ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 876 คนไข้
ตอนที่ 876 คนไข้
ลูเมี่ยนรู้ดีว่า บุคคลตรงหน้าคืออามุนด์ แม้รูปลักษณ์จะต่างจากโมไนต์และอามุนด์อื่นๆ อยู่บ้าง แต่ทั้งเลนส์ตาเดียวที่ตรงเบ้าตาขวา ทั้งภาพลักษณ์และบุคลิกโดยรวม ล้วนบ่งชี้ชัดว่าพระองค์คืออามุนด์
แต่ปัญหาคือ อามุนด์มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เหตุใดพระองค์ถึงเรียกตัวเองว่าเทอร์มีโพลอส?
ลูเมี่ยนเห็นชัดว่าแสงสีเงินผสมดำเหล่านั้น ลอยออกมาจากร่างของตน ลอยออกจากตราผนึกของมิสเตอร์ฟูลที่กำลังสลาย แล้วเหตุใดมันถึงกลายเป็นอามุนด์ได้?
นี่คือเหตุที่ทำให้ลูเมี่ยนถึงกับตะลึงงันไปเมื่อครู่
คงไม่ใช่ว่า ในการติดต่อหลายครั้งก่อนหน้านี้ อามุนด์แอบหลบผ่านตราผนึกของมิสเตอร์ฟูล ซ่อนตัวในร่างเขา แล้วแทนที่เทอร์มีโพลอสกระมัง?
แล้วตราผนึกของมิสเตอร์ฟูลคืออะไร?
ท่ามกลางความตกใจระคนสงสัย ลูเมี่ยนกดข่มอารมณ์เหล่านี้ไว้ เพราะยังมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าต้องทำ
เด็กหนุ่มลุกขึ้น เตรียมจะไปหยิบ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ แล้วใช้พลังข้ามกระจกของ ‘น้ำตาดำ’ รีบรุดไปยังสังเวียนของพวกฟรังก้าและจินนา เพื่อช่วยพวกเขาต่อสู้กับฮิกดัน
ในทางกลับกัน อัวซอง·ซ็องซงกับแฮร์ริสัน ยังคงยืนเหม่อเหมือนรูปปั้น
อามุนด์ผู้อ้างตัวเป็นเทอร์มีโพลอส ยกมือขึ้นห้ามลูเมี่ยน
พระองค์ทอดตามองขอบเขตโปร่งใสที่ฉายภาพพวกฟรังก้าต่อสู้กับฮิกดัน ก่อนยิ้มพลางกล่าว
“ข้าได้กำหนดชะตาให้พวกเขาไม่ถูกฆ่าในเวลาสิบนาทีแล้ว เจ้ายังมีเวลาพอสมควร ส่วนผลลัพธ์หลังจากนั้นจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกของเจ้าเอง”
ลูเมี่ยนหันกลับมามองอามุนด์ พลางถอดเครื่องประดับ ‘น้ำตาดำ’ จากหน้าผาก เก็บเข้าไปในมิติแยกใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบ แล้วถามเสียงทุ้ม
“เลือกอะไร?”
ไม่ทันที่อามุนด์จะตอบ เด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะถามเพิ่มอีกข้อ
“ท่านกลายเป็นเทอร์มีโพลอสตั้งแต่เมื่อไร?”
ขณะพูด ลูเมี่ยนเก็บแหวนกระดูก ‘เสียงกระซิบของปีศาจ’ ไว้ชั่วคราว
มุมปากอามุนด์ยกขึ้นเล็กน้อย
“นานมากแล้ว ตอนที่เจ้ารู้จักชื่อนี้ครั้งแรก เทอร์มีโพลอสก็เท่ากับเป็นข้าแล้ว”
พูดถึงตรงนี้ ราชาเทวทูตผู้เคยยิ่งใหญ่มีรอยยิ้มที่แฝงการเยาะหยัน
“ในความฝันที่หมู่บ้านกอร์ตู จอมเวทเป็นสัญลักษณ์ของพลังชะตากรรม การที่จอมเวทตายและถูกฝังในสุสาน หมายถึงพลังชะตากรรมสูญเสียเจ้าของดั้งเดิม นั่นคือเทอร์มีโพลอสแท้จริงสิ้นชีวิตแล้ว นกฮูกที่เฝ้าสุสาน รวมถึงร่างของจอมเวท คือสัญลักษณ์ของผู้มาเยือนที่ปรารถนาพลังนั้น และอีกตัวตนของเจ้าที่อยู่เคียงข้างนกฮูกคือ ธาตุแท้อันเสื่อมทรามที่ทุกคนมี”
“พาลีสตีความพวกนี้ไม่ออก ยังจะเรียกตัวเองว่า ‘นักถอดรหัส’ อีกหรือ? ข้าแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ เจ้านั่นก็จำไม่ได้แล้ว?”
