ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 686 มายาและความจริง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 686 มายาและความจริง
ตอนที่ 686 มายาและความจริง
“ผู้ชายคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง?” ลูเมี่ยนกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
เด็กหนุ่มไม่คาดคิดเลยว่า ภาพหลอนของอมันดีนจะนำมาซึ่งการค้นพบใหม่ๆ
“ฉันเห็นเขาไม่ชัด…มันพร่ามัว…ไม่ใช่ว่าเขาพร่ามัว แต่เป็นฉันต่างหากที่มองเห็นไม่ชัด” อมันดีนยืดกายขึ้นใหม่ ดูราวกับว่าอาการของเธอดีขึ้นบ้างแล้ว
หญิงสาวครุ่นคิดพลางเอ่ยปาก “แต่เดิมฉันคิดว่า หลังจากสัมผัสก้อนหินสีดำนั่น…ไม่สิ หลังจากสัมผัสกับหลุมศพโบราณนั่น ฉันก็ฟุบหลับไป แล้วตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองได้รับพลังวิเศษ ทว่าระหว่างนั้นยังมีบางเหตุการณ์เกิดขึ้น เพียงแต่ก่อนหน้านี้ ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลย จึงเข้าใจว่าตัวเองเพียงแค่หลับไป”
“ภาพหลอนที่ฉันเห็น อาจมาจากห้วงลึกในดวงจิต มาจากความทรงจำส่วนที่ถูกลืมเลือน ไม่สิ… มิใช่ถูกลืมเลือน หากแต่มันจำศีลอยู่ บัดนี้เริ่มเคลื่อนไหว ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง…”
อมันดีนพินิจพิเคราะห์สภาวะของตนเองอย่างถี่ถ้วน แสวงหาต้นตอของความผิดปกติ
สติดีมาก…จิตใจก็มั่นคง…ยังรักษาความเยือกเย็นขั้นพื้นฐานไว้ได้…ลูเมี่ยนประเมินในใจ
เห็นอมันดีนเป็นเช่นนี้ กามูส์เองก็รู้สึกประหลาดใจ
ในความทรงจำของเขา อมันดีนมิใช่เพียงงดงาม หากแต่ยังร่าเริง มองโลกในแง่ดี กระฉับกระเฉง เป็นเด็กสาวที่สามารถทำให้ผู้คนรอบข้างพลอยรู้สึกสุขใจไปด้วยโดยไม่รู้ตัว ทว่าด้วยวัยที่ยังละอ่อน จึงยังคงแสดงออกถึงความไร้เดียงสา เยาว์วัย และขาดประสบการณ์อยู่มาก
ใครเลยจะรู้ว่า หลังจากพบกันในเทศกาลฝัน เธอกลับค่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้าง ความเป็นผู้ใหญ่ และความสุขุมที่เหนือความคาดหมายไปมาก
อมันดีนเกิดความสงสัยขึ้นมา
“ทำไมโรเบิร์ตถึงไม่เคยกล่าวถึงความทรงจำที่จำศีลอยู่เลยล่ะ ไม่เคยเล่าให้ฟังว่า หลังจากสัมผัสหลุมศพโบราณ ฉันยังไม่ได้หลับไปในทันที? หลวงพ่อคาลีก็เหมือนกัน เขาเล่าว่าตัวเองสลบไปทันที พอตื่นขึ้นมาก็มีพลังวิเศษแล้ว…”
“ทั้งสองคนเคยเข้าร่วมเทศกาลฝันแบบมีสติรู้ตัวบ่อยกว่าฉัน และเคยมาที่หลุมศพสีดำนี้บ่อยกว่าฉันแน่นอน…”
ประการแรก เหตุใดหลวงพ่อคาลีกับโรเบิร์ต ซึ่งเคยมาหลุมศพดำหลายครั้งแล้ว จึงยังคงเชื่อว่าตัวเองสลบไปในทันที แล้วพอตื่นขึ้นมาก็ได้รับพลังวิเศษ โดยมิได้เกิดภาพหลอนคล้ายกับที่อมันดีนกำลังประสบอยู่?
