ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 862 ช่วยเหลือ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 862 ช่วยเหลือ
ตอนที่ 862 ช่วยเหลือ
ฟรังก้าถือเทียนขาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่คิดอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบ จึงเดินออกจากบริเวณ ‘เสารัตติกาลกริสโมนา’ พร้อมกล่าวอย่างจริงจัง
“ไม่ว่าเกาะแห่งการคืนชีพจะมีวิธีใช้พลังแบบพิเศษหรือไม่ ไม่ว่าแฮร์ริสันจะเป็นผู้วิเศษสาย ‘นักโจรกรรม’ ขโมยกลไกสวรรค์มาใช้พลังของ ‘เทพมรณา’ หรือเขาจะเป็นเส้นทาง ‘มรณา’ โดยใช้ตราประทับหรือพรของราชันสวรรค์ พวกเราต้องไม่ประมาท และรีบรายงานเรื่องนี้”
ลูเมี่ยนเดินเคียงข้างฟรังก้า พยักหน้าแผ่วเบาพลางเอ่ยตอบ
“หากไม่ใช้สมบัติปิดผนึก ผมไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้ อย่างน้อยก็ไม่มั่นใจว่าจะจับหรือสังหารเขาได้ และเขาอาจมีสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ อยู่”
“ยังดีที่วันนี้เราได้พบเขา หากเป็นที่อื่นและต้อง ‘บังเอิญ’ พบเขาตามลำพัง คงอันตรายกว่านี้มาก” ฟรังก้าถอนหายใจ แล้วเปลี่ยนเรื่อง “นี่แปลว่าศิษย์ของราชันสวรรค์เข้ามาพัวพันกับแผนการวังวนจริงหรือ พวกเขาจะได้ประโยชน์อะไร?”
“ให้เทพมารบางองค์เสด็จลงมา?” ลูเมี่ยนคาดเดาจากข้อมูลที่มี “หรือจะเร่งให้วันสิ้นโลกมาถึงเร็วขึ้น?”
สีหน้าของฟรังก้าที่สะท้อนแสงเทียน แปรเปลี่ยนไปหลายหน สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจยาว
ลูเมี่ยนบรรจงก้าวเดิน เตะมือกระดูกขาวที่เอื้อมมาอย่างเงียบเชียบออกไป
เขากล่าวอย่างสงบว่า
“นี่ต้องเป็นวังวนขนาดใหญ่แน่ พวกเราไม่อาจหวังพึ่งแค่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ต้องรีบเพิ่มพูนพลังตัวเองโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นเมื่อถูกวังวนกระทบ อาจไม่มีพลังแม้แต่จะต่อต้าน”
“ใช่” ฟรังก้าเห็นด้วย
ลูเมี่ยนจ้องมองไปข้างหน้า กล่าวต่อไปว่า
“คุณต้องรีบย่อยโอสถทุกข์ระทม ส่วนผมต้องรีบทำให้ลุดวิกเป็นสมาชิกทีมอย่างแท้จริง”
ฟรังก้าชะงักไปครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าด้านข้างของลูเมี่ยน
เธอลังเลสองวินาที ก่อนเลือกคำพูดถามว่า
“คุณพูดแบบนี้เพราะรู้สึกผิดหรือ? ไม่จำเป็นหรอก หาวิธีอื่นได้”
“ความรู้สึกผิดเป็นแค่ส่วนหนึ่ง และไม่ใช่เหตุผลหลักด้วย” ลูเมี่ยนก้าวเดินต่อโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
ฟรังก้าขมวดคิ้วเล็กน้อย มองลูเมี่ยน แล้วถามสิ่งที่สงสัยมาก่อนพบแฮร์ริสัน
“วันนี้คุณอยู่ดีๆ ก็มาหาฉัน ทั้งยังกระตือรือร้นแบบนี้ เพราะอะไร? ฉันนึกว่าต้องรอให้ทนสภาพความสัมพันธ์ของเราไม่ไหว แล้วไปหาคุณเอง คุณถึงจะปฏิบัติตามข้อตกลง”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ถ้าผมบอกว่า จินนาให้ผมมาหาคุณ จะเชื่อไหมล่ะ?”
