ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 958 ในและนอกฝัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 958 ในและนอกฝัน
ตอนที่ 958 ในและนอกฝัน
อีกแล้ว ซาราธนั่น…เขาไปที่โรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยงเพื่อรอโจวหมิงรุ่ย หรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง? ลูเมี่ยนจูงลุดวิกออกจากบริเวณที่นั่ง ระหว่างรอพนักงานมาเปิดประตูเครื่องเล่น ก็ยิ้มถามแอนเดอร์สัน
“คุณได้คุยกับเขาหรือเปล่า?”
แอนเดอร์สันล้วงมือเข้ากระเป๋า ยิ้มแล้วตอบ
“เขาบอกว่า ต้องการมีอิทธิพลต่อบุคคลหนึ่งอย่างลึกซึ้ง และกำจัดใครบางคน”
คนที่อยากมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งคือโจวหมิงรุ่ย? แล้วคนที่อยากกำจัดคือใคร? ทำไมซาราธถึงคุยเรื่องนี้กับแอนเดอร์สัน? จุดประสงค์ที่เขามาโรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยง คือเพื่อหาแอนเดอร์สัน ตัวแทนคนใบ้ของ ‘ชุมนุมวาดฝัน’? นี่เป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือระหว่างราชันสวรรค์กับเทพมารแห่งชุมนุมนั่น? ลูเมี่ยนเดินไปยังประตูที่เปิดอ้า พลางพูดเหมือนไม่ใส่ใจ
“พวกที่เหมือนเดนิสหรือ?”
สิ่งที่เขาอยากถามคือ คนที่ซาราธอยากกำจัด เป็นพวกเหมือนผู้แจ้งสารเดนิส ซึ่งเป็นตัวละครในแดนฝัน หรือเป็นพวกคนนอกอย่างตนกันแน่?
แอนเดอร์สันชูนิ้วโป้ง เดินลงบันไดตามทางออก
“ตอนนั้นผมคิดไม่ออกว่า เหตุใดถึงจัดการเดนิสเป็นคนแรก เขาจะมีบทบาทอะไร? คงเป็นเพราะโชคดีกระมัง ถึงต้องฆ่าผู้โชคดีก่อน”
ในสภาพที่ทุกคนถูกกดอยู่ลำดับ 7 โชคก็สำคัญมากจริงๆ…จากคำพูดแอนเดอร์สัน การตายของผู้แจ้งสารเป็นฝีมือของซาราธและแอนเดอร์สันใบ้? การที่แอนเดอร์สันใบ้มีส่วนร่วมหมายความว่า ตัวเขาเองก็มีส่วนร่วม มีโอกาสก่อกวนลับๆ มีอิทธิพลต่อการดำเนินเรื่อง ดังนั้น ศพผู้แจ้งสารจึงถูกพวกเราพบก่อนกำหนด แทนที่จะเป็นไปตามแผน คือถูกส่งไปที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลมู่ซู แล้ว ‘คืนชีพ’ กลับมา? ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เขาเชื่อว่าแอนเดอร์สันใช้ร่างคนใบ้ ซึ่งเป็นภาพในแดนฝัน ไปรบกวนการกระทำของซาราธ ทำให้อีกฝ่ายได้แค่กำจัดเดนิส แต่ใช้ประโยชน์จากศพผู้แจ้งสารไม่สำเร็จ
ลูเมี่ยนไม่แน่ใจว่า ซาราธเป็นซาราธมากกว่า หรือเป็น ‘โลกิ’ มากกว่า จึงใช้ชื่อในแดนฝันเรียกแทนโดยตรง
ที่แท้ก็เป็นฝีมือแกนี่เอง แอนเดอร์สัน! ถึงว่ารีบแจ้งความทันที…นี่ยังอธิบายได้ว่า ทำไมเราถึงเห็นการตายของผู้แจ้งสาร…มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ…ลูเมี่ยนรำพันอยู่ในใจ แล้วเดินผ่านอ็องโตนีไป ไม่ได้รับโทรศัพท์ของตัวเองคืน แอนเดอร์สันก็เช่นกัน
ถือโอกาสที่มีคนเล่นในลานน้อย เขามองโฆษณาบนจอใหญ่ในห้าง แล้วถามด้วยท่าทีเหมือนเดินเล่น
“คุณเปิดโรงแรมหรูไฉ่ฮั่ว คิดจะทำอะไรกันแน่?”
