ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 920 ยังกับความจริง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 920 ยังกับความจริง
ตอนที่ 920 ยังกับความจริง
ตามคำแนะนำของลูเมี่ยน ฟรังก้ารีบตรวจสอบวิดีโอเฝ้าระวังห้างชั้น 4 ช่วงสามนาทีก่อนหน้า
ระหว่างนั้น จินนาและอ็องโตนีหลบไปยังบริเวณที่ถูกเผาด้วย ‘เพลิงประลัยกัลป์’ หลีกเลี่ยงจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับและพลังเสื่อมโทรมตกค้าง
จินนายังช่วยสร้างเปลวเพลิงทมิฬในส่วนอื่นของห้องควบคุมอย่างเงียบงัน ช่วยลูเมี่ยนลบร่องรอย แต่ทำได้เพียงหกถึงเจ็ดกลุ่มต่อครั้ง
ลุดวิกอาศัยที่ยังมี ‘กระจกตัวแทน’ เหลือ รีบฉวยโอกาสกินอาหารว่าง เนื้อหนังที่มีจุลชีพก่อโรคและพลังเสื่อมโทรมติดอยู่
ไม่นานนัก ฟรังก้าเปิดวิดีโอวงจรปิดที่ต้องการได้
ในฉากที่ควรมืด เงียบ ไร้ผู้คน กลับมีเงาคนสองร่างต่อสู้กันดุเดือด เปลวเพลิงแดงฉานลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ควันหนาทึบพวยพุ่ง
แต่ภาพการต่อสู้กับฉากเดิมดูไม่กลมกลืน ราวกับถูกตัดต่อด้วยเทคนิคพิเศษล้าสมัย ทั้งเงาของลูเมี่ยนและศัตรูต่างพร่าเลือน แสดงร่องรอยถูกรบกวนสัญญาณ
“การต่อสู้ของพวกคุณในโลกหน้าจอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอวงจรปิดจริงๆ แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโลกภายนอก ชั้น 4 ของห้างยังไม่เสียหาย…” ฟรังก้าเปิดภาพวิดีโอปัจจุบันในบริเวณนั้นขึ้นมาเปรียบเทียบ
เธอสูดลมหายใจแล้วกล่าว
“โลกหน้าจอไม่ใช่แค่โลกในกระจก แต่มีลักษณะเด่นของโลกข้อมูล…”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับแล้วกล่าว
“ความรู้ทางศาสตร์เร้นลับเกี่ยวกับมิติพิเศษและโลกมายา พวกเรายังรู้แค่ผิวเผิน ทั้งพลัง อำนาจ และความรู้เหล่านี้ ล้วนกระจายอยู่ในเส้นทางของ ‘นางมาร’ ‘ผู้ส่องความลับ’ ‘ผู้ฝึกหัด’ ‘จิตรกร’ โดย ‘ผู้ฝึกหัด’ เป็นหลัก ส่วนเส้นทาง ‘จิตรกร’ ฉันไม่แน่ใจว่าจะเทียบกับ ‘ผู้ฝึกหัด’ ได้ไหม”
“เส้นทางที่เชี่ยวชาญการเรียกวิญญาณ ก็น่าจะเข้าใจมิติพิเศษและโลกมายาอยู่บ้าง” ฟรังก้าหันตัวครึ่งหนึ่งแล้วพูด “วิดีโอแบบนี้คงไม่ช่วยให้ตำรวจและลูกน้องราชันสวรรค์ได้รูปพรรณสัณฐานของคุณไป เราไม่จำเป็นต้องทำลายอุปกรณ์บันทึกภาพแล้วละ”
ขณะนั้น ลูเมี่ยนได้รับความช่วยเหลือจากจินนา ลบร่องรอยต่างๆ ในห้องควบคุมหมดแล้ว ฟรังก้าเริ่มใช้เพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ ชำระรอยนิ้วมือที่เธอทิ้งไว้บนอุปกรณ์
“อา” ฟรังก้าดึงมือที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟทมิฬกลับ
ลูเมี่ยนพาทีมกลับไปยังรถเช่าผ่านโลกในกระจก ฟรังก้าเพิ่งคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จ เตรียมสตาร์ทรถ แต่ก็พลันสะท้านหนาวขึ้นมา
