ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 921 บทบาทในละคร
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 921 บทบาทในละคร
ตอนที่ 921 บทบาทในละคร
ร่างศพหญิงใบหน้าซีดตอบด้วยเสียงล่องลอย
“ปลอมตัวอย่างแนบเนียน ผ่านการสัมภาษณ์บริษัทอินทิส เป็นพนักงานและเพื่อนร่วมงานของโจวหมิงรุ่ย”
“พบโจวหมิงรุ่ยทุกวัน เริ่มด้วยท่าทีสุภาพราบเรียบ แล้วค่อยสนิทกัน ในชีวิตประจำวันก็ค่อยๆ ยั่วยวนเขาทีละนิดจนกระทั่งเขาหลงรัก”
“ฉันจะเป็นแฟนเขา ภายหน้าจะแต่งงานกับเขา ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ รวยหรือจน แข็งแรงหรือเจ็บป่วย เขาเป็นชายหรือหญิง ฉันจะอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ทอดทิ้ง ชั่วนิรันดร์”
ฟรังก้าร่างป่วยได้ยินแล้วก็อ้าปากเล็กน้อย พลางกล่าวอย่างงุนงง
บทบาทในละครนี้ ดูจะไม่ถูกต้องนะ?
ไม่ใช่ทั้งแนวอิทธิฤทธิ์ในเมืองใหญ่ หรือแนวสืบสวนสยองขวัญ แต่กลายเป็นนิยายรักล้วนๆ…
นี่คือการทำให้มิสเตอร์ฟูลจมอยู่ในความสุขหวานชื่นของชีวิตรัก จมอยู่ในสภาพเมืองสงบอบอุ่น จนไม่อยากตื่น?
ราชันสวรรค์ ท่านเอาจริงขนาดนี้เชียว?
นี่คือการสร้างโลกทรูแมนโชว์ให้มิสเตอร์ฟูล เพื่อแยกเขาจากความจริง?
พอได้ยินประโยค ‘ไม่ว่าเขาจะเป็นชายหรือหญิง’ ฟรังก้าก็สะดุ้งตื่นทันที
มีแผนร้ายแอบแฝงอยู่!
มีความผิดปกติซ่อนเร้น และมีจุดประสงค์อื่น!
ลูเมี่ยนคิดคล้ายฟรังก้า แต่ความคิดไม่คล่องเท่า โดยกำลังสนใจอีกประเด็น
ภารกิจชุบชีวิตศพ ไม่มีการกล่าวถึงการล่อมิสเตอร์ฟูลให้ดื่มโอสถแม่มด นี่อาจบ่งชี้ได้ว่า มีคนอื่นรับผิดชอบเปลี่ยนมิสเตอร์ฟูลให้เป็นนางมารอยู่แล้ว
ขณะนั้น ฟรังก้าพูดเบาๆ
“ถ้าดูแค่บทละคร ก็เหมือนจะเป็นไปได้อยู่…หากจะมีอิทธิพลต่อมิสเตอร์ฟูล อา…คนระมัดระวังอย่างโจวหมิงรุ่ย ทำได้แค่อาศัย ‘อยู่นานวันเกิดความรัก’ จะสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจได้ ก็ต้องผ่านการอยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่ายจริงใจ วันแล้ววันเล่า”
“สำหรับภารกิจแบบนี้ ผู้เหมาะสมที่สุดคือ ‘นางมาร’ รองลงมาคือ ‘กามเทพน้อย’ ไม่แปลกที่ต้องชุบชีวิตหรือปลุกศพหญิงคนนี้ ‘การยั่วยวน’ จะแทรกซึมอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตประจำวันได้โดยไม่ถูกสังเกต…”
“จริง ตามคำเตือนของมาดามซูซี่ เราคงทำได้แค่ใช้วิธีคล้ายกันให้มิสเตอร์ฟูลไว้ใจ แค่ไม่ต้องใช้ ‘การยั่วยวน’ แต่ถ้าทำแบบนั้น ก็เสี่ยงมากที่จะถูกเปิดโปง” จินนาเสริมอย่างรอบคอบ
การติดต่อมิสเตอร์ฟูลยาวนานและบ่อยครั้ง เสี่ยงต่อการถูกราชันสวรรค์พบความผิดปกติ
ลูเมี่ยนไม่ตอบฟรังก้าและจินนา เขาต้องรีบ ‘สื่อวิญญาณ’
เขามองร่างพร่าเลือนของศพหญิงสาว แล้วชั่งคำก่อนถาม
“เธอเป็นหุ่นเชิดหรือเปล่า?”
