ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 861 ‘นักโจรกรรม’ หรือ?
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 861 ‘นักโจรกรรม’ หรือ?
ตอนที่ 861 ‘นักโจรกรรม’ หรือ?
ลูเมี่ยนคลายร่างจากสภาพสัตว์เงา แล้วส่งเสียง ‘ฮึ่ม’ ออกมา
ลำแสงขาวสองสายพุ่งจากจมูกเขา ใส่ร่างแฮร์ริสันที่หลบไม่ทัน
เกือบจะพร้อมกัน ลูเมี่ยนรู้สึกว่าแฮร์ริสันแผ่รัศมีความตายเข้มข้นออกมา พลังวิญญาณพลันหดกระจุกตัว กลายเป็นเม็ดข้าวฟ่างสีทองวาววับ ซ่อนตัวในตำแหน่งว่างเปล่าลึกล้ำของร่างกาย ไม่อาจสัมผัสถึง
ลำแสงขาวที่กระทบร่างแฮร์ริสัน เหมือนปะทะท่อนไม้ผุหรือซากศพไร้พลังวิญญาณ ไม่ก่อกำเนิดผลใด
แฮร์ริสันหันขวับมาทางลูเมี่ยน พลังวิญญาณที่หดกระจุกพลันขยายตัว กลับมาเติมเต็มร่างกายอีกครั้ง
พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในมือขวาของแฮร์ริสันก่อตัวเป็นไม้เท้าพันผ้าขาว
เขาฟาดไม้เท้าครึ่งโปร่งใสนั่นใส่ลูเมี่ยน
ผ้าขาวบนไม้เท้าพลิ้วไหว ก่อเสียงร่ำไห้แหลมเสียดแทงและครวญคราง
เสียงนั้นแทรกเข้าหูลูเมี่ยน ส่งผลให้เกิดอาการงุนงงขณะจะเปลี่ยนตำแหน่ง จนหลบไม่ทัน
ผัวะ!
ไม้เท้าพันผ้าขาวฟาดถูกร่างลูเมี่ยน
ผิวของเด็กหนุ่มซีดขาวกะทันหัน ความรู้สึกของความตายเข้มข้นขึ้น
กร๊อบ!
ร่างของลูเมี่ยนแตกราวกับกระจก ร่วงเป็นเศษแตกมืดทึม
ทันใดนั้น เขาปรากฏที่ด้านข้างลาดเขา สะบัดกระจกบานที่ซ่อนฟรังก้าเอาไว้
ฟรังก้าเข้าใจความหมาย รีบออกจากกระจก กำเทียนขาวที่ลุกไหม้ กระโดดไปยืนใกล้กับเด็กหนุ่ม
ลูเมี่ยนล้วงกระเป๋านักเดินทาง หยิบเครื่องประดับหน้าผาก ‘น้ำตาดำ’ โยนให้ฟรังก้า
หากเป็นที่นี่ โรคระบาดจากศาสตร์เร้นลับที่ติดมากับ ‘น้ำตาดำ’ จะไม่แพร่กระจาย อีกทั้ง ‘นางมารทุกข์ระทม’ ก็ทนต่อการกัดกร่อนของจุลชีพได้นานกว่า!
ลูเมี่ยนสงสัยว่า ด้วยข้อจำกัดของ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ จุลชีพก่อโรคจาก ‘น้ำตาดำ’ น่าจะอยู่ได้ชั่วคราวแล้วสลายไปเอง
ส่วนในช่วงเวลาดังกล่าว เขาจะทำอย่างไร ลูเมี่ยนได้คิดไว้แล้ว หลังโยน ‘น้ำตาดำ’ ออกไป เด็กหนุ่มรีบยื่นมือเข้า ‘กระเป๋านักเดินทาง’ อีกครั้ง เตรียมกำด้าม ‘ดาบเหี้ยมหาญ’
เขาจะให้ดาบเล่มนี้ ช่วยแบกรับความเสียหายและผลกระทบครึ่งหนึ่ง!