เธอเริ่มรู้สึกหนาวเย็น ราวกับความร้อนในร่างกายถูกดูดออกไป ศีรษะมึนงง สายตาพร่ามัวเป็นระยะ มีดวงดาวสีทองผุดขึ้น เธออาจหมดสติได้ทุกเมื่อ
ฟรังก้าเข้าใจว่า นี่คือผลข้างเคียงของ ‘ปืนสั่งได้’ ที่กำลังแสดงฤทธิ์ หากกระตุ้นผล ‘สั่งตาย’ หรือ ‘ไม่พลาดเป้า’ ผู้ใช้จะล้มป่วยหนักแน่นอน หากไม่พบผู้รักษาที่มีประสิทธิภาพ อาจถึงขั้นเสียชีวิต แม้จะพบผู้รักษาแล้ว อาการป่วยหนักก็ยังคงอยู่อีกระยะหนึ่ง
ในทำนองเดียวกัน เมื่ออ็องโตนีใช้ปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ แต่ละครั้ง ก็ต้องหา ‘นักปรุงยา’ หรือ ‘แพทย์’ มารักษา ไม่เช่นนั้นจะเป็นโรคร้ายที่ผู้วิเศษลำดับกลางถึงต่ำรับมือไม่ได้
ลูเมี่ยนเห็นฟรังก้าหน้าซีดขาวจนเกือบโปร่งใสทันที จึงล้วงมือเข้า ‘กระเป๋านักเดินทาง’ หยิบยารักษาออกมาสองขวด
สิ่งเหล่านี้คือทรัพยากรสำหรับภารกิจที่ ‘ชุมนุมทาโรต์’ จัดหาให้ เป็นสินค้าที่บริษัทยาเดอะฟูลไม่จำหน่ายสู่ภายนอก ทั้งยังผลิตน้อยมาก
เพื่อภารกิจนี้ ไพ่อาร์คาน่าใหญ่มอบยารักษาอเนกประสงค์ยี่สิบห้าขวดให้ทีม ส่วนใหญ่อยู่กับลูเมี่ยนซึ่งเป็นหัวหน้า จินนา ฟรังก้า และอ็องโตนีพกติดตัวคนละสองขวด ส่วนลุดวิกไม่มี
เด็กน้อยต้องมีผู้ดูแล ไม่เช่นนั้นจะแอบดื่มจนหมด!
ฟรังก้าใช้มือสั่นเทาเปิดฝาขวดยารักษา ดื่มลงไปอึกใหญ่
ของเหลวเย็นเฉียบไหลผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพาะ
ไม่นาน ความรู้สึกหนาวเย็นก็หายไปอย่างรวดเร็ว ผิวกายเธอซึมเหงื่อออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ดีขึ้นมากแล้ว…” ฟรังก้าถอนหายใจ “แค่หัวยังมึนนิดหน่อย หน้าผากร้อน ร่างกายไม่มีแรง”
อ็องโตนีที่ยังไม่เป็นโรคก็ดื่มยารักษาจนหมด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ให้ฉันขับรถเองดีกว่า” ลูเมี่ยนกล่าว
“คุณ…ขับเป็นหรือ?” ฟรังก้าไม่คิดว่าสภาพเธอตอนนี้ เหมาะแก่กับการขับรถ แต่ลูเมี่ยนที่ไม่เคยเรียนขับรถ กลับทำให้เธอกังวลยิ่งกว่า “…พวกเราเรียกแท็กซี่ดีกว่าไหม?”
ลูเมี่ยนยิ้มพูด
“วันนี้ฉันสังเกตคุณขับรถอย่างละเอียด จับหลักการพื้นฐานได้แล้ว และตอนนี้ก็ค่อนข้างดึก ไม่มีรถมาก”
“เหนือสิ่งอื่นใด ฉันยังมีใบขับขี่ที่มาดามจัสติสให้มาด้วย”
“เอางั้นก็ได้…คุณหลี่หมิง” ฟรังก้าปลดเข็มขัดนิรภัยด้วยความอ่อนแรง แล้วเปิดประตูรถ
หลี่หมิงคือชื่อปลอมของลูเมี่ยนในแดนฝัน
เมื่อเท้าฟรังก้าเพิ่งแตะพื้น เข่าก็อ่อนระทวยทันที ซวนเซจนเกือบล้ม โชคดีที่ลูเมี่ยนรออยู่นอกเบาะคนขับ จึงคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน
“นี่คือความรู้สึกของคนป่วยหนักสินะ…แถมยังเป็นกรณีที่อิทธิพลถูกกดไว้แค่ลำดับ 7…” ฟรังก้าพยุงตัวกับลูเมี่ยน แล้วบรรจงเดินไปยังเบาะข้างคนขับ เตรียมให้คำแนะนำ
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ถ้าเป็นโลกความจริง ตอนนี้ฉันคงต้องอุ้มคุณเดิน”
ฟรังก้านึกภาพตามแล้วพูดทันที
“ไม่! แบกดีกว่า!”