ลูเมี่ยนไม่ได้ผ่านการต่อสู้กับร่างจริงของศพหญิงคืนชีพ ไม่ได้เจอระเบิดโรคทั้งสองลูก ไม่ได้ร่วมสนทนาเรื่อง ‘นักเชิดหุ่น’ ของพวกฟรังก้า ตอนนั้นเขาจึงไม่ได้ค้นรอบห้องควบคุมในรัศมีสามสิบสี่สิบเมตร เพื่อดูว่ามีผู้วิเศษซ่อนอยู่หรือไม่ จนกระทั่งขับรถกลับมา หลังแลกเปลี่ยนรายละเอียดการต่อสู้กับพวกพ้อง เขาถึงคิดว่าอาจเป็นหุ่นเชิด
แม้ไม่ได้ค้นรอบห้องควบคุมโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าไม่ระวังศัตรูที่อาจซ่อนอยู่ นี่เป็นพื้นฐานของ ‘นักล่า’ แต่ตอนนั้นเขาก็ไม่พบใครแอบซ่อนอยู่จริงๆ
เขาจึงไม่แน่ใจการคาดเดาของพวกฟรังก้า ข้อสงสัยอาจไม่ใช่เรื่องจริง เหมือนศพหญิงคืนชีพไม่มีพรของเส้นทาง ‘ประตู’
ร่างศพหญิงที่มีผมดำผิดวิสัยปกคลุม ตอบด้วยเสียงว่างเปล่า
“ใช่”
ใช่? เป็นหุ่นเชิดจริงๆ? ลูเมี่ยนตกใจพร้อมรีบถาม
“ใครเป็นคนควบคุมเธอ แล้วมันอยู่ที่ไหน?”
คราวนี้ เงาศพหญิงไม่ตอบ แต่ค่อยๆ เงยหน้า มองไปยัง ‘ท้องฟ้า’ มืดอันว่างเปล่าในมิติหลังกระจก
ลูเมี่ยนและคนอื่นอาจได้รับผลจากจิตวิญญาณที่เหลือของเธอ หรือถูกกระตุ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมศาสตร์เร้นลับ ถึงกับเกิดภาพหลอน
ในความพร่าเลือน พวกเขาเห็นเส้นสายบางๆ จำนวนมากที่เป็นภาพลวงตาลอยจากร่างศพหญิง ทอดยาวสู่ที่สูง และบนร่างของพวกเขาเองก็มีเส้นสายลวงตาคล้ายกัน ที่ลอยขึ้นสู่ความลึกของท้องฟ้ามืด
พวกเขายังเห็นผู้คนในเมืองทีละคน เห็นว่าพวกเขาก็มีเส้นสายลวงตามากมายเช่นกัน เชื่อมต่อไปยังจุดในท้องฟ้ายามค่ำที่ดวงจันทร์และดวงดาวถูกบดบังด้วยเมฆ
ลูเมี่ยนตกตะลึงกับภาพที่เห็นทั้งกายใจ แต่ด้วยความสามารถในการสังเกตแบบ ‘นักล่า’ ทำให้เขายังพบรายละเอียดบางอย่าง
เส้นลวงตาจากร่างของพวกเขากับเส้นของศพหญิงต่างกันอย่างชัดเจน
เส้นของพวกเขาล่องลอย ไหวเอน ราวกับถูกสิ่งในที่สูงดึงดูด ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้เอง ไม่ได้แทรกเข้าความมืดจริงๆ ส่วนปลายเส้นของศพหญิงตึงแน่น กลืนเป็นเนื้อเดียวกับความมืดที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ส่วนเส้นของคนอื่นในเมือง ลูเมี่ยนรับรู้ได้แค่คลุมเครือ มองไม่ชัด
จากข้อมูลเส้นทางเดอะฟูลที่ได้รับจากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ลูเมี่ยน ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีได้ข้อสรุปทันที
ที่สูงแทนมิสเตอร์ฟูล และแทนราชันสวรรค์ด้วย ศพหญิงคืนชีพเป็นหุ่นเชิดของราชันสวรรค์!
