ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 858 ริเริ่มเอง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 858 ริเริ่มเอง
ตอนที่ 858 ริเริ่มเอง
ลูเมี่ยนลูบเส้นผมของจินนาอีกครา
“อันที่จริง การกลับบ้านของฟรังก้า อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากโลกของพวกเขาปราศจากวันสิ้นโลก ไร้ภยันตรายนับไม่ถ้วน ผมอาจช่วยทำให้พี่ชายของคุณสลบ แล้วให้คุณพาเขาไปยังโลกนั้นพร้อมกับฟรังก้า”
จินนาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูเมี่ยนด้วยนัยน์ตาสีน้ำเงินเป็นประกาย
“แล้วคุณล่ะ?”
ลูเมี่ยนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ผมต้องดูสถานการณ์ก่อน”
จินนาเผยอริมฝีปากจะเอ่ย แต่แล้วก็หุบปากลง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอมิได้ซักไซ้ถึงสถานการณ์ใด แต่กลับเอ่ยอย่างจริงจังว่า
“ด้านหนึ่งเพื่อรั้งเธอไว้ อีกด้านหนึ่งเพราะเกรงว่า ยิ่งฟรังก้ามีความหวังมากเพียงใด ก็จะยิ่งผิดหวังมากเท่านั้น วันข้างหน้าหากต้องยืนยันว่า ไม่มีหนทางกลับบ้านเกิดเมืองนอน เธอคงต้องพังทลายแน่ สำหรับผู้วิเศษแล้ว นี่คือเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง ยิ่งลำดับสูงส่งก็ยิ่งอันตราย”
“เธอเคยกล่าวไว้ หรืออาจเป็นจักรพรรดิโรซายล์กล่าวไว้…ว่ามนุษย์คือผลรวมของความสัมพันธ์ทางสังคม อ็องโตนีก็เคยสนทนากับฉันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทางสังคมต่อบุคคลหนึ่ง ฉันเข้าใจว่า แท้จริงแล้วเขาสังเกตเห็นปัญหาทางจิตตกค้างในใจฉัน จึงหวังจะค่อยๆ ปลดปล่อยฉันด้วยวิธีนี้…อา ตอนคุณไปรับการบำบัดจากมาดามซูซี่และมาดามจัสติส พวกเธอก็เน้นถึงความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมขึ้นใหม่เช่นกัน และในกรณีของฟรังก้า ความสำคัญสูงสุดก็คือคุณกับฉัน ยิ่งสนิทสนมกันมากเพียงใด ก็จะยิ่งช่วยให้สภาวะของเธอมั่นคงในอนาคต การพึ่งพาฉันเพียงคนเดียวคงไม่เพียงพอ”
ลูเมี่ยนชักมือกลับ มองจินนาอยู่ครู่หนึ่ง
“หลังจากล่วงรู้ถึงต้นกำเนิดแท้จริงของฟรังก้า ไม่กี่วันมานี้ ดูคุณจะครุ่นคิดมากทีเดียว”
“มีเหตุผลอะไรถึงคิดว่า เธออาจไม่มีโอกาสได้กลับบ้านเกิด?”
ดวงตาของจินนาหมุนกลอก พูดด้วยน้ำเสียงท้าทายแฝงอยู่เล็กน้อย
“ภายหลังเธอเล่าให้ฉันฟังว่า จักรพรรดิโรซายล์มาจากโลกและประเทศเดียวกันกับตัวเอง ฉันจึงคิดว่า แม้แต่จักรพรรดิผู้มีฐานะอย่างน้อยเป็นเทวทูต หรืออาจใกล้เคียงเทพแท้จริงแล้วด้วยซ้ำ ยังไม่อาจข้ามมิติกลับไปได้เลยนี่?”