ลูเมี่ยนชายตามองเธอแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไรเพิ่ม
จินนาที่ออกจากที่นั่งข้างคนขับ มองทั้งสองเดินเข้ามา ดวงตาเธอหม่นหมอง แต่สีหน้ามีความภูมิใจ
หลังจากนั่งเข้าที่ แล้วปิดประตูรถ ฟรังก้าเริ่มอธิบาย
“อันนี้พวงมาลัย หันไปทางไหนก็บังคับไปทางนั้น นี่คันเร่ง ใช้ควบคุมความเร็ว นี่เบรก ใช้หยุดรถหรือลดความเร็วกะทันหัน…สรุปคือ อย่าแซง ไม่มีรถค่อยเปลี่ยนเลน ไฟแดงหยุด ไฟเขียวไป ต้องเลี้ยวก็เลี้ยว เกียร์ออโต้ง่ายมาก…”
ลูเมี่ยนเหยียบเบรก ปลดเบรกมือ ปรับคันเกียร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
รถเก๋งสีเทาค่อยๆ เคลื่อนตัว เร่งความเร็วขึ้นทีละน้อย
หลังผ่านไฟแดงสองแห่ง ลูเมี่ยนดูคล่องแคล่วชำนาญแล้ว
ฟรังก้าอ้าปากเล็กน้อย แล้วพูดเสียงอ่อนแรง
“คุณเรียนรู้ได้แล้วหรือ?”
ไม่ต้องให้ฉันคอยแนะนำข้างๆ แล้วงั้นหรือ?
“ง่ายจะตายไป” ลูเมี่ยนยิ้มตอบโดยใช้คำพูดของฟรังก้าเอง
เขาปล่อยมือข้างหนึ่ง แล้วชี้เข้าหาศีรษะตัวเอง
“คุณต้องเชื่อมั่นในพลังการรับรู้พื้นที่ รวมถึงการประสานมือเท้าของ ‘นักล่า’”
ฟรังก้าพลันรู้สึกว่า การเป็นคนขับรถเป็นในทีม ไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจอะไรแล้ว
กระทั่ง ลูเมี่ยนขับรถกลับถึงหมู่บ้านเก่าที่เช่าอยู่อย่างราบรื่น แต่ภายใต้คำแนะนำของจินนา ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะจอดสำเร็จ ทำให้ฟรังก้ากลับมาภูมิใจในตัวเองอีกครั้ง
เพื่อประหยัดเงิน พวกเขาจึงเช่ารถรุ่นเก่า ไม่มีระบบช่วยจอด
ในห้องเช่า ลูเมี่ยนพาเพื่อนร่วมทีมเข้าไปในกระจกที่ซ่อนศพผู้หญิงที่ฟื้นคืนชีพไว้
นอกจากลูเมี่ยนและลุดวิก ฟรังก้าและคนอื่นไม่กล้ามองละเอียด กลัวได้รับมลทินใหม่ แม้แค่กวาดตามอง พวกเขาก็เห็นรัศมีสลัวลอยจากศพแหลกเหลว ค่อยๆ รวมตัวมุ่งไปยังดวงตาข้างขวา
“ตะกอนพลังกำลังแยกตัวออกมาหรือ?” จินนาอุทาน
ฟรังก้าเพราะอ่อนแรง จึงช้ากว่าหนึ่งจังหวะ เอ่ยปากด้วยท่าทางงุนงงว่า
“ความฝันมันจะสมจริงไปไหม?”
ผู้วิเศษยังจะแยกตะกอนพลังออกมาอีกหรือ?