“ไม่แปลกที่ไม่พบ ‘นักเชิดหุ่น’ ที่ควบคุมเธอแถวนี้…” จินนาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วรีบเข้าใจปัญหาทันที “ไม่ถูกต้อง! ถ้าเป็นจริง พวกเราที่ปะทะกับหุ่นเชิดราชันสวรรค์โดยตรง คงถูกราชันสวรรค์ล็อกเป้าแล้ว ถูกเตะออกจากแดนฝันไปแล้ว แม้ไม่ถูกเตะ ก็ต้องถูกจำกัดแน่…”
พอเปลี่ยนความคิด จินนานึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
“ราชันสวรรค์ก็จมอยู่ในห้วงนิทรา ส่วนใหญ่มึนงงไร้สติ ควบคุมหุ่นเชิดโดยไร้สำนึก ต้องถูกกระตุ้นหรือหุ่นเชิดรายงานกลับเอง จึงจะรู้สถานการณ์ได้”
“แต่หุ่นเชิดที่ถูกควบคุม ไร้สำนึกจะแสดงออกแบบนั้นได้สินะ? นอกจากสุดโต่ง หมกมุ่นเล่นงานพวกเรา ไม่ยอมถอนตัว ศพหญิงชุบชีวิตกับคนจริงแทบไม่ต่างกัน…”
ขณะนั้น ร่างศพหญิงเริ่มจางลง กำลังจะหายไป
การ ‘สื่อวิญญาณ’ ใกล้สิ้นสุดแล้ว
ลูเมี่ยนฉวยช่วงเวลาสุดท้าย ถามอย่างเร่งร้อน
“ใครมอบความเป็นมนุษย์แก่เธอ?”
จินนาฟังแล้วเข้าใจทันทีว่าลูเมี่ยนคิดตรงกับตน
เขาเองก็ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมที่เหมือนมนุษย์ของศพหญิงคืนชีพหรือหุ่นเชิด!
ร่างศพหญิง หน้าซีดเขียวจางลงทุกขณะ เหลือเพียงเสียงกลวงก้อง
“เป็น ‘มิสเตอร์ฟูล’ และ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’…”
“หา?” ฟรังก้าที่อ่อนแอจากความเจ็บป่วย ควบคุมตัวเองได้น้อยลง เผลอเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
ฟังแล้วราวกับ ‘มิสเตอร์ฟูล’ และ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ให้กำเนิดเธอมา…
ลูเมี่ยนยุติการสื่อวิญญาณ หันมาพูดกับพวกพ้องอย่างครุ่นคิด
“ฉันคิดว่าฉันเข้าใจประโยคสุดท้าย…”
“เธอน่าจะเคยติดต่อกับ ‘มิสเตอร์ฟูล’ หรือร่างอวตารของเขาในฐานะ ‘นางมารสิ้นหวัง’ จิตใต้สำนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ จะสร้างอัตลักษณ์ รูปลักษณ์ และบุคลิกให้เธอโดยสัญชาตญาณตามภาพในความทรงจำ ผนวกกับการปลุกของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ หรือการให้ชีวิตใหม่ เธอจึงมีความเป็นมนุษย์โดยปริยาย กลายเป็นหุ่นเชิดพิเศษที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระ”
“ศพของผู้แจ้งสารที่ถูกส่งไปห้องเก็บศพโรงพยาบาลมู่ซู ก็เพื่อสร้างหุ่นเชิดแบบนี้ด้วยหรือ?”
“โรงพยาบาลมู่ซูไม่เพียงมี ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ แต่ยังมีร่างของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ด้วย?”
