ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 907 ศพ
ตอนที่ 907 ศพ
ลูเมี่ยนจ้องตาสีน้ำเงินเข้มของผู้แจ้งสารเดนิสครู่หนึ่ง แล้วส่งสัญญาณตาให้จินนา
ตอนนี้ ฟรังก้าไม่จำเป็นต้องย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ แล้ว
จินนาเข้าใจความหมายทันที เธอยิ้มถามเดนิส
“มีคอร์สสำหรับเด็กๆ ไหมคะ?”
เธอชี้ไปทางลุดวิก จนเด็กชายถึงกับสะดุ้งหน้าซีด
จินนารู้สึกถึงการย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ชัดเจน
ตาเดนิสเป็นประกาย ยิ้มกว้างพลางตอบว่า
“แน่นอน! ตั้งแต่สอนภาษา ตรรกะสำหรับเด็กสามขวบ ไปถึงอบรมวิชาชีพสำหรับผู้ใหญ่ ทางเรามีหมด!”
ขณะพูด สายตาเขาอดไม่ได้ที่จะมองสลับระหว่างใบหน้าจินนาและฟรังก้าหลายครั้ง พลางออกอาการตื่นตะลึง
แม้แต่ดาราแต่งหน้า แต่งภาพ ก็ยังไม่แน่ว่าจะสวยขนาดนี้!
จินนารับใบปลิว ดูอย่างละเอียดแล้วพูดยิ้มๆ
“ถ้าวันไหนว่าง ฉันจะพาเด็กไปดูนะคะ”
เธอจำแผนการของลูเมี่ยนได้แม่นยำ ตอนนี้เน้นสังเกตการณ์ ไม่รีบติดต่อโดยตรง
ได้ยินคำพูดจินนา ใบหน้าลุดวิกฉายแววทุกข์ทรมานชัดเจน จึงคว้าเนื้อย่างมากัดฉีก เป็นชิ้นที่โรยพริกป่นกับผงยี่หร่า เพื่อปลอบประโลมบาดแผลในใจ
“ครับ อย่าลืมบอกชื่อผมนะ จะได้ส่วนลดด้วยละ!” เดนิสรู้สึกทึ่งที่สาวสวยหน้าละอ่อนมีลูกโตขนาดนี้แล้ว คงเพราะมัธยมไม่ตั้งใจเรียน ยังไม่จบก็ถูกเด็กเกเรพาไปอยู่บ้านมีลูก หลังจากนั้นเขาก็กล่าว “นามสกุลผมคือ ต้า ชื่อ หนี่จื่อ”
พูดจบ เขามองหน้าจินนาและฟรังก้าอย่างอาลัย แล้วหมุนตัวไปทันที เดินหาเป้าหมายแจกใบปลิวต่อ
“น่าจะเป็นมนุษย์จำลองในความฝัน ที่สร้างจากจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล” อ็องโตนีที่สังเกตอย่างเงียบเชียบ เอ่ยปากให้ความเห็น
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“เขาไม่ได้แสดงความพิเศษที่ผู้แจ้งสารควรมี และชัดเจนว่าจำฉันไม่ได้”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนก็คลี่ยิ้ม
“เมื่อถูกสร้างจากจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล แสดงว่าในความเข้าใจของเขา ผู้แจ้งสารเป็นคนชอบความงามสตรี แต่ก็ไม่หลงเสน่ห์จนหัวปักหัวปำ ในแง่นี้มีความเด็ดเดี่ยวค่อนข้างมั่นคง”
นี่คือข้อสรุปจากการที่เดนิสถูกดึงดูดด้วยความงามของสอง ‘นางมาร’ แต่ไม่ทักทาย ไม่พูดเยิ่นเย้อ และไม่อยู่นานเกินไป
“อาจไม่ใช่เพราะเด็ดเดี่ยว แต่มีจรรยาบรรณในอาชีพ ไม่ทักสตรีขณะทำงาน หรือมีคนที่ชอบอยู่แล้ว จึงยอมควบคุมตัวเอง” ฟรังก้าพูดไปพูดมา ยิ้มกำกวม “ก็หมายความว่า…ที่เขียนในซีรีส์นักผจญภัยใหญ่ ก็คือเรื่องจริงสินะ?”