ประการที่สอง โรเบิร์ตเป็นผู้เห็นอมันดีนสัมผัสหลุมศพดำ จะไม่รู้เชียวหรือ ว่าเธอหมดสติไปทันทีจริงหรือไม่?
ลูเมี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“เป็นไปได้ว่าบุรุษที่เธอเห็น ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในเวลานั้น คือต้นตอที่ทำให้ความทรงจำถูกซ่อนไว้ใต้จิตสำนึก และเนื่องจากตัวเธอคือ ‘ฝันร้าย’ แห่งเส้นทาง ‘รัตติกาล’ จึงมีจุดเด่นในด้านแดนฝันและการจำศีล เมื่อยิ่งเข้าใกล้หลุมศพสีดำ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ความทรงจำที่จำศีลอยู่จะฟื้นคืน จนก่อเกิดเป็นภาพหลอน”
อมันดีนส่งเสียง ‘อืม’ เป็นนัยว่ายอมรับในความพิเศษของตน แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ
ผ่านไปสองนาที ลูเมี่ยนพลันยกมือขวาขึ้น ทำท่าทีกดลง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“รีบไปซ่อนตัวใกล้ๆ”
เด็กหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วมา
กามูส์รีบกลิ้งตัวไปด้านข้างทันที ซ่อนตัวหลังต้นปาล์ม ส่วนเรียห์ก็เร่งฝีเท้าก้าวไปสองสามก้าว ปีนขึ้นอีกต้นไม้หนึ่ง อาศัยกิ่งไม้ใบไม้กำบังตัว
ลูกาโนเหลือบมองป่าดั้งเดิมที่ไม่รู้ว่าซ่อนแมลงพิษหรืองูเหลือมไว้มากมายเพียงใด พร่ำบอกตนเองว่า ‘อย่าไปกลัว อย่าไปกลัว ถึงถูกกัดเข้า เราก็รักษาตัวเองได้’
เขารีบย่อตัวลงด้านหลังกลุ่มเห็ดต้นใหญ่ที่มีสีสันสดใส
อมันดีนมีประสบการณ์ตรงในการซ่อนตัวละแวกนี้ เนื่องจากครั้งก่อนเธอบังเอิญเห็นเทวานาโคมุ่งหน้าไปยังหลุมศพสีดำ
หญิงสาวอาศัยร่างกายที่ว่องไวปราดเปรียว พร้อมด้วยม่านราตรีที่ปกคลุม กอปรกับสัญชาตญาณส่วนตัว แทรกผ่านพืชพรรณเตี้ยๆ นับไม่ถ้วน ไปซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป
ทันใดนั้น เถาวัลย์เส้นใหญ่ที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ พลันมีชีวิตชีวาขึ้นมา แกว่งพุ่งเข้าหาอมันดีน อ้าปากที่เต็มไปด้วยสีเลือดออกกว้าง
มันคืองูเหลือมสีเขียวมรกต!
ดวงตาของอมันดีนพลันปิดลง กำหมัดทั้งสองแน่น
งูเหลือมตัวนั้นจึงเข้าสู่ภวังค์ แกว่งไกวร่างกายกลับไปอย่างไร้เรี่ยวแรง โคลงเคลงไปมาสองสามครั้ง ในที่สุดก็ร่วงลงสู่พื้น
เมื่อเห็นว่าพรรคพวกซ่อนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ร่างของลูเมี่ยนก็อันตรธานไปในพริบตา กลืนหายไปกับเงามืดอันกว้างใหญ่ที่ราตรีนำพามา
ผ่านไปสิบกว่ายี่สิบวินาที ร่างหนึ่งก็เคลื่อนผ่านเบื้องหน้าไป
เรียห์ที่อยู่ในตำแหน่งสูง มองผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ใบไม้ เห็นร่างดังกล่าวสวมเสื้อคลุมดำที่ซับซ้อนวิจิตร มีชั้นทบซ้อนพอประมาณ บนศีรษะสวมหมวกขนฟูสีดำ ตรงขอบหมวกปักขนนกสีขาวที่พลิ้วไหวแผ่วเบาๆ
ลูเมี่ยนในร่างสิ่งมีชีวิตเงา ก็เห็นรูปลักษณ์คร่าวๆ ของบุคคลดังกล่าวได้เช่นกัน
จิตใจของเด็กหนุ่มพลันตึงเครียดขึ้น ความรู้สึกสงสัยผุดขึ้นในห้วงคำนึง
นั่นมิใช่อิวิลิสตา·อายเกสหรอกหรือ?