“นึกแล้วเชียว!” ฟรังก้าอยากตบมือ แต่ยกมือขึ้นแล้วไม่มีแรง “โรงพยาบาลมู่ซูอาจมีพลังของ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ ด้วย”
ลูเมี่ยนจ้องศพหญิงซึ่งแม้จะเละเทะ แต่มีเสน่ห์น่าตะลึง จดจ้องอยู่สองสามวินาทีแล้วพูด
“ไม่มีพลังพรของเส้นทาง ‘ประตู’ แพร่กระจาย รวมถึงพรแห่งความเสื่อมโทรมด้วย…”
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ…ตอนต่อสู้ เธอไม่ได้แสดงพลังด้านนั้นออกมา…พวกระเบิดโรคสองลูกนั่น ใช้อุปกรณ์บางอย่างผลิตไว้ก่อนหรือ? น่าเสียดาย ไม่ทันถามว่าเมื่อหุ่นเชิดโดนระเบิดโรคลูกหนึ่ง จะเป็นอย่างไรบ้าง…” ฟรังก้ารู้สึกหวาดกลัวโรงพยาบาลมู่ซูมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าลูเมี่ยนเข้าไปชั้นใต้ดินโรงพยาบาลมู่ซูก่อนหน้านี้ จะต้องเจออะไรบ้าง!
ลูเมี่ยนค้นศพแล้วไม่พบสิ่งของอื่น จึงลุกขึ้นพูดกับลุดวิก
“ถ้านายสัญญาว่า ต่อไปจะเชื่อฟังคำพูดของจินนา ฉันจะให้ศพนี้เป็นรางวัล!”
“ได้ ผมสัญญา!” ลุดวิกพูดด้วยสีหน้าที่ไม่สนว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร
จุดประสงค์แท้จริงของลูเมี่ยนคือ ต้องการทำลายศพให้สิ้นซาก เพราะนี่คือหุ่นเชิดของราชันสวรรค์ ต้องทำลายให้หมดสิ้นไม่เหลือร่องรอย ก่อนที่พระองค์จะตื่นชั่วครู่ เพื่อป้องกันการถูกจับตาและเกิดความผิดปกติ
เห็นลุดวิกวิ่งไปหาศพหญิง จินนาประคองฟรังก้า พร้อมกับอ็องโตนี รีบออกจากพื้นที่หลังกระจกเงา กลับไปที่ห้องเช่า
ลูเมี่ยนยืนข้างลุดวิก ถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ถ้าศพนี้เป็นของจริง นายกินแล้วจะฟื้นกลับสู่ลำดับ 4 ได้ไหม?”
“ไม่ได้ เว้นแต่จะให้ศพอีกร่างด้วย” ลุดวิกมองลูเมี่ยนด้วยสายตาอยากได้
เขาหมายถึงศพของอัวซอง·ซ็องซง เมื่อสองวันก่อนเขาเพิ่งได้รับรางวัลเป็นแขนหนึ่งข้างเพราะเรียนดี สอบดี และทำการบ้านดี ก่อนเข้าฝันจึงฟื้นคืนสู่ลำดับ 5 ‘ผู้ช่วงชิง’ อย่างสมบูรณ์แล้ว
ลูเมี่ยนไม่สนใจความปรารถนาของลุดวิก หันไปถาม
“ลำดับ 4 ของพวกนายเรียกว่าอะไร?”
ลุดวิกเริ่มกัดแทะแขน ตอบอย่างไม่ชัดเจน
“สัตว์ประหลาดทะเล”
…………
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟรังก้าพบว่าอาการป่วยหนักยังไม่หาย หน้าผากร้อน ร่างกายไม่มีแรง แทบลุกจากเตียงไม่ไหว
ลูเมี่ยนใช้วิธี ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ อย่างง่ายยืนยันว่านี่เป็นเพียงผลกระทบเชิงลบที่ยังคงอยู่ ต้องป่วยอีกเกือบครึ่งวัน ไม่ใช่เพราะยารักษาไม่ออกฤทธิ์ จึงบอกจินนา
“เราผลัดกัน คุณดูแลเธอกับลุดวิกตอนเช้า ฉันดูแลตอนบ่าย”
“ตอนนี้ฉันจะขับรถไปกับอ็องโตนี เพื่อติดต่อพวกไพ่อาร์คาน่าใหญ่”
“ตกลง” จินนาเมื่อคืนก็ได้รับมลทินบางส่วน จึงต้องการพักผ่อนมากขึ้น
ลงบันไดเสร็จ ขึ้นรถ ลูเมี่ยนทำเลียนแบบฟรังก้า วางโทรศัพท์บนที่จับที่ซื้อมาโดยเฉพาะ เปิดแอปฯ แผนที่
จากนั้น เขาก็ป้อนจุดหมายด้วยการพูดต่อหน้าอ็องโตนี
“ร้านขายของชำซิงเมิ่ง”
……………………………………………………..