ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 684 สองคำตอบ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 684 สองคำตอบ
ตอนที่ 684 สองคำตอบ
เมื่อเห็นว่าระบำเรียกสถิตอันพิลึกพิลั่นของหลุยส์·แบรีใกล้จะจบลง โรเบิร์ตมิกล้าปล่อยให้เวลาสูญเปล่า รีบหยดสารสกัดจันทราลงบนมือ แล้วใช้ความสามารถส่วนตัวผสานมันเข้ากับพลังวิญญาณ จนกระทั่งกลิ่นระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว
กามูส์ อมันดีน และคนที่เหลือ พลันได้กลิ่นหอมสดชื่นชวนเคลิบเคลิ้ม ราวกับดวงจิตของตนเมามายจนแทบจะล่องลอยออกจากร่าง
เสียงของโรเบิร์ตดังแผ่วเบาและห่างไกล ทำให้ห้วงความคิดของพวกเขายิ่งเลื่อนลอย ยิ่งแยกออกจากกาย แต่โชคดีที่พวกเขามิใช่เป้าหมายของการสื่อวิญญาณ จึงควบคุมสติตนไว้ได้โดยไม่ยากเย็นนัก
ร่างในเสื้อคลุมดำค่อยๆ ผละจากหน้าต่างกระจก เคลื่อนเข้าใกล้โรเบิร์ตอย่างเชื่องช้า
ทันใดนั้น ร่างดังกล่าวก็หายวับไป พร้อมกับที่โรเบิร์ตก้มศีรษะลง แล้วจึงค่อยๆ เงยขึ้น
ใบหน้าของเขาถูกแต้มด้วยสีของราตรี ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความน่าพรั่นพรึงอันเด่นชัด ดวงตาทั้งสองข้างดำมืดสนิท
ลูเมี่ยนเห็นดังนั้น จึงยุติ ‘ระบำเรียกสถิต’ โดยสิ้นเชิง แล้วเดินไปยืนห่างจากโรเบิร์ตสามเมตร
แม้ในทีแรก เด็กหนุ่มจะคิดให้โรเบิร์ตเพียงสื่อวิญญาณ สนทนากับร่างนั่น โดยตัวเขาเองคอยตั้งคำถาม แต่ร่างดังกล่าวดูผิดแผกพิสดารอย่างเห็นได้ชัด ถึงกับเข้าสิงร่างโรเบิร์ตได้โดยตรง
แน่นอนว่า นี่ก็เป็นวิธีสื่อวิญญาณอีกแบบหนึ่ง ‘ผู้สื่อวิญญาณ’ หลายคนยอมให้วิญญาณเป้าหมายอาศัยปากของตนสนทนากับญาติที่ยังมีชีวิต หรือตอบคำถามของผู้อื่น
ลูเมี่ยนจ้องมองโรเบิร์ตที่ดูน่าขนลุก ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม
“คุณรู้หรือไม่ว่า เกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่อาศัยในบ้านหลังนี้เมื่อหกปีก่อน?”