“คุณไม่รู้สึกบ้างหรือ ว่านี่คือสัญญาณของความหวังอันริบหรี่ หรืออาจไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย”
ลูเมี่ยนยิ้มพลางถอนหายใจ
“แต่พวกฟรังก้าเชื่อว่า จักรพรรดิอาจยังหาวิธีกลับไปไม่ทัน ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเสียก่อน หรือไม่ก็แกล้งตายหนี แล้วข้ามมิติกลับไปแล้ว”
จินนาส่ายหน้า
“ไม่มีทางเป็นกรณีหลังอย่างแน่นอน หากเป็นเช่นนั้น จักรพรรดิจะต้องทำลายไดอารีบางส่วนก่อนข้ามมิติกลับไป”
“เฉียบแหลมทีเดียว” ลูเมี่ยนชั่งถ้อยคำก่อนกล่าว “จากบันทึกของจักรพรรดิที่ฟรังก้าเล่าให้ฟัง เห็นได้ว่าในบั้นปลายพระชนม์ จักรพรรดิประสบกับเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวบางประการ แต่สิ่งที่ทำให้ผมสงสัยคือ ในช่วงนั้นจักรพรรดิไม่เคยคิดจะข้ามมิติกลับไปเลย อีกประการหนึ่ง จักรพรรดิทรงให้ความสำคัญกับธิดาองค์โตมาก และธิดาองค์โตของพระองค์ ราชินีเงื่อนงำแบร์นาแดต ก็ยังคงปรากฏพระองค์อยู่ในโลกของพวกเรา เหล่านี้คือเหตุผลที่ผมคิดว่าความหวังของฟรังก้าและพวกนางช่างริบหรี่ อันที่จริงพวกนางก็น่าจะคิดคล้ายกัน เพียงแต่ไม่อยากยอมรับเท่านั้นเอง”
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของลูเมี่ยนพลันเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำ
“คนเราต้องมีความหวังจึงจะมีชีวิตอยู่ได้…”
จินนายิ้ม ยื่นมือไปลูบไล้บนแผ่นอกของลูเมี่ยน ในตำแหน่งที่ผ้าห่มเลื่อนเผยให้เห็น
“สภาพจิตใจคุณก็ดีขึ้นมากเลยนะ พูดได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้แล้ว”
ไม่ทันที่ลูเมี่ยนจะตอบ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา
“ช่วงสายวันนี้ ไปทำตามสัญญาเลยไหม?”
“มันขึ้นอยู่กับผมคนเดียวหรือไง?” ลูเมี่ยนพูดพลางยิ้ม “ถ้าเธอไม่เต็มใจ ผมจะไปบังคับได้ยังไง?”
จินนาอดหัวเราะไม่ได้
“เธอค่อนข้างเต็มใจอยู่แล้ว เพียงแต่ผ่านพ้นช่วงอารมณ์พลุ่งพล่านที่สุดมาแล้ว ย่อมอดเขินอายไม่ได้ ปลดปล่อยตัวเองไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคุณ น้องชายผู้เป็นเพื่อนสนิท ที่รู้จักสภาพดั้งเดิมของเธอดี”
“คุณยังไม่รู้จักเธออีกหรือ? พอคึกคักขึ้นมาก็กล้าลองทุกอย่าง พอสงบลงก็กลายเป็นนกกระจอกเทศไปเลย” ลูเมี่ยนเย้ยฟรังก้าด้วยความเคยชิน
“คุณลองริเริ่มก่อนสิ บางที เธออาจรอให้คุณเป็นฝ่ายริเริ่มก็ได้นะ?” จินนาตระหนักว่า อารมณ์ของตนในยามนี้ซับซ้อนนัก ด้านหนึ่งรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย อีกด้านก็รอคอยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น
ลูเมี่ยนกางมือออก
“แล้วผมต้องเริ่มยังไง? ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ ผมไม่เคยเริ่มมาก่อน หรือต้องพูดกับฟรังก้าว่า ผมมาทำตามสัญญาแล้ว?”
ดวงตาของจินนาขยับเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“พออยู่ต่อหน้าเธอก็ทำตัวสำนึกผิดเข้าไว้ พยายามช่วยเธอทำนั่นทำนี่ แล้วถามเอาใจว่าต้องการนวดศีรษะ ไหล่ และหลังหรือไม่ ถ้าเธอไม่คัดค้าน พอได้สัมผัสร่างกายแล้ว คุณก็ค่อยๆ…ค่อยๆ…”
จินนาพูดต่อไม่ออกแล้ว จึงรีบจบประโยค
“ทีนี้เข้าใจหรือยัง?”
