ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 956 ข้อสงสัยใหม่
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 956 ข้อสงสัยใหม่
ตอนที่ 956 ข้อสงสัยใหม่
จินนาไม่ได้ไปหมู่บ้านซินหงเพื่อหาลูเมี่ยนกับลุดวิกเหมือนที่พูด แต่เลือกโรงแรมหรูใกล้ๆ แล้วเปิดห้องตรวจสอบดูว่า ตนจะถูกเตะออกไปด้วยหรือไม่
คืนหนึ่งผ่านไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอตื่นเธอจึงรีบกลับสวนเต๋อชวง นั่งตรงมุมหอโถง ด้านข้างหันไปทางประตูเข้าหมู่บ้าน
ผ่านไปสิบกว่านาที เธอเห็นฟรังก้า
ฟรังก้ายังคงใส่แว่นกรอบดำเชยๆ แต่งตัวแบบสาวออฟฟิศอนุรักษนิยม
จินนาเห็นแล้วถอนใจโล่งอก เปลี่ยนท่านั่ง หันหลังให้ฟรังก้า ไม่ไปเผชิญหน้า
เป้าหมายที่เธอตื่นเช้ากลับมาที่หมู่บ้านคือ เพื่อยืนยันว่าพฤติกรรมของ ‘ลั่วฝู’ ยังสอดคล้องกับฟรังก้าคนเดิมหรือไม่ หากอีกฝ่ายถอดการปลอมตัว เปลี่ยนเป็นแต่งหน้าและเสื้อผ้าที่เน้นความโดดเด่นของตัวเอง ปล่อยเสน่ห์ ‘นางมาร’ ออกมาเต็มที่ เธอก็ต้องหาข้ออ้างไม่ให้ ‘ลั่วฝู’ ไปทำงาน ถ่วงเวลาเอาไว้สักวัน
ดูเหมือนว่าสไตล์ของ NPC ‘ลั่วฝู’ คนนี้จะยังคงเป็นแบบเดิมต่อไป
……………
ตึกเทคโนโลยี ชั้น 10
ฟรังก้านั่งลงที่โต๊ะทำงาน บรรจงชงกาแฟให้ตัวเองอย่างเชื่องช้า
ขณะนั้น เธอเห็นโจวหมิงรุ่ยเดินเข้ามา จึงยิ้มพูดว่า
“หาโรแซนหรือ? เธอยังไม่มาเลย”
“ผมคิดว่าพวกคุณจะมาด้วยกัน” โจวหมิงรุ่ยไม่ปิดบังความประหลาดใจ
ในสายตาเขา โรแซนกับลั่วฝูมีความสัมพันธ์อันดีทั้งเปิดเผยและลับหลัง ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันด้วยเหตุผลไม่ธรรมดา น่าจะเป็นพวกที่รอกันและกัน แล้วเดินทางมาทำงานด้วยกัน
ฟรังก้ายิ้มพูด
“ฉันถามเธอแล้ว เธอบอกมีธุระนิดหน่อยทำให้ล่าช้า บอกให้ฉันไม่ต้องรอ”
“อย่างนี้นี่เอง…” โจวหมิงรุ่ยพยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวเดินออกไปนอกแผนกบริหาร
ช่วงนี้ ความถี่ที่เขามาหาโรแซนเพื่อสอบถามข่าวของบริษัท สูงกว่าแต่ก่อนมาก จนทำให้คนว่างๆ ในแผนกบริหารบางคน เริ่มแพร่ข่าวลือความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่
โจวหมิงรุ่ยเดินไม่เร็วไม่ช้าไปถึงประตูแผนกบริหาร โดยไม่ได้รอฟังคำพูดของลั่วฝู ที่จะให้เขารอสักครู่
เหตุผลหลักที่เขามาหาวันนี้ไม่ใช่โรแซน หากแต่เป็นลั่วฝู โดยคิดว่าอีกฝ่ายจะถือโอกาสนี้แนะนำบางสิ่งเพิ่มเติม ใครจะรู้ว่าลั่วฝู แม้แต่ความคิดจะพูดคุยเล่นก็ไม่มี ยังคงสุภาพแต่แฝงความห่างเหิน
โจวหมิงรุ่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้หันกลับไปมองอีก เดินออกจากแผนกบริหารไปเลย
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง…” เขาเพิ่งบ่นในใจไปประโยคเดียว ก็เห็นโรแซนถือแพนเค้กไส้ไข่และผักกรอบ กับนมถั่วห้าธัญพืชเดินมา
“อรุณสวัสดิ์” โรแซนทักทายอย่างร่าเริง
“อรุณสวัสดิ์” โจวหมิงรุ่ยยิ้มพูด “ผมเพิ่งไปหาคุณ แต่คุณยังไม่มา ลั่วฝูบอกว่าคุณมีธุระล่าช้า”
โรแซนมองซ้ายมองขวา
“อีกแล้วหรือ อยากรู้เรื่องอะไรจากฉันอีกล่ะ?”