เด็กหนุ่มตั้งใจจะเริ่มถามจากเรื่องง่ายที่สุด และไม่น่าก่อให้เกิดความผิดปกติ โดยระหว่างการสอบถามจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทิศทาง น้ำเสียง และถ้อยคำที่ใช้ไปตามสถานการณ์
โรเบิร์ตอ้าปากขึ้น เปล่งเสียงแหลมคมที่ไม่เหมือนเสียงของเขาเองแม้แต่น้อย
“ได้รับอิทธิพล…ประกอบพิธีกรรม…ตายหมดทุกคน”
เมื่อได้ยินคำตอบ ทุกคนตรงนี้รวมถึงกามูส์ ต่างรู้สึกงุนงง ไม่อาจเข้าใจว่ามันแฝงข้อมูลสำคัญไว้หรือไม่
เว้นแต่ลูกาโน คนอื่นๆ ต่างเดาได้ว่าหลุยส์·แบรี กำลังถามถึงเหตุการณ์ที่ครอบครัวเทวานาโค ประสบอัคคีภัยบนโลกความจริง จนเสียชีวิตเกือบยกครัว แต่คำตอบของวิญญาณดวงนี้กลับทำให้พวกเขานึกถึงได้เพียง หากไม่ใช่อิทธิพลของลัทธินอกรีตก็ต้องเป็นเทพมาร
ในฐานะ ‘นักวางแผน’ ความคิดของลูเมี่ยนพลันแล่นไปถึงข้อมูลต่างๆ ทันที
อารมณ์และแรงกระหายที่ถูกกดทับของผู้คนในเมืองทิซาโม ล้วนถูกแดนฝันดูดซับเอาไว้ สะสมตัวเองไปทีละนิด จนก่อเกิดเป็นภาพสะท้อนในแดนฝัน
ภาพสะท้อนในแดนฝันเหล่านั้น เฉกเช่นผู้พิทักษ์หลุมศพ ต่างก็ซ่อนกายอยู่ในพื้นที่อลหม่านในแดนฝัน คอยพิทักษ์หลุมศพโบราณสีดำนั่น
ในการสำรวจก่อนหน้านี้ ภายในเศษเสี้ยวความฝันที่ได้เห็น มีผู้พิทักษ์หลุมศพในเสื้อคลุมยาวสีดำ รวมถึงเหล่าภาพสะท้อนล้อมรอบหลุมศพโบราณ โดยไม่รู้กำลังทำสิ่งใดกันอยู่ หนึ่งในคือร่างของ ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคที่ตกค้าง
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคกลับมาเยือนเมืองทิซาโมปีละสองถึงสามครั้ง ครั้งละหนึ่งสัปดาห์
หลังออกจากเมืองทิซาโม ภาพสะท้อนในแดนฝันของคนคนนั้นจะค่อยๆ จางหาย จนกระทั่งสลายไปเอง
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคกลายเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’ ภายหลังเหตุเพลิงไหม้
มารแห่งตระกูลนอร์ธ…
ข้อมูลเหล่านี้ผุดขึ้นในห้วงความคิดของลูเมี่ยนพร้อมกัน ราวกับจุดต่อต่างๆ บนใยแมงมุม ทว่ายังขาดเส้นใยที่จะเชื่อมโยงพวกมันเข้าด้วยกัน
ในไม่ช้า ลูเมี่ยนก็เกิดข้อคาดเดาบางประการ
‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคยังคงกลับมาเยือนเมืองทิซาโมหนึ่งถึงสองครั้งนอกช่วงเทศกาลฝัน ครั้งละหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่า เพื่อรักษาภาพสะท้อนในแดนฝันของตนไม่ให้สลายไปโดยสิ้นเชิง พร้อมกับปล่อยให้แดนฝันดูดซับ ‘จิตฆ่าฟัน’ บางส่วนของตนที่แผ่ซ่านออกมา?
ภาพสะท้อนในแดนฝันเหล่านั้น ซึ่งคอยอยู่เคียงข้างผู้พิทักษ์หลุมศพ ณ หลุมศพโบราณประหลาดที่มีศักดิ์สูงส่งอย่างไม่ต้องสงสัย ล้วนถูกครอบงำโดยอิทธิพลของหลุมศพ หรือไม่ก็อิทธิพลของร่างไร้วิญญาณอันเยือกเย็นนั่น?
หากการพิทักษ์หลุมศพมีพิธีกรรมบูชาเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อเทศกาลฝันเริ่มต้น และภาพสะท้อนกลับคืนสู่ร่างเดิม ผู้ที่ถูกครอบงำอย่างแรงกล้า จะพยายามเลียนแบบการกระทำของผู้พิทักษ์หลุมศพ นั่นคือการประกอบพิธีกรรม แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้เสียชีวิตยกครัว อีกทั้งยังทำให้บ้านหลังนี้แปดเปื้อนมลทิน เกิดความผิดปกติ จนเกิดความเชื่อมโยงหลุมศพโบราณสีดำหรือ?
