ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 955 หลังเกิดเหตุ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 955 หลังเกิดเหตุ
ตอนที่ 955 หลังเกิดเหตุ
กรุงเบ็คลันด์ ในคฤหาสน์หรูหรา
ฟรังก้าดวงตาเบิกโพลงกะทันหัน แล้วลุกขึ้นนั่ง
ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ เอื้อมมือไปสัมผัสตรงเอว แล้วลูบคลำ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ขนาดเท่าถุงเหรียญ
ฟู่…ฟรังก้าถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในวินาทีสุดท้าย เธอรีบถอนตัวออกมาเองก่อนจะถูกเตะออกจากแดนฝัน สิ่งที่น่ากังวลคือ ของติดตัวอาจสูญหายหากถูกเตะออกมาโดยไม่ตั้งใจ และถ้าทิ้งสิ่งใดไว้ในเมืองแดนฝัน ในโลกจริงก็จะหายไปด้วย!
ในสถานการณ์นั้น เธอไม่อาจหวังว่า ‘ลั่วฝู’ จะเก็บของให้ หรือลูเมี่ยนกับจินนาที่แอบสังเกตการณ์ จะไปเก็บของกลับมา นั่นอาจทำให้พวกเขาถูกลากเข้ามาพัวพันด้วย จนประสบชะตากรรมเลวร้ายจากการจับจ้องของราชันสวรรค์
ตามข้อมูลจากอาร์คาน่าใหญ่ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เมื่อจิตสำนึกเธอออกจากแดนฝัน ภาพลักษณ์ที่เธอถักทอด้วยเหรียญทองนำโชคและมาดามจัสติส จะยังไม่หายไป เมื่อเข้าไปครั้งหน้า เธอก็ยังเป็นคนเดิม
แน่นอน ‘ลั่วฝู’ ตอนนี้จะกลายเป็น NPC ที่ถูกควบคุมโดยจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลหรือราชันสวรรค์ ดำเนินชีวิตตามภูมิหลังและความสัมพันธ์ทางสังคมที่ถูกกำหนด ภายนอกดูปกติดังเดิม
ส่วน ‘ลั่วฝู’ NPC จะแอบซ่อนปัญหา หรือติดต่อพรรคพวก จนทำให้คนที่เหลือถูกเตะออกมาด้วยหรือไม่ แม้แต่อาร์คาน่าใหญ่ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาทำงานแยกกัน
จากความกังวลข้างต้น ฟรังก้าจึงพยายามหยิบโทรศัพท์และปลดล็อกหน้าจอก่อนถอนตัวออกจากแดนฝัน
ในจังหวะนั้น บนหน้าจอของเธอคือแอปฯ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ซึ่งเธอเลือกปุ่ม ‘ลบข้อมูลทั้งหมดในโทรศัพท์ด้วยปุ่มเดียว’
นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนสำรอง ระหว่างรับประทานอาหารกับโจวหมิงรุ่ย นอกจากช่วงสั้นๆ ที่เธอแสดงชื่อวีแชตให้เขาดู หน้าจอของฟรังก้าในเวลาที่เหลือ กำลังแสดงสถานะการทำงานของ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ตามคำพูดของเธอเอง
นับตั้งแต่ออกจากบ้านมา หญิงสาวพร้อม ‘ลบฐานข้อมูลแล้วหนี’ ได้ทุกเมื่อ ด้วยเกรงว่าราชันสวรรค์จะสแกนสมุดรายชื่อ ทำเครื่องหมายส่วนที่น่าสงสัย แล้วจัดการอย่างเฉพาะเจาะจง
ฟรังก้าล้วงมือเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ พบว่าตะกอนพลังที่สกัดจากศพพานาเทียที่คืนชีพ รวมถึงองคาพยพที่เกี่ยวข้อง ยังคงอยู่ด้านใน โดยพวกมันล้วนเป็นของจริง จับต้องได้
ถึงจะไม่น่าแปลกใจนัก แต่ก็ทำให้เธอยินดี
ขณะเดียวกัน ‘ชุดเกราะอหังการ’ ได้อันตรธานหายไปแล้ว
“เฮ้อ…เส้นแบ่งระหว่างความฝันกับความจริงถูกปั่นหัวไปแล้ว เราแทบแยกไม่ออกว่าอันไหนคือความฝัน อันไหนคือความจริง…” สำหรับเรื่องนี้ ฟรังก้าไม่แปลกใจ แต่ก็ยังรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของการดำรงอยู่อันยิ่งใหญ่สินะ?
