ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 859 วิธีการอันวิเศษ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 859 วิธีการอันวิเศษ
ตอนที่ 859 วิธีการอันวิเศษ
เมื่อฟรังก้าระบายความโกรธจนหมดและทิ้งตัวลงนอน ลูเมี่ยนจึงถามว่า
“เมื่อครู่ คุณมีเรื่องอะไรจะบอก?”
ฟรังก้าชำเลืองมองผ้าม่านที่ปิดหน้าต่างกระจก สื่อความหมายชัดเจน
ต้องแน่ใจก่อนว่านางมารดำไม่ได้จับตามองที่นี่!
ลูเมี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“พวกเราอยู่ในขวดเสกสรร”
“…” ฟรังก้ากะพริบตา “ตั้งแต่เมื่อไร?”
“ตอนที่ปิดประตู ผมกลัวจะรบกวนห้องข้างๆ” ลูเมี่ยนตอบตามตรง
“…” ฟรังก้าเกือบโกรธขึ้นมาอีก จึงพูดอย่างแค้นเคือง “ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน! หากนางมารดำใช้โลกในกระจกแทรกผ่านขวดเสกสรรโดยไม่รู้ตัวล่ะ?”
“เข้าใจแล้ว” ลูเมี่ยนยอมรับและแก้ไข เขาหยิบกระเป๋านักเดินทางจากโต๊ะข้างเตียง นำน้ำตาดำออกมาตรวจสอบครู่หนึ่ง แล้วเก็บคืน
ฟรังก้าผ่อนคลายสีหน้าลง พยักหน้าอย่างพอใจ
“เรื่องก็คือ มิสเตอร์สตาร์มอบภารกิจใหม่มาอีกแล้ว บอกว่านอกจากสูตรโอสถและวัตถุดิบของผู้ปลอบวิญญาณแล้ว จะให้รางวัลพิเศษเพิ่มด้วย”
“ภารกิจอะไร?” ลูเมี่ยนถามอย่างสนใจ
ฟรังก้าพูดด้วยท่าทีฉงน
“ไปตักน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียมาสักหน่อย”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดถึงจุดประสงค์ของภารกิจ แต่นึกได้ว่าฟรังก้าเคยบอกว่า มิสเตอร์สตาร์สังกัดถุงมือแดงแห่งเหยี่ยวราตรีของศาสนจักรรัตติกาล โดยขณะเดียวกัน นักพรตโลกแห่งความตายสามารถมอบพลังวิเศษเส้นทางรัตติกาลแก่ผู้อื่นได้
“มิสเตอร์สตาร์หรือศาสนจักรรัตติกาล ต้องการน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียก็เข้าใจได้ แต่ภารกิจนี้ง่ายเกินไปสำหรับเรา แถมยังมีรางวัลพิเศษ มันดูแปลกไหม?” ลูเมี่ยนพูดอย่างครุ่นคิด
ฟรังก้าตอบว่า
“ฉันก็คิดแบบนั้น รู้สึกเหมือนเขาตั้งใจออกแบบภารกิจเพื่อให้รางวัลพิเศษ มันไม่มีเหตุผล พวกเราเพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว”
เมื่อเทียบกับนางมารอื่นในนิกาย จุดเด่นของฟรังก้าคือ ไม่ได้คิดว่าบุรุษทุกคนจะต้องหลงใหลและเอาใจตน
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“บางที รางวัลพิเศษนั่นอาจนำมาซึ่งปัญหา และอาจเป็น ‘งาน’ ที่มิสเตอร์สตาร์ต้องการให้คุณทำจริงๆ”
ฟรังก้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ของฟรีนั่นแหละแพงที่สุด รางวัลที่ดูเหมือนฟรี มักมีราคาแฝงเสมอ”
เมื่อเข้าใจประเด็นนี้ เธอก็ไม่กังวลมากนัก
โดยคิดว่าปัญหาจากรางวัลพิเศษนั่น แม้จะสร้างความยุ่งยากไม่เบา แต่ก็น่าจะแก้ไขได้ ไม่อย่างนั้น ไพ่อาร์คาน่าใหญ่คงไม่เลือกมอบหมายให้เธอ
หญิงสาวหันไปถามลูเมี่ยน
“คุณหาวัตถุดิบเสริมได้ถึงไหนแล้ว?”