ทั้งสองคุยเล่นกันสองสามประโยค แล้วต่างเดินไปห้องทำงานของแผนกตัวเอง
ทันใดนั้น โทรศัพท์โจวหมิงรุ่ยสั่นครั้งหนึ่ง
เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความจากโรแซนที่เพิ่งคุยกัน
“วันนี้อย่าไปคุยอะไรกับลั่วฝูเลย รอพรุ่งนี้”
ตอนเห็นข้อความนี้ โจวหมิงรุ่ยนึกว่าความสัมพันธ์สาวสองคนแตกหักกะทันหัน เริ่มจับกลุ่มกีดกันอีกฝ่าย แต่หลังอ่านละเอียดอีกรอบ เขาก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้น
“โรแซนหมายความว่า วันนี้ลั่วฝูมีปัญหา อย่าไปติดต่อ พรุ่งนี้ก็จะดีขึ้นเอง?”
“ทำไมจะมีปัญหา? เมื่อวานยังปกติดี…”
“เป็นเพราะเมื่อคืนคุยกับเราเรื่องเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คุยเรื่องเครื่องดื่ม ‘นักลอบสังหาร’ รวมถึงปัญหาที่ตามมา? นี่เหมือนกับ ‘ดาว’ ในกลุ่ม ที่พูดถึงเรื่องสำคัญแล้วหลุดออฟไลน์ทันที…”
“ปัญหาคืออะไร ใครสร้างปัญหา ทำไมวันนี้มี พรุ่งนี้ก็แก้ไขได้แล้ว?”
ในสมองโจวหมิงรุ่ยผุดคำถามมากมาย แต่หลายข้อก็หาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลไม่ได้
……………
ชั้น 13 แผนกรักษาความปลอดภัย
ลูเมี่ยนกับคู่หูลุงเซีย ลาดตระเวนครบทุกชั้นแล้ว ไม่พบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยใดๆ
หลังนั่งในห้องที่ดูเหมือนห้องพักยามมากกว่าห้องทำงาน ลูเมี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ออกมา
เนื่องจากฟรังก้าออกจากแดนฝันแล้ว สามารถพบไพ่อาร์คาน่าใหญ่ได้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องส่งผลทดลองเมื่อวานพร้อมเรื่องรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซูที่สงสัยว่าเป็นนายหญิงโรลังด์แห่งศาสนจักรพระแม่ธรณี ออกไปผ่านร้านขายของชำซิงเมิ่ง
สำหรับผลการทดลองครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาด สิ่งเดียวที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ
ความทรงจำของโรแซนยังอยู่ ความทรงจำทั้งหมดที่มีปฏิสัมพันธ์กับฟรังก้าและจินนายังคงอยู่!
“นี่หมายความว่า เราสามารถ ‘บ่มเพาะ’ ตัวละครในแดนฝันได้…แต่ยังไม่แน่ใจว่า ตัวละครในแดนฝันต้องเข้าใจความจริงถึงระดับใด จึงจะนำมาซึ่งความผิดปกติ…”
“ในอนาคต อาจเกิดสถานการณ์แบบนี้ พวกเราทั้งห้าคนและผู้ถือเหรียญทองในอนาคต ถูกเตะออกจากแดนฝันหมด ได้แต่มองดูอยู่ข้างๆ แต่กลับมีตัวละครในแดนฝันหลายคนที่สืบทอดเจตนารมณ์และภารกิจของพวกเรา ยังคงพยายามปลุกมิสเตอร์ฟูลอยู่ และพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของแดนฝัน ไม่สามารถถูกเตะออกไปได้!”
“นี่เป็นการเปลี่ยนแนวคิด อาจไม่ต้องเป็นผู้มาเยือนจากภายนอกเสมอไป ไม่ต้องเป็นพวกเรา NPC ก็แสดงบทบาทได้…”
“ถึงตอนนั้น ตัวละครในแดนฝันจะไม่ถูกเตะออก แต่ถูกฆ่าหรือได้รับมลทิน เหมือนผู้แจ้งสารคนนั้น”
“เมื่อตัวละครในแดนฝันถูกสังหารมากขึ้น สำหรับมิสเตอร์ฟูลแล้ว นี่เป็นการกระตุ้นหรือไม่? นี่ก็เป็นหายนะของเมืองในแดนฝัน ตัวละครสำคัญจำนวนมากเสียชีวิตหรือเสื่อมทราม…”
“นางมารและนักล่าจะนำมาซึ่งภัยพิบัติจริงหรือ?”