หากมิสเตอร์ฟูลเต็มใจคงสภาพไว้ และได้รับความช่วยเหลือ เมืองแดนฝันก็สามารถกลายเป็นความจริงได้ ขอแค่ไม่หนีออกมาด้วยตัวเอง!
จากมุมมองนี้ โลกความจริงอาจเป็นความฝันของการดำรงอยู่ในยุคต้นกำเนิด…จริงสิ…พระองค์ตื่นขึ้นมาแล้ว แต่แบ่งแยกออกไป…
ฟรังก้าที่เคยอ่านตำนานเทพต่างประเทศมาก่อนข้ามมิติ ย่อมเกิดการเชื่อมโยงความคิดบางอย่าง
เธอพลิกตัวลงจากเตียง ตั้งใจจะไปห้องน้ำเพื่อปลดปล่อยตัวเอง
นี่เป็นสิ่งแรกที่เธอทำหลังตื่นนอนทุกวัน
เดินไปไม่กี่ก้าว ฟรังก้าพลันชะงักฝีเท้า
เธอไม่รู้สึกปวดปัสสาวะเลย และยังรู้สึกอิ่มเต็มท้อง ราวกับเพิ่งทานอาหารดีๆ มา
ฟรังก้ารีบหยิบกระจก ใช้วิธีทำนายยืนยันวันที่ปัจจุบัน
โลกจริงผ่านไปหลายวันแล้ว สอดคล้องกับแดนฝัน เพียงมีเวลาคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ในห้องนอน ผ้าม่านที่ปิดแน่นมีแสงยามพลบค่ำลอดผ่านเข้ามา ข้างนอกยังไม่มืดสนิท
“เมืองแดนฝันใช้เวลาของกรุงเบ็คลันด์หรือ?”
“พวกเราอยู่ในเมืองแดนฝันเกินสัปดาห์แล้ว ไม่มีทางที่โลกจริงจะไม่หิว ไม่ปัสสาวะอุจจาระ…บ้าน่า…กินอิ่มในความฝันเท่ากับกินอิ่มในความจริง ได้รับสารอาหารด้วย? เข้าห้องน้ำในความฝันเท่ากับเข้าห้องน้ำในความจริง?”
“แต่ร่างกายเราไม่มีกลิ่นตัวเลย กางเกงก็ปกติดี…”
“นี่เป็นการ ‘ปลูกถ่าย’ อุจจาระปัสสาวะไปลงโถส้วม ท่อระบายน้ำหรือ?”
“หรือว่า เปิดประตูส่งตรงไปมิติอื่นเลย?”
“จริงด้วย ลุดวิกเคยพูดว่า อาหารบางส่วนในเมืองแดนฝันเป็นของจริง…ทำไมถึงเป็นของจริงได้ล่ะ?”
“แม่เจ้า ชักจะแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริงแล้วสิ…”
ฟรังก้ารู้สึกประหลาดใจ ทั้งตกตะลึงทั้งขบขัน
ผ่านไปสิบกว่าวินาที จิตใจเธอสงบลง เริ่มคิดถึงสิ่งที่เรียนรู้จากการลองสำรวจคืนนี้
“การบอกใบ้โจวหมิงรุ่ยตอนกลางคืน เกี่ยวกับเรื่องของพลังวิเศษ หรือเตือนเขาถึงความเสี่ยงของโอสถ ‘นักลอบสังหาร’ จะทำให้ถูกเตะออกจากแดนฝัน…แต่ไม่ถูกเตะทันที มีช่วงเวลาตอบสนองเกือบหนึ่งชั่วโมง…”
“ในอนาคต เราอาจใช้ประโยชน์จากหนึ่งชั่วโมงนี้ทำอะไรสักอย่าง เช่น บอกโจวหมิงรุ่ยตรงๆ ถึงเรื่องที่ ‘แม่มด’ จะเปลี่ยนเพศ…”
“แต่อาจเป็นไปได้ว่า แค่พูดคำว่า ‘แม่มด’ ออกมา ก็จะถูกเตะทันที ต้องใช้การทดลองยืนยัน…”
“อีกอย่าง ไม่ควรเชื่อว่าเวลาตอบสนองที่ราชันสวรรค์จะเตะคนออกคือหนึ่งชั่วโมงเสมอไป อาจเป็นไปได้ว่า ถ้าโจวหมิงรุ่ยกำลังมองอยู่ จะไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ พอเราบอกลาเขาแล้วห่างออกไป ก็จะถูกเตะออกทันที…”
“ตอนนั้นเกิดผลสองอย่าง หนึ่งคือ พยายามเตะเราออกจากแดนฝัน สองคือ พยายามเปลี่ยนเราให้เป็นหุ่นเชิด…แต่ความเร็วการเปลี่ยนเป็นหุ่นเชิดไม่ได้น่าพรั่นพรึงอย่างที่อธิบายไว้ในเอกสารเกี่ยวกับลำดับสูงของเส้นทาง ‘นักทำนาย’…เหมือนมีการรบกวน มีการชักเย่อกันอยู่…การประจันหน้าระหว่างมิสเตอร์ฟูลกับราชันสวรรค์หรือ?”