นี่ควรเป็นเรื่องที่ต้องถามทุกวัน แต่ช่วงนี้เธอรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่เจอลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนนึกทบทวนแล้วเอ่ยตอบ
“ผมพบสนามรบใหญ่แห่งหนึ่ง จากสงครามเมื่อหลายปีก่อน เก็บดินชุ่มเลือดมาได้ห่อหนึ่ง”
“ฉันนึกว่าคุณจะไปยังค่ายที่อ็องโตนีกับเพื่อนทหารถูกโจมตี” ฟรังก้าพูดหยอกล้อเพื่อหยั่งเชิงจิตใจลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนตอบอย่างขบขัน
“เห็นผมเป็นคนโหดร้ายแบบนั้นเลย?”
“อีกอย่าง ที่นั่นไม่นับเป็นสนามรบใหญ่ แถมยังอาจมีมลทินจากการบูชาเทพมารปนอยู่”
ฟรังก้าอืมคำหนึ่ง
“แล้วอย่างอื่นล่ะ?”
“ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่า ใต้ภูเขาไฟบนเกาะนักบุญทีค มีลาวาที่ยังเคลื่อนไหว แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องเก็บ ถ้าใส่กระเป๋านักเดินทางมันจะแข็งตัวเร็ว รอถึงตอนใช้ค่อยเทเลพอร์ตไปเอา” ลูเมี่ยนช่วงนี้ใช้พลังเทเลพอร์ตเที่ยวไปทั่วโลก “ส่วนผงพืชที่ถูกศิลาหายนะทำให้เกิดมลทิน ผมตั้งใจจะทำขึ้นเอง”
ส่วนผลโอ๊กนั้นง่ายเกินไปแล้ว
“ทำขึ้นเอง?” ฟรังก้าประหลาดใจ “ทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ?”
“ในทางทฤษฎีน่าจะทำได้ สิ่งที่อยู่บนตัวผู้วิเศษก็ใช้แทนวัตถุดิบเสริมได้ใช่ไหม? ผมมีดาบเหี้ยมหาญ สามารถวางมันกับพรรคพวกไว้บนกองพืช แล้วคอยเปลี่ยนอันที่หมดอายุ อีกไม่กี่วันก็น่าจะสร้างพืชที่เกิดมลทินได้ แน่นอน มลทินแบบนี้จะซับซ้อนและรุนแรงกว่าการใช้ศิลาหายนะอย่างเดียว ผมจะขอคำแนะนำจากมาดามเมจิกเชี่ยนก่อน ว่าควรลดปริมาณลงไหม”
“จริงด้วย” ดวงตาของฟรังก้าเป็นประกายวาบขึ้น แล้วหม่นลงเล็กน้อย “แต่น้ำดีของนางพญางูแห่งโรคระบาด กับชิ้นส่วนของนักล่าสีเงินในวัตถุดิบเสริมของนางมารสิ้นหวัง ไม่สามารถใช้น้ำตาดำสร้างได้”
“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ จินนายังย่อยโอสถสุขสมไม่หมด แม้แต่การจะเป็นนางมารทุกข์ระทม ก็ต้องรออีกหลายวัน หรืออาจถึงสองสัปดาห์” ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วพูด “เลือดของคนตายจากโรคระบาดเจ็ดชนิด เก็บครบแล้ว”
แม้ขณะนี้จะไม่มีโรคระบาดแพร่กว้าง แต่ในหลายพื้นที่ของทวีปเหนือใต้ มีโรคระบาดเกิดขึ้นประปราย บางที่ควบคุมได้เร็ว บางที่จำกัดอยู่ในพื้นที่ปิด ไม่สามารถแพร่กระจาย
อาศัยการทำนายด้วยกระจกวิเศษของนางมารทั้งสอง ลูเมี่ยนรู้ตำแหน่งคล้ายกันแปดเก้าแห่ง แล้วพาลูกาโนเทเลพอร์ตไป
หากทางการรู้และกำลังควบคุมโรค เขาก็จะเก็บเลือดผู้ตายแล้วไปทันที หากโรคยังแพร่เงียบๆ หลังบรรลุเป้าหมาย เขาจะให้ลูกาโนลองรักษา ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ ก็จะแจ้งทางการ
ลูเมี่ยนบรรลุเป้าหมายพื้นฐานที่ตั้งไว้หลังจากวิ่งวุ่นมาหลายวัน
ฟรังก้าถอนหายใจแล้วพูด
“อย่าลืมใช้น้ำตาดำส่งสูตรโอสถและวัตถุดิบจากมิสเตอร์สตาร์ไปให้อมันดีนด้วยล่ะ”
“เฮ้อ…เมื่อไรโอสถทุกข์ระทมของฉันจะย่อยหมดเสียที”
แม้อัตราการย่อยของเธอจะเร็วมากแล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจ เพราะคนข้างกายหลือเพียงการฝึกฝนขั้นสุดท้าย ก็จะประกอบพิธีเป็นครึ่งเทพลำดับ 4 ได้
ลูเมี่ยนเหลียวมองฟรังก้าพลางหัวเราะเบาก่อนพูด
“ผมเพิ่งบอกไปว่า ส่วนสร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น คุณยังขาดอีกมาก อีกทั้งผู้ถูกสร้างความทุกข์ควรมีลำดับสูง ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้จำนวนคนทดแทน”
คราวนี้ ฟรังก้าไม่ได้นึกถึงความทุกข์ของตัวเอง เพียงครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“สร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น ลำดับไม่ต่ำ…สร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น ลำดับไม่ต่ำ…”
ขณะพึมพำ ฟรังก้าหันมาจ้องลูเมี่ยนด้วยแววตาวาววับ
รอยยิ้มบนใบหน้าลูเมี่ยนจางลง แล้วเลิกคิ้วถาม
“คุณมีความคิดบ้าบิ่นอะไรอีก?”