ฟรังก้าพลันรู้สึกอึดอัดใจ จนไม่รู้ว่าอึดอัดเพราะอะไร หรืออึดอัดเพราะทุกเหตุผล
เธอพูดอย่างอัดอั้น
“เธอให้คุณมา คุณก็มาเลยหรือ?”
ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ ราวกับพูดเรื่องธรรมดา
“ในสภาวะไร้อิทธิพลจากศาสตร์เร้นลับ หากผมไม่อยากทำอะไรเลย ในโลกนี้มีแค่คนเดียวที่บังคับให้ผมทำได้”
ฟรังก้ารู้ว่าลูเมี่ยนหมายถึงใคร และเข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่อ
ความอัดอั้นในใจเธอคลายลงทันที เมื่อนึกเชื่อมโยงถึงบางอย่าง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อน ทั้งขุ่นเคือง ปวดร้าว และดีใจ
หญิงสาวกำมือขวาที่ไม่ได้ถือเทียน แล้ว ‘พึ่บ!’ ต่อยเข้าที่ไหล่ลูเมี่ยนเต็มแรง
“ไอ้หนู หางโผล่จนได้นะ!”
ลูเมี่ยนรับหมัดนั้นไว้โดยไม่หลบ ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว
ทั้งสองเดินเงียบไปพักหนึ่ง ฟรังก้าปรับอารมณ์จนปกติแล้วจึงถามอย่างสงสัย
“จริงๆ ฉันอยากถามมานานแล้ว ตอนนั้นจินนาหาคุณเจอ และบอกความคิดไป คุณบอกว่าวิธีรับมือที่ดีสุดคือการถ่วงเวลา ถ่วงไปจนกว่าคุณจะได้เป็น ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ แต่ในสถานการณ์แบบนั้น จะถ่วงเวลาได้ยังไง? มันเป็นไปไม่ได้เลยนะ!”
ลูเมี่ยนชายตามองฟรังก้า
“ก็ไปหาอ็องโตนีสิ คุณลืมไปแล้วหรือว่า ในทีมเรายังมี ‘นักจิตบำบัด’ อีกคน?”
ฟรังก้าหัวเราะแห้งๆ
“เรื่องแบบนี้จะไปหา ‘นักจิตบำบัด’ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ต้องเจอกันทุกวันได้ไง? อึดอัดจะตาย! ฉันกับจินนาไม่มีทางไปปรึกษาเรื่องนี้กับอ็องโตนีแน่”
ลูเมี่ยนไม่สนใจข้อแก้ตัวของฟรังก้า พูดไปต่อว่า
“ด้วยความช่วยเหลือของ ‘นักจิตบำบัด’ หรือแม้แต่ ‘นักสะกดจิต’ อาจเลื่อนปัญหาออกไปได้ชั่วคราว แต่แก่นของเรื่องนี้คือปัญหาด้านความรู้สึก ไม่ใช่ปัญหาทางจิตวิทยาหรือจิตเวช พึ่งนักจิตบำบัดอาจถ่วงเวลาได้ แต่ไม่อาจถ่วงได้ตลอด ช้าเร็วต้องระเบิด สู้จัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้นจะดีกว่า”
ฟรังก้า ‘อืม’ ในลำคอ
เดินไปอีกหลายก้าว เธอมองความมืดเบื้องหน้า พูดด้วยน้ำเสียงสงบผสมความยินดี
“คุณรู้ไหม ทำไมเมื่อกี้ฉันถึงต่อยคุณแค่หมัดเดียว?”