เหตุใดสมาชิกฝ่ายระงับตัณหาแห่งศาสนจักรเดอะฟูล จึงมาปรากฏในแดนฝัน กลายเป็นผู้ร่วมเทศกาลฝันได้ล่ะ?
ไม่กี่วันมานี้ ลูเมี่ยนได้เดินสำรวจทั่วทั้งในเมืองทิซาโม ไร่เพาะปลูกโดยรอบ และค่ายทหารนอกเมืองจนทั่ว จนรู้แจ้งว่ามีผู้มาเยือนคนใดบ้างที่เพิ่งมาถึง แต่ในจำนวนนั้นกลับไม่มีอิวิลิสตาอยู่เลย!
“เขามาถึงหลังจากที่เทศกาลฝันเริ่มต้นแล้วหรือ?”
“อา…เขาเคยกล่าวไว้ว่า ภารกิจเดิมของทางนั้นคือ การสืบสวนบางสิ่งในป่าดั้งเดิมแถบเมืองท่าไพลอส หลังจากนั้นจึงได้รับคำสั่งฉุกเฉินให้จัดการกับผู้ติดต่อของฮิโซกะ…สิ่งที่เขาสืบสวนอยู่ อย่าบอกนะว่าเกี่ยวข้องกับหลุมศพดำนั่น? ฝ่ายระงับตัณหาอยู่บนเส้นทาง ‘นักโทษ’ ตระกูลอายเกสคือทายาทของเทพมรณา การที่หลุมศพสีดำและร่างไร้วิญญาณอันเยียบเย็นภายในนั้น จะดึงดูดอายเกสฝ่ายระงับตัณหามา ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องปกติ…”
“อิวิลิสตา·อายเกสพบเจอเทศกาลฝันขณะที่กำลังตามหาชนเผ่าดั้งเดิมในป่าแห่งนี้หรือ?”
ลูเมี่ยนพินิจพิเคราะห์สาเหตุที่อิวิลิสตามาอยู่แถวนี้ พลางจับสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายผ่านม่านเงา
เด็กหนุ่มเห็นใบหน้าขาวซีดของสมาชิก ‘ฝ่ายระงับตัณหา’ ผู้นี้บิดเบี้ยวด้วยความดุร้ายที่ยากจะพรรณนา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววอำมหิตราวกับสัตว์ป่า เปื้อนประกายสีเลือดจางๆ ใต้แสงจันทร์แดงสลัว
“แม้ตัวเขาจะไม่ได้รับอิทธิพลจากภาพสะท้อนในแดนฝัน ซึ่งก่อตัวจากอารมณ์และตัณหาอันแรงกล้า แต่เมื่อต้องเตร็ดเตร่อยู่ใน ‘เทศกาลฝัน’ ก็คงยากที่จะยับยั้งชั่งใจได้ตลอด…” ลูเมี่ยนไม่ประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้เลยสักนิด
ลุดวิกและโคโลโบคือตัวอย่างที่ดี
เมื่อคำนึงถึงสภาวะของอิวิลิสตาในปัจจุบัน ลูเมี่ยนตัดสินใจไม่ออกจากเงามืด แต่เฝ้ารอด้วยความอดทน จนกระทั่งอีกฝ่ายออกห่างจากบริเวณนี้ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าค่อยๆ เลือนหายไปไกล
“ดูจากทิศทางที่มุ่งหน้า เขาก็คงจะไปยังหลุมศพโบราณสีดำนั่นเหมือนกัน…” ลูเมี่ยนคืนร่างกลับเป็นมนุษย์ โดยกำลังยืนอยู่บนทางเดินที่มีวัชพืชรกทึบ พลางทอดสายตามองไปยังจุดที่ร่างของอิวิลิสตาหายลับไป