“เรื่องเล่าในทะเลก็ว่าอย่างนั้น” ลูเมี่ยนยืนยัน
ถัดมา ทั้งสี่คนเน้นสังเกตการณ์ กินไม่มาก แต่ลุดวิกเปลี่ยนความเศร้าโกรธเป็นความอยากอาหาร ทำให้ต้องจ่ายเงินไปสี่ร้อยหยวน
ฟรังก้าเอามะเขือย่างคำสุดท้ายใส่ปาก เคี้ยวสองสามที ลุกขึ้นอย่างอาลัย
“ถึงเวลาต้องกลับแล้ว”
นี่เป็นรสชาติที่ชวนให้คิดถึงจริงๆ
ขณะเดินอ้อมไปยังย่านที่พัก จินนามองโคมไฟสว่างสองข้างทาง แล้วมองผู้คนที่เดินอยู่ท่ามกลางสายลมฤดูร้อนในความมืดยามราตรี เกิดภาพลวงตาว่า ปัจจุบันยังไม่ใกล้รุ่งสาง เพียงแค่เพิ่งค่ำเท่านั้น
ที่ทรีอาร์ ก่อนเป็นผู้วิเศษ เธอกล้าเดินถนนยามดึกก็ต่อเมื่อมีชื่อในฐานะคู่รักของ ‘บูตแดง’ และมีปืนลูกโม่ลับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้าเดินไกลกลับบ้าน ปกติต้องอาศัยที่บ้านฟรังก้า แต่ในมหานครแห่งความฝันของมิสเตอร์ฟูล ผู้คนดูคุ้นเคยกับการเพลิดเพลินบนถนนยามดึก
ฟรังก้ากลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ราวกับหวนกลับไปสู่ชีวิตในอดีต
เธอมองซ้ายขวาอย่างสบายอารมณ์ ก็พลันเห็นริมซอยที่นำไปสู่ชุมชนเก่า
ณ จุดที่แสงไฟถนนส่องไม่ถึง มีร่างหนึ่งห้อยอยู่บนผนังตึก แกว่งไกวแผ่วเบา
ด้วยสายตาที่ถูกยกระดับของ ‘นางมาร’ และเนตรมองกลางคืน ฟรังก้ามองเห็นร่างนั้นทันที
คิ้วสีเหลืองไหม้ ผมสีเดียวกัน หน้าผากพันผ้าผูกผมสีแดง ตาสีน้ำเงินเข้มเบิกโพลง จับอยู่กับความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ใบหน้าบิดเบี้ยว ปากอ้าครึ่งหนึ่ง ลิ้นยื่นออกมา
ผู้แจ้งสารเดนิส!
เขาถูกแขวนอยู่บนผนังตึก รอบคอมีเชือกป่านสีน้ำตาลอ่อน!
เขาถูกแขวนคอตาย
คนที่เพิ่งแจกใบปลิวให้ลูเมี่ยนและคณะเมื่อชั่วโมงกว่า ถูกแขวนคอตาย!
ขณะที่รูม่านตาฟรังก้าขยายกว้างทันที ลูเมี่ยนและจินนาก็เห็นร่างที่ห้อยแขวนและแกว่งไกวแผ่วเบาเช่นกัน
“ผู้แจ้งสารตายแล้ว? ถูกฆ่า?” จินนาเอ่ยด้วยความสงสัย
ฝีมือใคร?
เป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของความฝัน หรือฝีมือของคนของราชันสวรรค์?