อา…นี่คือหนึ่งในความเป็นไปได้ แต่ก็ไม่มีช่องว่างให้สอดแทรกเรื่องของมารตระกูลนอร์ธเข้าไป รวมถึงการที่ ‘ฮิโซกะ’ กลายเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’…
หากจะสอดแทรกเข้าไป จะเป็นอย่างไรบ้าง?
ห้วงความคิดของลูเมี่ยนพลันสั่นไหว จนกระทั่งค้นพบอีกหนึ่งความเป็นไปได้
สิ่งที่มีอิทธิพลต่อครอบครัวเทวานาโคมิใช่เพียงหลุมศพโบราณสีดำ หรือร่างไร้วิญญาณอันเยือกเย็นในนั้น แต่ยังมีมารแห่งตระกูลนอร์ธด้วย!
มารตนนั้นจ้องจะครอบครองร่างไร้วิญญาณ หรือสิ่งผิดปกติที่มาพร้อมกับร่างนั้นมาโดยตลอด จึงแผ่อิทธิพลครอบงำครอบครัวเทวานาโคอย่างลับๆ ถ่ายทอดความรู้บางอย่างให้พวกเขา และเมื่อเทศกาลฝันเริ่มต้น ก็ใช้อิทธิพลจากโลกความจริงขยายแรงกระหายที่สอดคล้องกันในความฝันของพวกเขา กอปรกับการที่เทศกาลฝันทำให้สูญเสียการยับยั้งชั่งใจ ครอบครัวเทวานาโคจึงริเริ่มทดลองพิธีกรรมที่มารมอบให้ หรือขั้นตอนการบูชาที่ภาพสะท้อนในแดนฝันจดจำไว้ จนนำไปสู่ความผิดปกติมากมายในภายหลัง?
‘ฮิโซกะ’ ที่รอดชีวิตถูกมารพบว่ามีความพิเศษ จึงล่อลวงให้ก้าวเข้าสู่เส้นทาง ‘ปีศาจ’ สินะ?
อา…นี่จะอธิบายได้ว่า เหตุใดในเมื่อทุกคนต่างมีภาพสะท้อนในแดนฝัน แต่มีเพียงครอบครัวเทวานาโคเท่านั้นที่กระทำเรื่องเช่นนี้ได้ และเหตุใดถึงมีเพียงบ้านหลังนี้ที่พิเศษออกไป สามารถทำให้ผู้ที่หลับใหลเข้าสู่แดนฝันด้วยจิตที่แจ่มชัด…
สิ่งสำคัญที่ต้องทำต่อไปคือ คอยระวังมารตนนั้น มันคงยังไม่อาจเข้าร่วมเทศกาลฝันได้ด้วยตนเอง แต่สมุนของมันต้องปรากฏตัวแน่…
ท่ามกลางกระแสความคิด ลูเมี่ยนรู้สึกว่าตนเข้าใจสถานการณ์ของเทศกาลฝันลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เด็กหนุ่มจ้องมองร่างที่สิงสู่โรเบิร์ต แล้วเปลี่ยนคำถาม
“แล้วผู้พิทักษ์หลุมศพล่ะ? ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
โรเบิร์ตที่ราวกับมีเงามืดปกคลุมใบหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงแหลมเสียดหู
“เทศกาลฝันเริ่มขึ้นแล้ว…ห้องฝังศพถูกเปิด…จำต้องหลบซ่อน”
หลบซ่อน? เมื่อ ‘เทศกาลฝัน’ เริ่มต้น ห้องฝังศพแห่งนั้นกลับกลายเป็นสถานที่อันตรายยิ่ง หรือแฝงไว้ซึ่งภยันตรายใหญ่หลวงสำหรับผู้พิทักษ์หลุมศพ? ลูเมี่ยนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอมันดีนครู่หนึ่ง
สตรีผู้นี้ รวมถึงโรเบิร์ตและหลวงพ่อคาลี ล้วนเดินทางมาถึงหลุมศพโบราณสีดำในช่วง ‘เทศกาลฝัน’ ครั้งก่อนโดยไร้อุปสรรคขัดขวาง อีกทั้งยังได้รับพลังวิเศษไปง่ายๆ จากการสัมผัส
ไหนล่ะภัยแฝงเร้น? ไหนล่ะอันตราย? ไหนล่ะผู้พิทักษ์หลุมศพ?
