่นิ่ง มีเพียงลูเมี่ยนหญิงที่เพิ่ง ‘เทเลพอร์ต’ กลับมา ได้รับผลกระทบจาก ‘ใยแมงมุม’ น้อยกว่าใคร แถมยังเชี่ยวชาญการใช้ไฟ จึงรีบเปิด ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ท่ามกลางแสงสีแดงฉาน ย้ายตำแหน่งไปยังสังเวียนของลูเมี่ยนกับการ์ดเนอร์ในกระจก
อีกด้านหนึ่ง ฉวยโอกาสขณะอ็องโตนีหญิงชะงักไปชั่วครู่ อ็องโตนีตัวจริงถึงคราวได้โต้กลับ
เขายกปืนพกกึ่งอัตโนมัติที่ซื้อจากตลาดมืด พลางฝืนข่มอาการไอรุนแรง รวมถึงอาการป่วยไข้จนศีรษะวิงเวียน พร้อมกับเหนี่ยวไกใส่ ‘คนในกระจก’ ผู้มีเสน่ห์มากกว่าตนชัดเจน
ขณะนี้ ไม่มีใครมารบกวนการ ‘ฆ่าฟันกันเอง’ ของพวกเขาได้
ปังปัง! อ็องโตนีหญิงแตกกระจายเป็นเศษกระจก
หลังจากร่างของเธอถูกวาดใหม่ในบริเวณใกล้เคียง ก็มิได้รีบย้ายไปช่วยการ์ดเนอร์ในกระจก แต่ยังคงไล่ล่าอ็องโตนีด้วยแรงกระหาย ‘อยากประสบความสำเร็จ’ อันพลุ่งพล่าน
ท่ามกลางเสียงเลือดเนื้อปะทะกัน ลูเมี่ยนรัวชกหมัดใส่การ์ดเนอร์ในกระจกติดต่อกันชุดใหญ่ จนผู้วิเศษสุดแกร่งรายนี้เริ่มปวดร้าวไปถึงสมอง โทสะพลุ่งพล่านสุดขีด
ความโลภทำให้เขาไม่อยากสละ ‘คนในกระจก’ อีกสี่ร่าง ไม่อยากสละความได้เปรียบในสนามรบอื่น แต่ถ้าไม่สละ เขาก็ไม่มีทางรวมสมาธิเพื่อดวลกับลูเมี่ยนได้ ล้วนถูกดักทางไปเสียหมด ต้องตกเป็นรองเต็มประตู
นี่คือเหตุผลที่ลูเมี่ยนเลือกกระตุ้น ‘ความโลภ’ ในใจเขา!
ปัก!
ลูเมี่ยนประสานสองมือเข้าด้วยกัน ทุบลงบนร่างการ์ดเนอร์ในกระจกเต็มแรง
การ์ดเนอร์ในกระจกถูกทุบจนทรุดลงกับพื้น สัญชาตญาณสั่งให้สร้างลูกไฟสีแดงเกือบขาวจำนวนนับไม่ถ้วนรอบกาย
นี่ทำให้ลูเมี่ยนหญิงที่เพิ่ง ‘เทเลพอร์ต’ มาถึง เกิด ‘ชะงัก’ ไปอีกครั้ง
ลูเมี่ยนไม่หวาดหวั่นต่อกองทัพลูกไฟสีแดงเกือบขาวแม้แต่น้อย เพียง ‘เทเลพอร์ต’ เข้าประชิดร่างการ์ดเนอร์ในกระจกทันที
ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด ย่อมเป็นตำแหน่งของผู้ร่าย!
ท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่น ลูเมี่ยนทนรับความเจ็บปวดรุนแรงบนแผ่นหลัง พลางชกหมัดใส่หน้าการ์ดเนอร์ในกระจกอีกครั้ง
หนามสั้นๆ หลายกิ่งบนผิวของถุงมือสนับสีดำเหล็ก ทำการฉีกผิวหนัง แล้วปักเข้าไปในเลือดเนื้อเป้าหมาย
ทันใดนั้น สายตาของการ์ดเนอร์·มาร์ตินในกระจกพลันเลื่อนลอย เลือดไหลออกจากตา จมูก และทวารอื่นๆ
ความโลภอันแรงกล้าในตัวเขาถูกจุดระเบิด แต่ไม่ส่งผลถึงตายหรือหมดสติ เพียงแค่อ่อนแอลง เข้าสู่ภวังค์ชั่วขณะ
ขณะถูกภวังค์ดังกล่าวครอบงำ ไม่ว่าจะลูเมี่ยนหญิง ฟรังก้าชาย จินนาชาย หรืออ็องโตนีหญิง ต่างก็แข็งค้างไปทันที ร่างกายจางลงกะทันหัน จนกระทั่งเลือนหายไป
เห็นฉากดังกล่าว ลูเมี่ยนเหยียดตัวตรง ถอดถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ออก โยนไปทางฟรังก้ากับจินนาคนละข้างจากระยะไกล
ฟรังก้าเห็นเลือดที่ติดอยู่บนนั้น ก็เข้าใจเจตนาของลูเมี่ยนทันที
หญิงสาวใช้มือแตะเลือดสด หยิบกระจกบานหนึ่งออกมา แล้วเตรียมลงมือสาปแช่ง
ลูเมี่ยนเลือกใช้ถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ด้วยสามเหตุผล
หนึ่ง พลังในการปลุกแรงกระหายจะไม่กระตุ้น ‘กระจกตัวแทน’ สอง ถ้าเกิดจนปัญญาจริงๆ สมบัติวิเศษชิ้นนี้ยังสามารถดึงดูดสายตาของสิ่งมีชีวิตอันตราย นำมาซึ่งความโกลาหลวุ่นวาย และความวุ่นวายอาจซุกซ่อนโอกาสแห่งชีวิตไว้
สาม คือโอกาส ‘เก็บ’ สื่อกลางสำหรับการสาปแช่ง — เลือดสดๆ ของเป้าหมาย!
ต่อให้ระดับการจุดระเบิดความโลภจะควบคุมไม่ได้ จนสุดท้ายก็เผลอไปกระตุ้น ‘กระจกตัวแทน’ ของการ์ดเนอร์ในกระจกเข้า ลูเมี่ยนก็จะถือโอกาสขณะพวก ‘คนในกระจก’ ชะงักไปชั่วคราว โยนถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ให้ฟรังก้ากับจินนา แล้วช่วยพวกเธอสกัดการโจมตี
ทางนี้เลือดสดอยู่ในมือ จะสาปแช่งสักกี่ครั้งก็ย่อมได้ อยากรู้เหมือนกันว่าแกจะมี ‘กระจกตัวแทน’ สักกี่บาน หรือจะตัดการเชื่อมโยงกับเลือดตัวเองอย่างไร!
เปลวไฟลุกโชนรอบตัวลูเมี่ยน ถอนตัวจากตำแหน่งในร่างของลูกไฟ ถอยห่างจากการ์ดเนอร์ในกระจก
ขณะเตรียมจะยกมือถอด ‘เนตรสัตย์จริง’ ออก แต่ทันใดก็ได้ยินเสียงประหลาดดังแว่วในโสตประสาท
……………………………………………………..