“คุณดูมีประสบการณ์นะ?” ลูเมี่ยนพูดอย่างขบขัน
จินนาแสดงสีหน้าครุ่นคำนึงถึงความหลัง
“ตอนที่เคยเป็นนางพญา ฉันก็ได้เห็นมาบ้าง…อีกประการหนึ่ง พวกหางเครื่องใต้บังคับบัญชาของฟรังก้า ก็นิยมอ่านนิยายที่เล่าเรื่องความรักและปฏิสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง หนังสือเล่มหนึ่งอาจมีคนหมุนเวียนอ่านเป็นสิบเป็นร้อย ต้องขอบคุณจักรพรรดิโรซายล์ ขอบคุณการศึกษาภาคบังคับที่ยังคงอยู่ ที่ทำให้บางคนในหมู่พวกเธอ อ่านเรื่องไม่ซับซ้อนออก ส่วนที่เหลือก็ฟังคนพวกนั้นเล่า นี่คือแสงแดดเพียงไม่กี่ดวงในชีวิตของพวกเธอ”
“ฉันก็เคยอ่านตามไปบ้าง รู้ว่าพวกเจ้าชู้ พวกลัทธิแดนดี้ทำกันอย่างไร”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ โน้มตัวเข้าหาจินนา ยื่นมือทั้งสองวางลงบนบ่าเปลือยเปล่าเนียนลื่นของเธอ
“นวดแบบนี้หรือ?”
“ใช่” จินนารีบค้อนลูเมี่ยน “เพิ่งจะคิดได้ว่าต้องนวดให้กันหรือ? ก่อนหน้านี้คุณทำร่างฉันแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งที่ตอนแรกทำท่าไม่เต็มใจ ไม่ใช่แค่นั้น…”
จินนากำลังหยอกเย้าลูเมี่ยนอยู่ ก็พลันติดขัดขึ้นมา ถ้อยคำคั่งค้างอยู่ในลำคอ
ลูเมี่ยนโน้มตัวเข้ามา แย้มยิ้มเย้าแหย่
“หกโมงเช้าแล้ว…”
จินนาฉวยผ้าห่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กระโดดลงจากเตียงว่องไวดั่งกวางน้อย
เธอสวมผ้าห่ม มองลูเมี่ยนแล้วอมยิ้ม
“วันนี้ก็ไปหาฟรังก้า แสดงความสามารถของนักวางแผนของคุณออกมาสิ”
จินนาไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบ รีบคว้า ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของตนแล้วหายวับไปกับเงามืดภายในห้อง
ลูเมี่ยนนิ่งไปสองวินาที ถอนหายใจเอ่ยว่า
“อย่างน้อยก็คืนผ้าห่มมาก่อนสิ”
รออยู่ครู่หนึ่ง ผ้าห่มผืนนั้นก็ลอยออกมาจากเงามืด ร่วงลงคลุมร่างลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนยิ้มพลางส่ายหน้า เลียนแบบน้ำเสียงของฟรังก้า เย้ยตนเองในใจว่า
“นักพรต เริ่มปฏิบัติการ!”
…………
ณ อพาร์ตเมนต์ 702 บ้านเลขที่ 9 ถนนโอโรเซ
ฟรังก้าเปิดประตู เมื่อเห็นว่าเป็นลูเมี่ยน ก็พลันรู้สึกอึดอัดไปทั่วร่าง แทบอยากจะปิดประตูใส่หน้าอีกฝ่าย
เธอเดินหันหลังไปยังเก้าอี้เอนหลัง พลางถามว่า
“จินนาไม่ได้มาด้วยหรือ?”
“เธอกลับไปพักผ่อนก่อน” ลูเมี่ยนเลือกสรรถ้อยคำอย่างระมัดระวัง
ฟรังก้าพลันเข้าใจบางสิ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความรู้สึกซับซ้อน
เธอยืนนิ่งอยู่หน้าเก้าอี้เอนหลัง ถึงกับลืมทรุดกายลงนั่งครู่หนึ่ง
ลูเมี่ยนมองเธอครู่หนึ่ง ถามอย่างจงใจ
“โอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ย่อยได้มากขึ้นไหม?”