ในเรื่องนี้ย่อมมีปัญหาบางประการแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน
อมันดีนถูกหลุยส์·แบรีจ้องมองจนรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ม…มีปัญหาอะไรกับคำตอบนี้หรือ?”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยปาก
“ผู้พิทักษ์หลุมศพล้วนต้องหลบซ่อน เหตุใดพวกคุณถึงไม่ต้อง?”
อมันดีนยังไม่ทันได้ขบคิดคำถามนี้ให้ถ่องแท้ ก็เห็นใบหน้าอันหม่นหมองเย็นเยียบของโรเบิร์ต บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ลูเมี่ยนเห็นเช่นนั้น จึงถอนหายใจพลางเอ่ยปาก
“ยุติการสื่อวิญญาณเถอะ”
หากยังดำเนินต่อไป โรเบิร์ตจะต้องเกิดปัญหาแน่
โรเบิร์ตยังคงรักษาสติ รวมถึงความสามารถในการเคลื่อนไหวไว้ได้บางส่วน จึงท่องภาษาเฮอร์มิสโบราณสองสามคำทันที เพื่อขับไล่วิญญาณออกจากร่าง
ทว่าร่างที่สิงอยู่บนตัวเขากลับไม่เกิดปฏิกิริยาใดเลย สีหน้าแห่งความเจ็บปวดบนใบหน้าโรเบิร์ตยิ่งชัดเจนขึ้น
โรเบิร์ตบรรจงชักกริชออกมาอย่างไม่รีบร้อน แล้วแทงนิ้วตนเองหนึ่งที
โลหิตสีแดงฉานหยดแล้วหยดเล่า ผสานเข้ากับพลังวิญญาณของ ‘ผู้สื่อวิญญาณ’ แล้วโปรยปรายดุจดังสร้อยประคำไปทางหน้าต่าง
พร้อมกับการกระทำดังกล่าว โรเบิร์ตเปล่งวาจาในภาษาเฮอร์มิสโบราณด้วยน้ำเสียงต่ำเข้มอีกครั้ง
“ออกไป!”
ร่างสีดำที่ราวสวมเสื้อคลุม หลุดออกจากร่างของโรเบิร์ตในทันใด ไล่ตามหยดโลหิตเหล่านั้น ก่อนหายวับไปตรงหน้าบานหน้าต่างกระจก
เห็นฉากดังกล่าว ลูเมี่ยนจึงเรียกพลังจิตกลับจากมือขวา พร้อมทั้งเลิกเตรียมการใช้ ‘ฮึ่ม’
เด็กหนุ่มแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนกล่าวแก่กามูส์ อมันดีน และคนที่เหลือว่า
“พวกคุณลงไปรอผมที่ชั้น 2 ก่อน”
“ยังมีอะไรอีกหรือไง…” อมันดีนพึมพำขณะหมุนตัวเดินลงบันได
เพียงสิบกว่าวินาที ชั้น 3 ก็กลับคืนสู่ความเงียบ
น่าเสียดาย ที่นี่คือแดนฝัน จึงไม่อาจสำเร็จได้
ลูเมี่ยนที่คาดการณ์ไว้แล้ว จึงไม่ได้ผิดหวังนัก แม้ ‘เทศกาลฝัน’ จะมาถึงเร็วกว่ากำหนด ทำให้เขาไม่ทันได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดแก่มาดามเมจิกเชี่ยน ส่งผลให้ภารกิจเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาก แต่ปัญหาทำนองนี้ย่อมต้องเจอในสักวันอยู่แล้ว และเขาก็เตรียมใจมาตลอด
แม้ ‘นักล่า’ จะชอบวางแผนล่วงหน้า แต่ก็มิได้หวั่นเกรงการปะทะอย่างฉุกละหุก
ลูเมี่ยนถึงกับรู้สึกตื่นเต้น มิใช่เพียงเพราะอิทธิพลอ่อนๆ ของ ‘เทศกาลฝัน’ เท่านั้น
เก็บของเรียบร้อย ลูเมี่ยนลงมายังชั้น 2 แล้วกล่าวกับโรเบิร์ตและอมันดีนตรงๆ
“คุณสองคน ใครจะพาผมไปยังหินยักษ์สีดำนั่น?”