“ถ้าเราหาวิธีฝืนอยู่ในแดนฝันได้ก่อนถูกเตะออก ก็อาจกลายเป็นหุ่นเชิดไปแล้ว ยังไม่ดีเท่าถอนตัวเอง ลดความเสี่ยงแฝง…”
ฟรังก้าเพิ่งคิดถึงตรงนี้ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังก๊อกๆๆ
“ใคร?” เธอตึงเครียดโดยสัญชาตญาณ แม้พลังวิญญาณจะไม่ได้เตือนภัย
“ฉันเอง” เสียงสองเสียงดังมาจากด้านนอก
เป็นของมาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัดจ์เมนต์
ฟรังก้าผ่อนคลายลง
หากมีแค่มาดามเมจิกเชี่ยนคนเดียว เธอยังคงกังวล เพราะอีกฝ่ายเป็นลำดับสูงของเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ อาจถูกราชันสวรรค์ส่งอิทธิพลและชักจูง แต่ตอนนี้ มาดามจัดจ์เมนต์ก็อยู่ด้วยกัน
ขอลายเซ็นได้แล้ว…อา…ไม่ควรถามว่าทำไมนามปากกาในแดนฝันถึงเป็น ‘ปลาเค็มไร้ความฝัน’…ฟรังก้ายินดีปรีดา รีบหยิบกระดาษปากกา เปิดประตูห้องต้อนรับ และเห็นอาร์คาน่าใหญ่ทั้งสองที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
มาดามเมจิกเชี่ยนเอ่ยเตือนว่า
“เธอต้องรออีกหนึ่งวันหนึ่งคืน กว่าจะกลับเข้าแดนฝันได้อีก”
“อา…ฉันทราบ” ฟรังก้าพยักหน้า
สิ่งนี้มีกล่าวไว้ในเอกสาร
……………
แดนฝัน ถนนกงเหริน
คนเดินถนนบางคนเห็นฟรังก้าล้มลง พอจะเข้าไปช่วย ฟรังก้าก็ลุกขึ้นมาใหม่ ลูบคอตัวเอง แล้วก้มเก็บของที่ตกพื้น
โรแซนถึงได้รู้สึกตัว ช่วยเก็บเครื่องสำอางและกระจกบางส่วนใส่กระเป๋า
“เมื่อกี้เธอเป็นอะไร?” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย ระแวด ผสมกับเป็นห่วง
ฟรังก้ามองโรแซน ยิ้มปลอบใจ
“ไม่ต้องกังวล อาการเก่ากำเริบ พักครู่เดียวก็หายแล้ว”
ไม่เห็นเคยบอกว่ามีอาการแบบนี้ด้วย…โรแซนปิดปากเงียบ
ฟรังก้าพูดต่อ
“ไม่ไปเดินห้างแล้วได้ไหม? ฉันอยากพักเร็วๆ น่ะ”
เมื่อกี้ไม่ได้พูดแบบนี้นี่…โรแซน ‘อืม’ ออกมาเบาๆ
เมื่อทั้งสองขึ้นรถที่เรียกผ่านแอป ลูเมี่ยนก็คลายนิ้วมือขวา พยักหน้าให้อ็องโตนี
อ็องโตนีสตาร์ทรถ ขับไปถึงปากซอยแล้วหยุดอีกครั้ง
ในเงามืด จินนาเดินออกมา ทำทีเหมือนรอรถเรียกของตัวเองสำเร็จ เดินมาประกบข้างรถเก๋งสีเทา
ลูเมี่ยนเลื่อนกระจกลง มองไปข้างหน้า
“คืนนี้ลดการติดต่อกับเธอให้มากที่สุด ถ้าเป็นไปได้ก็หาข้ออ้างไม่นอนที่สวนเต๋อชวง”
พอพูดจบ โดยไม่รอจินนาตอบ เขาก็เลื่อนกระจกขึ้น บอกให้อ็องโตนีขับรถเข้าช่องทางกลาง
จินนามีรอยฟันกัดที่ริมฝีปาก มือที่กำหมัดค่อยคลายออก
หลังเห็นฟรังก้าผิดปกติ เธอรู้ว่าไม่ควรช่วย เพื่อไม่ให้พัวพันตัวเอง แต่เหตุผลก็อย่างหนึ่ง ความรู้สึกก็อีกอย่าง โดยเฉพาะตอนฟรังก้าดิ้นรนนั้น มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย
นี่ทำให้จินนาต้องใช้ความพยายามมากควบคุมตัวเอง แยกแยะสถานะฟรังก้าให้ชัด รอจนเธอถอนตัวไปเอง
สวนเต๋อชวง ตึกที่ 5
โรแซนบอกลาฟรังก้าที่ชั้น 15 แล้วกลับบ้าน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอได้ยินเสียงกริ่ง
คนที่อยู่นอกประตูคือจินนา ผู้ที่ในแดนฝันมีนามสกุลเจี่ยน ชื่อน่า
พอเห็นจินนา โรแซนอ้าปาก อยากพูดอะไรสักคำ แต่ก็ปิดลงอีกครั้ง ยังคงเงียบงันเช่นเคย
จินนามองไปรอบๆ แล้วพูดเสียงเบา
“วันนี้และพรุ่งนี้ ลดการติดต่อกับลั่วฝู อย่าพูดเรื่องพลังวิเศษกับเธอ”
สีหน้าโรแซนคลายออกทันที เธอพูดปรอๆๆ เหมือนอดกลั้นมานาน
“ฉันก็ว่าน้องฝูดูผิดปกติ หลังกินข้าวกับโจวหมิงรุ่ยแล้วออกมา เธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย ตอนแรกป่วยฉุกเฉิน แล้วเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน…”
“นี่มัน…นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
จินนาไตร่ตรองแล้วพูด
“เธอจะเข้าใจแบบนี้ก็ได้…การแทรกแซงประวัติศาสตร์มีข้อจำกัด ต้องจ่ายราคาแพง ไม่อย่างนั้น เราก็แค่ไปบ้านโจวหมิงรุ่ย ควบคุมตัวเขาไว้ บอกเรื่องทั้งหมดตามจริง แสดงพลังวิเศษพร้อมเสนอหลักฐาน ก็น่าจะทำให้เขาเชื่อได้แล้วไม่ใช่หรือ?”
“เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วละ” โรแซนรู้แจ้งทันที “เมื่อคืนน้องฝูบอกใบ้ถึงพลังวิเศษและปัญหาเกี่ยวกับโอสถ ‘นักลอบสังหาร’ จึงโดนพลัง ‘แก้ไขตัวเอง’ ของประวัติศาสตร์เล่นงาน ทำให้อาการเก่ากำเริบ?”
“ตอนนี้เธอเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว คล้ายกับสถานการณ์ของฉันก่อนหน้านี้?”
“จะเข้าใจแบบนั้นก็ได้” จินนาพยักหน้ารับ ไม่ได้อธิบายละเอียดนัก
เธอกลับไปชั้น 23 เห็นฟรังก้านั่งเล่นโทรศัพท์บนโซฟา คิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“เดี๋ยวฉันจะไปหาหลี่ลู่ คืนนี้ไม่กลับนะ”
ในเอกสารข้อมูลประจำตัว พ่อของหลี่ลู่คือหลี่หมิง แม่คือเจี่ยนน่า
ฟรังก้าเงยหน้ายิ้มๆ
“เมื่อไหร่จะพาหลี่ลู่มาเล่นที่นี่บ้างล่ะ? ฉันนอนโซฟาก็ได้นะ”
“ไว้ถามพ่อเขาก่อน” จินนายิ้มเล็กน้อย เก็บของใช้อาบน้ำแล้วออกไป
เมื่อนั่งลิฟต์ถึงชั้น 1 เธอหยิบโทรศัพท์ ส่งข้อความถึงลูเมี่ยน
“โรแซนยังจำเรื่องที่เราเล่าได้ จำความช่วยเหลือของเราได้ ดูเหมือนจะยังไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง”
“ฟรังก้ารู้แค่ข้อมูลพื้นฐาน จำได้แค่ความสัมพันธ์ทางสังคมเปลือกนอกเท่านั้น”
…………………………………………………….