หลังยืนยันว่าศพคือผู้แจ้งสารเดนิส ฟรังก้าถอนใจพูดว่า
“ยังดีที่เป็นแค่มนุษย์จำลองในความฝัน ไม่ถึงกับทำให้ผู้แจ้งสารในโลกจริงตายตาม”
ได้ยินประโยคนี้ ลูเมี่ยนใจสั่น เดินเข้าซอย มาถึงหน้าร่างเดนิสที่ถูกแขวน
ระหว่างทาง เขาสังเกตรอบข้าง หยิบกระจกออกมาทำนายอย่างรวดเร็ว เพื่อยืนยันว่าฆาตกรจากไปแล้ว และไม่มีใครสนใจจุดเกิดเหตุ
ยังไม่ทันเข้าใกล้ เขาก็ได้กลิ่นเหม็นของอุจจาระปัสสาวะที่เล็ดลอด
พิจารณารวมกับรายละเอียดอื่น เขาตัดสินว่าผู้แจ้งสารถูกแขวนคอตายจริง
ลูเมี่ยนทำให้น้ำแข็งก่อตัวบนผนัง สร้างส่วนนูน ปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว ถึงความสูงเดียวกับศพเดนิส เก็บผู้แจ้งสารพร้อมเชือกป่านเข้าไปในกระจกที่ใช้ทำนายเมื่อครู่
“คุณอยากจัดงานศพให้ผู้แจ้งสาร?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย หลังจากลูเมี่ยนกระโดดลงจากผนัง ละลายน้ำแข็ง แล้วใช้เปลวไฟแดงเผาร่องรอยให้แห้ง
ลูเมี่ยนกวาดตามองรอบข้าง พูดเสียงเบา
“แค่จะทดลองอะไรบางอย่าง”
“ทดลองอะไร?” จินนาที่จูงลุดวิกผู้หงุดหงิด ถามอย่างสงสัย
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ตามข้อมูลและรายละเอียดในปัจจุบัน เราทุกคนรู้ว่า แดนฝันนี้เกิดจากจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล ถ้าเราซ่อนศพผู้แจ้งสาร ไม่ให้มิสเตอร์ฟูลพบหรือได้ยินเรื่องนี้ ก็เท่ากับว่าการตายของผู้แจ้งสารไม่เคยมีอยู่ และพรุ่งนี้ค่ำ ผู้แจ้งสารจะยังแจกใบปลิวในย่านแผงขายอาหารกลางคืนใช่ไหม?”
“…เป็นไปได้” ฟรังก้านึกถึงหนังและนิยายแนวแดนฝันที่เคยดูก่อนข้ามโลกมา
“ถ้าจริงอย่างนั้น เราก็ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ เหตุการณ์สำคัญที่มิสเตอร์ฟูลในแดนฝันไม่รู้ ไม่เคยได้ยิน เท่ากับไม่มีอยู่ ไม่เคยเกิดขึ้น!” ลูเมี่ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“แต่ถ้าพรุ่งนี้เย็น ผู้แจ้งสารไม่ปรากฏตัวอีก หรือตำรวจรู้เรื่องการหายตัว นั่นหมายความว่าอะไร?” จินนารู้ว่าลูเมี่ยนต้องคิดถึงประเด็นนี้ เพราะการทดลองมีผลลัพธ์แค่สองทาง
ลูเมี่ยนยิ้มที่มุมปากพลางกล่าว
“อาจมีสองเหตุผล”
“หนึ่ง แต่ละหุ่นในแดนฝัน นอกจากจะเกิดจากความทรงจำและการรับรู้ของมิสเตอร์ฟูลแล้ว ยังผสมจิตใต้สำนึกของเขาด้วย ดังนั้น ทุกเหตุการณ์ในแดนฝันจะถูกจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลรับรู้และบันทึกไว้”
เมื่อเห็นพวกฟรังก้าดูเหมือนจับประเด็นสำคัญไม่ได้ ลูเมี่ยนจึงยกตัวอย่าง