“ไม่รู้” ลูเมี่ยนตอบตรงๆ
ฟรังก้ายิ้มน้อยๆ พูดอย่างปลาบปลื้ม
“ตัวคุณสมัยก่อน มักให้ความรู้สึกแก่ฉันว่า…อา…เป้าหมายสำคัญ พลังสำคัญ คนใกล้ชิดก็สำคัญ แต่ตัวเองไม่สำคัญ จะเป็นอย่างไรก็ไม่เป็นไร”
“แต่คราวนี้ ทีแรกฉันคิดว่า คุณตัดสินใจทุกอย่างในสภาวะเดิม แต่เมื่อครู่กลับบอกว่า ไม่ได้ถูกกระทำฝ่ายเดียว มีความคิดเป็นของตัวเองด้วย แม้เพียงเล็กน้อย ฉันก็ดีใจมาก”
ลูเมี่ยนไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ได้คัดค้าน
…………
ณ กรุงทรีอาร์ เขตโรงอุปรากร ในห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง
อ็องโตนีได้พบกับ ‘อัศวินดาบ’
‘อัศวินดาบ’ สวมเสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กสีดำ ผมสีน้ำตาลยุ่งเล็กน้อย แววตาดูกดดัน
เขานั่งอยู่ข้างโต๊ะยาว บนโต๊ะมีไพ่ป๊อกวางอยู่หลายใบ
อ็องโตนีผู้เคยพบเขาที่เขตลาเครในทวีปใต้ เหลือบมองเกมไพ่ที่เพิ่งจบไปครู่หนึ่ง แล้วทักทายอย่างมีมารยาท
‘อัศวินดาบ’ ตอบรับสั้นกระชับ รอจนอ็องโตนีเลือกนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีไพ่วางอยู่ จึงค่อยกล่าวเสียงแผ่ว
“ผมอยากขอร้องคุณสองเรื่อง หนึ่งคือ ช่วยบำบัดจิตให้ผมสักระยะ ให้สภาพจิตใจมั่นคงสักหน่อย”
“ไม่มีปัญหา” อ็องโตนีพยักหน้ารับ
มาดามจัสติสและมาดามซูซี่ไม่อยู่ที่กรุงทรีอาร์ เนื่องจากพบร่องรอยมังกรทางฝั่งตะวันตกของทะเลกลาง อีกทั้งมีสมาชิกสายจัดจ์เมนต์แห่งตระกูลทามาร่าในอาณาจักรโลเอ็นต้องการร่วมมือด้วย สองมาดามจึงจากไปพักใหญ่ และคงต้องอีกสักระยะกว่าจะกลับมา ในบรรดาผู้ถือไพ่อาร์คาน่าเล็กที่อยู่ในทรีอาร์ มีเพียงอ็องโตนีที่สามารถช่วยบำบัดจิตให้ ‘อัศวินดาบ’ ได้
‘อัศวินดาบ’ ยังคงอยู่ในสภาพกดดัน กล่าวต่อไปว่า
“เรื่องที่สอง พวกเราพบว่าสมาชิกบางส่วนของฝ่ายปล่อยตัณหา นำของสำคัญยิ่งชิ้นหนึ่งมายังกรุงทรีอาร์ ในกลุ่มนั้นมีร่องรอยของครึ่งเทพด้วย”
“พวกเรารู้ที่พักของสมาชิกฝ่ายปล่อยตัณหาแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าของชิ้นนั้นคืออะไร และไม่รู้ว่ามีผู้แข็งแกร่งซ่อนอยู่หรือไม่ ทางเราจึงไม่อยากบุกโจมตี”
“เรื่องนี้ไม่ควรใช้กำลังทางการด้วย ถ้าของชิ้นนั้นมีประโยชน์ต่อพวกเรา แต่กลับตกไปอยู่ในมือทางการ ก็จะยุ่งยาก”
“คฤหาสน์ที่พวกเขาพักอยู่ ทุกสองสามวันจะมีคนรับใช้ออกมาจ่ายตลาด แน่นอนต้องมีสมาชิกฝ่ายปล่อยตัณหาคอยเฝ้าดูอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามีฝีมือระดับใด”
“พวกเราจะทำให้สมาชิกฝ่ายปล่อยตัณหาที่แอบดูคนรับใช้เสียสมาธิ คุณหาจังหวะสะกดจิตคนรับใช้ที่ออกมาจ่ายตลาด ถามสองสามคำถาม แล้วสะกดให้เขาลืมเรื่องที่ถูกถาม”
“เวลามีน้อย เสี่ยงมาก พวกเราไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของคุณได้ ได้แต่บอกว่า จะยึดถือความปลอดภัยของคุณเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง”
“คุณจะปฏิเสธก็ได้ แต่หากตกลง พวกเราจะให้ค่าตอบแทนสุดแสนพิเศษ”
“พิเศษ?” อ็องโตนีถามอย่างฉงน
‘อัศวินดาบ’ หยิบทองปอนด์แห่งโลเอ็นที่ส่องแสงวับวาวออกจากกระเป๋าเสื้อ กล่าวเสียงทุ้มว่า
“ผมเชื่อว่า คุณคงจะคุ้นเคยกับมันดี”
อ็องโตนีนึกถึงเหรียญทองนำโชคที่จินนากับลุดวิกได้มาทันที
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า
“ได้ ผมจะช่วยพวกคุณสะกดจิตคนรับใช้ที่จ่ายตลาด แล้วถามคำถาม ส่วนจะถามอะไรบ้างนั้น พวกคุณต้องคิดเอง ผมไม่รู้ว่าพวกคุณสนใจประเด็นใด”
“ตกลง” ‘อัศวินดาบ’ แย้มยิ้มเล็กน้อย แต่แววตายังคงกดดัน
อ็องโตนีมองเขาครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“เรามาเริ่มบำบัดจิตครั้งแรกกันเลยดีไหม?”