ส่วนปัญหาความกล้าอันเกินพอดีที่จะตามมา ลูเมี่ยนไม่ค่อยกังวลนัก
ที่นี่มีฟรังก้าอยู่ด้วย อีกฝ่ายจะคอยสังเกตและชี้นำการเลือกของ ‘ผู้กล้า’ อย่างนุ่มนวล เช่น ยึดจุดที่ดีกว่า ให้ ‘ผู้กล้า’ โยนดาบมาให้ แต่พอได้ดาบเหล็กจริง กลับไม่รับไว้ วิธีนี้ทำให้ทั้งคู่ไม่ถูกความกล้าครอบงำ
ตามที่ฟรังก้าว่า เมื่อมีสมองภายนอก การใช้ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ก็กล้าได้มากขึ้น
แต่วิธีนี้เพียงบรรเทาผลกระทบของความกล้า ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด
แฮร์ริสันไม่ได้ยืนดูพวกเขาเตรียมตัวเฉยๆ แต่โยนไม้เท้าพันผ้าขาวเข้าใส่
ไม้เท้าค่อยจางหายในอากาศ แตกสลายเป็นประกายแสงสีขาวซีดและเขียวหม่น เกี่ยวพันละลายเข้าสู่ความมืด
ทันใดนั้น ใต้เท้าของลูเมี่ยนและฟรังก้างอกเป็นฝ่ามือขาวซีดโปร่งแสง แผ่รัศมีอำมหิตเย็นยะเยือก พวกมันเคลื่อนไหวบ้าคลั่งดุจกอไผ่ถูกพายุ คว้าจับที่ข้อเท้าและน่องทั้งสอง
ดูราวกับจะทำให้เป็นอัมพาตได้เลย
ขณะเดียวกัน แฮร์ริสันขยับริมฝีปาก ท่องคาถาภาษาประหลาด
เสียงโหมดังขึ้น เปลวเพลิงสีขาวเจิดจ้าลุกโชนข้างเท้าลูเมี่ยน นำความร้อนสูงมาต้านทานความอำมหิต ความเย็น และความชาจากฝ่ามือขาวซีด
ฟรังก้าที่พัน ‘น้ำตาดำ’ ไว้กับข้อมือ ปล่อยเพลิงทมิฬของนางมารอันเงียบงันชั่วร้าย ให้ไหลบ่าดั่งสายน้ำ กลืนกินมือโปร่งแสงที่พยายามทำร้ายตน เผาผลาญจนหมดสิ้น
ลูเมี่ยนกำด้าม ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ไว้แน่น ทั่วร่างพลันกลายเป็นผู้ไร้ความกลัว
เด็กหนุ่มชักดาบตรงสีดำเหล็กออกมา ฟันฟาดไปเบื้องหน้า
ลูกไฟยักษ์สีขาวเจือเขียวก่อตัวตามมา พุ่งใส่แฮร์ริสันผมดำบาง
แฮร์ริสันไม่ขยับ รีบท่องสองประโยคสุดท้ายของคาถาจนจบ แล้วชี้มือขวาไปทางบ่อน้ำสตรีซามาเรีย
ฟรังก้าที่เพิ่งหลุดจากฝ่ามือขาวซีด ในที่สุดแยกแยะได้ว่าศัตรูท่องอะไร
ประโยคหนึ่งคือ ‘ขโมยความลับสวรรค์’ อีกประโยคต้นพร่าเลือน ท้ายเป็น ‘เร็วดั่งบัญชา’
ที่บ่อน้ำสตรีซามาเรียเบื้องล่าง สายน้ำขาวซีดเดือดพล่าน สะท้อนร่างสตรีที่สงบนิ่งดั่งราตรี แต่ทั้งร่างเน่าเปื่อยมีหนองไหล
ร่างสตรีนั้นเพียงเพ่งมองโลกภายนอกเงียบงันไม่เคลื่อนไหว
แต่เบื้องหน้าแฮร์ริสัน มีร่างที่คล้ายเธอแต่พร่าเลือนกว่า และพริ้วไหวกว่าบรรจงก่อตัว
ลูกไฟยักษ์สีขาวเจือเขียวที่ลูเมี่ยนสร้างจากดาบเหี้ยมหาญ พอเข้าใกล้ร่างนั้น ก็เริ่มหม่นหมองลงจนอันตรธานเกือบหมด
ส่วนที่เหลือเพียงไม่มากระเบิดอยู่กับที่ จนแฮร์ริสันต้องถอยหลังไปสองก้าว
ลูเมี่ยนเห็นดังนั้น จึงปลุกออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตในมือขวา
จะประลองกันเรื่องนี้หรือ?