“อายุยังน้อยก็แก่ชราแล้วหรือ?”
ลูเมี่ยนไม่รู้ว่าพาลีสคือใคร แต่เข้าใจความหมายของคำอธิบายอามุนด์
ครั้งแรกที่ตนได้ยินเกี่ยวกับธาตุแท้อันเสื่อมทราม ก็คือจาก ‘ผู้วิงวอนความลับ’ บางคน เป็นความรู้ที่มากับโอสถ ครั้งที่สองคือในพระนามของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ ที่ชุมนุมแสงเหนือศรัทธา
และอามุนด์ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากกับพระองค์
นี่หมายความว่า อิทธิพลของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ ต่อเหตุการณ์ในหมู่บ้านกอร์ตู ลึกซึ้งกว่าที่ลูเมี่ยนคาดไว้มาก ไม่ใช่แค่ส่งเอลฟ์น้อยรูปร่างกิ้งก่ามาไม่กี่ตัว ให้เรื่องราวดำเนินไปตามแผนเท่านั้น!
ในใจลูเมี่ยนพลันลุกโชนด้วยความโกรธที่แม้แต่ ‘นักพรต’ ก็ไม่อาจระงับได้ จึงเค้นเสียงแหบต่ำจากลำคอ
“หายนะที่หมู่บ้านกอร์ตู เป็นแผนของพวกท่านหรือ?”
อามุนด์บีบเลนส์ตาเดียวตรงเบ้าตาขวาแผ่วเบา ไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง
พระองค์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากความว่างเปล่า อ่านด้วยน้ำเสียงแบบรายงาน
“คนไข้: ลูเมี่ยน·ลี, เพศชาย, อ้างว่าเกิดวันที่ 26 กันยายน ปี 1340, เป็นคนหมู่บ้านกอร์ตู เขตดาลีแอช แคว้นไรสตัน สาธารณรัฐอินทิส”
“อาการ: มีแนวโน้มทำลายตัวเองรุนแรง สูญเสียความสามารถตอบสนองต่อความรู้สึกผู้อื่น”
“วิเคราะห์สาเหตุ: ประสบการณ์ช่วงเด็กเร่ร่อนทำให้คนไข้ไม่ไว้ใจสิ่งรอบตัว เพื่อความอยู่รอด เขาได้สร้างนิสัยไม่ทะนุถนอมร่างกาย ละทิ้งหลักศีลธรรมที่จำเป็นในสังคม สิ่งที่ช่วยเยียวยากลับมาคือ ความช่วยเหลือ ความเห็นอกเห็นใจ ความรักห่วงใย การกระตุ้นเตือน และการใช้ชีวิตแบบพึ่งพากันของโอลัวร์·ลี หลังจากความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่ถูกสร้างขึ้น เขาก็ค่อยๆ กลายเป็นคนปกติ”
“หายนะที่หมู่บ้านกอร์ตู รวมถึงการจากไปของโอลัวร์ ทำลายชีวิตที่คนไข้สร้างใหม่ นำมาซึ่งความเจ็บปวดและสิ้นหวังรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้เขาไม่กล้าปรารถนาหรือตอบสนองความรู้สึกของผู้อื่น เพราะกลัวจะสูญเสียไปอีก ส่งผลให้เต็มไปด้วยแนวโน้มทำลายตัวเอง”
“แผนรักษาระยะแรก”
“ขั้นที่หนึ่ง เน้นย้ำว่าโอลัวร์·ลียังมีโอกาสฟื้นคืนชีพเล็กน้อย เพื่อให้คนไข้มีแรงจูงใจในการดำรงชีวิต”
“ขั้นที่สอง จัดให้คนไข้เข้าพักที่โรงแรมระกาทองในเขตตลาดทรีอาร์ ที่นั่นเต็มไปด้วยชนชั้นล่างของสังคม ประสบการณ์ของพวกเขาจะกระตุ้นความรู้สึกร่วมของคนไข้ได้ดี”
“ขั้นที่สาม บังคับให้คนไข้สร้างความสัมพันธ์กับเชเลีย·เบลโลและคนอื่นๆ ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่”
“ขั้นที่สี่ ใช้ภารกิจแฝงตัวใน ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ ให้คนไข้พบกับฟรังก้า·โรลังด์ ผู้มีภูมิหลังคล้ายโอลัวร์มาก และมีนิสัยร่าเริง สามารถลดกำแพงทางจิตใจที่คนไข้สร้างไว้ได้ดี กลายเป็นตัวเลือกสำคัญที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่”
“ขั้นที่ห้า ร่วมกับการบำบัดของ ‘จัสติส’ และ ‘ซูซี่’ แห่ง ‘ชุมนุมทาโรต์’ ต้องจัดแจงให้เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยปรับปรุงสภาพจิตใจ”
“ช่วงแรก อาศัยความเห็นอกเห็นใจที่คนไข้มีต่อชาร์ลีผู้ว่างงาน อีแซงซ์หญิงขายบริการ และคนอื่นๆ ทำให้คนไข้เห็นว่า ความช่วยเหลือของตนผลิดอกออกผล จนเกิดกระแสตอบกลับในเชิงบวก”
“ช่วงกลาง หลังเผชิญความยากลำบาก ให้คนไข้ได้พบเชเลีย·เบลโล ผู้คอยปลอบโยนเคียงข้าง และผ่านการเลือกทำสิ่งเหลวไหลแต่ยังมีขอบเขต เพื่อระบายอารมณ์ที่สั่งสมภายใน”
“ช่วงปลาย จัดแจงเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ให้เกิดเร็วขึ้น ในจังหวะเหมาะสมที่สุด บางเหตุการณ์อาจเกิดก่อนการบำบัดช่วงกลาง”
“นี่รวมถึง”
“หนึ่ง ซูซานน่า·มาติส จ้องเล่นงานชาร์ลีอีกครั้ง ส่งลูกน้องสมาคมเสียวซ่านลักพาเขาไปยังทรีอาร์ใต้ดิน ทำให้คนไข้รับรู้ถึง ‘ผู้ทนทุกข์’ อย่างคลุมเครือ จนเกิดความโกรธ และผ่านเหตุการณ์นี้ เสริมสร้างสายสัมพันธ์กับฟรังก้า เชเลีย ชาร์ลี และคนอื่นๆ เริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางสังคม”
“สอง คนบ้าฟลามงที่มีสภาพคล้ายคนไข้มากที่สุด หลังได้รับความช่วยเหลือและหลุดพ้นจากวิญญาณมงต์ซูรี กลับสิ้นหวังในชีวิต ไร้กำลังใจจะอยู่ต่อ จึงผูกคอตายที่กรอบหน้าต่าง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจอย่างรุนแรงแก่คนไข้ กระตุ้นจิตใจต่อต้าน ปลุกความดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้ในใจเขา”
“สาม คนเก็บขยะรูเอลโชคร้าย ถูกลัทธินอกรีตทำร้ายแบบไม่เลือกหน้า จนป่วยหนัก คนไข้ช่วยสุดความสามารถแต่ไม่อาจรักษาชีวิตเขาไว้ได้ มิเชลภรรยาของเขาสิ้นหวัง จึงดื่มเหล้า กินอาหารอย่างอิ่มหมีพีมัน และร้องเพลงเสียงดังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนผูกคอตายยามรุ่งสาง เหตุการณ์คล้ายคลึงและจุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ จุดระเบิดอารมณ์ในใจคนไข้ ทำให้เขาอยากต่อต้านความอยุติธรรมของโชคชะตา และท้าทายทุกสิ่ง”
“สี่ โรงงานเคมีที่แม่ของเชเลียทำงานระเบิด นี่คือตัวเร่งปฏิกิริยาครั้งสุดท้าย”
“ผลการบำบัดช่วงแรก: แนวโน้มทำร้ายตัวเองลดลงชัดเจน สร้างความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่ พบแรงจูงใจมีชีวิตอยู่ระดับหนึ่ง ทนรับเหตุการณ์ต่างๆ ได้มากขึ้น”
อามุนด์อ่าน ‘รายงาน’ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่หัวใจลูเมี่ยนค่อยๆ จมดิ่ง ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งร่าง
เขาเหมือนเด็กเร่ร่อนถูกราดน้ำเย็น ความเย็นแล่นจากศีรษะถึงปลายเท้า ความหวังและความภาคภูมิใจในใจดับวูบเหมือนเปลวเทียน
ความไม่ยอมแพ้ ความดื้อรั้น การต่อต้านโชคชะตาของเขา กลายเป็นเรื่องตลก ร่วงแตกเป็นเสี่ยง ถูกบดขยี้เป็นผงดินใต้ฝ่าเท้าของตัวตนลำดับสูง
ในยามนี้ ลูเมี่ยนชาไปทั้งร่าง
ในใจเขา ครึ่งหนึ่งฉาบไปด้วยความโกรธที่ระงับไม่ได้ ฉาบด้วยแรงผลักดันทำลายตัวเอง หวังจะลาก ‘คนเขียนรายงาน’ ตายตกตามกันไป อีกครึ่งฉาบด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด เหมือนตอนที่พี่สาวโอลัวร์ผลักตนออกไป แล้วเสียชีวิตเพียงลำพัง
อามุนด์อ่านรายงานการบำบัดช่วงแรกจบ มองลูเมี่ยนด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ราวกับรอการตอบสนอง
ร่างลูเมี่ยนโค้งงอเล็กน้อย เสียงดังมาจากส่วนลึกของหัวใจ อย่างเจ็บปวดที่สุด
“ทำไม…ทำไมถึงต้องเป็นผม?”