ไม่รอให้พวกลูเมี่ยนตอบสนอง ฟรังก้าก็เกิดความคิดประหลาด
“ถ้าฉันได้รับตะกอนพลังในความฝันนี้ ผสมเป็นโอสถ จัดพิธี ดื่มลงไป และเลื่อนลำดับสำเร็จ ตัวฉันในโลกความจริงจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ บริเวณหลังกระจกไม่มีใครพูด เอาแต่เงียบจนผิดวิสัย
“ฉันตอบคุณไม่ได้” ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วพูด “อาจต้องปรึกษาไพ่อาร์คาน่าใหญ่ หรือถือตะกอนพลังนี้ออกจากแดนฝัน ดูว่ามันจะ ‘ติดตาม’ ไปยังความจริงด้วยไหม”
หลังมาถึงเมืองนี้ หากลูเมี่ยนและคณะต้องการออกจากแดนฝันแล้วกลับเข้ามาใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยมาดามจัสติสอีก ไม่ต้องนั่งรถไฟอีก สามารถเข้าผ่านเหรียญทองนำโชคได้โดยตรง
“การเข้าออกแดนฝันบ่อยครั้ง อาจดึงดูดความสนใจของราชันสวรรค์ได้” อ็องโตนีเตือนลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘อืม’ แล้วเอ่ยปาก
“ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธีอื่น…อย่าเพิ่งคิดเรื่องการออกไป พรุ่งนี้เช้าเราจะติดต่อไพ่อาร์คาน่าใหญ่”
แม้ว่าไพ่อาร์คาน่าใหญ่จะถูกจำกัดในแดนฝัน บางใบอาจเข้ามาในฝันไม่ได้ แต่ยังมีวิธีทะลุผ่านแดนฝัน ติดต่อพวกเขาได้ ซึ่งต้องไปยังสถานที่หนึ่ง
ขณะทุกคนพูดคุยกัน ตะกอนพลังสลัวรวมตัวในดวงตาขวาของศพหญิงที่ฟื้นคืนชีพ เปลี่ยนมันเป็นสีดำที่เปล่งประกายน้ำเงินมืดเล็กน้อย
ระหว่างนี้สามนางมารอย่างลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนา ช่วยกันสร้างเพลิงทมิฬหลายกลุ่ม เผาทั้งศพหญิงและจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับที่แพร่จากตะกอนพลัง
ลูเมี่ยนอ้างอิงจากสูตรโอสถ ‘สิ้นหวัง’ จึงเก็บลูกตาสีดำ น้ำดีจากศพคืนชีพ และกลุ่มผมยาวหยาบสีเทาขาว ซึ่งยังไม่เปลี่ยนกลับรูปเดิม แล้วส่งให้ฟรังก้าเก็บใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’
ลุดวิกที่อดทนมานาน ชี้ไปที่ศพหญิงถาม
“ผมขอกินสักคำสองคำได้ไหม?”
เขาได้รับความสามารถ ‘กระจกตัวแทน’ ผ่านการ ‘พราก’ แล้ว หากกินเนื้อเลือดศพหญิงอีกสักคำสองคำ จะมีโอกาสตรึงความสามารถนี้ไว้กับตัวเอง
แน่นอน ด้วยข้อจำกัดของแดนฝัน รวมถึงการที่ ‘พราก’ อยู่ในลำดับ 7 เขาจะไม่สามารถได้รับ ‘กระจกตัวแทน’ อย่างถาวร ได้แค่ใช้สองถึงสามสัปดาห์
“ได้” ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
ลุดวิกวิ่งไปอย่างตื่นเต้น เข้าใกล้ศีรษะศพหญิง เป้าหมายคือใบหูเล็กประณีต
“หลังเธอตาย เสน่ห์ของ ‘นางมาร’ รวมอยู่ที่ใบหู แม้แต่ลุดวิกยังถูกดึงดูด?” ความคิดลูเมี่ยนแล่นผ่าน ก็เห็นลุดวิกก้มลงไป กัดหูข้างนั้นจนขาดพร้อมกับเสียงกร๊อบ แล้วเคี้ยวกินด้วยปากเปื้อนเลือด
“…” พวกฟรังก้าต่างเงียบกริบ หันตัวไปทางอื่น ไม่มองอีก
หลังลุดวิกกินหูทั้งสองข้างของ ‘นางมาร’ หมด แล้วกลับมาอยู่ข้างจินนาอย่างไม่เต็มใจ ลูเมี่ยนก็เริ่มเตรียมพิธีการ
เนื่องจากขาดเป้าหมายการวิงวอน เขาทำได้แค่ ‘สื่อวิญญาณ’ ด้วยวิธีเรียบง่าย พร้อมเฝ้าระวังมลทินร้ายแรงจากราชันสวรรค์ ซึ่งอาจมีอยู่บนร่างเป้าหมาย
ไม่นานนัก เงาร่างพร่ามัวของศพหญิงก็ปรากฏลอยขึ้นมา
ลูเมี่ยนถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เธอตื่นขึ้นมาจากห้องเก็บศพโรงพยาบาลมู่ซู ด้วยจุดประสงค์อันใด?”
……………………………………………………..