ลูเมี่ยนเย้ยหยันตัวเอง เลือก ‘กรีนแห่งบริษัทอินทิส’ แล้วเข้าสู่หน้าแชต
เขายกคางขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเย็นชา ใช้วิธีป้อนเสียงส่งข้อความไป
“เรื่องล่าสุด นายทำไปถึงไหนแล้ว?”
ห่างออกไปสองสามเมตร ลุงเซียที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อีกตัว พอได้ยินเสียงและคำพูดนี้ ก็สะดุ้งทันที รู้สึกว่าไอ้หนุ่มหลี่หมิงคนนี้ ทำไมถึงดูเป็นหัวหน้าทีมยิ่งกว่าหัวหน้าสวี่เสียอีก
ผ่านไปสองสามนาที กรีนตอบกลับมา
“ยังหาวิธีทำให้ฮวงเทากลับคืนสู่อ้อมกอดองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้”
“ไร้ความร่วมมือจากฮวงเทา หลายอย่างทำไม่ได้อีกต่อไป ตอนนี้ทำได้แค่ใช้อำนาจแผนกรักษาความปลอดภัยสอดส่องโจวหมิงรุ่ย พวกเราติดกล้องจิ๋วและเครื่องดักฟังไว้กับโต๊ะทำงานของเขา ฝังโทรจันในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้พบปัญหาได้ทันทีจากประวัติการเข้าเว็บ การค้นหา การโทร และป้องกันได้ทันเวลา”
“เมื่อวันก่อน โจวหมิงรุ่ยเคยคิดลาออก ได้ค้นหาขั้นตอนและข้อควรระวัง แต่ภายหลังเขาไม่ได้ทำอะไร และไม่ได้ดูบทความหรือวิดีโอเรื่องนี้อีก”
“ไร้ความร่วมมือจากฮวงเทา พวกเราไม่สามารถรั้งเขาไว้ด้วยการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือน ต้องรีบแก้ปัญหานี้ก่อนที่เขาจะลาออกจริงๆ”
ลูเมี่ยนอ่านจนจบอย่างตั้งใจ คิดว่ากรีน หรือพูดอีกนัยคือ ‘บรรดาลูกๆ’ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองแดนฝัน ยังไม่ได้คิดจะร่วมมือกับราชันสวรรค์เพื่อเปลี่ยนโจวหมิงรุ่ยให้เป็น ‘แม่มด’ แต่แค่คอยสังเกตการณ์ และพยายามให้โจวหมิงรุ่ยอยู่ในบริษัทอินทิสที่พวกเขามีอิทธิพลมาก ไม่ให้ลาออกไป
“รู้สึกว่า ‘บรรดาลูกๆ’ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่กำลังรักษาสมดุล และคอยรับข่าวกรองล่าสุดตลอดเวลา…”
“สิ่งนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของไพ่อาร์คาน่าใหญ่ รวมถึงข้อสงสัยของเรา ที่มีต่อเจตนาของบรรดาเทพมาร…”
ลูเมี่ยนพูดกับตัวเองในใจสองประโยค แล้วลุกขึ้นเดินไปมาในสำนักงาน
เขากำลังคิดว่า จะใช้ประโยชน์จากกรีนและลูกๆ ขององค์มารดาอย่างไร อีกทั้งคิดถึงเรื่องที่มิสเตอร์ฟูลดื่มโอสถ ‘นักลอบสังหาร’ เข้าไปแล้ว
ว่ากันตามจริง เมื่อรู้ว่าราชันสวรรค์หลอกให้มิสเตอร์ฟูลดื่มโอสถ ‘นักลอบสังหาร’ หวังให้อีกฝ่ายค่อยๆ กลายเป็น ‘แม่มด’ และเปลี่ยนเพศ นำไปสู่ปัญหาการรับรู้ ลูเมี่ยนรู้สึกว่ามันช่างเหลวไหลสิ้นดี
ในมุมมองของเขา เทพทั้งหลายล้วนเป็น ‘พระองค์’ ยกเว้นเส้นทางบางสายที่ต้องเน้นเรื่องเพศ ส่วนใหญ่คงไม่สนใจว่าเป็นชายหรือหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีอยู่มาหลายพันหลายหมื่นปีจากยุคบรรพกาล
มิสเตอร์ฟูลจะมีปัญหาทางการรับรู้จริงหรือ? แค่เพราะกลายเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ?