เด็กหนุ่มยกมือขวาขึ้น ดีดนิ้วดังเป๊าะ พลางเอ่ยปาก
“ออกมาได้แล้ว”
กามูส์ เรียห์ และลูกาโน ทยอยออกมาจากที่ซ่อน ยิ่งไปกว่านั้น คนแรกยังอุตส่าห์ไปปลุกอมันดีนอีกด้วย
“จะไปต่อหรือ?” อมันดีนจ้องมองลูเมี่ยนพลางเอ่ยถาม
ลูเมี่ยนตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ไปต่อ”
ครานี้ พวกเขาก้าวเดินด้วยความระแวดระวังยิ่งกว่าเดิม คอยสอดส่องสถานการณ์รอบด้านอยู่ทุกขณะ
ผ่านไปอีกสามสี่นาที ลูเมี่ยนซึ่งได้เตรียมพร้อมรับมือกับอิวิลิสตาและเลอาซาแล้ว ก็แทรกกายผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้ใหญ่หลายต้น ไปตามการนำทางของอมันดีน
ก้อนหินยักษ์สีดำที่คุ้นตา ปรากฏสู่สายตาของเด็กหนุ่ม
หินยักษ์ก้อนดังกล่าว มองผิวเผินจะใหญ่เท่าบ้าน แต่เมื่อพินิจดูให้ถี่ถ้วนกลับพบว่า บนผิวหินมีลวดลายเส้นสายพาดผ่าน มีส่วนนูนเว้าอันผิดธรรมชาติ อีกทั้งมีรอยแยกเล็กจิ๋วราวเส้นไหม ซึ่งดวงตาคนธรรมดาไม่อาจมองเห็น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา
รอบหินยักษ์สีดำ รากไม้นับไม่ถ้วนโผล่พ้นผิวดินขึ้นมา แผ่กระจายครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างๆ ขนาดเท่าจัตุรัส ดูคล้ายกับเส้นเลือดที่ปูดโปนบนร่างมนุษย์ ทว่าล้วนเหี่ยวเฉามานานแล้ว
ในยามนี้ ที่นั่นมีเพียงความว่างเปล่า ปราศจากร่างของผู้ใด
“อิวิลิสตาไม่ได้มาที่นี่หรือ? เลอาซาก็เหมือนกัน? พวกเขาหลงทางหรือยังไงนะ? หรือว่า…จะต้องมีผู้ที่เคยได้รับพรจากหลุมศพโบราณ หรือร่างไร้วิญญาณคอยนำทางให้เท่านั้น จึงจะมาถึงบริเวณนี้ได้?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดพลางสำรวจรอบด้านด้วยความสงสัย
อมันดีนขมวดคิ้วอีกครา สองมือยกขึ้นกุมขมับโดยมิอาจห้ามใจ
“ภ…ภาพหลอนชัดเจนขึ้นแล้ว ฉ…ฉันเห็นมากกว่าเดิม”
“ร่างนั้นเดินเข้ามาหาฉันจากด้านหน้า แล้วยื่นมือออกมา…ยื่นมือมาวางบนศีรษะของฉัน!”
“ข…เขาสวมหมวกประหลาดอยู่…”
กามูส์และพวกเรียห์มิได้ขัดจังหวะอมันดีน โดยหวังว่าเธออาจระลึกได้มากขึ้น หรือความทรงจำที่จำศีลอาจตื่นขึ้นด้วยแรงกระตุ้น
อมันดีนพึมพำกับตัวเอง
“ในตอนนั้น…นี่คือวิธีที่ฉันได้รับพลังวิเศษมาหรือ?”