เด็กหนุ่มได้วิเคราะห์สถานการณ์ของอมันดีน โรเบิร์ต และหลวงพ่อคาลีแล้ว พบว่าการที่พวกเขาไปถึงหลุมศพโบราณสีดำและได้รับพลังวิเศษอย่างปลอดภัย จะมีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือการมี ‘คนนำทาง’ เป็นผู้ที่เคยสัมผัสหลุมศพโบราณสีดำมาแล้ว
แน่นอน จุดร่วมมิได้มีเพียงเท่านี้
โรเบิร์ตจมสู่ความเงียบ อยากจะพูดว่า ‘ไหนสัญญากับผมแล้วว่า ถ้าช่วยสักครั้งแล้วจะยอมปล่อยผมไป?’ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก
อมันดีนมองโรเบิร์ตหลายครั้ง เห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีใดเลย จึงเม้มริมฝีปากก่อนกล่าวกับลูเมี่ยน
“ฉันเอง!”
แล้วรีบเสริมอีกประโยคว่า
“ฉันอยากดูว่าจะได้รับพลังวิเศษเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ แล้วหันไปกล่าวกับโรเบิร์ต
“คุณไปได้แล้ว”
โรเบิร์ตเหลือบมองลูเมี่ยนครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองอมันดีน แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินออกจากบ้านของเทวานาโคไปเลย
“เฮ้อ…เขาคงรู้สึกขายหน้าที่ฉันพาพวกคุณไปที่โบสถ์ เพื่อจัดการกับหลวงพ่อคาลี…เฮ้อ…แต่ฉันก็เป็นคนพาไปจริงๆ นั่นแหละ” หลังจากร่างของโรเบิร์ตหายลับไป อมันดีนเอ่ยพร้อมถอนหายใจสองครั้ง
เรียห์ที่เก็บลูกธนูส่วนใหญ่กลับไปแล้ว เห็นเช่นนั้นจึงปลอบใจอย่างจริงจัง
อมันดีนก็กางแขนทั้งสองออก
“สุริยันจงเจริญ!”
เมื่อพวกเขาสนทนากันจบ ลูเมี่ยนจึงกล่าวแก่กามูส์และเรียห์
“ต่อจากนี้ ผมจะไปที่หลุมศพโบราณสีดำนั่น พวกคุณตัดสินใจเอาเองว่าจะตามไปหรือไม่”
“ผม…” ลูกาโนพยายามเอ่ยปาก
เขาเพิ่งเปล่งออกมาได้หนึ่งคำ ก็ถูกลูเมี่ยนยิ้มแล้วขัดจังหวะ
“นายต้องไป”
ลูกาโนหุบปากฉับ
กามูส์กับเรียห์สบตากันแวบหนึ่ง ก่อนเปล่งเสียงพร้อมกันว่า
“พวกเราก็จะไปด้วย”
ลูเมี่ยนไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไร เพียงพยักหน้ารับ
“ถ้างั้นก็ออกเดินทางกันเลย”
……………………………………………………..