“บัดซบ!” ฟรังก้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทันใด รวบรวมพลังสร้างหลาวน้ำแข็งใสระยิบหลายแท่ง พุ่งใส่ลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย ก้าวไปยังบริเวณโซฟา หันกลับมามองฟรังก้าผู้มีดวงตาเปี่ยมชีวิตชีวา
เห็นไหม แค่นี้ก็ลืมความอึดอัด สนทนากันได้อย่างเป็นปกติแล้ว
แต่ปฏิกิริยาของฟรังก้าเมื่อครู่ก็รุนแรงเกินไป คงต้องรีบทำให้คำสัญญากลายเป็นจริงเสียที มิเช่นนั้นต่อไปอาจกลับมากังวลอีก…
ลูเมี่ยนยิ้มประจบ กล่าวกับฟรังก้าว่า
“แค่หยอกล้อตามนิสัย หยอกล้อตามนิสัย…คุณก็รู้นี่ว่าปากของ ‘นักล่า’ เป็นยังไง”
ฟรังก้าแค่นเสียง ‘ฮึ’ แล้วทรุดกายลงบนเก้าอี้เอนหลัง
วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว ปลายแขนจีบระบาย คอเสื้อประดับลูกไม้ลวดลายดอกไม้ กับกางเกงขายาวสีขาวครีม เท้าสวมรองเท้าแตะขนฟูคู่เดิม
ลูเมี่ยนทำตามคำสอนของมิสเชเลีย·เบลโล นักแสดงฝึกหัดอาวุโส แกล้งถามด้วยท่าทีสำนึกผิดว่า
“โอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ของคุณย่อยได้แค่ไหนแล้ว?”
ฟรังก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ
“ก็ราวหนึ่งในสามละมั้ง”
“อา…ส่วนความทุกข์ของตัวเองมีแล้ว แต่ส่วนทำให้คนอื่นทุกข์ยังขาดอีกมาก” ลูเมี่ยนกล่าวอย่างระมัดระวัง
จากนั้น เขาก็รินน้ำให้ฟรังก้าหนึ่งแก้ว ยิ้มถามว่า
“ผมช่วยนวดไหล่กับขาให้ไหม? ช่วงนี้คุณวิ่งวุ่นตามหาร่องรอยของแฮร์ริสัน คงเหนื่อยไม่น้อย”
“นวด?” ฟรังก้าอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพลันได้สติ มองสำรวจลูเมี่ยนด้วยแววตาระแวง
มองอยู่หลายครั้ง เธอก็รับแก้วน้ำมา จิบอึกหนึ่งแล้วตอบว่า
“ไม่ต้องหรอก”
นี่มัน…มิสเชเลีย·เบลโล ปรมาจารย์ทฤษฎีปฏิสัมพันธ์ชายหญิง ผู้รวบรวมเทคนิคทางทฤษฎีอันยิ่งใหญ่ วิธีของคุณใช้ไม่ได้ผล…คงต้องพึ่งไหวพริบของตัวเองแล้ว ต้องพึ่งคุณสมบัติเด่นของ ‘นักวางแผน’…ท่ามกลางกระแสความคิด ลูเมี่ยนทรุดกายลงบนโซฟาเดี่ยว
เด็กหนุ่มอ้าปากจะกล่าวบางสิ่ง แล้วก็หุบปากลง สีหน้าเป็นปกติ หยิบเครื่องประดับหน้าผาก ‘น้ำตาดำ’ ออกมาจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
จริงสิ พอดีเลย…ฟรังก้าแต่เดิมจะบอกว่า ตนกำลังจะส่งสูตรโอสถกับวัตถุดิบต่างๆ ให้อมันดีนผ่านโลกในกระจก ก็เห็นลูเมี่ยนรีบเก็บ ‘น้ำตาดำ’ แล้วส่งสายตาให้ตน
นี่มัน…‘นางมารดำ’ กำลังจับตาดูอยู่สินะ…ฟรังก้ารีบกลืนถ้อยคำกลับลงไปทันที
วินาทีถัดมา เธอเห็นลูเมี่ยนลุกขึ้น เดินมาหาตน ยิ้มแล้วเบียดลงมาบนเก้าอี้เอนหลัง
เห? เหๆๆๆ! ฟรังก้าถึงกับตะลึงงัน
ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ จะสั่งสอนคนที่มาแย่งที่นั่งของตนสักหน่อย แต่ชั่วพริบตาก็เข้าใจจุดประสงค์ของลูเมี่ยน
“ในสายตาของ ‘นางมารดำ’ ตนกับลูเมี่ยนเป็นคนรักกัน ถ้าทุกครั้งไม่มีความสนิทสนมกันเลย ก็ดูจะผิดปกติ อาจถูกสงสัยได้…”
“อา…ต้องแสดงละครสักหน่อย…”
ฟรังก้าพลันรู้สึกว่า แขนของลูเมี่ยนโอบรอบเอวตน
ร่างของเธอแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง แล้วก็บังคับตนเองให้ผ่อนคลายลง
จากนั้น หญิงสาวถูกลูเมี่ยนเบนร่างหันไป เห็นดวงตาสีน้ำเงินดั่งทะเลสาบอันเงียบสงบ รวมถึงโครงหน้าคมชัดของอีกฝ่าย
“ผมมาทำตามสัญญาแล้ว” ลูเมี่ยนส่งสายตาให้ฟรังก้าอีกครั้ง
เด็กหนุ่มหัวเราะแผ่วเบา แล้วบรรจงก้มหน้าลงมา
ดวงตาของฟรังก้าเบิกกว้างขึ้นทีละนิด
เฮ้ย! นี่นายคิดจะทำจริงๆ หรือ?