อามุนด์ยิ้มแล้วพูดว่า
“กลิ่นอายของเดอะฟูล ทางเลือกอันโง่เขลาของโอลัวร์ ทำให้เจ้าคือหนูทดลองชั้นดี รองรับได้หลายสิ่ง ใช้พิสูจน์ผลการทดลองในอดีต”
“นี่คือเหตุผลแรก อีกเหตุผลคือ ถ้าเจ้าทำลายตัวเองจริง การที่ข้าสวมบทบาทเทอร์มีโพลอสก็จะถูกเปิดโปง แล้วจะหลอกพวกข้างนอกได้อย่างไร ให้พระองค์หาโอกาสเดิมพันครั้งใหญ่ได้อย่างไร?”
“มีเพียงการค่อยๆ ดูดซึมและย่อยตะกอนพลังลำดับ 1 ของเทอร์มีโพลอสในตราประทับของ ‘เดอะฟูล’ แล้วกระโดดข้ามเส้นทาง จึงจะซ่อนเร้นและถูกค้นพบได้ยากที่สุด”
สมองลูเมี่ยนสับสนวุ่นวาย อารมณ์ในใจระเบิด แม้แต่คุณสมบัติของ ‘นักวางแผน’ ก็ใช้ไม่ได้ เพียงแค่ถามไปตามสัญชาตญาณ
“ในพิธีใหญ่ของหลวงพ่อ…สิ่งที่ลงมาไม่ได้มีแค่เทอร์มีโพลอส แต่มีท่านด้วย? ท่านตั้งใจให้ตัวเองถูกผนึกในร่างของผม พร้อมกับพระองค์ที่บาดเจ็บสาหัส?”
อามุนด์พยักหน้าเบาๆ ยิ้มพลางพูด
“ขอบคุณของขวัญจากพวกเจ้า ที่เปิดช่องทางกลับให้ข้า และมอบของขวัญชิ้นนี้ด้วย”
ลูเมี่ยนเงียบลง ลมหายใจกระเส่าอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับอากาศที่นี่บางเบาเกินไป ต้องหายใจแรงๆ จึงจะได้รับอากาศ
“ก่อนหน้านี้ คนที่ซ่อนตัวรอบๆ ผม…‘ผู้ทนทุกข์’ คนนั้นคือใครกันแน่?”
อามุนด์ส่ายหัว
“ยังเดาไม่ออกอีกหรือ? เคยได้ยินชื่อของ ‘ราชาเทวทูต’ โอโรเลอุสบ้างไหม?”
‘ราชาเทวทูต’ โอโรเลอุส…ลูเมี่ยนอึ้งไป แต่ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล
นี่คือราชาเทวทูตที่เคยติดตาม ‘เทพสุริยันบรรพกาล’ ที่มิสเตอร์ K แห่ง ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ เคยเทศนาว่า ปัจจุบันพระองค์รับใช้ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’
ลูเมี่ยนกัดฟันแน่น ปล่อยเสียงลอดออกมาตามช่องว่าง
“พวกท่าน…ในตอนนั้น…มีโอกาสช่วยโอลัวร์ไหม?”
อามุนด์ยิ้ม
“อยากฟังคำตอบไหม?”
พระองค์เหลือบมองกระดาษในมือ ราวกับเตรียมอ่านเนื้อหาใหม่ ซึ่งอาจมีคำตอบทั้งหมดอยู่ในนั้น
……………………………………………………..