ดี!
มาดูกันว่าใครจะส่งผลต่อบ่อน้ำสตรีซามาเรียได้มากกว่า!
ไม่มีอะไรต้องกลัว!
ซ่า!
สายน้ำขาวซีดหดกลับสู่ตาน้ำดำมืด ซึ่งแม้แต่แสงยังดำรงอยู่ไม่ได้ ความรู้สึกบ้าคลั่งอำมหิตพลันถาโถมลงมา
ชั่วขณะนั้น ทั้งแฮร์ริสัน ลูเมี่ยน และฟรังก้า ต่างอกสั่นขวัญหาย อยากคุกเข่าน้อมกาย สมองว่างเปล่าไปครู่ใหญ่
ความรู้สึกเย็นเฉียบเน่าเปื่อยในมือขวาลูเมี่ยนปรากฏชัดทันที กดข่มออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ไว้
ความบ้าคลั่งอำมหิตจากตาน้ำพลันมลายหายไป
ลูเมี่ยนฟื้นสติเป็นคนแรก เร่งยกดาบเหี้ยมหาญสีดำ วิ่งเข้าหาแฮร์ริสันแล้วฟันใส่ศีรษะ
บึ้ม!
ท่ามกลางเสียงระเบิดและเปลวไฟ ร่างแฮร์ริสันสลายกลายเป็นกระดาษคนอาบกลิ่นความตายน่าสะพรึงกลัว
กระดาษคนลอยติดบนใบดาบ ถูกลมพัดฉีกเป็นชิ้นเล็ก และถูกเปลวไฟสีขาวเจือเขียวเผาจนมอดไหม้
รอบตัวลูเมี่ยนปรากฏกระดาษคนอีกหลายร่าง แต่ละร่างซีดขาว แผ่กลิ่นความตาย ใบหน้าแข็งทื่อแฝงความน่าสยดสยองและอาฆาต
ทันใดนั้น เปลวไฟสีดำพุ่งจากข้างกายฟรังก้า ตกลงบนกระดาษคนเหล่านั้น เผาทำลายพลังวิญญาณและศาสตร์เร้นลับจนสิ้น
เพียงครู่เดียว บรรดากระดาษคนก็ล้มลงพร้อมเสียงกรีดร้อง กลายเป็นเถ้าถ่าน
“แฮร์ริสันหนีไปแล้ว!” ฟรังก้าเหลือบมองแล้วรู้ได้ทันที
ลูเมี่ยนถือดาบเหี้ยมหาญ รีบไล่ตามขึ้นลาดเนิน จนถึงขอบหมอกสีเทา
สายหมอกกำลังระลอกแผ่วเบา บ่งชี้ว่าศัตรูเพิ่งหนีผ่านไป
ขณะลูเมี่ยนจะไล่ตาม ก็ได้ยินเสียงฟรังก้าร้องเรียก
“เราแลกสมบัติปิดผนึกกัน ของฉันใกล้จะหมดเวลาแล้ว”
ลูเมี่ยนไม่กลัวพิษร้ายของ ‘น้ำตาดำ’ จึงรีบโยนดาบเหี้ยมหาญไปให้
พอดาบสีดำหลุดมือ สติและความแจ่มชัดก็กลับคืนมา
“เกือบลืมไปว่าฟรังก้าออกจากหมอกสีเทาเองไม่ได้…”
“ถ้าเราออกไปตามลำพัง ต่อให้ไล่ทันแฮร์ริสัน แต่ไม่มีสมองภายนอก ทั้งยังไม่มีแผน ดาบเหี้ยมหาญจะกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่…”
“แม้ฟรังก้าจะรีบร้อนอยากจับแฮร์ริสัน แต่เธอยังรักษาสติ วิเคราะห์สถานการณ์ได้เร็ว และตัดสินใจแม่นยำ…”
ลูเมี่ยนรับ ‘น้ำตาดำ’ มาแล้วรีบเก็บเข้ามิติแยกส่วนในกระเป๋านักเดินทาง จากนั้นเก็บดาบเหี้ยมหาญโดยมีฟรังก้าคอยช่วย
เด็กหนุ่มจูงมือฟรังก้า ผ่านหมอกสีเทากลับไปยังลาดเนินที่ทอดสู่ห้องฝังศพโบราณ
ลูเมี่ยนใช้ความสามารถของ ‘นักล่า’ ตามหาแฮร์ริสัน ส่วนฟรังก้าใช้การทำนายหาเบาะแส