ฟรังก้าหัวเราะคิกคัก
“คุณมีตำแหน่งเทวทูตเทียมอยู่ ถ้าฉันทำให้ทุกข์ระทมได้ ความเร็วในการย่อยคงก้าวกระโดดสินะ?”
“แต่ต้องเป็นความทุกข์อย่างแท้จริง” ลูเมี่ยนไม่ได้ปฏิเสธทันที
“อย่างเช่น…ตัดทิ้ง?” ฟรังก้าชำเลืองมองผ้าห่มครู่หนึ่ง รอยยิ้มเบิกบาน
ลูเมี่ยนนิ่งไปสองวินาทีก่อนตอบ
“ลองดูก็ได้”
“หา? คุณยอมจริงหรือ?” ฟรังก้าตกใจ เพราะข้อเสนอ ‘ตัดทิ้ง’ เป็นเพียงคำพูดเล่น
“ถ้ามันช่วยให้คุณย่อยโอสถทุกข์ระทมได้เร็วขึ้น…” ลูเมี่ยนยักไหล่ “อีกอย่าง มันก็งอกใหม่ได้”
“ช่างเถอะ มันเจ็บเกินไป แถมจะทำให้คุณเกิดบาดแผลทางจิตใจ รวมถึงปัญหาร้ายแรง” ฟรังก้าขยี้ผมยุ่งของตน
ทันใดนั้น ดวงตาของเธอพลันเปล่งประกาย
“ฉันมีวิธีที่ดีกว่า”
“วิธีที่เยี่ยมยอด!”
ลูเมี่ยนรู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าวิธีใหม่ของฟรังก้าอาจรับมือยากกว่าการตัดทิ้งเสียอีก
ฟรังก้ากลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง
“จากคำว่าตัดทิ้ง ทำให้ฉันนึกถึงจูลี่ นึกถึงวิธีย่อยของเธอ…ทางนั้นจะรอจนเป้าหมายใกล้ถึงจุดสุขสมสุดขีด แล้วฉวยโอกาสตัดทิ้งทันที ทำให้อีกฝ่ายร่วงจากห้วงสุขสูงสุดสู่ความทุกข์แสนสาหัส”
“ฉันจะทำแบบนุ่มนวลกว่านั้น ไม่ต้องตัดทิ้ง แต่จะไม่ให้คุณได้รับความพึงพอใจขั้นสุดท้าย ปล่อยให้ทุรนทุรายด้วยแรงกระหายจนถึงขีดสุด แต่ไม่มีวันได้สมปรารถนา นั่นก็เป็นความทุกข์ทรมานอันรุนแรงเช่นกัน…”
ลูเมี่ยนเลิกคิ้ว พูดไม่ออก
รอยยิ้มของฟรังก้าเจือแววชั่วร้าย ราวกับสนุกกับการแกล้งคน
“เพื่อการนี้ ต้องใช้ใยแมงมุมของนางมารมัดเอาไว้ก่อน ส่วนฉันก็เตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำคือ ใช้พลังนักพรตอดกลั้นเอาไว้ ห้ามใจไม่ให้เผาทำลายใยแมงมุม…”
“แม้จะสู้วิธีของจูลี่ไม่ได้ แต่คุณมีศักดิ์ของเทวทูตเทียม น่าจะช่วยให้ฉันย่อยได้เร็วทีเดียว”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าทำเสียง ‘จุ๊’ แล้วว่า
“แต่ก่อนฉันไม่เคยคิดจะทำเรื่องแบบนี้เลย…แถมยังเป็นฝ่ายทรมานผู้อื่นอีก”
หากเป็นก่อนหน้า แม้ลูเมี่ยนจะรู้ว่ามันทรมานเพียงใด แต่ก็ยังขาดความเข้าใจแท้จริง ทว่าหลังได้ลิ้มรสของนางมารทั้งสอง เขาจินตนาการได้แล้วว่า การทรมานนั้นจะยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
“นี่มันนรกแห่งความทุกข์ชัดๆ” ลูเมี่ยนอดถอนหายใจไม่ได้