เมื่อนึกถึงที่มิสเตอร์ฟูลขอให้เรียกตัวเองว่า ‘เขา’ ไม่ใช่ ‘พระองค์’ ลูเมี่ยนก็พอจะยอมรับเหตุผลนี้ได้อย่างฝืดเฝื่อน
ขณะเดียวกัน เขายังสงสัยว่า ราชันสวรรค์ต้องการใช้ความขัดแย้งของตะกอนพลังจากเส้นทางที่ไม่ใกล้เคียงกันเชิงสัญลักษณ์ ทำให้มิสเตอร์ฟูลคลั่ง จนได้เปรียบและคว้าชัยชนะ เส้นทาง ‘นางมาร’ กับ ‘นักทำนาย’, ‘ผู้ฝึกหัด’, ‘นักโจรกรรม’ ล้วนไม่ใช่เส้นทางใกล้เคียง
หลังฆ่าพานาเทีย ศพหญิงคืนชีพ และรับรู้ภารกิจของเธอ ตาชั่งในใจลูเมี่ยนก็เอียงไปทางข้อสันนิษฐานที่ว่า ราชันสวรรค์ต้องการใช้ความขัดแย้งระหว่างเส้นทางที่ไม่ใกล้เคียงกันมากขึ้น
พานาเทียหวังจะทำให้โจวหมิงรุ่ยตกหลุมรัก และยังรักไม่เสื่อมคลายแม้หลังเขาดื่ม ‘แม่มด’ และเปลี่ยนเพศ นี่ไม่เท่ากับกำลังช่วยโจวหมิงรุ่ย ช่วยมิสเตอร์ฟูลให้มีสภาพจิตใจที่มั่นคงหรอกหรือ?
สิ่งนี้ขัดแย้งเล็กน้อย กับข้อสันนิษฐานที่ว่าการเปลี่ยนเพศจะทำให้มิสเตอร์ฟูลมีปัญหาด้านการรับรู้
หากการทำให้จิตใจมั่นคงเป็นไปเพื่อ ให้โจวหมิงรุ่ยดื่มโอสถ ‘นางมาร’ ในลำดับสูงกว่าเดิม สะสมความคลั่งมากขึ้น ก็ดูจะสมเหตุสมผลกว่า
ตอนนี้ หลังลูเมี่ยนคิดตามแนวทางดังกล่าว ก็เกิดคำถามใหม่
ทำไมต้องเป็นโอสถ ‘นักลอบสังหาร’ ?
ทำไมต้องเป็นเส้นทาง ‘นางมาร’ ด้วย?
แค่เป็นโอสถบนเส้นทางที่ไม่ใกล้เคียงกับ ‘นักทำนาย’, ‘ผู้ฝึกหัด’, ‘นักโจรกรรม’ ก็บรรลุเป้าหมายได้แล้วนี่…
การกลายเป็นสตรีแต่เนิ่นๆ มีประโยชน์จริงหรือ จะนำมาซึ่งภัยแฝงทางใจจริงหรือ?
เมื่อพิจารณาร่วมกับที่ทีมเราส่วนใหญ่เป็น ‘นางมาร’ ราชันสวรรค์ยังจงใจดึงหุ่นเชิด ‘นางมาร’ เข้ามาในเมืองแดนฝัน นี่บ่งชี้ว่า การล่อให้โจวหมิงรุ่ยดื่มโอสถ ‘นักลอบสังหาร’ แทนโอสถอื่นที่ไม่ใกล้เคียง อาจมีเหตุผลซ่อนเร้นอื่นอีก?
ลูเมี่ยนรีบทบทวนความพิเศษต่างๆ ของเส้นทาง ‘นางมาร’ ในใจ
เพียงไม่กี่วินาที เขาก็นึกถึงคำหนึ่ง
คนในกระจก!
การกลายเป็น ‘แม่มด’ ไม่เพียงเปลี่ยนเป็นผู้หญิง แต่ยังทำให้เกิด ‘คนในกระจก’ ที่สอดคล้องและคงที่
ตั้งแต่ลำดับนี้เป็นต้นไป บรรดา ‘นางมาร’ สามารถใช้กระจกสร้างร่างแทน และใช้เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องได้
จากประสบการณ์ของลูเมี่ยน ‘คนในกระจก’ มักหัวรุนแรงกว่า โหดเหี้ยมกว่า และเจ้าเล่ห์ร้ายกาจกว่า
“สิ่งที่ราชันสวรรค์ต้องการจริงๆ คือให้มิสเตอร์ฟูลมี ‘คนในกระจก’ ปรากฏ แล้วกระทำบางสิ่งกับ ‘คนในกระจก’ หรือให้ ‘คนในกระจก’ กระทำบางอย่าง เพื่อให้ตัวเองคว้าชัยชนะในการเผชิญหน้า? ปลอมปนจนสับสน เปลี่ยนของปลอมให้เป็นของจริง?” ลูเมี่ยนจมดิ่งในห้วงความคิด
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็สั่น ข้อความใหม่ถูกส่งมาจากแอนเดอร์สัน·ฮู้ด
……………………………………………………..