“พอเข้ามาก็มีคนยัดเงินให้ก้อนหนึ่ง ยัดโรงแรมที่กำลังตกแต่งให้หลังหนึ่ง เป็นคุณจะไม่เอาหรือ? เจอกระสุนหุ้มน้ำตาล กินน้ำตาลแล้วโยนกระสุนกลับ ไม่ใช่ทางเลือกปกติหรอกหรือ?” แอนเดอร์สันยิ้มพลางย้อนถาม
“แต่บางทีน้ำตาลก็มีพิษ หรือไม่ก็ไม่ทันโยนกระสุนกลับ…ถ้ามีใครสักคนจะเอาเด็กมายัดใส่ท้อง คุณต้องรับไว้เสมอเลยหรือ?” บุตรแห่งเทพชั่วคราวขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ ลูเมี่ยน พูดออกมาตามความรู้สึก
แอนเดอร์สันชะงักไปหนึ่งวินาที ยิ้มแล้วกล่าว
“ถ้ายัดเข้ามาจริง คุณไม่อยากเอาก็ต้องเอา ถ้าเอาออกไม่ได้ ก็ต้องเลี้ยงดูความสัมพันธ์พ่อลูกให้ดี”
ลูเมี่ยนเปลี่ยนคำถาม
“มือมืดที่สั่งให้คนเหล่านั้นยัดเงินยัดโรงแรมให้คุณ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?”
แอนเดอร์สันเอียงหน้ามองเขาครู่หนึ่ง ยิ้มแล้วพูด
“ผมก็มาหาพวกคุณแล้วนี่ไง?”
ลูเมี่ยนเร่งประมวลผลสมอง จนเข้าใจความหมายในคำพูดของแอนเดอร์สันอย่างคลุมเครือ
จุดประสงค์หนึ่งของเทพมารแห่งชุมนุมวาดฝันคือถ่วงขาราชันสวรรค์ รักษาสมดุลของแดนฝัน แอนเดอร์สันจับจุดสำคัญนี้ได้ จึงเป็นฝ่ายเข้าหาพวกตน พูดตรงไปตรงมาเช่นนี้
แอนเดอร์สันมองไปข้างหน้า เดินไปยังแหล่งรวมร้านอาหารหลังห้าง
“ก่อนหน้านี้ ผมเห็นประโยคหนึ่งในอินเทอร์เน็ต คิดว่าน่าสนใจมาก
“ประโยคนั้นคือ…ทั้งกลัวพี่น้องลำบาก แต่ก็กลัวพี่น้องขับแลนด์โรเวอร์”
“น่าสนใจ…” ลูเมี่ยนมองว่า แอนเดอร์สันไม่จำเป็นต้องแนะนัยชัดเจน ตนก็เข้าใจได้เกือบหมด
แอนเดอร์สันพูดต่อ
“โรงแรมน่ะ ย่อมต้องมีแขกเสมอ มาจากสถานที่ต่างกัน”
พูดถึงตรงนี้ เขาชี้ไปยังภาพพ่นสีบนป้ายร้านค้าแห่งหนึ่ง
“ภาพนั้นซับซ้อน ทั้งเป็นข้อมูล และเป็นประตูสู่อาณาจักรจินตนาการ ถ้าสร้างระเบียบที่สมบูรณ์และแท้จริงในโลกภาพวาดได้ มันจะกลายเป็นโลกที่เกือบเป็นจริงได้ไหมนะ?”