แต่หลังจากชาวเกาะแห่งการคืนชีพหลบพ้นห้องฝังศพที่ซ่อน ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ร่องรอยของเขาก็หายไปสิ้น อีกทั้งยังต่อต้านการทำนายได้สำเร็จ
ลูเมี่ยนกับฟรังก้าตามหาไปจนถึง ‘เสารัตติกาลกริสโมนา’ ชั้น 3 จึงหยุดลงสบตากัน
ดวงตาสีน้ำเงินดั่งทะเลสาบของฟรังก้า แฝงไว้ด้วยความผิดหวังระคนเสียดาย ก่อนจะพูดอย่างถอนใจ
“รู้งี้เรียกจินนามาด้วย ให้เธอช่วยซุ่มอยู่นอกห้องฝังศพ จะได้ดักแฮร์ริสันไว้”
ลูเมี่ยนปลอบ
“จากพลังที่แฮร์ริสันแสดง เราควรดีใจที่จินนาไม่ได้ซุ่มอยู่ข้างนอกคนเดียว ไม่อย่างนั้น เธออาจถูกค้นพบ ถูกโจมตี และมีชีวิตรอดไม่ถึงตอนที่เราออกจากบ่อน้ำสตรีซามาเรีย”
“ก็จริง…” ฟรังก้าถอนหายใจยาว
เธอถือเทียนสีขาว มองรอบตัว แล้วแปลคาถาสองท่อนให้ลูเมี่ยนฟัง
ลูเมี่ยนหยิบเทียนใหม่ออกมาจุด พลางครุ่นคิดแล้วพูด
“ขโมยความลับสวรรค์…เขายังพยายามขโมยกระเป๋านักเดินทางของผมด้วย…เขารับรู้ได้ว่ามีของมีค่าอยู่ จึงมองทะลุการซ่อนตัวหรือ?”
“ดูแล้วแฮร์ริสันคงเป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ แต่ใช้พลัง ‘มรณา’ ได้ด้วย แถมยังเก่งกาจมาก”
“ผู้วิเศษ ‘นักโจรกรรม’ ที่เราเคยเจอ แม้ถึงลำดับ 5 ‘นักชิงฝัน’ ก็ยังแสดงฝีมือระดับนี้ไม่ได้ แต่แฮร์ริสันไม่มีเทวบารมี…เป็นเพราะตราประทับราชันสวรรค์ช่วยเพิ่มพลังหรือ?”
ฟรังก้าครุ่นคิดแล้วพูด
“หลังจาก ‘นางมารดำ’ บอกว่า องค์ดั้งเดิมสามารถดัดแปลงพลังในลำดับต่างๆ ของเส้นทาง ‘นางมาร’ ได้ ฉันเคยเขียนจดหมายปรึกษามาดามจัดจ์เมนต์ เธออธิบายว่า ไม่เฉพาะเทพแท้จริงที่ทำได้ ราชาเทวทูตบางองค์ก็ทำได้ อามุนด์ในอดีตก็เคยแก้ไขความรู้ศาสตร์เร้นลับ รวมถึงพลังบางส่วนจากลำดับต่างๆ ของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’”
“ที่แฮร์ริสันแสดงออกมาเมื่อครู่ เป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิม เวอร์ชั่นสมบูรณ์หรือ?”
“นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ผมคิดว่า พลังบางชนิดของเขาเมื่อครู่เกินกว่าลำดับ 5 ไปแล้ว แม้แต่ ‘นักชิงฝัน’ เวอร์ชั่นสมบูรณ์ก็คงทำไม่ได้…บางที เกาะแห่งการคืนชีพอาจมีวิธีใช้พลัง รวมถึงรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจาก ‘เส้นทางสู่เทพ’ มาก” ลูเมี่ยนพูดอย่างครุ่นคิด
…………………………………………………….