“ได้” ‘อัศวินดาบ’ พยักหน้าเบา
อ็องโตนียิ้มอย่างสงบพลางกล่าว
“ก่อนอื่น ผมต้องแจ้งว่า ‘นักจิตบำบัด’ ไม่ได้วิเศษวิโส บางครั้งทำได้แค่ช่วยให้คุณพบหนทางที่ถูกต้อง บางครั้งทำได้แค่บรรเทาอารมณ์ เพื่อให้คุณกลับมามองสิ่งที่กังวลด้วยสภาพจิตที่ปกติขึ้น”
“ก็เหมือนการข่มใจไว้ เพื่อปลดปล่อยในยามสำคัญ หากไม่ปลดปล่อย ผมก็ทำได้แค่ช่วยประวิงเวลา สุดท้ายก็ต้องควบคุมไม่อยู่”
………
สองวันต่อมา ในตลาดที่คลาคล่ำด้วยผู้คน
อ็องโตนีเห็นเป้าหมาย เป็นชายที่มีเชื้อสายทวีปใต้ชัดเจน
เขาแกล้งเลือกซื้อเนื้อสด ค่อยเคลื่อนเข้าใกล้เป้าหมาย
ตามที่ตกลงกัน ‘อัศวินดาบ’ กับพวกต้องเริ่มทำให้สมาชิกฝ่ายปล่อยตัณหาที่แอบดูอยู่เสียสมาธิ หากไม่สำเร็จ จะใช้วิญญาณอาฆาตเข้าสิง แจ้งให้เขายกเลิกภารกิจวันนี้ทันที
ไม่นาน อ็องโตนีก็เดินมาอยู่ข้างเป้าหมาย
ทันใด ตาเขาเป็นประกาย ก้มหลังลง หยิบลูอิดอร์เหรียญหนึ่งจากพื้น
เขาลังเลครู่หนึ่ง แล้วถามคนรับใช้ที่จ่ายตลาดข้างๆ
“มิสเตอร์ ไม่ทราบว่านี่ใช่เหรียญของคุณไหมครับ?”
คนรับใช้มองมาอย่างงุนงง แสงจากเหรียญทองทำให้ตาพร่า ขณะเดียวกัน ดวงตาของอ็องโตนีก็เปลี่ยนเป็นตั้งตรงอย่างแนบเนียน เจือด้วยสีทองอ่อน
คนรับใช้ซึ่งสนใจลูอิดอร์เต็มที่ กลืนน้ำลายพลางกล่าวว่า
“ครับ ของผมเอง”
ถึงตรงนี้ อ็องโตนีสะกดจิตสำเร็จ
เขาส่งเหรียญทองให้คนรับใช้ ถามอย่างชวนคุยว่า
“พวกเขาทำอะไรกันในคฤหาสน์หรือ ทำไมไม่ออกมาสักทีล่ะ?”
คนรับใช้งงงันครู่หนึ่งแล้วตอบว่า
“พวกเขากำลังเฉลิมฉลอง เฉลิมฉลองด้วยกัน”
“พวกเขากำลังให้กำเนิดบุตร กำลังให้กำเนิดบุตร!”
……………………………………………………..