“ข้อมูลระบุว่า มิสเตอร์ฟูลคือสิ่งมีชีวิตโบราณที่ตื่นจากการหลับใหล ผ่านร่างอวตารที่เดินบนโลกเพื่อรวบรวมพลังและความลับ ค่อยๆ ฟื้นคืนทีละนิด อวตารของเขาเคยเลื่อนจากลำดับ 2 ‘ผู้ชี้นำปาฏิหาริย์’ สู่ลำดับ 1 ‘บริวารเร้นลับ’ เพื่อเตรียมพิธี เขาสร้างเมืองยูโทเปีย ทุกคนในเมืองเป็นหุ่นเชิดของมิสเตอร์ฟูล แต่ละหุ่นมีเส้นทางโชคชะตาของตน ทั้งหมดถูกสวมบทบาทโดยมิสเตอร์ฟูล มีปฏิสัมพันธ์กัน สร้างความเสมือนจริง”
“นี่คล้ายกับแดนฝันปัจจุบันมากใช่ไหมล่ะ? ยกเว้นจิตสำนึกจากโลกภายนอก หุ่นเชิดที่เหลือ ล้วนอาจเป็นจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลที่แบ่งแยกออกมา ผสมกับภาพในความทรงจำแล้วแสดงออกมา”
“พูดอีกแบบคือ นอกจากพวกเรา ทุกคนและสัตว์ในแดนฝัน อาจเป็นมิสเตอร์ฟูลทั้งหมด…ดังนั้น หากต้องการจะติดต่อกับเขา เราอาจไม่ต้องไปพบกับตัวเขาเสมอไป วิธีนี้ยังอาจช่วยให้หลบเลี่ยงการตรวจจับของราชันสวรรค์ เพื่อติดต่อกับมิสเตอร์ฟูลได้ด้วย”
“ในข้อมูลมียูโทเปียด้วยหรือ?” ฟรังก้าอึ้งไป
มิสเตอร์ฟูลใช้คำนี้จริงหรือ?
เธอยกมือนวดศีรษะด้วยท่าทางเจ็บปวดระคนสับสน
“ก็อาจมีจริงจริงๆ…แต่พอฉันอ่านถึงช่วงหลัง ทั้งร่างก็มึนไปหมด ดูเหมือนกำลังคุยกับพวกคุณ แต่จริงๆ ไม่รู้เลยว่าตัวเองพูดอะไร…”
“มีจริง และแนวคิดที่ฉันพูดไปเมื่อครู่ ก็ไม่ได้คิดขึ้นมาเอง แต่เป็นไพ่อาร์คาน่าใหญ่เสนอมา ซึ่งพวกเขาไม่มีโอกาสพิสูจน์แล้ว” ลูเมี่ยนพยักหน้า
“ทุกคนเป็นมิสเตอร์ฟูล…” จินนานึกถึงผู้คนมากมายที่พบหลังออกจากตู้รถไฟ และภาพอันคึกคักที่เห็นก่อนหน้า จนเธอรู้สึกเชื่อได้ยาก
ลูเมี่ยนพูดต่อ
“เหตุผลที่สอง การตายของผู้แจ้งสาร เกิดจากฝีมือคนของราชันสวรรค์ ซึ่งควบคุมและมีอิทธิพลต่อแดนฝันได้เช่นกัน ย่อมทำให้จิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลรับรู้เรื่องนี้ด้วย แต่ปัญหาคือ การเล่นงานหุ่นแบบนี้ มีความหมายอะไรกันแน่?”
“แม้จะต้องการสั่นคลอนเจตจำนงของมิสเตอร์ฟูล โดยมุ่งที่จุดอ่อนทางอารมณ์ ก็ไม่ควรเลือกผู้แจ้งสาร จากข้อมูล ผู้แจ้งสารยังไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมิสเตอร์ฟูลในแดนฝัน แม้แต่จะเรียกว่าเพื่อนก็ยังไม่ได้”
“แปลกจริงๆ” ฟรังก้า ‘อืม’ ออกมา
พวกเขาใช้เพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ จัดการจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว แล้วออกจากซอย เดินไปยังหมู่บ้านเก่าที่เช่าอยู่
เมื่อเกือบถึงประตูใหญ่ พวกเขาได้ยินเสียงคนร้องตะโกนแผ่วเบาอย่างตื่นตระหนกจากข้างต้นไม้
“ปล่อยฉันไปเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะ…”
“อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา!”
ลูเมี่ยนมองไปทางนั้น แลเห็นชายชาวพื้นเมือง ไม่ใช่คนที่มีลักษณะของชาวทวีปเหนือเหมือนเดนิสผู้แจ้งสาร
……………………………………………………..