นี่กำลังบอกใบ้อะไร? จุดประสงค์ที่อาจเป็นไปได้ของเทพมารแห่งชุมนุมวาดฝัน? ลูเมี่ยนขาดข้อมูลสำคัญ ได้แต่เข้าใจคร่าวๆ ว่า แอนเดอร์สันกำลังพูดอะไร แต่ไม่อาจเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำพูดเหล่านี้
เขาเริ่มจากความรู้ในปัจจุบัน คิดว่าเทพมารแห่งชุมนุมวาดฝันก็ต้องการครอบครองเส้นทางให้มากขึ้น เหมือนองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่และมารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย เหล่าพระองค์สนใจเส้นทางผู้ส่องความลับ นักปราชญ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของข้อมูล เส้นทางผู้ฝึกหัดที่เป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่องประตู ตัวแทนโลกมิติอื่น ตัวแทนของมิติ และเส้นทางนักกฎหมาย ผู้ตัดสิน สองเส้นทางที่ทำให้โลกในภาพวาดมีระเบียบอย่างแท้จริง
ขณะที่ลูเมี่ยนกำลังคิด แอนเดอร์สันก็ชี้ไปยังร้านค้าแห่งหนึ่ง แล้วพูดยิ้มๆ
“ผมก็บอกแล้วว่า โลกย่อมมีช่องโหว่ คุณดูตรงนั้นสิ”
ลูเมี่ยนมองตามไป เห็นร้านเล็กชื่อ ‘อาหารโลเอ็น’ ขายชาเย็นหวานกับพายเดย์ซี
“โลเอ็นจะมีอาหารอร่อยได้ไง? นี่ช่องโหว่ชัดๆ” แอนเดอร์สันพูดล้อเลียน
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“ใช่…”
สำคัญเรื่องนี้ ชาวอินทิสทั้งสองเห็นพ้องกันง่ายดายมาก
ลุดวิกร้อง
“ผมอยากกิน!”
……………
เขตโรงอุปรากร ถนนหมวกดำ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
‘แม่มด’ นีเซียนั่งหน้ากระจกแต่งหน้า ใต้แสงตะเกียงแก๊สติดผนัง กำลังเขียนคิ้วทาแป้งอย่างพิถีพิถัน
ทันใด เบื้องหลังเธอ บนเก้าอี้ใกล้หน้าต่าง มีเงาร่างหนึ่งปรากฏ
เป็นฟรังก้าในท่าผ่อนคลาย
ฟรังก้าเงียบมองนีเซียโดยไม่ส่งเสียง
หลังคุยกับมาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามจัดจ์เมนต์ ถึงเหตุผลที่ถูกไล่ออกจากแดนฝัน และปัญหารองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซู เธอหยุดพักหนึ่งวัน โดยรีบมาเยี่ยมลูกน้องก่อนกลับเข้าแดนฝันอีกครั้ง เพื่อถามไถ่ความคืบหน้า
เธอไม่อยากเป็นหัวหน้าที่แค่สั่งงานแล้วหายไป ไม่ถามไถ่ เหมือนสาบสูญ!
ผ่านไปสิบกว่าวินาที นีเซียจึงรู้สึกตัว ปรับกระจกแต่งหน้าอย่างแนบเนียน
เมื่อเห็นว่าเป็นหัวหน้า เธอผ่อนลมหายใจโล่งอกแล้วหันมาพูด
“สายัณห์สวัสดิ์ มาดาม”
“สายัณห์สวัสดิ์ เป็นไงบ้างช่วงนี้?” ฟรังก้าไม่ได้ถามเรื่องพรรคจักรพรรดิตรงๆ
เธอยังไม่ได้ติดต่อ ‘007’ เพราะอีกฝ่ายกำลังเข้ารับการฝึกพิเศษ ดูเหมือนจะมีโอกาสได้โควตาเป็นครึ่งเทพ
สีหน้านีเซียเปลี่ยนไปมา ทั้งดิ้นรนและเป็นทุกข์ แต่สุดท้ายก็พูดด้วยท่าทีจำใจ
“ฉันกลายเป็นภรรยาน้อยของกรูเอแล้วค่ะ”
กรูเอคือคนสนิทของลูอิส·กุสตาฟ ผู้นำพรรคจักรพรรดิ
“พัฒนาการเร็วเกินไป เธอเพิ่งจะเป็น ‘แม่มด’ ได้ไม่นานเอง…” ฟรังก้าไม่ถามความรู้สึกนีเซีย แต่พูดเสียงสงบ
“กรูเอพูดอะไรบ้าง?”