เธออยากจะดิ้นหนีตามสัญชาตญาณ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ‘นางมารดำ’ กำลังมองอยู่ในกระจก และสายตาของลูเมี่ยนเมื่อครู่ก็บอกใบ้เรื่องนี้ สื่อให้เธอร่วมมือ
“ไอ้หมอนี่กำลังฉวยโอกาสสินะ?” ฟรังก้าคิดอย่างขัดใจ แล้วก็นึกถึงเรื่องก่อนหน้า ถอนหายใจแผ่วเบา “ช่างเถอะ ก็ตกลงกันไว้แล้วนี่นา แค่เร็วขึ้นนิดหน่อย สุดท้ายก็ต้องมาถึงจุดนี้ สุดท้ายก็ต้องมาถึงจุดนี้…”
ขนตายาวของเธอสั่นระริก ดวงตาบรรจงปิดลง ร่างกายอ่อนระทวยตามไปด้วย
แล้วเธอก็รู้สึกถึงริมฝีปากของลูเมี่ยน ริมฝีปากอันร้อนผ่าว ที่พิชิตการป้องกันของตนอย่างเด็ดขาด
ในความพร่าเลือน ฟรังก้าพลันนึกขึ้นได้
“ไม่ได้! ‘นางมารดำ’ ยังมองอยู่!”
“จะน่าอายเกินไปแล้ว!”
แทบจะพร้อมกันนั้น เธอได้ยินเสียงแหบพร่าของลูเมี่ยนกระซิบข้างหู
“ไปห้องนอนกัน”
“เอ่อ…ไอ้หมอนี่ก็เป็นงานอยู่…พอเข้าห้องนอนแล้วเอาผ้าห่มคลุม ‘นางมารดำ’ ก็จะมองไม่เห็น พอดีจะได้ยืนยันเรื่องคนรักไปด้วย…” ฟรังก้าพยักหน้าอย่างเลือนราง แล้วก็รู้สึกว่าตนถูกอุ้มขึ้นฉับพลัน ลอยอยู่กลางอากาศ
…………
ในห้องนอนที่อบอวลด้วยไอแห่งความอบอุ่นและพิศวาส
ฟรังก้าที่แก้มยังคงแดงระเรื่อเด่นชัด เอนกาย กล่าวกับลูเมี่ยนว่า
“ฉันเพิ่งนึกได้ว่า มีเรื่องหนึ่งต้องบอกคุณ เอ่อ…”
เธอใช้สายตาถามลูเมี่ยนว่า ‘นางมารดำ’ ไปแล้วหรือยัง
ลูเมี่ยนหัวเราะแผ่วเบาพลางเอ่ยตอบ
“นางมารดำไปนานแล้ว”
ฟรังก้าอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็พบความผิดปกติในความคิดที่ยังพร่าเลือนอยู่
“คุณยังไม่ได้หยิบ เอ่อ…แล้วคุณรู้ได้อย่างไร?”
ลูเมี่ยนทำหน้าจริงจัง
“นางมารดำไม่ได้มาเลย”
“…” ฟรังก้าถึงกับงงงัน
เธอเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที โกรธจนหน้าแดง แล้วกระโจนเข้าใส่ร่างลูเมี่ยน ทุบตีอีกฝ่าย
“หลอกฉัน! หลอกฉัน!”
“…”
“เรื่องแบบนี้ห้ามเอามาหลอกเพื่อนร่วมทีม เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้ว”
“แบบนี้ต่อไปฉันจะเชื่อการส่งสัญญาณของคุณได้ยังไง? ถ้าคราวหน้าฉันคิดว่าคุณกำลังหลอก แต่ ‘นางมารดำ’ มาจริง?”
“ขอโทษ”
“ก็ได้ ฉันจะให้โอกาสเชื่อใจคุณอีกครั้ง อย่าให้เกิดขึ้นอีก!”
“อย่าให้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!”
“…”
…………………………………………………….