“นี่แหละคือนางมาร นางมารผู้นำพาทั้งสุขและทุกข์” ฟรังก้าพูดยิ้ม
ลูเมี่ยนผุดลุกจากเตียง หยิบเสื้อผ้าขึ้นมา
“หือ?” ฟรังก้าทำหน้างุนงง
ลูเมี่ยนตอบเสียงทุ้ม
“พวกเราไปบ่อน้ำสตรีซามาเรียกันเถอะ”
ฟรังก้าอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนระเบิดหัวเราะ กลิ้งไปมาบนเตียงด้วยความขบขัน
เธอผ่านช่วง ‘สุขสม’ มาแล้ว จึงได้รับความยับยั้งชั่งใจกลับคืนมา แม้จะมีความสัมพันธ์เกินเลยกับลูเมี่ยน ได้ลิ้มรสที่ไม่ได้สัมผัสมานาน จนได้รับความพึงพอใจเกินคาด แต่ในใจยังรู้สึกแปลกอยู่ เพราะอีกฝ่ายเป็นคนคุ้นเคยที่สุด อีกทั้งรู้จักตัวตนดั้งเดิมของตน แต่ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกสนุก ความอึดอัดในใจจึงจางหายไปมาก
“ลองกันสักรอบไหม?” เธอคว่ำตัวบนเตียง ดวงตาเป็นประกายขณะยังคงแกล้ง
ลูเมี่ยนถอนหายใจอีกครั้ง
“รอเอาน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียก่อนค่อยว่ากัน”
…………
ข้างบ่อน้ำสตรีซามาเรียที่มีหมอกสีเทาขาวล้อมรอบ
เนื่องจากลูเมี่ยนไม่ได้เข้าใกล้ จึงไม่ได้กระตุ้นความผิดปกติใด ฟรังก้ารอคอยอย่างอดทนครู่หนึ่ง แล้วใช้ขวดทองคำใบเล็กที่มิสเตอร์สตาร์มอบให้ ตักน้ำจากบ่อน้ำสตรีซามาเรียมาครึ่งขวด
พวกเขาไม่ได้พาจินนามาด้วย เพราะกลัวว่าหากจินนาพบเงาของกริสโมนา อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอันเหนือการควบคุม ลูเมี่ยนตั้งใจว่าจะรอจนตัวเองได้เป็นอัศวินเลือดเหล็กเสียก่อน มีพลังป้องกันตัวพอสมควรแล้ว จึงค่อยพาเธอมาด้วย
อาร์คาน่าใหญ่ในตำแหน่งสูง ดูจะไม่ชอบการลงใต้ดินหรือสุสานใต้ดิน แต่ลูเมี่ยนมีตราประทับ รอยสลัก และออร่าตกค้าง เขาเชื่อว่าแม้จะกลายเป็นครึ่งเทพแล้ว ก็น่าจะยังเข้าเขตบ่อน้ำสตรีซามาเรียได้
ไม่นานนัก ฟรังก้าก็เก็บขวดทองคำใบเล็กกลับเข้าไป ทั้งสองเดินเคียงกันมุ่งหน้าออกจากหมอกสีเทา
เมื่อใกล้ถึงขอบหมอกสีเทาบนทางลาดชัน ลูเมี่ยนและฟรังก้าเห็นร่างหนึ่งกำลังบรรจงเคลื่อนเข้ามาใกล้ผ่านหมอกพร่ามัว
ฟรังก้าหลบไปด้านข้างก่อน แล้วเพ่งพินิจสองวินาที
สีหน้าเธอพลันเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น รีบกระซิบบอกลูเมี่ยน
“แฮร์ริสัน!”
แฮร์ริสัน จากเกาะแห่งการคืนชีพ!
คราวก่อนยังรวมตัวกันไม่ได้ คราวนี้กลับมาพบกันโดยบังเอิญ!
……………………………………………………..