ลูเมี่ยนฟังถ้อยคำของอมันดีนไปพลาง จ้องมองหินยักษ์สีดำที่กล่าวกันว่าเป็นหลุมศพโบราณไปพลาง
เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง
ในฐานะ ‘นักวางแผน’ ลูเมี่ยนรีบรื้อค้นต้นตอของความรู้สึกคุ้นเคยนี้ทันที
ไม่นานนัก เขาก็ได้คำตอบ
หลุมศพโบราณสีดำนั่น มอบความรู้สึกคล้ายคลึงกับ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ใช่แล้ว…‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ในยามที่ยังมิได้ย้อมด้วยสีขาวซีด!
อย่างที่คิด เรื่องนี้เกี่ยวพันกับขอบเขตแห่งความตายอย่างลึกซึ้ง…ลูเมี่ยนตรวจสอบออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในมือขวาของตน ยืนยันว่ามันมิได้รับผลกระทบใด และไม่มีท่าทีว่าจะปะทุขึ้น
ทันใดนั้นเอง บริเวณโดยรอบพลันเงียบสงัดผิดวิสัย
เสียงอื้ออึงในป่าทึบ เสียงร้องของสัตว์ป่า เสียงปืนและเสียงร้องอันทุกข์ทรมานจากเมืองทิซาโม ราวกับทั้งหมดได้อันตรธานหายไปกะทันหัน ราตรีอันลึกล้ำจมดิ่งสู่ความเงียบสงัดราวความตาย
อมันดีนเงยหน้าขึ้น ร้องออกมาด้วยความหวาดผวา
“จำได้แล้ว ฉันจำได้แล้ว! ในยามที่ฉันได้รับพลังวิเศษ ที่นี่ก็เงียบสงัดเช่นนี้ ไม่เหมือนอยู่ใน ‘เทศกาลฝัน’ แม้แต่น้อย!”
ในวินาทีถัดมา ม่านตาของอมันดีนพลันขยายกว้าง
“เขา…เขา…ร่างนั่น ร่างนั่นปรากฏแล้ว!”
น้ำเสียงของอมันดีนพลันแปรเปลี่ยนเป็นแหลมเสียดแทง
“พวกคุณมองไม่เห็นหรือ?”
“เขา…เขากำลังเดินมาหาฉัน…เดินมาแล้ว!”
ในชั่วขณะดังกล่าว พวกลูเมี่ยนต่างไม่อาจยืนยันได้ว่า นี่เป็นเพียงภาพหลอนของอมันดีนที่ชัดเจนจนเสมือนจริง หรือว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นจริงกันแน่
“ไม่! อย่าเข้ามา!”
อมันดีนจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า พลางร้องตะโกนด้วยสีหน้าแตกสลาย
พร้อมกับเสียงตะโกนดังกล่าว ลูเมี่ยนพบว่าบริเวณโดยรอบเกิดสั่นไหวแผ่วเบา ทิวทัศน์รอบด้านพลันพร่าเลือน
ในความพร่าเลือน สารพัดภาพเหตุการณ์ปรากฏชัดขึ้นมา ราวกับห้วงฝันที่แตกเป็นภาพตอนต่างๆ
ฉากเหล่านี้ล้วนมีหลุมศพโบราณสีดำเป็นจุดศูนย์กลาง แตกต่างเพียงผู้คนที่ยืนอยู่เคียงข้างมัน
บางฉาก มีเลอาซาในชุดสูทบางสีดำยืนอยู่ บางฉาก มีอิวิลิสตาผู้สวมหมวกประดับขนนกยืนตระหง่าน บางฉากเป็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนเคียงข้างกัน บางฉากมีกลุ่มคนสวมเสื้อคลุมดำล้อมวง
หนึ่งในคนสวมเสื้อคลุมดำหันศีรษะมา จ้องมองลูเมี่ยนด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
คนผู้นั้นมีผิวพรรณสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีเมล็ดฝ้ายแต้มประกายเขียวเข้ม
ไม่ใช่ใครนอกจาก ‘ฮิโซกะ’ เทวานาโคนั่นเอง
……………………………………………………..