เมื่อเห็นหัวหน้าไม่ถามเรื่องประสบการณ์เป็นภรรยาน้อย ความขัดแย้ง อึดอัด และละอายใจของนีเซียก็สงบลง
เธอนึกทบทวน
“เขาบอกว่าลูอิสมีเรื่องกลัดกลุ้มใจ กำลังอารมณ์เสียอย่างมาก เพราะติดต่อบุคคลสำคัญบางคนไม่ได้”
“บุคคลสำคัญคนไหน?” ฟรังก้าถามต่อ
“กรูเอก็ไม่ทราบ รู้เพียงว่า เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่ช่วยให้ลูอิสมั่นใจ” นีเซียส่ายหน้า
ติดต่อจักรพรรดิโรซายล์ในกระจกไม่ได้สินะ? ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวฟรังก้า
เธอพยักหน้ารับ
“หาทางรู้ให้ได้ว่า บุคคลนั้นเป็นใคร และจับตาความเคลื่อนไหวจริงๆ ของพรรคจักรพรรดิด้วย”
พูดจบ ร่างเธอก็จางหายไปอย่างรวดเร็วจากเก้าอี้
นีเซียเงียบมองการจากไปของมาดาม แล้วยกมือขวา ลูบจากใบหน้าถึงริมฝีปากทีละนิด
ฟรังก้ากลับไปยังคฤหาสน์หรูทันที ไม่ได้แวะไปหา ‘นางมารดำ’ เพื่อรายงานเรื่องที่ตนย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ สมบูรณ์แล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงว่า นิกายนางมารจะให้รางวัลเป็นโอสถ ‘สิ้นหวัง’ หรือไม่ ต่อให้อีกฝ่ายมอบโอสถมาจริง แต่เธอก็คงไม่ไปประกอบพิธีกรรมจริงๆ จึงเลือกรอไปก่อน
หลังกินมื้อเย็นเสร็จ เมื่อใกล้เที่ยงคืน ฟรังก้าก็ลุกเดินไปยังห้องตน
มาดามจัดจ์เมนต์ เจ้าของส่วนสูงไม่มากนัก มาส่งเธอที่ห้องพลางกำชับ
“การกลับเข้าแดนฝันครั้งที่สองด้วยตัวตนเดิม ประสบการณ์ที่ผ่านมาจะไม่ต่างจากครั้งแรกมากนัก แต่พอถึงครั้งที่สาม เราพบว่าการกระทำปกติ ซึ่งไม่น่าจะทำให้ถูกเตะออก กลับทำให้ถูกเตะได้ คล้ายกับถูกราชันสวรรค์ทำเครื่องหมายไว้แล้ว”
“ดังนั้น คุณควรสังเกตว่า มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเทียบกับครั้งก่อนหรือไม่ เพื่อยืนยันว่า การเป็นเป้าสนใจเริ่มจากครั้งที่สองหรือสาม และช่วงนี้อย่าทดลองรุนแรงเกินไป คุณเพิ่งถูกเตะออกมา ต้องรอไปก่อน”
“ฉ…ฉันจะระวัง” ฟรังก้านึกได้ว่า ในเอกสารมีกล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้
เมื่อขึ้นตึกมาถึงหน้าประตู มาดามจัดจ์เมนต์พูดต่อ
“มีหลายสิ่งที่พวกเราให้คุณพกพาเข้าแดนฝันไม่ได้ เพราะทางนี้เคยใช้งานมันในความฝัน จึงถูกทำเครื่องหมายไว้แล้ว”
“ถ้าอยากหาเงิน มีอีกวิธีคือ แยกคนหนึ่งไปสมัครงานที่บริษัทหนังฮอลล์ ในเครือกลุ่มฮอลล์ แม้ ‘มิสจัสติส’ จะเข้าความฝันไม่ได้อีก แต่ในฐานะ ‘ผู้ทอฝัน’ และไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ก็ยังมีอิทธิพลต่อแดนฝันได้บ้าง”
“เข้าใจแล้ว” ฟรังก้าตอบยิ้มๆ “ขอบคุณค่ะ”
เธอเข้าห้องทันที กลับไปนอนบนเตียง กำเหรียญทองนำโชคไว้ในมือ
เมื่อวานเธอลองแล้ว หากไม่วางเหรียญทองนำโชคไว้ข้างกาย เธอก็จะหลับและฝันตามปกติ บางครั้งก็มีภาพเมืองแดนฝันแล่นเข้ามา เหมือนเป็นสิ่งที่ ‘ลั่วฝู’ ได้เห็นและได้ยิน
ฟรังก้าหลับตาลง ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ
……………………………………………………..